นายกฯ สัญญาเดินหน้าต่ออย่างดีที่สุด สู่วันใหม่ด้วยใจเพชร เตือนความจำ ยกเหตุการณ์ปี 57 ขออย่าให้ใครยุยงปลุกปั่น 

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.62 ที่อาคารอิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวปาฐกถาพิเศษและกล่าวเปิดงาน "กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชน แก้จน ลดเหลื่อมล้ำ" โดยทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาถึงภายในงานได้เปิดเพลงใจเพชร และเพลงวันใหม่ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทักทายประชาชนที่มาร่วมงานประมาณ 10,000 คน โดยเดินไปรอบๆ ห้องพร้อมยกมือขวากำปั้นไปตามจังหวะเพลง ก่อนทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู

จากนั้น นายกฯ ปาฐกถาว่า ช่วงนี้เดินทางทุกวันเหมือนปาฐกถาทุกวันอยู่แล้ว เพราะไม่อยากให้สิ่งที่ทำมานั้นล้มเหลว เราต้องเดินหน้าต่อไป สิ่งสำคัญคือคนไทยต้องรู้ปัญหาของประเทศว่าอยู่ตรงไหน เพราะถ้าพูดลอยๆ คงไม่มีทางทำได้ นายกฯเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว แต่ไม่ได้หมายถึงพ่อ เรามีสมาชิก 68 ล้านคน จึงต้องทำให้ทุกคนมีความสุข ลูกทุกคนต้องมีอาชีพ รายได้ ให้ทุกคนเดินไปพร้อมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี มากกว่าหลายประเทศในโลก ทุกช่วงสมัยต่างมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่นเดียวกับก่อนปี 57 ขออย่าลืมสิ่งเหล่านี้ จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ขออย่าทำประวัติศาสตร์ที่ไม่ดี ประวัติศาสตร์คือบทเรียน เราต้องแก้ไขทั้งปัญหาเก่าและใหม่ให้ได้ เราต้องทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย เรื่องเก่าๆ ที่ไม่ดี ขออย่าทำให้เกิดขึ้นอีก เพราะแผ่นดินนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ที่พวกเรายึดมั่นมานาน จึงต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน แผ่นดินนี้เป็นของทุกคน ไม่ใช่ของนายกฯหรือใครคนเดียว เพราะทุกชาติทุกศาสนาที่อยู่ในประเทศไทย จะต้องมีความสุข พอเพียง แบ่งแยกไม่ได้ แต่ทุกอย่างต้องค่อยๆเป็นค่อยๆ ไป ไม่เบียดเบียนกัน

...

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ เมื่อปี 57 ลืมกันหมดแล้วหรือยัง ไม่ใช่เรื่องที่จะลืมแค่นี้ง่ายๆ อย่าเป็นคนขี้ลืม ไม่ใช่ทำวันนี้และจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกอย่างต้องแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้น สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ที่ว่าจะสานต่อกันอย่างไร เมื่อเราล้มแล้วต้องลุกให้ได้ โดยต้องเดินก้าวไปพร้อมๆ กัน และต้องเลือกที่จะเดินให้ดี ทุกคนต้องยอมรับกติกา ประเทศไทยถึงจะเดินหน้าต่อไปได้

"ผมไม่เคยลืม เพราะเป็นคนความจำดี พูดอะไรจำได้หมด จนหัวจะแตกหมดแล้ว แต่จะทำต่อไป" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า ขอสัญญาว่าจะทำต่อไปให้ทุกคนอย่างดีที่สุด ทุกคนสัญญาว่าจะเดินไปด้วยกันหรือไม่ ขอคำสัญญาจากทุกคนด้วย สัญญาว่าเราจะเดินไปด้วยกัน ขออย่ายืนอยู่บนความขัดแย้งและกับดักเดิมๆ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือการบริหาร เหมือนตนตอนเป็น ผบ.ทบ.ตนดูแล 4 แสนคนกองทัพบก วันนี้ต้องมาดูแล 68 ล้านคน เยอะแยะหลากหลายอาชีพ ซึ่งต้องกระจายอำนาจ ดูแลส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น อย่าไปคิดว่าของใครของมัน ได้มากได้น้อย ทุกคนต้องเสียภาษีแม้แต่ตนก็เสียภาษี เสียเต็ม ไม่ใช่อยากรวยแล้วไม่เสียภาษี เราต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ แล้วภาษีนั้นจะกลับมาดูแลตัวเอง ขอทุกคนยอมรับกติกา ขอทุกคนไว้วางใจ ตนขอสัญญาจะทำต่อไปให้ดีที่สุด ตราบใดที่ตนยังปฏิบัติหน้าที่ในการบริหาร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ต้องเดินทางยังไงก็คิดถึงทุกคนทุกจังหวัด นี่คือคนทั้ง 68 ล้านคนที่แตกต่าง แต่ต้องการให้มีส่วนร่วมให้ได้ สิ่งสำคัญทุกคนเกิดที่นี่ต้องตายที่นี่ ใช่หรือไม่ ร่วมมือกับตนได้หรือไม่ได้ เดินหน้ากันต่อไป อย่าทำลายแผ่นดินเกิดของท่าน ทุกคนโชคดีที่เกิดในแผ่นดินไทย อย่าให้ความไม่เข้าใจ การยุยงปลุกปั่นเกิดขึ้นอีก เข้าใจไหม ยังจำได้ไหม ถ้าจำได้ก็อย่าลืมแล้วกัน ตนรักทุกคน ช่วยกันไปสู่วันใหม่ด้วยความใจเพชร

จากนั้นตัวแทนเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในฐานะแกนประสานมหาวิทยาลัยราชภัฏ และตัวแทนมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ร่วมส่งมอบกรอบแแนวคิดการจัดทำแผนแม่บทกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง แก่นายกฯ

ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงภายในงาน ได้นิมนต์พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว มาบรรยายธรรม ซึ่งตอนหนึ่งได้กล่าวถึงค่าแรงขั้นต่ำที่มีหลายพรรคการเมืองนำเสนอในการหาเสียง โดยเฉพาะค่าแรง 425 บาท อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมยกความเห็นของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ระบุว่า หากปรับค่าแรงขั้นต่ำตามแนวทางหาเสียงดังกล่าว อาจเกิดภาวะเงินเฟ้อ และส่งผลให้ราคาสิ้นค้าสูงขึ้น เช่น ก๋วยเตี๋ยวชามละ 100 บาทด้วย.