อดีตกกต.สดศรี สัตยธรรม ชี้ชัด อดีตผู้สมัคร ส.ส.ไทยรักษาชาติ โหวตโน ส่งสัญญาณเทคะแนนพรรคอื่น อาจเจ็บยิ่งกว่าเดิม ได้ไม่คุ้มเสีย แก้เกมผิด สุ่มเสี่ยงเจอโทษตัดสิทธิ์การเมือง 20 ปี หนักกว่า กก.บริหารพรรค  

วันที่ 14 มี.ค. นางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า กรณีโหวตโนและการเทคะแนนให้ผู้สมัครพรรคการเมืองอื่น สามารถทำได้หรือไม่ ว่า การเลือกตั้งครั้งก่อน มีการรณรงค์กัน กกต.ก็เตือนแล้วก็เลิกกันไป ทั้งนี้ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัคร หรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด

(2) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด

...

(3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ

(4) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด

(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

"ทั้งจะมีความผิดตาม ม.101 ด้วย โดย พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ม.73 ใช้สำหรับคนที่เป็นคนบงการ คือ เหมือนเป็นการจงใจเหมือนให้โหวต ไม่ได้เกิดจากความคิดของผู้ไปโหวตโน ต้องดูว่ามีพฤติการณ์อะไรหรือไม่ อย่างกรณีไทยรักษาชาติ คนเป็นสมาชิกพรรค ถึงไม่โดนตัดสิทธิ์ก็ไม่สามารถไปพูดกับประชาชนในเขตตัวเองมีฐานเสียงอยู่ แล้วยังมีการถ่ายทำในลักษณะเรียกประชุม มันทำไม่ได้ แต่กรณีโหวตโน ไม่มีลักษณะเฮโลกันไปทำ เช่น บางคนเขตนี้เขาอาจไม่ชอบใครไม่เลือกใครเลย ไปใช้สิทธิ์โหวตโนได้" นางสดศรี กล่าว... 

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตผู้สมัครส.ส.ไทยรักษาชาติ จ.แพร่
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตผู้สมัครส.ส.ไทยรักษาชาติ จ.แพร่

นางสดศรี กล่าวอีกว่า ถ้าลักษณะพฤติการณ์แห่งคดีหากมีการฟ้องร้องกัน ทั้งเขตมีการโหวตโนหมดเลย โดยก่อนหน้ายังมีการพูดลักษณะ ผมไม่สมัครพรรคไหน แต่ควรให้ประชาชนไม่ควรเลือกผู้สมัครในเขตตัว พฤติการณ์การกระทำเป็นลักษณะจูงใจ มีลักษณะการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แล้วก็ได้เลือกตั้งกันใหม่ แล้วผมก็จะได้ลงสมัครได้อีก มันอาจเข้าลักษณะจงใจหรือไม่ คือมันตีความได้ทั้งนั้น ถ้ามีการฟ้องร้องกัน ศาลก็ต้องมาพิจารณาว่า ที่รณรงค์โหวตโนกันไปมีผลประโยชน์ใดหรือไม่

"รณรงค์ได้ ก็ต้องมีพฤติการณ์ว่าก่อนหน้าคุณไม่ได้ลงเลือกตั้งเพราะอะไร มั่นสุ่มเสี่ยงมากที่จะทำในลักษณะนี้ โหวตโน หรือส่งสัญญาณเทคะแนนเสียงให้พรรคใดพรรคหนึ่ง ผู้ที่กระทำอาจถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปีเลย เพราะเป็นโทษตาม ม.159 นอกจากมีโทษจำคุก โทษปรับแล้ว ยังมีโทษตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี หนักกว่ากรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติอีก ถ้าหากเขาไปพิสูจน์ได้ว่ามีการณณรงค์ให้โหวตโนกัน ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา ก่อนหน้านี้มีการรณรงค์ให้โหวตโนขึ้นป้ายด้วยซ้ำไป" นางสดศรี กล่าว...

อดีต กกต.กล่าวว่า ตอนนี้จุดใหญ่คือ ทุกคนต้องการคะแนนเสียงของพรรคที่ถูกยุบ ก็รณรงค์เราจะเห็นว่าโค้งสุดท้ายมีความพยายามพูดอะไรในลักษณะเพื่อดึงคะแนนเสียงผู้ที่ถูกยุบพรรคมา ไปอยู่ฝ่ายตัวเอง แล้วการแก้เกมกันแบบนี้ ยิ่งลงลึกไปอาจจะเจ็บยิ่งกว่าเดิม ดูแล้วผู้บริหารพรรคไทยรักษาชาติต้องพิจารณาให้หนัก ไปคุยกันก่อนวิธีแบบนี้อาจหนักกว่าเดิม สุ่มเสี่ยงยิ่งขึ้น อันนี้รวมไปถึงพยายามไปเทคะแนนให้พรรคอื่นก็อยู่ใน ม.73 ด้วย อยู่ที่ว่าความผิดจะเข้าวงเล็บไหน

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัครส.ส.ไทยรักษาชาติจ.แพร่
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัครส.ส.ไทยรักษาชาติจ.แพร่

นางสดศรี ยังกล่าวอีกว่า เข้าใจนะคะ ผู้สมัคร ส.ส.แล้วถูกยุบพรรค เขามีความรู้สึกเจ็บใจ เจ็บช้ำ เจ็บแค้น แต่อย่างไรการเมืองก็คือการเมือง เลือกตั้งครั้งนี้อาจอยู่ไม่นานก็ได้ รอครั้งหน้า อะไรมันใสๆ ในครั้งหน้า อะไรที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงกับความผิดของการที่จะใช้โหวตโน ในการดึงคะแนนเสียงหรือยกคะแนนที่ได้ให้พรรคอื่น เพราะถึงจะได้มันก็ไม่คุ้มเสีย บางทีคนเราจังหวะมันเคราะห์ร้ายมันจะแค่คิดว่ารอครั้งหน้าดีกว่า แล้วอะไรอาจดีกว่านี้.

ข่าวเกี่ยวข้อง 

วรวัจน์ เปิด ก.ม.เลือกตั้ง ม.73 โต้แหลก กกต. ไม่เข้าใจ"โหวตโน"เอง

หมอทศพร ไล่ กกต.อ่าน พ.ร.บ.เลือกตั้งใหม่ เชื่อ"โหวตโน"ได้ ก.ม.ไม่ห้าม

ดูกันให้ชัดๆ ทำไม หมอทศพร เสรีรักษ์ ต้องประเมินรับรณรงค์"โหวตโน"ที่แพร่