ตื่นเต้นเป็นที่สุด หลังจากไม่ได้เลือกตั้งมานานหลายปี วันนี้คนรักประชาธิปไตยตั้งหน้าตั้งตาออกไปใช้สิทธิ์กันทั้งประเทศ แต่ก่อนจะเข้าคูหากาเบอร์เดียว อย่าลืมทำความเข้าใจกฎกติกา การเลือกตั้งรอบนี้ให้ดีๆ อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ อะไรทำแล้วเกิดผลดี อะไรทำแล้วเกิดผลเสีย ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ขอย้ำให้ทราบกันชัดๆ กันในโค้งสุดท้าย (จริงๆ) เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนคนไทยต้องเสียสิทธิ์กันไปฟรีๆ
- ยืดอกพก "บัตรประชาชน" คูหาเลือกตั้งเปิด 08.00-17.00 น. -
คูหาเลือกตั้งเริ่มเปิดตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น และอย่าลืมเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน (บัตรประชาชนที่หมดอายุแล้วก็ใช้ได้) หรือ บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร เช่น ใบขับขี่ หนังสือเดินทางหรือ "พาสปอร์ต" ให้พร้อมเพื่อแสดงตนในการใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย
- ถึงคูหาก่อนห้าโมง ใช้สิทธิได้นะจ๊ะ -
บางเขตเลือกตั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้า มีผู้มาลงทะเบียนใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เช่น บางแค เขต 13 มีผู้มาลงทะเบียนถึง 61,101 คน แต่ไม่ต้องกังวลเพราะทุกคนได้ใช้สิทธิแน่นอน ถ้ามาปรากฏตัวอยู่ในหน่วยเลือกตั้งก่อนเวลาปิดคูหาหรือ 17.00 น. แม้จะยังไม่ได้แสดงตนในการใช้สิทธิเลือกตั้งหรือรับบัตรเลือกตั้งก็ตาม กกต. ประจำหน่วยเลือกตั้งยังอนุญาตให้บุคคลเหล่านั้นใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- มีบัตรเดียว กาได้ครั้งเดียว.. ‘คนที่รัก’ อาจไม่ได้ ‘พรรคที่ชอบ’ -
"มีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว" และ '"กากบาท" ได้ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะใช้ระบบเลือกตั้งแบบใหม่ที่เรียกว่า "ระบบจัดสรรปันส่วนผสม" (Mixed Member Apportionment System, MMA) ให้เรามีสิทธิ "กากบาท" เลือกผู้สมัครที่ประจำเขตเลือกตั้งของเรา หรือ ส.ส. แบบแบ่งเขต แล้วคะแนนเสียงที่เราเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตจะถูกนำไปใช้คำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส. จากระบบบัญชีรายชื่อหรือ ‘ปาร์ตี้ลิสต์’ ของพรรคการเมืองที่ผู้สมัครคนนั้นสังกัดอีกต่อหนึ่ง ง่ายๆ คือ เรากาครั้งเดียวเลือก ส.ส.เขต แต่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคด้วยนั้นเอง ดังนั้น เราอาจจะต้องชั่งน้ำหนักดีๆ เพราะบางทีถ้าเราเลือก ‘คนที่รัก’ อาจไม่ได้ ‘พรรคที่ชอบ’ ก็เป็นได้
...
- ส.ส. ต่างเขต - จำโลโก้และชื่อพรรค -
ระวังจำหมายเลขประจำตัว หรือ ‘เบอร์’ ของผู้สมัครแต่ละพรรคการเมืองสับสนกัน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ส.ส. พรรคการเมืองเดียวกันจะไม่ได้ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ คือ แม้จะอยู่พรรคการเมืองเดียวกันแต่เมื่ออยู่ต่างเขตเลือกตั้งกัน (แม้จะอยู่จังหวัดเดียวกัน) ก็อาจจะได้เบอร์คนละเบอร์กันก็ได้ แต่ในบัตรเลือกตั้ง นอกจากมีเบอร์ของผู้สมัครแล้ว ยังเครื่องหมาย หรือ “โลโก้” และชื่อของพรรคการเมืองด้วย ซึ่งถ้าจำไปด้วยก็จะช่วยให้เราเลือกผู้สมัครที่เราต้องการได้ถูกต้องยิ่งขึ้น
- กาเลือก “พรรคไทยรักษาชาติ” ถือว่าบัตรเสีย -
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติในวันที่ 12 มีนาคม 2562 ซึ่ง กกต. ก็ได้ส่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งไปแล้ว ทำให้ถ้าใครกากบาทช่องลงคะแนนเลือกผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคไทยรักษาชาติ จะถือว่าบัตรเสีย และคะแนนจะไม่ถูกนับ
โดยปกติ การออกเสียงลงคะแนนให้ทำเครื่องหมาย "กากบาท" ลงในช่องทำเครื่องหมาย แต่จะเป็นบัตรเสียก็ต่อเมื่อเป็น บัตรปลอม บัตรที่ทำเครื่องหมายให้เป็นที่สังเกตหรือเขียนข้อความใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้งนอกจากการ "กากบาท" บัตรที่ไม่ได้ลงคะแนน บัตรที่ลงคะแนนให้กับผู้สมัครมากกว่าหนึ่งคน บัตรที่ไม่ทราบว่าลงคะแนนให้ใครกันแน่ และบัตรที่ลงคะแนนให้กับผู้สมัครคนหนึ่งแล้วยังกากบาทในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด”
- "Vote No" มากกว่าผู้สมัคร ส.ส. ที่ชนะ ต้องเลือกตั้งใหม่ -
ถ้าเราไม่ชอบผู้สมัครใดเลยในเขตเราสักคนเดียว เราก็ยังไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพราะบัตรเลือกตั้งมีช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” ให้กากบาทได้ด้วย แต่ถ้าคะแนนเสียง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือการโหวตโนมากกว่าคะแนนเสียงของผู้สมัครที่ได้ชนะ เขตเลือกตั้งนั้นก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง โดยผู้สมัครรายเดิมทุกรายจะไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะจัดขึ้นด้วย และคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนที่ได้รับจากการเลือกตั้งครั้งก่อนจะไม่ถูกนำไปคำนวณหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ
- คนแก่ คนพิการ ให้พาญาติหรือคนที่ไว้ใจ ไปช่วยกากบาท -
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คนพิการหรือผู้สูงอายุจะได้รับการอำนวยความสะดวกในหน่วยเลือกตั้งและการลงคะแนนเป็นพิเศษ โดย กกต. ประจำหน่วยเลือกตั้งจะต้องจัดให้มีการช่วยเหลือลงคะแนนให้คนแก่และคนพิการให้พวกเขาได้ออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง และในกรณีที่ไม่สามารถ "กากบาท’ ลงในบัตรเลือกตั้งได้ ก็สามารถให้ญาติ บุคคลที่ไว้วางใจ หรือ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้งทำแทนให้ได้ ด้วยความยินยอมและตามเจตนาของผู้ใช้สิทธิ
ข้อมูลที่มา ilaw