ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ดูเหมือนว่าจะมีพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียว ที่ชูนโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขณะที่พรรคอื่นๆต่างเมิน อาจเพราะมองว่านโยบายปราบโกงไม่ทำ

ให้ได้คะแนนนิยมจากประชาชน สู้นโยบายประชานิยมลดแลกแจกแถมไม่ได้ แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากองค์กรต่อต้านการทุจริตภาคประชาชน ขอให้พรรคสนใจการปราบโกงบ้าง

พรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่า จะประกาศเป็นวาระแห่งชาติ นำอาวุธสำคัญ 5 ประการ ออกมาปราบปรามการทุจริต เช่น นำเทคโนโลยีมาช่วยปราบ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทำการสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัย ยกเครื่องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น สนับสนุนการแข่งขันเสรี กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

ตามด้วยการปฏิรูปตำรวจและงานสอบสวน ที่รัฐบาล คสช.ไม่ยอมทำใน 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญบังคับว่าจะต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 6 เมษายน 2560 เรื่องที่ถือว่ากล้าหาญ คือการยกเครื่อง ป.ป.ช. ที่รัฐบาล คสช. อุ้มให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป แม้กรรมการบางคนจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ แต่ขณะเดียวกันกลับโละ กกต.ทั้งคณะ

การที่รัฐบาล คสช. อุ้มองค์กรอิสระบางองค์กร เช่น ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่โละคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ กกต.ทั้งคณะ ให้ สนช. ที่ คสช. แต่งตั้งเป็นผู้สรรหาและแต่งตั้งใหม่ มุ่งหวังอะไร ทำไมจึงไม่ปฏิบัติต่อทุกองค์กรเท่าเทียมกัน ป.ป.ช. ปัจจุบันเป็นองค์กรอิสระ ที่ถูกสังคมมองด้วยความสงสัยในความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่

เช่นเดียวกับ กกต.ชุดปัจจุบัน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในยุค คสช. และเพิ่มกรรมการจาก 5 คน เป็น 7 คน เป็นองค์กรอิสระอีกองค์กรหนึ่งที่ถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระ และเป็นห่วงว่าจะสามารถดำเนินการเลือกตั้งครั้งสำคัญสุดในรอบกว่า 5 ปี ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้หรือไม่ กกต.ไม่ได้มีอำนาจตรวจสอบการทุจริตทั่วไป แต่ตรวจสอบการโกงเลือกตั้ง

...

ห้าปีภายใต้การปกครองของ คสช. พิสูจน์ชัดเจนว่าการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยเกิดขึ้นได้ทั้งภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง ที่เรียกว่ารัฐบาลประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้ เพราะบางองค์กร ตรวจสอบถูกแทรกแซง และคอร์รัปชันก็อาจเกิดขึ้นได้ ภายใต้รัฐบาลรัฐประหาร ที่ขาดการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ขาดความโปร่งใส และอยู่ใต้ระบบพวกพ้อง

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ บางฝ่ายประกาศว่าเป็นการแข่งขันระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. อีกฝ่ายโต้แย้งว่าต้องไม่ใช่ประชาธิปไตยทุจริต แต่ต้องเป็น “ประชาธิปไตยสุจริต” เพราะประชาธิปไตยที่ไม่สุจริต ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาทุจริตได้ แม้จะอ้างว่ารัฐธรรมนูญเป็นฉบับปราบโกง อำนาจในการเลือกอยู่ที่ประชาชน.

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562