การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 24 มีนาคมนี้ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะประเทศไทย ประชาชนคนไทย ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งมาเกือบ 8 ปีเต็มๆ
ศึกชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. ควบคู่กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ มีความแตกต่างจากครั้งก่อน เพราะถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นเป็นรัฐบาลผสม ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็น “ผู้เล่น” หรือ ผู้สมัคร ส.ส. ในสนามครั้งนี้มากขึ้น พรรคการเมืองพรรคใหม่เกิดขึ้นมากมาย อาทิ อนาคตใหม่ นำโดย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เศรษฐกิจใหม่ โดยอดีตมือเศรษฐกิจอย่าง “ลุงมิ่ง” หรือ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
2 พรรค ที่เอ่ยมาข้างต้น ถึงแม้ยิ่งใกล้เลือกตั้ง กระแสตอบรับยิ่งดี แต่.. เมื่อมองไปที่การเลือกตั้งในระบบเขต กลับไม่ได้เน้นมาก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาขาดขุมกำลัง คือ ฐานเสียงในระดับท้องถิ่น อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เกิดตายไปเยี่ยม ไปงานศพ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะไม่มีการเลือกตั้ง แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังทำงานในพื้นที่ ใกล้ชิดกับประชาชนอยู่ ตรงนี้คือสิ่งที่มองข้ามไม่ได้
เมื่อมามองรายชื่อ ผู้สมัคร ส.ส. ทั่วประเทศ ผลโพล หรือ การคาดการณ์ จึงอาจจะยังออกมาที่ 3 หน้า อันได้แก่ พรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ ถึงแม้พลังประชารัฐ จะเหมือนพรรคใหม่ แต่ ส.ส. ที่ “ดูด” หรือ “ดึงตัว” ไปนั้นไม่ธรรมดา โดยเฉพาะในคาถา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เพราะมีฐานเสียงแน่นปึ้กเหมือนกัน
สแกนสนามเมืองหลวง พื้นที่แข่งดุ "ประชาธิปัตย์" วัดพลัง "เพื่อไทย"
หากมองย้อนกลับไปการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ประชาธิปัตย์ กินขาด เพื่อไทย แต่ในเขตที่น่าสนใจ และคาดว่าจะแข่งขันกันอย่างดุเดือด ได้แก่
...
เขต 9 หลักสี่ วังทองหลาง (บางส่วน)
เขตนี้เพื่อไทย ส่ง สุรชาติ เทียนทอง ลูกชาย “เสนาะ เทียนทอง” ชนกับ "มือปราบหูดำ" พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ของพรรคประชาธิปัตย์ ชื่อชั้นมืิอปราบหูดำ อาจจะดูคุ้นหูกว่า แต่ฐานกำลัง สุรชาติ คือ ผู้กำชัยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ใครหมู่ใครจ่า ไม่ช้าคงรู้ผล
เขต 13 บางกะปิ วังทองหลาง (เฉพาะแขวงพลับพลา)
เป็นการวัดกันระหว่าง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชาย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ พบกับ “ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส” จากพรรคเพื่อไทย ซึ่ง ไอติม มีลีลาการพูดคล่องตัว ออกสื่อเยอะกว่า ส่วน ตรีรัตน์ ต้องลุ้นกับกระแสพรรคเพื่อไทยและไพ่ตายของพรรคที่ปล่อยออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย
เขต 16 คลองสามวา
เขตนี้อาจจะต้องลุ้นกันตัวโก่ง เพราะค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม (ประชาธิปัตย์) ส่ง “ฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง” น้องสาว “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” อดีต รมว.ต่างประเทศ ปะทะ อดีตรองโฆษกฝีปากกล้า “จิรายุ ห่วงทรัพย์” แชมป์เก่า จากพรรคเพื่อไทย
เขต 24 ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ
การแข่งขันครั้งนี้ระเบิดศึก ระหว่างประชาธิปัตย์ “สาทร ม่วงศิริ” ฐานเสียงยังคงแน่น โคจรมาพบกับ พลังประชารัฐ “ไกรเสริม โตทับเที่ยง” ทายาทปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ซึ่งงานนี้ “ไกรเสริม” จะต้านทานฐานพลังของตระกูล “ม่วงศิริ” อยู่หรือไม่ ใครจะคว้าชัยก็ต้องรอดู
ภาคกลาง ตะวันออก ศึกสายเลือด แชมป์ชนแชมป์
ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออก พรรคพลังประชารัฐ ส่งผู้สมัคร ส.ส.ค่อนข้างมาก โดยต้องชนกับพรรคเจ้าของพื้นที่เดิม อย่างเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ประชาธิปัตย์ หรือ ภูมิใจไทย แต่ที่น่าสนใจ ได้แก่..
สระแก้ว เขต 1 อ.เมือง เขาฉกรรจ์ และวังน้ำเย็นบางส่วน
เขตนี้เรียกว่าเป็น “ศึกสายเลือด” ระหว่าง 2 หลานในไส้ “ป๋าเหนาะ” (เสนาะ เทียนทอง) ปธ.ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เมื่อ “ฐานิสร์ เทียนทอง” หลานชายแท้ๆ ที่เป็นแชมป์เก่า ย้ายค่ายจากเพื่อไทยซบอกพลังประชารัฐ ทำเอาจอมเก๋าการเมืองอย่างป๋าเหนาะ ต้องส่ง “สนธิเดช เทียนทอง” หลานอีกคนลงสู้ เรียกว่าสนามนี้นามสกุล “เทียนทอง” น่าจะครอง แต่พรรคไหนจะเข้าป้ายก็ต้องลุ้นกันต่อไป
สมุทรสาคร เขต 2 อ.เมือง (บางส่วน) กระทุ่มแบน (บางส่วน) และ บ้านแพ้ว
ถิ่นนี้เจ้าของเดิมคือตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” เดิมทีสังกัดค่ายเพื่อไทย แต่ย้ายไปซบชาติไทยพัฒนา โดยส่ง “อภิชาต โพธิ์ถนอม” รองประธาน อบจ.สมุทรสาคร เจอกับคู่ปรับอย่าง “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. คนดัง ที่คราวนี้มาสวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต่างขนดาวดังของพรรคไปช่วยหาเสียง ใครเข้าป้าย ยังยากจะเดา
สุพรรณบุรี เขต 3 อู่ทอง (บางส่วน) ดอนเจดีย์ (บางส่วน) สามชุก และศรีประจันต์
เมืองมังกรสุพรรณ ก็ต้องนึกถึง “บรรหาร ศิลปอาชา” เป็นการเผชิญหน้าระหว่างคนกันเอง “จองชัย เที่ยงธรรม” ที่ลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา เหตุเพราะไม่พอใจ “ประภัตร โพธสุธน” เลขาฯชาติไทยพัฒนา ที่ส่งหลานชายมาแข่งกับลูกชายนายจองชัย ในเขต 4 ในนามพลังประชารัฐ “จองชัย” จึงหันไปสวมเสื้อ “ภูมิใจไทย” ท้าชนกับ “ประภัตร”
สแกน เสือ ปะทะ สิงห์ แดนเหนือ หลายเขตต้องจับตา
ถึงแม้จะทราบกันดีว่า พรรคเพื่อไทย มีฐานที่มั่นใหญ่ในภาคเหนือ และอีสาน แต่ก็ต้องจับตาในหลายๆ เขต เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีหลายปัจจัยที่เปลี่ยนไป..
เชียงราย เขต 1 อ.เมือง (บางส่วน)
สิงห์ปะทะเสือสุดแดนเหนือ ต้องยกให้ เขตนี้ “สามารถ แก้วมีชัย” แชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย ปะทะ “รัตนา จงสุทธานามณี” อดีต นายก อบจ.เชียงราย และ อดีต ส.ส. หลายสมัย เรียกว่ามีฐานเสียงแน่นปึ้กทั้งคู่ แต่คราวนี้ “รัตนา” สวมเสื้อ “พลังประชารัฐ” ฐานกำลัง VS กระแสพรรค ใครจะมา ต้องรอลุ้น
เชียงใหม่ เขต 4 สันทราย พร้าว และแม่แตง (บางส่วน)
“วิทยา ทรงคำ” แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ต้องสู้กับ “กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่” จากพลังประชารัฐ แค่นามสกุลก็น่าจะรู้แล้วว่าไม่ธรรมดา ป้อมค่ายเครือข่ายทักษิณ จะถูกตีแตกหรือไม่ ก็ต้องรอลุ้นจากเขตนี้ด้วย
พิจิตร เขต 1 อ.เมือง สามง่าม วชิรบารมี
กลยุทธ์แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อยน่าจะกลายเป็นหมันไปเลยในเขตนี้ เมื่อเต็งจ๋า “วินัย ภัทรประสิทธิ์” ที่ร่วมหัวจมท้ายกับ ไทยรักษาชาติ ถูกยุบพรรค ส่วนเพื่อไทย ไม่ได้ส่งใครเพื่อเปิดทางไทยรักษาชาติ งานนี้ “ส้มหล่น” จึงตกมาที่ 2 ผู้สมัครหน้าใหม่ “อาวุธ เดชอุปการ” ประชาธิปัตย์ กับ “พรชัย อินทร์สุข” จากพลังประชารัฐ ใครจะได้นี่ยากจะเดาจริงๆ
พลิกขั้ว เพื่อนรักหักเหลี่ยม คอกีฬา ปะทะ คอกาแฟการเมือง
ในพื้นที่แดนอีสานก็เป็นอีกพื้นที่ของเพื่อไทย แต่ก็ต้องชนกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งงานนี้ก็ถือว่า "ไม่หมู" แต่ที่น่าแปลกใจสุดก็ต้องเขต 10 นครราชสีมา..
นครราชสีมา เขต 10 ครบุรี เสิงสาง วังน้ำเขียว (บางส่วน)
เรียกว่า “พลิกขั้ว” แบบทำเอากองเชียร์ตาค้าง ต้องยกให้เขตนี้ เพราะ “แรมโบ้ อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง สวมเสื้อ “พลังประชารัฐ” ลงสมัคร ส.ส. ส่วนคู่แข่งเขาไม่ใช่ใครที่ไหน คือเพื่อนตั้งแต่ประถม “พรชัย อำนวยทรัพย์” อดีต ส.จ.ครบุรี 4 สมัย สวมเสื้อขั้วน้ำเงิน ภูมิใจไทย ใครจะกลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ต้องรอลุ้นผลคะแนน
บุรีรัมย์ เขต 4 หนองหงส์ ชำนิ ลำปลายมาศ (บางส่วน)
นึกถึงบุรีรัมย์ ก็ต้อง “เนวิน ชิดชอบ” ภูมิใจไทยส่งตัวจริงเสียงอย่าง “ซาเล้ง” นายโสภณ ซารัมย์ ลงชิงชัยกับ “ประกิจ พลเดช” จากค่ายเพื่อไทย ที่ยังมีฐานเสียงคนเสื้อแดงอยู่มากโข แต่จะสู้พลังเนวิน กลุ่มผู้นำท้องถิ่น ของภูมิใจไทยได้หรือไม่ ก็ยังไม่มีใครกล้าการันตี
ขอนแก่น เขต 2 ซำสูง อ.เมือง (บางส่วน)
กระแสฟุตบอลฟีเวอร์ ชื่อของ “วัฒนา ช่างเหลา” ประธานสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ลูกชาย “เอกราช ช่างเหลา” แห่งพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นที่พูดถึง แต่ต้องมาชนกับ “อรอนงค์ สาระผล” ภรรยา “ภูมิ สาระผล” อดีต ส.ส.ขอนแก่น จากพรรคเพื่อไทย ที่ฐานเสียงคนเสื้อแดงยังแน่นหนาแบบนี้ แฟนานุแฟนกีฬา หรือ คอกาแฟการเมืองจะมา ก็ต้องรอดู
ศึกแดนใต้ "ประชาธิปัตย์" วัดพลัง ลุงกำนัน
ในพื้นที่ภาคใต้ ต้องบอกว่ายังไงๆ ประชาธิปัตย์ ก็น่าจะกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้หลายเขต หลายจังหวัด บางจังหวัดอาจจะได้ยกเขต แต่..ที่น่าจับตาคือ "ถิ่นลุงกำนัน" โดยเฉพาะ เขต 1
สุราษฎร์ธานี เขต 1 อ.เมือง
ศึกแดนใต้นี้ไม่มีที่ไหนเดือดเท่าถิ่น “ลุงกำนัน” หลังจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ ทวงบุญคุณ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ออกสื่อ ที่บอกว่าทำให้ได้เป็นนายกฯ ได้ ดูเหมือนสมรภูมินี้จะดุเดือดขึ้น “รวมพลังประชาชาติไทย” ส่ง “ธานี เทือกสุบรรณ” น้องชายสุเทพ ลงมาป้องกันแชมป์ แน่นอนต้องท้าชนกับ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่ง “ภาณุ ศรีบุศยกาญจน์” คนของ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” งานนี้ มนตร์ของลุงกำนันจะเสื่อม หรือ พรรคประชาธิปัตย์จะเสื่อม ก็ต้องรอลุ้นผล
ยะลา เขต 2 อ.เมือง (บางส่วน) รามัน ยะหา (บางส่วน) และกาบัง
“วันมูหะมัดนอร์ มะทา” หรือ “วันนอร์” ชื่อนี้ไม่ธรรมดา เคยเป็นถึงอดีตประธานรัฐสภา และรองนายกรัฐมนตรีมาแล้ว คราวนี้เป็นแกนนำพรรคประชาชาติ ได้ส่งน้องชาย คือ “ซูการ์โน มะทา” ลงชิงชัย “อับดุลการิม เด็งระกีนา” อดีตแชมป์เก่าที่เคยลงสมัครในค่ายประชาธิปัตย์ ที่คราวนี้ย้ายค่ายมายังพรรครวมพลังประชาชาติไทยของลุงกำนัน อีกทั้ง ประชาธิปัตย์ ยังส่ง “อับดุลเล๊าะ บุวา” มาแข่ง จะตัดแต้มกันเองหรือไม่ ใครจะคว้าชัย ไม่ช้าไม่นานก็รู้
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ ถือเป็นเขตเลือกตั้งที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างคู่คี่สูสี ส่วนใครจะได้ชัยชนะไปนั้น ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ทำได้แค่เพียงรอเสียงสวรรค์จากประชาชนมาลงคะแนน ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้เท่านั้น!
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน