"บิ๊กฉัตร" มอบบัตร Smart card แก่ อสม.ชำระค่าบริการในร้านที่รองรับบัตร พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการขยายผลธนาคารปูม้า ณ กลุ่มประมงพื้นบ้าน อ.กันตัง
เมื่อวันที่ 14 มี.ค.62 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จ.ตรัง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ให้กำลังใจการทำงานและมอบบัตร Smart card ให้แก่ชมรม อสม.จังหวัดตรังทั้ง 10 อำเภอ
โดย พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า รัฐบาลมี นโยบายพัฒนาคุณภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้รับบริการที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง สร้างความเข้มแข็งของชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่สำหรับบัตร Smart card ที่มอบให้ในวันนี้ เพื่อให้เป็นบัตรประจำตัว อสม.มีฐานข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลจากกรมบัญชีกลางเป็นทั้งบัตร ATM และบัตรชำระค่าบริการในร้านที่รองรับบัตรช่วยให้ อสม.มีความสะดวก คล่องตัวมากขึ้น สร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ที่มีจิตอาสาช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ และยังได้พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ให้เป็น รพ.สต.ติดดาวเป็นนโยบายสำคัญภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับหน่วยบริการระดับปฐมภูมิให้ได้มาตรฐาน 5 ดี ได้แก่ บริหารดีประสานงานดี ภาคีมีส่วนร่วมบุคลากรดี บริการดีและประชาชนมีสุขภาพดี
จากนั้น ในช่วงบ่าย พล.อ.ฉัตรชัย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยการจับสัตว์น้ำ ในอำเภอกันตัง โดยสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ได้จัดทำโครงการการส่งเสริมพัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยการจับสัตว์น้ำจากการจัดทำซั้ง เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำให้กับกลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ด้านทะเลชายฝั่ง จำนวน 12 ชุมชน 15 แห่ง ในพื้นที่อำเภอกันตัง จำนวน 84 ลูก อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ อำเภอละ 42 ลูก รวมจำนวนซั้งทั้งหมด 210 ลูก ในพื้นที่อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง เพื่อสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์สัตว์น้ำ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่ง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้านให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีชาวประมงพื้นบ้านที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 741 คน มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 100,000-150,000 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
...
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย มากว่า 3 ปี จนนำมาซึ่งการปลดล็อกปัญหา IUU สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาได้ผลสัมฤทธิ์ ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประมงพื้นบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่มากที่สุด รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน และขอให้ชาวประมงพื้นบ้านมาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง เพื่อป้องกันการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ และทำประมงอย่างถูกกฎหมาย อีกทั้ง ยังขอให้ชาวประมงพื้นบ้านมีความภาคภูมิใจในการทำอาชีพประมงพื้นบ้าน ซึ่งทางภาครัฐ จะให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ชาวประมงพื้นบ้าน ให้สามารถทำประมงตามกรอบที่กำหนด และขอความร่วมไม่ควรจับปลาในช่วงฤดูปลาวางไข่ เพราะจะส่งผลกระทบถึงพันธุ์น้ำในอนาคต