ข่าว
100 year

แล้วลุงตู่ก็ขึ้นเวที ยอมตายเพื่อแผ่นดินผืนนี้ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 มี.ค. 2562 05:10 น.
SHARE

‘ชวน’ ยันซํ้าไม่หนุน ‘ประยุทธ์’ สุดารัตน์ขอ 6 เดือนแก้ปัญหา อนาคตใหม่-เสนอทางออก

ทุกพรรคถือฤกษ์ดีตรงกันจัดเวทีปราศรัยใหญ่ “ลุงตู่” ทิ้งทวนโค้งสุดท้ายขึ้นเวทีพลังประชารัฐ ครวญเพลง “หยุดตรงนี้ที่เธอ” “อุตตม” โวจูงมือ 150 ส.ส. เข้าสภาชิงจับขั้วตั้งรัฐบาล แต่ยังไม่เปิดโควตาให้พรรคไหนเป็นพิเศษ “กอบศักดิ์” บอกเร็วเกินไปมาพูดตอนนี้ “มาร์ค” ปัดยังไม่คุยจับมือกับใคร

“ชัชชาติ” ฟุ้งเป็นแกนหลักหาพันธมิตร 376 เสียงฟอร์ม ครม. “เจ๊หน่อย” เชื่อหลังศึกเลือกตั้งฝุ่นตลบ “เสี่ยหนู” ยันยังไม่เคยเปิดดีลกับพรรคไหน “ธนาธร” ชู “จบลุงตู่-จบพลังประชารัฐ-จบ ส.ว.” ประเทศสงบ ประธาน กกต.ตั้ง 35 อนุ กก.ตรวจสอบโกงเลือกตั้ง เลขา กกต.เผยยอดร้องทุจริตแล้ว 95 เรื่อง ลั่น 24 มี.ค.พร้อมทุกพื้นที่ “แรมโบ้-ศุภชัย” ล่อกันนัวต่างฝ่ายต่างยื่น กกต.เอาผิดคู่แข่งปมจ้างกล่าวหาซื้อเสียง พีเน็ต-วีวอทช์แท็กทีมเกาะติด แฉจ้างฟังปราศรัย 200-300 บาท/หัว “บิ๊กป้อม” การันตีไม่มีปฏิวัติ

แล้วก็มาถึงดีเดย์วันเลือกตั้ง 24 มี.ค. หลัง

บรรดาพรรคการเมืองต่างทุ่มเททุกสรรพกำลัง เดินสายหาคะแนนเสียงกันทุกวิธี จนหลายกรณีนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกัน ต้องรอวัดใจประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่จะชี้ชะตาว่าอนาคตของประเทศจะเดินไปทางไหนกกต.ปล่อยขบวนรถขนหีบบัตร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ที่ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกันปล่อยรถขนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด และนอกราชอาณาจักร ที่มีการคัดแยก ตามรายเขตแล้ว เพื่อส่งไปยัง 15 ศูนย์ไปรษณีย์ อาทิ พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี นครสวรรค์ ชุมพร ทุ่งสง พิษณุโลก เด่นชัย นครราชสีมา ขอนแก่น และอุบลราชธานี เพื่อกระจายต่อไปยังไปรษณีย์ที่อยู่ในเครือข่าย โดยระหว่างการคัดแยกบัตรมีตัวแทนพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวที่มาขอสังเกตการณ์การคัดแยกบัตรผ่านกล้องวงจรปิดที่ทางไปรษณีย์ไทยจัดเตรียมไว้

“จรุงวิทย์” เผยยอดร้องโกง 95 เรื่อง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเตรียมเข้าร้องต่อ กกต. กรณีผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาของพรรค ถูกใส่ร้ายว่าทำการซื้อเสียงที่ อ.เสิงสาง ว่า ทราบว่าเรื่องดังกล่าวมีการแจ้งความดำเนินคดี สำนักงาน กกต.จังหวัดต้องรายงานมายัง กกต. แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในทางสอบสวนข้อ เท็จจริงพยานหลักฐานที่ได้อาจต่างกัน กกต.มีพนักงานสอบสวนอยู่ทุกพื้นที่ ทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะส่งพนักงานสอบสวนลงไปตรวจสอบหาข้อมูลและรายงานกลับมายัง กกต.กลาง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นข่าว เบื้องต้นขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งเข้ามาแล้ว 95 เรื่อง

มั่นใจไม่มีบัตรเลือกตั้งปลอม

เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ว่า มีความพร้อมในทุกพื้นที่ ยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. จะ ไม่มีบัตรเลือกตั้งข้ามเขต หรือบัตรปลอม เพราะบัตรเลือกตั้งแต่ละเขตมีสีแตกต่างกัน และมีรหัสที่บัตร สามารถตรวจสอบได้ ขอให้ผู้ไปใช้สิทธิตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่ติดอยู่หน้าหน่วยเลือกตั้งว่ามีผู้สมัครคนใดถูกเพิกถอนสิทธิการสมัคร เพราะมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงระยะเวลาใกล้วันเลือกตั้ง โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ศาลฎีกาเพิ่งมีคำสั่งถอนรายชื่อ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักษาชาติ จำนวน 108 คน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. อยากให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนใช้สิทธิ

“แรมโบ้” โร่ฟ้อง กกต.เอาผิด ภท.

ที่สำนักงาน กกต. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ตรวจการทุจริต 3 เรื่อง 1.การใช้เงินจ้างเพื่อฟังการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย โดยมีหลักฐานเป็นคลิป และเงินของผู้สมัคร ส.ส.พรรคคู่แข่ง 2.การปราศรัยเพื่อใส่ร้ายตนในทุกเวที 3.มีการติดป้ายหาเสียงที่ผิดต่อระเบียบ กกต. นายสุภรณ์กล่าวว่า ขอปฏิเสธกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ตนมีส่วนเกี่ยวของกับการกระทำทุจริตใน อ.เสิงสาง โดยเป็นผู้วางแผนสร้างหลักฐานใส่ร้ายคู่แข่ง ยืนยันว่านายประยุทธ บัวประดิษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่หัวคะแนนตน แต่ยอมรับว่านายประยุทธเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กรณีนายศุภชัยให้สัมภาษณ์พาดพิงนั้น ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอยู่หาก พบว่ามีถ้อยคำทำให้ตนและพรรคเสียหาย จะดำเนินการตามกฎหมาย

“ศุภชัย” ลั่นอาจถึงขั้นยุบพรรค

ต่อมานายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย นำนายพรชัย อำนวยทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาเขต 10 เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว นายศุภชัยกล่าวว่า การที่นายดี สิมตะมะ รับเงินมาปรักปรำผู้สมัครของพรรค ภายหลังได้รับสารภาพว่ารับคำสั่งรับเงินมาจากนายประยุทธ บัวประดิษฐ์ ที่เป็นหัวคะแนนและคนใกล้ชิดของผู้สมัครคู่แข่ง และยังเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐตลอดชีพ นายพรชัยจะดำเนินคดีเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด พร้อมกันนี้ ยังนำภาพถ่ายแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครคู่แข่งกับนายประดิษฐ์ มามอบเป็นหลักฐาน แต่มีข้อกังวลว่าตำรวจได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องไปแล้ว โดยไม่มีการขยายผลเบื้องหลังของนายประยุทธ จึงมายื่นหนังสือขอให้ กกต.สอบสวนให้เป็นที่สิ้นสุดว่ามีกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวหรือไม่ เพราะอาจถึงขั้นถูกยุบพรรคได้

“ศรีวราห์” ชี้สร้างหลักฐานเท็จ

ที่ สภ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังร่วม สอบปากคำนายดี สิมตะมะ อายุ 60 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.หนองหลัก อ.เสิงสาง กับนายประยุทธ บัวประดิษฐ์ อายุ 45 ปี ผู้สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.พรรค หนึ่งนานร่วม 5 ชั่วโมง ว่า มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเกิดขึ้นจริง ของกลางเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ใส่ซอง 3 ซอง มีการสร้างหลักฐานเท็จกล่าวหาผู้สมัครคู่แข่ง ได้แจ้งข้อหาทั้งคู่ฐานแจ้งความเท็จ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้หนาแน่น ส่วนคดีซื้อเสียงจะส่งให้ กกต.ดำเนินการต่อไป กรณีนี้เป็นการกระทำความผิดทั้งกฎหมายอาญาปกติ และกฎหมายเลือกตั้ง เรื่องนี้ไม่ใช่การใส่ร้าย เนื่องจาก กกต.มีการวินิจฉัยแล้วว่าไม่ใช่ ส่วนจะเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองไหน เป็นเรื่องที่ กกต.จะดำเนินการ อีกเรื่องได้สั่งการเป็นพิเศษคือ ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจอมงบประมาณ อย่าให้มีเสียงเข้าหู งบประมาณที่ได้รับไปต้องใช้ให้หมด ถ้าใช้ไม่หมดเท่ากับตนไปของบประมาณกับ กกต.เท็จ ถ้าหน่วยไหนใช้งบประมาณไม่หมดให้รายงานชี้แจง

ปธ.กกต.ตั้ง 35 ทีมตรวจสอบโกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ได้ลงนามคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 137/2562 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง จำนวน 35 คณะ รวม 175 คน โดยระบุอำนาจหน้าที่ให้มีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคำร้อง และปัญหาหรือข้อโต้แย้งตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด ในการพิจารณาวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และที่เกี่ยวกับการยื่นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทุกระดับและงานอื่นตามที่ กกต.มอบหมาย คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯดังกล่าว จะทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองสำนวนทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดส่งเข้ามา และเสนอความเห็นต่อ กกต.ว่าสมควร สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือยกคำร้อง

ที่ปรึกษา-ผู้เชี่ยวชาญ กกต.พรึบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯของ กกต.ชุดนี้มีการแต่งตั้งมากถึง 35 คณะ เพิ่มขึ้นจากอดีตที่จะตั้งเพียง 25 คณะ และยังพบว่ามีการตั้งที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญประจำ กกต. มาทำหน้าที่ประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯในหลายคณะ เช่น นาย อนุชา จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาประธาน กกต. ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 1 นางธีราลักษณ์ รมยานนท์ ที่ปรึกษานายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 2 พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี นายประดิษฐ์ จันติกาโร ผู้เชี่ยวชาญประจำนายปกรณ์ มหรรณพ ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 12 และคณะที่ 19 พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้เชี่ยวชาญประจำนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 18 นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี นายสมดี คชายั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญประจำนาย ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ทำหน้าที่อนุกรรมการคณะที่ 28 และคณะที่ 35 เป็นต้น

พีเน็ต-วีวอทช์แท็กทีมเกาะติด

ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) และเครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์เลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (วีวอทช์) ร่วมกันแถลงรายงานสถานการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. และข้อสังเกตต่อการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ว่า แม้การเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิกันล้นหลาม แต่ยังพบว่ามีปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง อยู่หลายประการ อาทิ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากไม่เข้าใจกติการูปแบบใหม่ มีความผิดพลาดอาจส่งผลให้เกิดบัตรเสียจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมี ทหาร และตำรวจ คอยติดตามตรวจบัตรอาสาสมัครผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง ถือเป็นพฤติกรรมคุกคามผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งของพีเน็ตและวีวอทช์ที่ได้รับอนุญาตจาก กกต.

แฉจ้างฟังปราศรัย 200–300 บ./หัว

น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานพีเน็ต กล่าวว่า จากการส่งอาสาสมัครลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง พบว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีหลายพรรคการเมืองเสนอให้เงินประชาชนมาฟังปราศรัย ในราคา 200-300 บาทต่อคน มีการจัดตั้งหัวคะแนนเกณฑ์ชาวบ้านมาให้การสนับสนุนพรรค การเมือง ข้อมูลเหล่านี้ทางพีเน็ตส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง กกต.แล้ว แต่ กกต.ยังไม่มีท่าทีใดที่แสดงให้เห็นว่าจะจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม นอกจากนี้ ยังกังวลว่าจะเกิดบัตรเสียเป็นจำนวนมาก

ด้านนายโอมาร์ หนุนอนันต์ ผู้ประสานงาน กลุ่มวีวอทช์ กล่าวว่า วีวอทช์อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เราหวังว่า กกต.จะรีบแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้

ปชป.ปล่อยคาราวานต้านซื้อเสียง

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ร่วมปล่อยขบวนรถ Not for sale ต้านการซื้อสิทธิขายเสียง ออกรณรงค์ป้องปรามการซื้อสิทธิขายเสียง นายอภิสิทธิ์กล่าวย้ำว่า วันที่ 24 มี.ค. เป็นโอกาสสำคัญ หากทุกคนอยากเห็นความเจริญและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องสร้างประชาธิปไตยที่สุจริต ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีวันสร้างระบบสังคมและเศรษฐกิจที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างยั่งยืน ประชาธิปไตยที่สุจริตต้องเริ่มต้นจากกระบวนการเลือกตั้งที่สุจริต เสรี และเป็นธรรม ครั้งนี้มีสโลแกน “ไม่มีของแจก ไม่มีเงินให้ มีแต่ความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะรับใช้ประชาชน” มีรายงานจากพื้นที่ต่างๆ ถึงการทุจริตแบบเดิมๆ โดยเฉพาะการซื้อเสียง และการใช้อำนาจรัฐเข้ามาหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนถูกกดดัน

“มาร์ค” ย้ำพรรคอันดับ 1 มีสิทธิก่อน

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่า จะจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่จำเป็นต้องได้เสียงข้างมาก และมีการไปคุยกับพรรคการเมืองอื่นไว้ก่อนแล้วว่า จะจัดได้อย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีการไปคุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่น โดยธรรมชาติพรรคที่ได้คะแนนมากที่สุดอยู่ในฐานะที่ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว เพื่อรวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างต้องว่าไปตามธรรมชาติ ทราบว่าพรรคพลังประชารัฐมีการไปอ้างว่าคุยกับบุคคลหนึ่งแล้ว เพื่อที่ไปคุยกับอีกพรรคการเมืองหนึ่งในเรื่องนี้

“บิ๊กแต้ม” เผยใช้อำนาจรัฐข่มขู่

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในเขตเลือกตั้งของตน มีบางพรรคใช้วิธีส่อไปในทางทุจริต ทั้งแจกของ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง หลายครั้งก่อนหน้านี้ พอเข้าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เริ่มมีการซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 1,000 บาท มีการจดชื่อ เก็บบัตรประชาชน และค่อยทยอยแจกเงินตามโพยที่จดสำคัญที่สุดมีการใช้อำนาจรัฐข่มขู่ประชาชนให้เลือกผู้สมัครของบางพรรคด้วย เราจึงรณรงค์ให้ประชาชนรู้เท่าทันพฤติกรรมที่เป็นต้นตอของวงจรอุบาทว์

“ศิริโชค” โวยทุ่ม 22 ล้านที่สงขลา

นายศิริโชค โสภา ผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเขต 7 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ช่วงคืนวันที่ 21 มี.ค. มีประชาชนในพื้นที่หลายคนโทรศัพท์ และส่งข้อความมาหา แจ้งให้ทราบว่ามีการจ่ายเงินซื้อเสียงของพรรคขนาดกลางพรรคหนึ่ง หลังจากให้หัวคะแนนไปเก็บรายชื่อ และเลขบัตรประชาชนมาก่อนหน้านี้ ทำในลักษณะเดียวกับที่ จ.พัทลุง ทราบว่ามีเงินจำนวน 12 ล้านบาท ไปที่ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา กระจายไปตามหัวคะแนนและเงินอีกส่วนหนึ่งประมาณ 10 ล้านบาท ที่เตรียมใช้ซื้อเสียงในพื้นที่ อ.นาทวี และ 2 ตำบล ใน อ.สะเดา ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ต่างทราบแต่ก็วางเฉย ชาวบ้านจะได้หัวละ 500-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และการอมเงิน

“วัชระ” เย้ยหุ่นเชิด “ลุงกำนัน”

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากทราบว่าคำพูดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อ เป็นมติพรรคหรือไม่ หรือคำพูดของนายสุเทพเป็นมติพรรคในทุกเรื่อง ถ้าเช่นนั้นหัวหน้าพรรคนี้เป็นนอมินี หรือหุ่นเชิดของลุงกำนันหรือ ที่มาเป็นตัวหนังตะลุงให้ลุงกำนันเชิดซ้ายหันขวาหัน ส่วนการนัดประชาชนชุมนุมที่ราชดำเนินอีกนั้น เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ทหารยึดอำนาจอีกครั้งใช่หรือไม่ คนบริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายยังไม่เพียงพออีกหรือ การชุมนุมครั้งที่ผ่านมาถ้ายุติตามที่ผู้ใหญ่พรรคประชาธิปัตย์แนะนำ จะไม่มีเหตุการณ์รัฐประหารเกิดขึ้นแน่

“สุเทพ” ย้ำมาสู้กันอีกตั้งเลือก รปช.

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ก่อนจดปากกาในคูหา ถามตัวเองก่อนว่าอยากให้ประเทศของเราเป็นแบบไหน รับได้ไหมหากต้องกลับมาอยู่ในวังวนเดิมไม่รู้จบ หากใครที่มองเห็นว่าประเทศยังไม่ปลอดภัย เหมือนกับผม มาสู้กันอีกสักตั้งครับ คิดว่าทำเพื่อประเทศของเรา เลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย”

“ชัชชาติ” ฟุ้งเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

ช่วงเช้าที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ย่านคลองจั่น ช่วยนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส.กทม. หาเสียงระหว่างเดินทักทายประชาชนได้พบกับนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ หรือไอติม ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ต่างทักทายจับมือกันก่อนแยกย้ายกันไปเดินหาเสียง นายชัชชาติกล่าวว่า การแข่งขันช่วงโค้งสุดท้ายเชื่อว่าทุกพรรคมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ขอให้สู้กันอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐมาระบุถึงการจับมือตั้งพรรคร่วมรัฐบาล นายชัชชาติตอบว่า ตัวแปรสำคัญคือ ส.ว. 250 คน แต่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคว้าคะแนนเสียงอันดับ 1 อยู่แล้ว และต้องเป็นตัวหลักในการหาพันธมิตรมาจับมือกัน ถ้ารวมกันได้ 376 เสียง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่อง ส.ว. 250 เสียง และมั่นใจว่าเราจะคว้าเสียงข้างมากและเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะทุกคน คงไม่อยากให้ ส.ว.แต่งตั้ง มีเสียงเหนือมติประชาชน

“เจ๊หน่อย” ชี้หลังเลือกตั้งฝุ่นตลบ

ที่ตลาดนัดหมู่บ้านเสรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายวิตต์ ก้องธรนินทร์ ผู้สมัครส.ส.กทม. หาเสียง โดยยังคงตอกย้ำให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยให้ถล่มทลาย ให้ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และได้คะแนนเสียงมากกว่า ส.ว. 250 คน คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตามที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าพรรคที่สามารถรวบรวมเสียงได้มากที่สุด มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลนั้น คงเป็นเพราะเห็นว่าตนเองจะไม่ได้เสียงลำดับที่ 1 แน่นอน จึงพยายามวางกฎเกณฑ์หรือมารยาทที่แตกต่างจากอดีต หากพรรคลำดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ค่อยเปิดโอกาสให้แข่งขันกันต่อ เป็นวัฒนธรรมที่ทำมาทุกครั้ง การพูดเช่นนี้สะท้อนว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. พยายามว่าร้ายพรรคการเมือง วันนี้ไปอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐทั้งหมด เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะมีงูเห่า หรือล็อบบี้ ส.ส.ในลักษณะเชิญกึ่งอุ้มไปหาผู้มีอำนาจ เพื่อบังคับให้ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ และจะมีเหตุการณ์พยายามซื้อตัว ส.ส.รายบุคคล เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กลับมาสู่อำนาจให้ได้ โดยไม่สนวิธีการจะผิดกฎหมาย ไม่ถูกต้องตามจริยธรรม ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ

พวกหนุน “ลุงตู่” สร้างความกลัว

ที่เขตบางขุนเทียน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วยนายสุไพรพล ช่วยชู ผู้สมัคร ส.ส.กทม. หาเสียง นายจตุพรให้สัมภาษณ์กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐขึ้นป้าย “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” ว่า เหมือนเป็นการสร้างสถานการณ์ น่ากังวลสอดคล้องกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. ระบุให้เจอกันที่ราชดำเนินอีกครั้ง จะเห็นว่าพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่างแบ่งงานกันทำ โดยเฉพาะชูเรื่องความสงบทำให้ผู้คนวิตก บรรยากาศแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

“เสรีพิศุทธ์” ขอเสียงเป็นนายกฯ

ที่ จ.สตูล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายสมพงษ์ สระกวี แกนนำพรรคเสรีรวมไทย นายวิภัชภณ สุธากุล ผู้สมัคร ส.ส.สตูล เขต 1 จัดขบวนแห่เดินหาเสียงตามร้านค้ารอบตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล มีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยเข้ามาพูดคุยด้วยความสนใจ ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ขอคะแนนเสียง ให้เลือกตนเป็นนายกฯ เพื่อส่ง พล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้าน จะนำเงินที่ใช้ซื้อเรือรบ ซื้อรถถัง มาพัฒนาเศรษฐกิจ

“เสี่ยหนู” ยันไม่เคยคุยตั้งรัฐบาล

ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งว่า “ช่วง 60 วันที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยและผู้บริหารพรรคลงพื้นที่อย่างหนัก สิ่งที่เราทราบคือพี่น้องเบื่อความขัดแย้ง และมีปัญหาความยากจน พรรคหาเสียงด้วยความสุจริต และยึดถือหลักกฎหมาย เราพร้อมแข่งขัน และยอมรับผลของการเลือกตั้ง เรายึดถือว่าผู้จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ ต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส. พรรคไม่ต้องการให้เกิดปัญหารัฐบาลเสียงข้างน้อย เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งนายกฯ แต่ไม่มั่นคง พรรคไม่เคยจับมือกับใครทั้งนั้นและไม่เคยคุยกับใครทั้งสิ้น การตัดสินใจจะเกิดขึ้นหลังจากที่เราได้รับฟังเสียงประชาชน ขอให้ ส.ส.เคารพศักดิ์ศรีของตนเอง รวมเสียงให้ได้ 376 คน เลือกนายกรัฐมนตรี อย่าให้คนอื่นมาช่วยเราเลือกเลย”

หนุนผู้ชนะลำดับ 1 ตั้งรัฐบาล

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ถ้าภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 นายกฯ ต้องชื่ออนุทินเท่านั้น แต่หากมาเป็นอันดับ 2 เรายอมให้พรรคเบอร์ 1 ตั้งรัฐบาล เราไม่ขัดหลักประชาธิปไตย เราเห็นด้วยที่หลายพรรคไม่ต้องการให้อำนาจอื่นเข้ามาแทรกแซง สุดท้ายหวังว่าประชาชนจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพื่ออนาคตของคนไทย และประเทศไทย

“กัญจนา” มั่นใจกวาดสุพรรณฯ

ที่ จ.สุพรรณบุรี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค ลงพื้นที่ช่วยนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี หาเสียงบริเวณเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี น.ส.กัญจนากล่าวว่า เป็น 50 เมตรสุดท้าย ถือว่าประทับใจในทุกพื้นที่ที่ได้ไปช่วยผู้สมัครหาเสียง สำหรับการแข่งขันในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี เราไม่เคยหวั่นแต่ก็ไม่ประมาท ลงพื้นที่เองทุกเขต แม้เขตเลือกตั้งที่ 3 เหมือนเป็นช้างชนช้างระหว่างนายจองชัย เที่ยงธรรม ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย และนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา แต่ไม่หนักใจ เพราะพรรคเราอยู่ในใจพี่น้องชาวสุพรรณบุรีมาเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว ยากมากที่พรรคไหนจะเข้ามาแทรกได้

ลั่นเป็นพรรคไซส์กลางต้องเจียมตัว

น.ส.กัญจนากล่าวถึงกรณีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าไม่จำเป็นที่พรรคชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 จะได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน ว่า ที่ผ่านมาเคยมีรัฐบาลพรรคเดียวแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นอกนั้นเป็นรัฐบาลผสมทั้งหมด รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันออกแบบให้มีรัฐบาลผสม อยากให้กำลังใจกับทุกพรรค ส่วนเราเป็นพรรคขนาดกลางถึงขนาดเล็ก จะคอยดูพรรคใหญ่รวบรวมเสียง บุคลิกของเราเจียมตัวไม่กล้าตั้งเงื่อนไขขอเข้าร่วมรัฐบาลกับใคร แต่ยังไม่มีพรรคไหนมาทาบทาม หรือติดต่อมา การจะเลือกไปอยู่กับพรรคใดต้องเป็นพรรคที่ให้เราได้ทำตามนโยบายที่เรานำเสนอไว้กับประชาชน

“เทวัญ” แวะส่องพระขอคะแนน

ที่ตลาดสดประปา และตลาดสดจิระ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นำทีมผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เดินรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมีแฟนคลับนำเสื้อสีเหลืองสมัยที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายเทวัญ เป็น ส.ส. มาโชว์ให้ดูว่ายังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ขณะที่เดินรณรงค์และทักทายแบบเดินปราศรัยใกล้ชิดกับประชาชน พร้อมแวะพักสร้างสีสันการหาสียงด้วยการขอหยุดส่องวัตถุมงคลกับแฟนคลับสายพระเครื่อง เนื่องจากนิยมชมชอบวัตถุมงคล และของเก่าเป็นพิเศษ

“สุวัจน์” วอนอย่าปิดประตูตาย

ขณะที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมคณะผู้บริหารพรรค ทำพิธีบวงสรวงสักการะดวงทิพยวิญญาณท้าวสุรนารี เนื่องในโอกาสพิธีเฉลิมฉลอง “วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี” ณ บริเวณสี่แยกประตูพลล้าน นายสุวัจน์กล่าวว่า ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งเห็นการจับขั้วชัดเจน เหมือนมี 3 ขั้ว คาดว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และจะได้ผลการเลือกตั้งที่แม่นยำที่สุด การจัดตั้งรัฐบาลย่อมได้คำตอบและผ่านการกลั่นกรองจากประชาชน พรรคชาติพัฒนาไม่แบ่งขั้ว ไม่สร้างปัญหาและไม่สร้างเงื่อนไข เป็นมิตรกับทุกฝ่าย ยึดหลักการว่าก่อนเลือกตั้งคือการเมือง แต่หลังเลือกตั้งต้องเห็นแก่บ้านเมือง ต้องร่วมมือกันประนีประนอมกัน อย่าปิดประตูตายทางการเมือง เพราะหากปิดประตูตายทางการเมืองบ้านเมืองจะเดินต่อไปไม่ได้

“อุตตม” โวจูงมือ 150 ส.ส.ตั้งรัฐบาล

ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายนี้จากการประเมินคะแนนไว้หลายทาง มั่นใจว่าพรรคมีโอกาสมากต่อบทบาทผู้นำจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าจะได้ ส.ส.เข้าสภามากถึง 140 -150 ที่นั่ง การฟอร์มตั้งรัฐบาลทุกสมัยที่ผ่านมา คือพรรคที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ โดยพรรคมั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมเสียงให้ได้มากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ที่มี 500 เสียงได้แน่นอน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มองพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ หรืออยู่ในโควตา ต้องรอดูผลการเลือกตั้งก่อน และเมื่อรับทราบถึงผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคจึงจะหารือต่อการรวบเสียงจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

“กอบศักดิ์” ชี้เร็วเกินไปพูดตั้ง รบ.

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงย่านถนนข้าวสาร เขตพระนคร กทม. ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะคุยกันเรื่องการตั้งรัฐบาล วันที่ 24 มี.ค.ประชาชนจะเป็นพระเอก เป็นคนตัดสินใจว่านโยบายพรรคไหนที่เขาโดนใจ ผู้สมัครคนไหนที่เขาชอบ นายกฯคนไหนที่มั่นใจว่าเอาอยู่ พรรคไหนเป็นพรรคที่เข้าถึงพึ่งพาได้ เชื่อว่าเสียงเงียบที่ต้องการความสงบ จะออกมาใช้เสียง แสดงพลังให้โอกาสประเทศไทยไปต่อ

ลุ้น “บิ๊กตู่” ขึ้นเวทีพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ท่ามกลางการจับตาว่าจะตัดสินใจขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคพลังประชารัฐช่วงเย็นหรือไม่ โดยเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยนางอาร์มิดา กล่าวว่า ESCAP จะจัดการประชุม Asia-Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD) ครั้งที่ 6 ในวันที่ 27-29 มี.ค.62 และการประชุมประจำปี สมัยที่ 75 ในวันที่ 27-31 พ.ค.62 รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเข้าร่วมประชุมด้วย

ปัดข่าวดีล 6 พรรคขอดูผลก่อน

ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กทม. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ว่า พรรคจะหาเสียงจนนาทีสุดท้าย มั่นใจแคมเปญที่ออกมาจะดึงดูดประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกพรรคเราได้ ส่วนกระแสข่าวการจับมือกับ 6 พรรคเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันไม่เป็นความจริง เรื่องของตัวเลขและการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นภายหลังการปิดหีบเลือกตั้ง ขอให้ดูผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.เชื่อจะรู้ผลแต่ละพรรคได้คะแนนเท่าไหร่อย่างไม่เป็นทางการ ภายใน 2 ชั่วโมง ตอนนี้เป็นเพียงการคาดเดา และส่วนตัวมองว่าพรรคที่ได้อันดับที่ 1 ต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคลำดับที่ 2 ต้องว่าตามขั้นตอน

ร้อง กกต.สอบ “สุเทพ-เบญญา”

ช่วงบ่ายที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องขอให้ กกต.ไต่สวนสอบสวนและวินิจฉัยกรณีนางเบญญา นันทขว้าง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ถ้าฝ่าย ปชต.กงเต๊กชนะเลือกตั้ง ที่สุดก็จะปฏิวัติอีกรอบ” และกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ปราศรัยขู่ว่า “ถ้าเลือกพรรคเพื่อ...เจอกันราชดำเนิน” เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 (2) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และหรือมาตรา 73 (5) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า คำว่า “ปฏิวัติ” เป็นถ้อยคำแสลงที่สุดในระบอบประชาธิปไตย สื่อให้หวาดกลัวต่อการไปใช้สิทธิหากไม่เลือกฝ่ายตน อาจเป็นการข่มขู่ประชาชนหรือไม่ เอาเงื่อนไขที่จะไปที่ราชดำเนินสร้าง สถานการณ์นำไปสู่การยึดอำนาจอีกรอบหรือไม่

“บิ๊กป้อม” เมิน “เทือก” ขู่ก่อม็อบ

ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.ว่า ไม่ห่วงอะไร ไม่มีพื้นที่ไหนน่ากังวล ไม่ได้สั่งการให้ติดตามกลุ่มเป้าหมายใด รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐชูสโลแกน “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” จะสงบจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ก็ไม่รู้ เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อถามว่า แต่มีคนไม่ค่อยมั่นใจว่าหลังเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างสงบดี

การันตีหลังเลือกตั้งไม่มีปฏิวัติ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ออกมาระบุว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งจะจัดชุมนุมบนถนนราชดำเนิน พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องของนายสุเทพ ขอให้ไปถามนายสุเทพ เมื่อถามว่า มีการจับตามองว่าคืนวันที่ 24 มี.ค. พล.อ.ประวิตร อาจมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ตนไม่ได้รับการประสานมา เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะได้กลับมาเป็นนายกฯต่อ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็แล้วแต่ประชาชน เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวหลังการเลือกตั้งอาจจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นอีก พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี

ยกเพลงพระราชนิพนธ์สอนใจ

เมื่อเวลา 20.15 น. รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้ปรับรูปแบบให้นางมีเรีย เบนเนเดดตี้ หรือนัท มีเรีย ศิลปิน มาเป็นผู้ดำเนินรายการ มีนายจิรายุส วรรธนะสิน นายสหรัถ สังคปรีชา นายจอห์น รัตนเวโรจน์ ร่วมพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เปิดรายการด้วยเพลงชะตาชีวิต บทเพลงพระราชนิพนธ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์อธิบายถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์เกี่ยวข้องกับศาสตร์พระราชา อาทิ เราสู้ ชะตาชีวิต เมนูไข่ พรปีใหม่ เราเหล่าทหารราบ 21 และความฝันอันสูงสุด เป็นต้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแค่ความรักสามัคคีคืนมา จะต้องไม่มีความขัดแย้งอีกต่อไป ต้องถวายความจงรักภักดี ทั้งนี้ก่อนปิดรายการ มีการอัญเชิญเพลงชะตาชีวิตมาร้องร่วมกัน

เวที พปชร.คึกคักเล็งเป้าตั้งรัฐบาล

สำหรับบรรยากาศการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองต่างๆ ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน สนามกีฬาแห่งชาติ พรรคพลังประชารัฐจัดเวทีปราศรัยใหญ่ “เปิดใจประชารัฐ รวมใจประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว” นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พร้อมทีมผู้สมัคร ส.ส. กทม. โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยอย่างคับคั่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพิธีกรตะโกน “พลังประชารัฐ รัฐบาล” กระตุ้นบนเวทีตลอดเวลา ทั้งนี้ มีการเชื่อมสัญญาณโทรทัศน์ไปยังเวทีในต่างจังหวัด ขณะที่นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ต้องอยู่นาทีสุดท้าย เพราะจะมีคนที่พี่น้องรอเป็นเวทีสุดท้ายของชัยชนะพลังประชารัฐ

“บิ๊กตู่” เซอร์ไพรส์ปรากฏตัวขึ้นเวที

กระทั่งเวลา 19.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรค ได้ปรากฏตัว ด้วยเสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวพับแขน เดินขึ้นเวทีโดยมีประชาชนส่งเสียงต้อนรับนำดอกกุหลาบมามอบให้ ท่ามกลางเสียงพิธีกรและประชาชนตะโกนส่งเสียงเชียร์ “ลุงตู่ๆ” พร้อมเปิดเพลงหยุดตรงนี้ที่เธอของ “ฟอร์ด” สบชัย ไกรยูรเสน ประกอบ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้องคลอตามไปด้วย ก่อนขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยทักทายกับประชาชนโชว์ลีลาแบบสุดเหวี่ยง

พร้อมยอมตายเพื่อแผ่นดินนี้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปราศรัยว่า สัญญาว่าจะดูแลคนทั้ง 77 จังหวัด เดินไปข้างหน้าเพื่ออนาคตที่ดีกว่า มาวันนี้เพื่อขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ให้ความร่วมมือกันมาตลอด 5 ปี จะทำต่อไปให้ดีที่สุด เราต้องรวมพลังกัน อยากบอกว่าทุกวันนี้มีความสุขทุกครั้ง ที่ได้พบประชาชนทุกจังหวัด มีทั้งคนรักคนไม่รัก แต่ที่นี่คิดว่ารักตนหมดทุกคน สิ่งเหล่านี้คือกำลังใจให้ตนและทุกคนทำงานต่อไป เราต้องเติมใจให้กัน จับมือกันให้เข้มแข็งเดินหน้าไปด้วยกัน ถ้า 68 ล้านคนจับมือกันจะทำได้ทุกอย่าง “ลุงอยู่มา 5 ปีรู้ดีว่าอะไรคือปัญหาและอุปสรรค เราต้องช่วยถางทางตรงนี้ให้โล่ง ลุงก็ถางมาโล่งพอสมควรแล้ว เราต้องทำให้เกิดความสงบสุขเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่ามัวนั่งรอต้องลุกขึ้นก้าวเดินไปพร้อมๆกับผม พยุงกันไป ลากกันไป เข็นกันไปก็ต้องทำ ผมให้ได้ทั้งชีวิตและจิตใจ ผมจะยอมตายเพื่อแผ่นดินผืนนี้ แผ่นดินที่ให้ผมเกิด ให้ผมมีที่กินอยู่หลับนอนและมีอาชีพ ผมต้องรักษาแผ่นดินนี้ไว้ เพื่อลูกหลานในอนาคต” ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะมีพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ ใครจะมาทรยศแผ่นดินนี้ไม่ได้เด็ดขาด เราจะต่อสู้เพื่อรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ปชป.เปิดลานคนเมืองแฟนเพียบ

เวลา 16.00 น. ที่ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยใหญ่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมีสมาชิกและประชาชนผู้สนับสนุนจำนวนมากทยอยเข้าจับจองพื้นที่รับฟังการปราศรัย จนล้นพื้นที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. กล่าวปราศรัยว่า เหตุที่ร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคที่ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ร่วมสืบทอดอุดมการณ์ เราจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯแน่นอน มีคำถามถึงการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า แม้พยายามอ้างว่าสร้างความสงบมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แต่หากเป็นนายกฯต่อไปจะกลายเป็นชนวนก่อให้เกิดความขัดแย้งใหม่ ขอฝากถึงคนรุ่นใหม่กว่า 7 ล้านคน ทบทวนและตัดสินใจระหว่างความสะใจชั่วครู่ กับการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้จริง และยั่งยืนกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้

กรีด “เฮียกวง” ทำคนจนหมดจริงๆ

จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยว่า ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ พูดว่า จะทำให้คนจนหมดไป ก็จริง วันนี้คนจนหมด จนหมดทุกคน สาเหตุเพราะไม่สามารถข้ามพ้นประเทศรายได้ปานกลางไปได้ และภาพรวมรายได้ก็ยังลดลงเพราะภาวะเงินเฟ้อ ทั้งที่เศรษฐกิจควรทรงตัว ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เราดูแลประชาชนให้ทุกจังหวัดมาตลอด 5 ปี แม้รัฐบาลนี้จะมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีคนเก่งๆเข้ามาทำงานก็จริง แต่เขาทำงานให้รัฐบาลซึ่งเป็นคนแต่งตั้งเขามา สนช.มีหน้าที่ทำกฎหมายตามที่รัฐบาลสั่ง ไม่ได้มาดูแลประชาชนเหมือนพวกเรา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเลือกปฏิบัติเหมือนที่คนภาคใต้ถูกมีการเลือกปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร “จากคำสั่งของเจ๊อะไร เป็นคนตัวขาวใจดำ ใจจืด ใจไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใจไม่นักเลง ใจจืดใจดำ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัยของนายชวน ปรากฏว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งเป็นบิดาของ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. มายืนฟังที่บริเวณหน้าเวทีด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามาให้กำลังใจบุตรชายหรือ ม.ร.ว.จัตุมงคลระบุสั้นๆว่า “มาฟังเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม”

หมดเวลาเผด็จการ-คนโกงแล้ว

ต่อมานายอภิสิทธิ์กล่าวปิดท้ายปราศรัยใหญ่ว่า สมัยเป็นรัฐบาลเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ คนแดนไกลปรามาสเด็กสองคน คือตนและนายกรณ์ จาติกวนิช แต่สุดท้ายเราแก้วิกฤตินั้นได้ ตอนนี้เราเป็นหนุ่มแล้ว วิกฤติรอบนี้ไม่รุนแรงเหมือนครั้งที่แล้ว ฉะนั้นมรดกที่รับจากรัฐบาลนี้พรรคประชาธิปัตย์แก้ได้แน่ แต่น่าเสียดายที่สุด คือทำไมพรรคอื่นใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ให้ประชาชนเป็นหมากในกระดาน เล่นสงคราม บีบประชาชนเลือกข้าง ระหว่างความโกรธกับความกลัว พรรคหนึ่งได้ยินคำว่าทุจริตเหมือนโดนน้ำร้อนสาด บางพรรคพูดจริงจังแต่ตอนเป็นรัฐบาลกลับไม่ทำ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเล่นกับความกลัว กลัวระบอบทักษิณ กลัวบ้านเมืองวุ่นวาย บอกว่าต้องข้าพเจ้าเท่านั้นบ้านเมืองจึงสงบ ถามว่า พฤติกรรมของพรรคนี้ต่างจากระบอบทักษิณหรือไม่ เอาอำนาจรัฐเอาเปรียบเลือกตั้งหรือไม่ เคยบอกว่าบางคนเป็นคนไม่ดี แต่เมื่อคนเหล่านี้ไปอยู่พรรคที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็กลายเป็นคนดีและยกเลิกคำสั่งทันที วันนี้จึงหมดเวลาของเผด็จการ และหมดเวลาคนโกง ถึงเวลาเดินหน้าประชาธิปไตยสุจริตแล้ว

คนแน่นฮอลล์เวทีเพื่อไทย

ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคเพื่อไทยจัดปราศรัยใหญ่ “เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล” บรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำพรรค อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรค และทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เข้าร่วม มีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยจนเต็มอาคารกีฬาเวสน์ 2 และล้นออกไปถึงลานด้านหน้าอาคาร แกนนำพรรคได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับเดินวนขวา 3 รอบ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเริ่มเปิดเวทีปราศรัย ขณะที่บรรดาแกนนำทยอยเดินทางมาถึงสถานที่ปราศรัยอย่างคึกคัก

“ชัชชาติ”ปชต.ต้องตรวจสอบได้

จากนั้นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า หลังเลือกตั้งเราจะไล่อนาคตทันได้อย่างไร พรรคเพื่อไทยจะพาพวกเราไปสู่อนาคตได้ดีที่สุด เพราะประเทศหยุดอยู่กับที่มากว่า 5 ปี ในอาเซียนเราเติบโตต่ำที่สุด วันนี้เปรียบเหมือนคนเป็นไส้ติ่งกำลังจะแตกแล้วให้มาแค่บัตรคนจน ให้มาแค่ยาแก้ปวด มันแก้ปัญหาไม่ได้ วันนี้จึงต้องซ่อมและสร้างใน 4 ปีโดยพรรคเพื่อไทย ที่เขาบอกว่าจะไม่สงบก็เพราะว่าทำกันเองหรือไม่ เพราะไม่เห็นมีใครทำ พรรคเพื่อไทยมีแต่จะสร้างความมั่นใจ และเดินหน้าต่อเท่านั้น ส่วนเรื่องประชาธิปไตยทุกอย่างต้องตรวจสอบได้ ที่ผ่านมาตรวจสอบได้ไหม นี่คือเหตุผลที่เราจะปล่อยให้อยู่ต่อไม่ได้ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเราเข้าใจวิธีทำ เราทำเป็น เราทำได้ 24 มี.ค.เลือกทีมเพื่อไทย เพื่อพาประเทศสู่อนาคต

ชีวิตการเมืองไม่ได้โรยด้วยกลีบ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวปราศรัยว่า 27 ปีที่แล้วเป็นวันสำคัญสำหรับตน วันที่ 22 มี.ค.2535 ได้เป็น ส.ส.ครั้งแรกวันนี้ เมื่อ 27 ปีที่แล้ว สุดารัตน์ได้เกิดทางการเมืองใน กทม. เริ่มชีวิตการเมืองที่ไม่ง่าย พอเลือกตั้งเสร็จก็มีคณะรัฐประหารเกิดขึ้นคล้ายกับรัฐประหารที่ผ่านมา มีการร่างรัฐธรรมนูญเอื้อให้คนนอกมาเป็นนายกฯจนเกิดการต่อต้านของประชาชน เกิดเป็นพฤษภาทมิฬ ตัวละครคล้ายกันมาก ผบ.ทหารสูงสุดขณะนั้นนามสกุลเดียวกับ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน คนร่างรัฐธรรมนูญก็ชื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ วันนั้นฝ่ายประชาชนเป็นฝ่ายชนะ วันนี้นายมีชัยมีการพัฒนาเพราะนอกจากเปิดทางนายกฯคนนอกแล้ว ยังมี ส.ว. 250 คนมาร่วมเลือกนายกฯ เส้นทางการเมืองของตนไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีแต่การต่อสู้ แต่มายืนอยู่ตรงนี้ได้ เพราะกำลังใจจากพี่น้องทุกคน หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลขอเวลา 6 เดือนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเวลาของเราตรงเพราะนาฬิกาไม่ได้ไปยืมใครมา

คนแห่ฟัง อนค.ปราศรัยใหญ่พรึบ

ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง พรรคอนาคตใหม่จัดปราศรัยใหญ่ “เวทีสุดท้ายก่อนเข้าคูหา” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เวทีถูกจัดอย่างทันสมัย มีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่หลายจุด พร้อมผู้บรรยายภาษามือ สมาชิกพรรคและประชาชนกลุ่มผู้สนับสนุนต่างสวมเสื้อยืดสกรีนชื่อพรรคและตราสัญลักษณ์พรรค ทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งรับฟังการปราศรัยล่วงหน้านับชั่วโมง จนเกือบเต็มความจุของอาคาร ทั้งยังมีครอบครัวของบรรดาแกนนำร่วมมาให้กำลังใจ ขณะที่ด้านหน้ามีตัวแทนของไอลอว์ร่วมตั้งโต๊ะรณรงค์ล่าชื่อให้ครบ 10,000 รายชื่อ เพื่อยื่นร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่งมาตรา 44 ของ คสช. เสนอต่อสภาหลังการเลือกตั้ง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก



“ธนาธร” ชูสามจบประเทศสงบ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า พวกเรามั่นใจเต็มที่ว่า พรรคอนาคตใหม่จะได้ ส.ส.ทั่วทุกภูมิภาค เรานำเสนอทางออกให้ประเทศออกจากความขัดแย้งอย่างสันติ ถ้า ส.ว.เข้ามามีบทบาทเลือกนายกฯเมื่อไร จะไม่นำไปสู่ความสงบสุข และจะเป็นต้นตอของความขัดแย้ง พรรคเชื่อว่าจะสงบสุขได้ต้อง 3 จบ จบลุงตู่ จบพลังประชารัฐ และจบ ส.ว. สงบแน่นอน ดังนั้นพรรคที่ไม่อาจรวบรวมเสียงข้างมากได้ พรรคไหนที่ไม่โหวตรับรองนายกฯที่มาจากเสียงข้างมาก พรรคไหนคือพรรคที่เปิดสวิตช์ ส.ว. ทำให้ ส.ว.มีโอกาสทำงานได้ นั่นหมายความว่าพรรคนั้นจะนำสังคมไปสู่ความวุ่นวาย ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นปราศรัยเวทีพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนจะได้เลือกไปเลยระหว่างแคนดิเดตนายกฯที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ หรือแคนดิเดตนายกฯที่ชื่อนายธนาธร ประชาชนต้องการใคร มีโอกาสฟังวิสัยทัศน์แต่ละคนจะได้ตัดสินใจเลือกได้ถูกต้อง

“ปิยบุตร” ดีลตั้งรัฐบาลดูถูก ปชช.

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การเลือกอนาคตใหม่ คือการเลือกเพื่ออนาคต เพื่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ให้ประเทศไทยกลับไปเป็นแบบเดิม ระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาคนไทยจำนวนมากต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการเดินหน้าไปสู่อนาคตใหม่นั่นคือความมั่นใจที่เรามี ส่วนแนวทางการปิดสวิตช์ 250 ส.ว.แต่งตั้ง ของพรรคอนาคตใหม่นั้น คำว่า ส.ส.ต้องเป็นตัวแทนราษฎร ไม่ใช่ผู้แทนของเผด็จการ นั่นคือพันธกิจที่ต้องร่วมกันผนึกกำลัง ไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจได้ หาก ส.ส.ร่วมมือกัน เชื่อว่าจะไม่มีการสืบทอดอำนาจ ประชาธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้ตั้งภารกิจร่วมกันว่าจะช่วยกันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงหรือไม่ ต้องการต่อสู้การสืบทอดอำนาจของ คสช.จริงหรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องร่วมกันสกัดกั้นอำนาจ คสช. สกัดกั้นไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ ส่วนจะแบ่งว่าใครเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อีก 2 วันจะถึงการเลือกตั้ง แต่มีข่าวว่าเจรจาตั้งรัฐบาลล่วงหน้าแล้ว ถือเป็นการดูถูกประชาชนอย่างที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62ประยุทธ์ จันทร์โอชาหาเสียงลุงตู่สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้