กีฬา
100 year

เดินหน้าประเทศไทย : ผ่าทางตันการเมืองหลังเลือกตั้ง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 มี.ค. 2562 05:30 น.
SHARE

ผลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์กำหนดชะตาประเทศ ผลคะแนนแต่ละพรรคปรากฏให้เห็นแล้ว

นับจากนี้ไปโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่จะลงเอยอย่างไร นายกรัฐมนตรีคนในหรือคนนอก

รัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลเฉพาะกิจ จะเป็นไข่ฝ่อหรือฟูมฟักให้เติบใหญ่

สุดท้ายผลการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ต้องเกาะติดห้ามกะพริบตา

ผ่าทางตันการเมืองหลังเลือกตั้ง เพื่อเดินหน้าประเทศไทย รูปแบบที่ควรจะเกิดขึ้นในสายตาอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายไชยันต์ ไชยพร บอก ทีมข่าวการเมือง ถึงการเลือกตั้งครั้งนี้มีการเขย่าทางความคิดที่รุนแรงระหว่างสองขั้วการเมือง

ปกติการเขย่าทางความคิดมีอยู่ตลอดเวลา โดยย้อนให้เห็นภาพการรณรงค์หาเสียง ปี 2544 พรรคไทยรักไทยออกนโยบายถือว่าเขย่าเหมือนกัน มันน่าตื่นเต้น แต่การเลือกตั้งไม่ได้ทิ้งช่วงนานมันก็เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรใหม่

ไม่เหมือนการเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนพรรคการเมืองและผู้สมัคร ส.ส.สถิติสูงสุดนับแต่มีการเลือกตั้ง รูปแบบการเลือกตั้งคะแนนจะไม่ค่อยทิ้งกันเท่าไหร่ แต่ละพรรคขวนขวายเต็มที่ ไม่ชนะในเขตเลือกตั้งก็ขอให้ได้คะแนนเสียง

บรรยากาศเลยคึกคัก รู้สึกว่ามันเขย่าแรงมาก เพราะว่างเว้นจากการเลือกตั้งมานาน ขณะเดียวกันบางพรรคที่เกิดขึ้น เริ่มรู้สึกว่าการเมืองยุคใหม่เป็นการเมืองเรื่องเอกลักษณ์เน้นเฉพาะกลุ่ม

พรรคอนาคตใหม่ก็มองเป้าไปที่นิวโหวตเตอร์ คลอดนโยบายโดนใจบรรดาคนรุ่นใหม่ ย่อมไปกระชากใจคนรุ่นเก่า ถือเป็นเรื่องปกติ

หลังการเลือกตั้งจะเกิดปรากฏการณ์อะไรเมื่อพรรคการเมืองต่อสู้เชิงความคิดที่รุนแรง นายไชยันต์ บอกว่า หลังเลือกตั้งการต่อสู้ทางความคิดก็คงจะเป็นไปตามวาทกรรมที่หาเสียงเอาไว้ ฝ่ายหนึ่งเรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย เรียกอีกฝ่ายว่าเป็นเผด็จการหรือสืบทอดอำนาจ

พอหลังเลือกตั้งประชาชนส่วนใหญ่เทคะแนนให้ฝ่ายที่ถูกเรียกว่าเป็นเผด็จการ จะไปครหาเป็นการสืบทอดอำนาจคงเป็นไปไม่ได้

ยกเว้นมีการแฉให้เห็นถึงการทุจริตอย่างโจ๋งครึ่ม จะเกิดปัญหาวุ่นวายตามมาว่าชนะแบบโกงมา พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะก็เอาไม่อยู่

หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) องค์กรอิสระก็ดีทำงานไม่ค่อยถูกใจประชาชนหรือผู้เสียหาย ก็มีสิทธิ แต่จะแตกต่างเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พรรคการเมืองที่แพ้ก็รวมตัวขนคนออกมาถ้าจับได้ว่ามีการทุจริตเป็นขบวนการ หวังว่าอย่าทำทุจริตเลย

ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาพรรคการเมืองนั้น มันก็ชัดเจนว่าตอนนี้เสียงส่วนใหญ่ของสังคมไม่ต้องการนักการทหารที่เปลี่ยนสภาพเป็นนักการเมือง

แต่ปัญหาจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นเมื่อคะแนนของแต่ละพรรคได้อันดับ 1-2-3 ไล่เลี่ยกัน สภาพแบบนี้เป็นปัญหาทุกประเทศ ไม่เฉพาะในประเทศไทย

สมมติการเมืองประเทศอังกฤษ พรรคอนุรักษนิยม และพรรคแรงงานได้คะแนนเสียงไม่ต่างกัน ไม่มีพรรคไหนได้เสียงมากเกินครึ่ง เป็นจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ อาจต้องยุบสภาหรือเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

การตั้งรัฐบาลสูตรไหนประเทศถึงเดินหน้าไปได้ นายไชยันต์ บอกว่า รัฐบาลในฝันที่พูดย้ำมาตลอดตั้งแต่ลงประชามติรัฐธรรมนูญว่า ไม่เอาลักษณะต้องพึ่งพา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและทีมงาน ไม่เช่นนั้นจะมีนายพลบางคนตามมาด้วย พะรุงพะรังวุ่นวายไปหมด

แล้วเปิดให้พรรคการเมืองสำคัญ เช่น เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย อนาคตใหม่

จับมือจัดตั้งรัฐบาลได้ 376 เสียง ถ้าเสียงไม่ถึง แต่รวมเกิน 250 เสียง สมาชิกวุฒิสภาก็ควรสนับสนุน

สูตรนี้ทำให้เห็นว่าสังคมไทย การเมืองไทยสามารถเดินหน้าไปในสายที่นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งของประชาชน

