ถึงกับต้องพาแม่สุ่น (คุณแม่แท้ๆ) ไปกราบถอนคำสาบาน กับ "ท้าวสุรนารี" หรือ คุณหญิงโม (ต้นฉบับว่า ท่านผู้หญิงโม้) ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิด สาเหตุมาจากหันหลังให้นายผู้จงรักภักดีอย่าง "นายทักษิณ ชินวัตร" ทั้งยังเคยเป็น แกนนำแนวร่วมขับเคลื่อนเพื่อประชาธิปไตย กุมหัวใจคนเสื้อแดงทั้งประเทศ หลังจากเปิดตัวชัดเจนหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2557 “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” เจ้าของฉายา “แรมโบ้อีสาน” เปลี่ยนมาสนับสนุนการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือที่คนเสื้อแดงพากันขนานนามว่า "หัวหน้าฝ่ายเผด็จการ" ท่ามกลางเสียงด่าทอต่อว่าของคนที่อาจไม่เข้าใจจุดประสงค์ของการย้ายข้างครั้งนี้
กระทั่งออกมาเปิดตัวในฐานะผู้สมัคร ชิงตำแหน่ง ส.ส. เขต 10 จ.นครราชสีมา เมื่อปลายปี 2561 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่คะแนนเสียงของตัวเค้าเองเมื่อครั้งสมัยยังสังกัดอยู่ พรรคเพื่อไทย และท้ายที่สุดหลังการเลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคม 2562 แรมโบ้อีสาน ต้องเสียพื้นที่ให้กับคู่แข่ง
แน่นอนว่าเหนือความคาดหมาย เพราะก่อนหน้าวันเลือกตั้ง แรมโบ้ ป่าวประกาศด้วยสีหน้ามั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่านโยบายของพรรค รวมกับผลงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จะทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ฟันธงไปว่าจะสามารถกวาดได้ทุกเขต แต่ท้ายที่สุด แม้แต่เขตที่เค้าเคยได้รับคะแนนเสียงล้นหลามก็ต้องพ่ายแพ้
...
เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ แต่ชาวโชเชียลพากันปล่อยข่าวระบุชัดเจน เพราะ ย่าโม "ท้าวสุรนารี" ได้ให้บทเรียนกับแรมโบ้ เนื่องจากผิดคำสาบานตั้งแต่ทีแรกที่เคยให้ไว้ว่า "จะไม่เล่นการเมืองอีกต่อไป" และถึงแม้จะมาทำพิธีถอนคำสาบานแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น จนท้ายที่สุดนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ เสียแชมป์ไปโดยปริยาย หลังจากยึดครองต่อเนื่องยาวนานหลายสมัย
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ค.2561 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำ นปช. ได้เดินทางไปจุดธูปบอกกับย่าโมว่า เพื่อขออนุญาตถอนคำสาบานกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งเพื่อรับใช้ประชาชน ซึ่งในครั้งนั้น ตัวเขาเองก็เชื่อว่าย่าโมเข้าใจและไม่มีปัญหา เพราะเขาคือลูกหลานย่าโม และเป็นคนโคราชโดยกำเนิด ส่วนคนที่จะไม่เข้าใจและมีปัญหา คือ คนที่ไม่อยากให้ตนเองกลับมาเล่นการเมือง และพยายามหาข้ออ้างมาโจมตีต่างๆ นานา ตนจะกลับมาเล่นการเมืองแน่นอน และสามารถอธิบายเหตุผลให้ประชาชนเข้าใจได้ ไม่ต้องมาห่วง หรือมาแคร์อะไร "นั่นคือสิ่งที่แรมโบ้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อไปเมื่อวันก่อน"
เขายังบอกด้วยว่า ได้ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย มานานกว่า 5 ปีแล้ว และผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ก็ไม่เคยเห็นคุณค่าของเขา และไม่เคยติดต่ออะไรมาเลยในยามที่ตกระกำลำบาก ตลอดระยะเวลา 4-5 ปี ลงพื้นที่มาตลอดไม่เคยทอดทิ้งประชาชน มาวันนี้ทนกระแสเรียกร้องให้กลับมาทำงานการเมืองจากประชาชนไม่ไหว ประกอบกับมีผู้ใหญ่เห็นคุณค่าและอยากให้ตนกลับมาช่วยกันทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองและประเทศชาติ ซึ่งก็พร้อมที่จะร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร เพราะเห็นว่า ณ วันนี้การเมืองนิ่ง บ้านเมืองสงบสุขแล้ว
เกิดมาไม่เคยพบเห็น ซื้อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์
หลังประกาศผลเลือกตั้ง "แรมโบ้อีสาน" เปิดใจให้สัมภาษณ์ กับเราอีกครั้ง พร้อมให้ข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังที่ถูกล้มแชมป์ ในรอบ 17 ปี "เพราะมีบางพรรคการเมืองออกมาใช้วิธีสกปรกซื้อเสียงกันในราคาสูงลิบ ซื้อเช้าซื้อเย็น ก่อนเลือกตั้งก็มาซื้อกันอีกที่หน้าคูหา ไม่เคยเห็นที่ไหนในโลกซื้อเสียงได้มากมายขนาดนี้ แถมยังมีการประกาศก่อนเลือกตั้งว่า ต้องการล้มแรมโบ้ หมดเท่าไหร่ไม่อั้น แต่ต้องล้มให้ได้ ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง กระทั่งได้พิสูจน์ด้วยตัวเองก็รู้ว่า มันจริงตามนั้น ถามว่าเสียใจไหมที่แพ้ ไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด เพราะว่าเราได้คะแนนที่บริสุทธิ์มาเกือบ 4 หมื่นคะแนน ชาวบ้านเขารักเราจริงๆ ไม่ใช่คะแนนที่ซื้อเสียงมา ดังนั้นความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียใจ"
เขาบอกว่าเพราะย่าโมลงโทษที่ไปกลับคำสาบาน ? "พี่ว่าอย่าไปเอาย่าโมมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ บาปกรรม นรกจะกินหัว มันไม่เกี่ยวกับท่านเลย ท่านเป็นของสูง อย่าโยงกันให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต ความจริงที่แพ้เพราะเรื่องที่บอกไปตอนต้น ส่วนเรื่องย่าโม ท่านไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย อย่าไปแตะพาดพิงถึงท่าน
หลังจากนี้จะทำอะไรต่อไปคะ ? เดินหน้าทำเพื่อประเทศชาติตามที่ตั้งใจไว้ และยืนอยู่ข้างนายกฯ ตู่ สนับสนุนให้ท่านเป็นนายกฯ ต่อไป เพราะท่านสามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุข ถึงแม้จะไม่ได้รับการเลือกตั้งก็ไม่คิดที่จะหนีหายไปไหน จะช่วยงานพรรคอยู่ตรงนี้ ทำทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายเพื่อประเทศชาติโดยไม่หวังเงินทองใดๆ เพราะที่บ้านพี่เองก็มีนาตั้งเยอะแยะ ปลูกข้าวกินเอง ข้าวฟรี ยังไงก็ไม่อดตายแน่นอน
"สัญญาไม่ทิ้ง ไม่หนีหายไปไหน พี่อยากเห็นคนโคราช อย่าง นายกฯ ตู่ ดูแลประเทศชาติให้สงบสุขต่อไปเรื่อยๆ และขอยืนยันว่า ไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้ตำแหน่งใดๆ ในพรรค หรือไม่ได้รับการเลือกตั้ง และจะอยู่ตรงจุดเดิน ยืนเคียงข้างลุงตู่ตรงนี้ ไม่ยอมหนีหายไปไหนแน่นอน" “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” เจ้าของฉายา “แรมโบ้อีสาน” กล่าวทิ้งท้าย