"ชัชชาติ" ลงพื้นที่หาเสียง ลาดพร้าว-วังทองหลาง ขอคะแนนเลือก "เพื่อไทย" สวน "บิ๊กตู่" สืบทอดอำนาจ งงคำวินิจฉัย กกต.ปมโต๊ะจีน พปชร.ไม่ผิด ห่วงเรื่องเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ย้ำเคารพ กกต.แต่ต้องเป็นธรรม พิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนยอมรับ
เมื่อวันที่ 13 มี.ค.62 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่ลาดพร้าว-วังทองหลาง ช่วย ร.ท.หญิง สุนิสา ทิวากรดำรง ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 8 เพื่อไทย หาเสียง โดยเริ่มต้นที่การเดินออกกำลังกายกับประชาชนที่ลานสุขภาพ บริเวณหมู่บ้านเสนานิเวศน์โครงการ 1 จากนั้นขึ้นรถแห่ไปยังตลาดฉัตรสาคร สี่แยกวังหิน เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดฉัตรสาคร และแจกบัตรแนะนำตัว ตามตึกแถวจากหน้าตลาดฉัตรสาครไปถึงวัดสิริกมลาวาส (หรือวัดใหม่เสนา) โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนสนใจเข้ามาทักทาย และขอถ่ายภาพกับ นายชัชชาติ และผู้สมัครจำนวนมาก พร้อมกับมีกลุ่มคนเข้ามาสะท้อนปัญหาเรื่องของสุขภาพ การรักษาพยาบาล รวมทั้งการจัดการแก้ปัญหาจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนในพี้นที่ ตลอดจนสวัสดิการของผู้สูงอายุด้วย
...
โดย นายชัชชาติ กล่าวว่า ในพื้นที่บริเวณนี้ต้องดูแลเรื่องการระบายน้ำ ปัญหาน้ำท่วม การจราจร และหลายหมู่บ้านยังไม่มีนิติบุคคล จึงต้องเข้ามาดูแลเรื่องการจัดระเบียบหมู่บ้าน ความปลอดภัย ให้มีนิติบุคคลและ กทม.เข้าไปดูระบบระบายน้ำ ซึ่งหลายหมู่บ้านที่อยู่บริเวณนี้ยังมีปัญหาในเรื่องดังกล่าว และเมื่อมีกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การจัดสรร ทำให้หมู่บ้านเก่าไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งไม่เฉพาะที่นี่ แต่มีหลายพันหมู่บ้านทั่วกรุงเทพฯ
"นี่เป็นปัญหาเส้นเลือดฝอย แต่ปัญหาใหญ่ คือ แม้จะมีรถไฟฟ้าผ่าน แต่การเดินทางออกมายาก จึงต้องประสานงานกับ กทม. เข้ามาช่วยดูแล และอำนวยความสะดวกให้ประชาชน" นายชัชชาติ กล่าว
เมื่อถามว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง จะมีการปรับกลยุทธ์หาเสียงอย่างไรบ้างหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องเจาะละเอียดตามพื้นที่ว่า มีที่ไหนบ้างที่ยังไม่ได้ลง ส่วน กทม.จะมีนโยบายที่ชัดเจนมากขึ้นอีกรอบหนึ่ง และพื้นที่ที่คะแนนสูสีก็ต้องลงให้มากขึ้น
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในฐานะแคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบโต้นักการเมือง โดยระบุว่า คำว่าสืบทอดอำนาจเป็นเพียงวาทกรรม และนักการเมืองก็สืบทอดอำนาจเหมือนกัน ว่า การสืบทอดอำนาจเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องสืบทอดอำนาจโดยประชาชนเป็นคนเลือก ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ที่แต่งตั้งมา 250 คน มาช่วยเลือกนายกฯด้วย ดังนั้นคำว่าสืบทอดอำนาจน่าจะเป็นประเด็นนี้มากกว่า ถ้าท่านจะกังวลเรื่องสืบทอดอำนาจ ให้ประกาศไปเลยว่าให้ ส.ว.เลือกตามประชาชนก็จะหยุดข้อครหาว่า คนที่แต่งตั้งมามีอำนาจเหนือประชาชน ถ้าเป็นประเพณีปกติการสืบทอดอำนาจมาจากฉันทามติของประชาชนก็ไม่มีปัญหา แต่กฎครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา สำหรับการเดินสายลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้เป็นไปอย่างยุติธรรม อย่าเอาเวลาราชการ อำนาจ และทรัพยากรของราชการมาใช้ ท่านลงไปก็ดีคนจะได้เห็น และได้ซักถามนโยบายได้ และจะได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องธรรมดา เราไม่ได้กังวลตรงนี้ เพราะท่านอยู่ในตำแหน่งมา 5 ปี คนอาจจะไม่รู้สึกแตกต่างมาก เวลาที่ลงพื้นที่คนชอบก็คงชอบ คนไม่ชอบก็ไม่ชอบ การลงพื้นที่จึงไม่ได้มีผลอะไรมากว่าคนจะเปลี่ยนใจ เพราะท่านลงไปในพื้นที่คงไม่ใช่ แต่ถ้าเป็นแคนดิเดตนายกฯคนใหม่ ไม่มีใครเคยเห็นหน้า การลงพื้นที่อาจจะมีผล ก็ขอให้เจ้าหน้าที่มีวิจารณญาณ อย่าใช้ทรัพยากรของรัฐไปเอื้อในการหาเสียง สมัยก่อนตอนที่ตนไปดูความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องรถไฟ ขณะเป็นรัฐบาลรักษาการยังถูก กกต.สอบทั้งหลังเลือกตั้งและหลังรัฐประหารว่า ไปเอื้อประโยชน์ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไร ก็ขอให้ กกต.มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะความยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างความปรองดอง และความโปร่งใสในการเลือกตั้งทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ขณะที่เราก็เคารพ กกต.และหวังว่า ท่านจะทำตัวเป็นตัวอย่างในการดำเนินงาน
เมื่อถามถึงผลสอบกรณีระดมทุนโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สะท้อนความยุติธรรมของ กกต.หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า รู้สึกงงกับคำวินิจฉัยเหมือนกัน ที่ระบุว่าไม่มีคนต่างชาติมาเกี่ยวข้อง จึงไม่ถึงขั้นยุบพรรค แต่ที่มีคนร้องไปมีเรื่องอื่น คือ มีหน่วยงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ สิ่งที่ กกต.แถลงอาจจะเป็นเพียงประเด็นเล็กๆ อาจจะต้องรอให้มีการชี้แจงว่า ประเด็นอื่นที่มีคนร้องไปวินิจฉัยหรือยัง
เมื่อถามว่า การทำงานของ กกต.เป็นไปตามมาตรฐานที่ควรจะเป็นหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า บางเรื่องก็ดูเร็ว บางเรื่องก็ดูช้า ก็แล้วแต่มุมมองแต่ละคน และท่านก็อาจจะไปดูงานต่างประเทศ จึงไม่มีเวลาประชุมด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องยุติธรรม เพราะจะเป็นตัวพิสูจน์ผลงานของ กกต.เองว่าคนจะยอมรับการทำงานหรือไม่
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ จำนวนมาก แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องการบริหารจัดการของ กกต.ว่า กกต.ต้องรีบเร่งดำเนินการในส่วนที่เป็นปัญหา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก ทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าแต่ละเขตมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิจำนวนเท่าใด และคิวจะยาวแค่ไหน ตรงนี้สามารถประเมินได้ จึงต้องเตรียมคน และอุปกรณ์ให้เพียงพอ แต่เรื่องที่น่ากังวลมากกว่าคือ การเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง เพราะเรื่องความโปร่งใสถือว่าสำคัญ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่ามีการเก็บอย่างปลอดภัย ไม่มีใครมาวุ่นวายกับบัตรที่ลงคะแนนแล้ว อันนี้คือหน้าที่หลักของ กกต. ซึ่งเราไปก้าวล่วงไม่ได้ กกต.ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถเพียงพอ
เมื่อถามว่า บัตรต้องเก็บรักษาไปจนถึงวันที่ 24 มี.ค.จะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดความโปร่งใสได้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้ กกต.ก็ทำเป็นแบบออนไลน์ 24 ชั่วโมงให้คนรับทราบ และสามารถเข้าไปดูพร้อมเก็บเป็นบันทึกไว้ได้ ต้องเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพราะจะให้คนไปนั่งเฝ้า 24 ชั่วโมงคงยาก แต่ถ้าใช้กล้องซีซีทีวีแล้วเอาขึ้นออนไลน์ทุกคนก็จะเห็นหมด สามารถดูย้อนหลังได้ หรือจะใช้ซีลติดที่กล่องบัตร มีคิวอาร์โค้ด และติดแท็กให้เรียบร้อย ไม่สามารถแกะกล่องได้ ถ้าแกะก็จะรู้ ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย อย่าเพิ่งแต่คนอย่างเดียว และขณะนี้เทคโนโลยีถูกลงมาก นี่เป็นข้อแนะนำไปถึง กกต.แต่ก็ขึ้นอยู่กับ กกต.ว่าจะทำหรือไม่ แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่เรื่องยากหากนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับทุกคน
เมื่อถามถึงกรณีกระทรวงการคลัง เตรียมพิจารณาเพิ่มงบฯบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงเวลานี้ จะส่งผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า คงไม่ได้มีผลแต่เป็นเรื่องแปลก เท่าที่ฟังจากข่าวเงินกองทุนประชารัฐที่นำมาจ่ายในบัตรคนจน ตั้งงบไว้จะหมดในเดือน เม.ย.นี้ จึงต้องเอางบมาลง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่ารัฐบาลต้องอนุมัติงบฯกลางในช่วงที่เลือกตั้งเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เพราะที่ผ่านมารัฐบาลรักษาการไม่มีสิทธิที่จะแตะงบฯ แต่รัฐบาลนี้ถือว่ามีอำนาจเต็ม ใช้ไปจนมีรัฐบาลใหม่ เป็นประเพณีที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน แต่ต้องระมัดระวัง เพราะกระทรวงการคลังยอมรับว่าใช้เงินค่อนข้างมาก ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร หากเงินตรงนี้หมดไป
เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นกลการเมืองหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้คนก็เห็น ถ้าเป็นการเมืองอาจจะมองในแง่ลบด้วยซ้ำว่า มาเพิ่มงบฯกันทีหลัง ถ้าคนมองขาดก็ไม่ใช่เรื่องบวกที่บอกว่าเงินหมด แล้วต้องมาอนุมัติเงินเพิ่ม เพราะการใช้งบฯน่าจะวางแผนล่วงหน้า จึงต้องเตรียมเอาไว้ และถ้าจะใช้งบกลางในปีนี้ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทันหรือไม่ เพราะปีนี้ขาดดุลงบฯกว่า 4.5 แสนล้านบาท จึงไม่แน่ใจว่าจะมีงบฯกลางปีหรือไม่ ถ้าไม่มี มาตรการดังกล่าวจะสะดุดหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีชาวบ้าน จ.แพร่ เสนอขอโหวตโน เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล แต่พรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายอะไร เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลว่าจะโหวตโนหรือจะเลือกใคร และไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเรา.