กกต.การันตีด้วยศักดิ์ศรี : เลือกตั้งปลอดทุจริตติดขัดกระบวนการ

Share :
line-share-logo

การเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 ที่ประชาชนเฝ้ารอผ่านพ้นไปแล้ว ต้องยอมรับว่ากระบวนการเลือกตั้งในกฎกติกาที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดภาวะติดขัดบางประการ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

แน่นอนว่าหน่วยงานที่ถูกพุ่งเป้าตั้งคำถามในเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง นั่นก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทีมข่าวการเมือง ได้โอกาสเจาะใจไขกระจ่างจาก พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.

การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้มาใช้สิทธิ์มีประมาณ 74 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขที่รายงานแรพพิดรีพอร์ตตอนแรกเข้าใจว่ามันเออเร่อ ซึ่งเขาก็ทำหนังสือมาชี้แจงว่ามันเป็นอะไร เราก็พยายามตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส

แรพพิดรีพอร์ตเป็นการอำนวยความสะดวกให้ทราบผลที่รวดเร็วเท่านั้น แต่มันเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาก ซึ่งทางกรรมการก็คุยกันว่า หากผิดพลาดเยอะขนาดนี้ เราก็คงไม่เอา เพราะการเลือกตั้งมันเซนซิทีฟ ปัญหาที่เราเจอก็มีเรื่องนั้นบวกกับเรื่องนี้เต็มไปหมด

แต่จริงๆแล้วเรามีเกียรติและศักดิ์ศรี เราไม่โกง รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเราไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำตามกฎหมายทุกอย่าง กรรมการก็ยืนยันว่าเราสุจริต เที่ยงธรรม ทำตามกฎหมาย มีความเป็นกลางทางการเมืองด้วย

ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดต่างๆ ซึ่งเราต้องปรับปรุงต่อไป และจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งว่า มีอะไรบ้างที่ต้องปรับปรุง ซึ่งกรรมการค่อนข้างได้รับประสบการณ์จากตรงนี้เช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นกระบวนการจัดการที่เราทำแล้วมันก็เกิดข้อผิดพลาด

ภาพรวมถือว่าพอใจ อยู่ในขอบเขตที่มันมีข้อผิดพลาดที่ไม่รุนแรงมากนัก แม้ว่าสิ่งที่เราถูกโจมตีมันรุนแรงกว่าสิ่งที่มันเกิดค่อนข้างจะเยอะเกิน ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการอะไรบางสิ่งบางอย่าง

สรุปคือ 1.สุจริต ไม่มีทุจริต ไม่โกง 2.ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ในการจัดการทุกที่ อย่าลืมว่าทั่วประเทศต้องใช้เจ้าหน้าที่ 6-7 แสนคนมาอบรม ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. อย่างไรก็ตาม ครั้งหน้าอาจจะต้องอบรมให้มากขึ้นกว่านี้

3.ผู้สมัครก็มีเยอะ จำนวนหมื่นกว่าคน ซึ่งก็มีคนแสดงความคิดเห็นเหมือนกันว่าครั้งที่แล้ว 2 วันก็ประกาศหรือรายงานผลคะแนนได้แล้ว ทำไมครั้งนี้ถึงเลื่อนเวลาประกาศเป็นวันพฤหัสฯหรือวันศุกร์ 4-5 วัน

นั่นเป็นเพราะจำนวนผู้สมัครหมื่นกว่าคนทั่วประเทศ ซึ่งมากกว่า 5 เท่าของผู้สมัครครั้งที่ผ่านมา รวมไปรวมมาก็กลัวตัวเลขผิดเหมือนกัน ก็อาจจะมีพลาดบ้าง เพราะเป็นการบวกเลข ต้องใช้คนบวก

“เราไม่ได้เลือกตั้งมานาน บางคนก็ไปกาตรงหมายเลข เราพยายามประชาสัมพันธ์แล้ว ซึ่งความไม่เคยชินก็อาจทำให้เกิดเออเร่อได้สำหรับบางคน และด้วยระบบต่างคน ต่างเขต ต่างเบอร์ด้วย เมื่อเดินเข้าไปคูหามันต้องจำหลายอย่าง ยิ่งเลือกตั้งล่วงหน้าต้องจำเขตตัวเองด้วย จังหวัดตัวเองด้วย

บางทีแทนที่จะไปกาข้างหลัง ดันกาชื่อพรรคอีก ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้หมด ทำให้มีบัตรเสียค่อนข้างเยอะพอสมควร ทั้งที่เราก็ประชาสัมพันธ์ค่อนข้างเยอะมาก และสื่อทุกสื่อก็ช่วยกันตลอดทุกช่องทาง ก็ยังมีข้อผิดพลาด อย่างไรก็ต้องเอาไว้ปรับปรุง ก็เป็นห่วงอยู่ เพราะบัตรเสียตั้งไว้ 2 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้บัตรเสีย 5.57 เปอร์เซ็นต์”

สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนเยอะมาก และใช้สิทธิ์เยอะมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หน่วยเลือกตั้งเดิมนอกเขตจังหวัด มีจังหวัดละ 1 หน่วย รวมประมาณ 80-90 หน่วย

แต่ครั้งนี้มี 395 หน่วย เพิ่มขึ้นเท่าตัว

เรื่องการลงทะเบียน สมมติว่าสถานที่ลงคะแนนหนึ่งรับได้จำนวนเท่านี้ เช่น สามหมื่นคน คนที่สามหมื่นขึ้นไปจะลงอันนี้ไม่ได้แล้ว ต้องไปหาที่อื่นลงทะเบียน นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ว่ามันไม่ได้แล้ว เพราะเราไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้ อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่บางอันก็ไม่เป็นอะไรเลย แต่เอาไปเขียนกัน

ก็เป็นปัญหาอยู่ว่าถ้าไปเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จทางกรรมการก็จะมีมาตรการ คือถ้าอันไหนเป็นเท็จ ใครไปกระทำซ้ำ หรือเผยแพร่ต่อก็คงต้องผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เราโดนหนักมากช่วงนี้

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนับคะแนนต่างๆ มันแก้ปัญหาที่หน่วยได้ทั้งหมด อะไรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถร้องเรียน ร้องคัดค้านได้ การนำไปเป็นประเด็นโจมตีนั้นก็ไม่สมควรเท่าไหร่

เข้าใจว่าการเลือกตั้งเป็นประเด็นทางการเมือง เราได้คุยกันกับทางคณะกรรมการว่าอะไรที่เป็นเรื่องที่ผิดพลาดและรุนแรงที่สุดก็คงต้องปรับแก้ไข แต่ต้องมีข้อกฎหมายรองรับเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนับคะแนน บัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศ กฎหมายมันรองรับเป็นขั้นตอนว่าใครจะต้องรับผิดชอบอะไร ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกัน

ส่วนกรณีตัวเลขบัตรเกินนั้น ไม่ใช่ตัวเลขจริง บัตรเลือกตั้งที่จ่ายไปในหน่วยเลือกตั้ง 800 ฉบับต่อ 1 หน่วย เพราะ 1 หน่วยเลือกตั้งกำหนดไว้ไม่เกิน 800 ถ้าเอา 800 คูณ 92,000 หน่วยเลือกตั้ง ก็จะได้จำนวนที่เกินผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วยซ้ำไป แต่หากหน่วยหนึ่งมี 500 คน เราก็จ่ายไป 500 ฉบับ มันจะไม่มีบัตรเกินแน่ เราไม่ได้จ่ายไป 800 เต็มทุกหน่วย แต่ส่วนใหญ่เฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 800

ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51 ล้านคน เราก็ต้องพิมพ์เต็มร้อยอยู่แล้ว อัตราจำนวนใบก็ต้องเพิ่มมากขึ้น เพราะบัตรเลือกตั้ง 1 เล่มมี 20 ฉบับ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีบัตรเลือกตั้ง 51 ล้านใบเป๊ะๆ เราควบคุมมากเรื่องบัตร ดังนั้นบัตรเลือกตั้งถึงจะพิมพ์เยอะ ก็ไม่มีการนำไปหยอดเพิ่มในหีบอยู่แล้ว เพราะแต่ละหน่วยก็มีขั้นตอนตรวจสอบ

แม้กระทั่งการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปแต่ละจังหวัด เราก็เปิดให้มีการตรวจสอบ เพราะมีบางพรรคมาร้องเรียนล่วงหน้ากับเราแล้วว่าจะมีการโกงบัตรที่ไหน สงสัยตรงไหน หากเราทำได้ เราก็เปิดให้หมด

สำหรับเรื่องร้องเรียนมี 186 เรื่อง เหมือนคดีทั่วไปที่ตำรวจทำ แต่ของเราเรียกว่ากระบวนการไต่สวน ต้องมีพยานหลักฐาน และต้องรับฟังผู้ถูกร้องด้วย คาดว่ากลางเดือนหน้า หลังสงกรานต์น่าจะพิจารณาใกล้เรียบร้อยทั้งหมด

หากเขตไหนต้องเลือกตั้งใหม่ก็ต้องจัดให้ไวที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ แม้แต่ผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง หากถูกระงับสิทธิ์สมัคร ก็มีผลกระทบคะแนนพรรคหมดเลย นี่เป็นความยุ่งยาก

อย่างไรก็ตาม จะมีพรรคเล็กที่ได้ ส.ส.คนเดียวค่อนข้างเยอะ เพราะตัวเลขคะแนนเสียงประชาชนต่อ ส.ส. 1 คนนั้น ประมาณ 7 หมื่น หากคำนวณออกมาได้จุดทศนิยมมากกว่าห้าก็ปัดเศษขึ้น หากทศนิยมจุดสี่ก็ไม่ได้

ซึ่งการคำนวณเขียนไว้ในกฎหมายอยู่แล้ว มี Over hang ด้วย คือได้ ส.ส.เขตเกิน ส.ส.พึงจะมี จำนวนที่เกินต้องมาลบจาก 150 สมมติเกินไป 20 ก็เหลือ 130 ที่พรรคอื่นต้องแบ่งกัน

ต่อข้อถามถึงภาพรวมการจัดเลือกตั้งที่ กกต.ถูกโจมตีเยอะ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต่างๆมันยังอยู่ในสิ่งที่เราคาดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เกิดขึ้นอย่างกรณีหันคูหา แลกเขตเปลี่ยนเขตอย่างในสมัยก่อน เลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกัน ที่ทำให้มันเป็นทั้งระบบ แต่ครั้งนี้โซเชียลค่อนข้างแรงมาก มองว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละเหตุผลเหมือนกัน

ส่วนการล่าชื่อถอดถอนมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่สุดท้ายก็ต้องมีเหตุผลว่าทำไมต้องถอดถอน

ถามถึงโอกาสที่จะแก้กฎหมายในจุดบอดต่างๆ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยอมรับว่าต้องพิจารณา เพราะเจตนาในการร่างรัฐธรรมนูญตอนนั้นก็คงกังวลเรื่องจะเกิดปัญหาต่างๆ รวมถึงเรื่องการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

ช่วงเสนอครั้งที่แล้วเราเคยขอให้กระทรวงการต่างประเทศนับคะแนนจากที่โน่น เพราะทุกครั้งจะมีบัตรที่ส่งไม่ทันแบบนี้ ซึ่งกฎหมายก็ร่างออกมาว่าถ้ากระทรวงการต่างประเทศพร้อมถึงจะให้นับคะแนน

“จริงๆอยากจะแก้อะไรหลายๆอย่างที่เป็นประสบการณ์ ต้องแก้ด้วยกฎหมาย มันเลยติดขัดบ้าง เกิดโมเมนตัมโมเดล ก็ค่อนข้างแรงพอสมควร ก็เห็นใจผู้มีสิทธ์ิเลือกตั้งเหมือนกันว่าสิทธิ์เขาไม่ได้ถูกนำมาใช้”

เมื่อถามว่าระบบต่างเขตต่างเบอร์ เป็นสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้เกิดบัตรเสีย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ระบุอาจเป็นไปได้ หลังจากนี้ต้องไปสอบถามว่าบัตรเสียส่วนใหญ่เพราะอะไร และต้องดูว่าในรูปแบบนี้มันสามารถทำให้ดี ทำให้พฤติกรรมการลงคะแนนเลือกตั้งเปลี่ยนไปหรือไม่ ต้องสอบถามประชาชนด้วยเช่นกัน แล้วค่อยปรับปรุงแก้ไข

คือประสงค์ที่จะให้คนเลือก ไม่ใช่จำเบอร์ทั้งประเทศ วิ่งไปไหนก็คนนี้คนเดียว ทุกคนก็ต้องรู้ว่าเลือกพรรคอะไร นี่คือเจตนาที่ให้ต่างเบอร์ต่างเขต ส่วนจะทำให้ประชาชนตื่นรู้ประชาธิปไตย หรือว่าสับสน คงต้องไปศึกษา

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ส่วนหนึ่งที่ถูกโจมตีมากๆ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลงมาอยู่ในสนาม ทำให้ กกต.กดดัน ทำงานยาก พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ตอบว่า จะมีส่วนหรือไม่นั้นไม่กล้าพูด แต่เขาไม่ได้มายุ่งอะไร กระบวนการของเรา ทำทุกอย่างโปร่งใสอยู่แล้ว เพราะถ้าเข้าไปช็อตอะไรสักจุดหนึ่ง เช่น หน่วยเลือกตั้ง ถ้ามีการนำบัตรไปใส่ คิดหรือว่าเจ้าหน้าที่เขาจะไม่พูด เพราะเขาไม่ใช่คนของ กกต. เขาเป็นแค่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กระบวนการประชาธิปไตยมันดีอย่างหนึ่ง คือโดยประชาชนเพื่อประชาชน เขาเป็นเหมือนคนที่จัดการเลือกตั้ง โดยที่เราเป็นหน่วย สนับสนุน เอาบัตร เอาคูหาไปให้เขา คอยอบรมเขาว่าทำวิธีการอย่างนี้

กระบวนการนี้จะไปก้าวก่าย ไปปิดปากเขาไม่ได้ ผมว่าเขาก็ต้องพูดว่าเราไปโกงหรืออะไร อย่างไร.

ทีมการเมือง

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562

อ่านเพิ่มเติม...