แม้แต่ละพรรคจะประกาศว่าไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน ถึงอย่างไรสูตรการจัดตั้งรัฐบาลในฝันของผมก็คือ พรรคเพื่อไทยต้องชัดเจน ไม่อยู่ภายใต้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็พยายามประคับประคองไม่ไปผูกกับนายทักษิณมาก

พรรคประชาธิปัตย์คงต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค ให้คนอื่นขึ้นมาแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เช่นนั้นประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยจะรับไม่ได้ว่า ทำไมไปจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับนายกรัฐมนตรีคนที่สั่งกระชับพื้นที่ปี 2553

ยกเว้นได้ไม่ถึง 100 เสียง นายอภิสิทธิ์ลาออกตามที่ประกาศเอาไว้ ก็จะเป็นทางเปิดให้จับมือระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย

เพราะนายอภิสิทธิ์ระบุว่าไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย พอเปลี่ยนหัวหน้าพรรคสถานการณ์ก็อาจจะจับมือกันได้

เป็นสูตรในฝันอยากให้เกิดขึ้น ถือเป็นการปรองดองระหว่างคู่มวยที่ชนกันมายาวนานนับสิบปี

ปรองดองสูตรนี้ก็บรรลุเป้าหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยไม่ได้ตั้งใจหรืออะไรก็แล้วแต่

ยิ่งสามพรรคคู่ขัดแย้ง พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็สวยงามอีกแบบ ภายใต้เงื่อนไขหลังการเลือกตั้งมันงวดขึ้นเรื่อยๆ ชักวุ่นวายแล้วจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ประชาชนเริ่มด่า

ทั้งสามพรรคใหญ่ก็มีคนที่มีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถเยอะ ถ้าทำงานด้วยกันได้ก็สามารถนำพาประเทศให้ผ่านปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ ก็จะเป็นไปตามโหรทำนายว่าประเทศจะดีขึ้น

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าควรจะเกิดขึ้น การเมืองไทยก็เร่งเข้าสู่โหมดประชาธิปไตยมากขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่อีก 4 ปีก่อน

พอปิดหีบเลือกตั้ง กกต.จะชี้เป็นชี้ตายเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก แต่ขณะนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ เป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองอย่างไร นายไชยันต์ ยอมรับว่าเป็นห่วง กังวลจะรับมือไหวหรือไม่ เพราะ กกต.รับมือการเลือกตั้งล่วงหน้าก็มีปัญหา น่าเห็นใจ กกต.เพิ่งจัดการเลือกตั้งครั้งแรก

ที่สำคัญอาจทำให้เกิดการลุกฮือขึ้นมาได้ เพราะประชาชนมองว่ารัฐบาล คสช.แต่งตั้ง ใช้มาตรา 44 บอกให้กรรมการองค์กรอิสระบางคนอยู่ต่อ บางคนให้พ้นจากตำแหน่ง

ถ้าพรรคการเมืองที่แพ้ แล้วพยายามเข็นประชาชนออกมาแซะ และประชาชนที่สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐก็ออกมาสนับสนุน มันจะเกิดการชุมนุมบนท้องถนนอีกรอบ

คราวนี้คู่ขัดแย้งไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นพรรคการเมืองกับฝ่ายรัฐประหาร

ฉะนั้นขอให้ กกต.ประคับประคองประกาศผลการเลือกตั้งให้ดี ทำงานรวดเร็วตามกำหนดเวลา ยิ่งเร็วยิ่งดี

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า พรรคเพื่อไทยห่วงว่าถ้าฝ่ายประชาธิปไตยรวมเสียงเกิน 250 ขึ้นไป จะนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายไชยันต์ บอกว่า หากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลชนะและทำให้การเลือกตั้งโมฆะ ยิ่งทำให้ประชาชนอัดอั้นตันใจ เชื่อไม่กล้าทำหรอก

คงมีเพียงประท้วงผลการเลือกตั้งถ้า กกต.จัดการไม่ดี

กรอบการตั้งรัฐบาลเป็นอีกประเด็นสุดท้ายก็มีคำว่ารัฐบาลแห่งชาติโผล่ขึ้นมาเป็นระยะ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายไชยันต์

บอกว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ผลคะแนน หากคะแนนทุกพรรคก้ำกึ่งกันหมด ก็จัดตั้งรัฐบาลช้า

เช่น ประเทศเบลเยียมมีอยู่ครั้งหนึ่งผลเลือกตั้งออกมาไม่มีพรรคใดได้เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของสภา รัฐธรรมนูญไม่กำหนดกรอบเวลาต้องจัดตั้งรัฐบาลเอาไว้ เลยตกอยู่ในสภาวะไม่มีรัฐบาลเกือบ 2 ปี

รัฐธรรมนูญ 60 ก็ไม่ได้กำหนดเวลาจัดตั้งรัฐบาล ถ้าจัดตั้งไม่ได้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังอยู่เป็นต่อ

หากเนิ่นนานเข้า สภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ชอบ ถึงจุดหนึ่งประชาชนก็ไม่ชอบ

พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลต่อไปอีกสักพักก็คงเหนื่อย

เพราะจะทำงานกับสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร เชื่อมกันไม่ได้

ฉะนั้นถึงจุดหนึ่งก็ต้องคุยระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา เพื่อหาทางออกจากทางตัน

เชื่อคงยกรัฐธรรมนูญมาตรา 5 กรณีไม่มีบทบัญญัติบังคับ ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.


ทีมการเมือง

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62ไชยันต์ ไชยพรพรรคการเมืองวิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองวิเคราะห์เลือกตั้งเลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED