"อุตตม" แจงนโยบาย "หมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน" มีดีกว่าพรรค-รัฐบาลอื่น เหตุยกระดับคุณภาพดูแลสาธารณสุขประชาชนถึงครัวเรือน สร้างบุคลากรทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน-ยกระดับ อสม. ซัพพอร์ตงานบริการ วางเป้าได้เป็นรัฐบาล 3 ปี ผลิตทีมหมอ 6,500 คน ดูแล ปชช.ถึงบ้าน เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมแจงทุกนโยบายมีงบฯ ชัดเจน ทำได้จริง-ทันที
เมื่อวันที่ 13 มี.ค.62 ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงนโยบายหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน เพื่อดูแลสุขภาพ อนามัย รวมถึงส่งเสริมและป้องกันโรคภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศว่า นโยบายดังกล่าวมีแนวคิดตั้งต้นจากคำว่า ประชารัฐ สร้างคน คนสร้างชาติ ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐจึงให้ความสำคัญด้านการดูแลทรพัยากรมนุษย์ โดยที่ผ่านมาพบว่าประเทศไทยมีระบบการรักษาทางการแพทย์ที่เน้นด้านการรักษามากกว่าการป้องกัน และให้ความรู้กับประชาชน พรรคจึงเห็นความสำคัญต่อแนวทางการให้ความรู้เพื่อป้องกันโรค และส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ตรงจุด ผ่านโครงการหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศ โดยภายใน 3 ปีจะมีบุคลากรทางการแพทย์และฝ่ายสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข จำนวน 6,500 คน เพื่อให้บริการประชาชนในทุกชุมชนได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์
"สำหรับทีมแพทย์และพยาบาลในทีมดูแลชุมชน ประกอบด้วย หมอ, หมอฟัน, เภสัช, แพทย์แผนไทย และนักวิชาการด้านสาธารณสุข นอกจากเข้าถึงประชาชนได้แบบตัวต่อตัวแล้ว จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยด้านวินิจฉัยโรค การรักษารวมถึงการส่งต่อไปยังสถานพยาบาล อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการสร้างทีมแพทย์เพื่อเข้าถึงประชาชนในชุมชนที่เป็นมาตรฐานและได้รับการบริการด้านสาธารณสุขที่เท่าเทียมนั้นจะมีค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์และเงื่อนไขคือไม่แพง" ดร.อุตตม กล่าว
...
ดร.อุตตม กล่าวต่อว่า สำหรับการสร้างทีมแพทย์และพยาบาลที่มีคุณภาพ จำนวน 6,500 คน หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล ระยะเริ่มต้นจะทำความร่วมมือกับสถานศึกษาของเอกชน และของรัฐที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม เพื่อสร้างทีมหมอที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันทีมแพทย์และพยาบาลดังกล่าวจะได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการลาออกจากงานภาครัฐ เพื่อรับไปรับงานของสถานพยาบาลเอกชนที่ให้ค่าตอบแทนสูง
ดร.อุตตม กล่าวต่อว่า ขณะที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.นั้นยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ แต่จะเน้นงานด้านดูแลสุขภาพของประชาชน ที่สนับสนุนทีมแพทย์และพยาบาลในโครงการหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน ซึ่งเปรียบเหมือนแคร์เทคเกอร์ ขณะเดียวกัน อสม.ต้องได้รับค่าจ้างและค่าตอบแทนตามแนวทางที่รัฐบาลชุดปัจจุบันดำเนินการ
"ผมยืนยันว่านโยบายหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน ดีและแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น รวมถึงโครงการที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาทำแน่นอน เพราะพรรคเน้นการเข้าถึงชุมชน ใช้เทคโนโลยีที่เอื้อต่อการรักษา การให้ความรู้ และการป้องกันโรคที่ใกล้ชิดกับประชาชน ขณะเดียวกันนโยบายนี้จะบูรณาการเข้ากับสถานพยาบาลของชุมชน และสาธารณสุขตำบล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชนที่ทั่วถึง ซึ่งต่างจากโครงการด้านนี้ของพรรคการเมืองหรือรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา ที่เน้นการแก้ปัญหาเมื่อเกิดโรค และใช้การรักษาเป็นหลัก ขณะที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง เพราะมีทีมหมอเข้าหาถึงบ้าน ประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทาง รวมถึงให้บริการอย่างทัดเทียม ไม่ว่าประชาชนจะอยู่ในชุมชนห่างไกลแค่ไหน" ดร.อุตตม กล่าว
สำหรับงบประมาณที่ใช้ดำเนินการนโยบายหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน ดร.อุตตม กล่าวชี้แจงว่า พรรคพลังประชารัฐยึดถือการใช้งบประมาณตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งรายละเอียดนั้นต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามที่มีบางพรรคการเมืองตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายของพรรคพลังประชารัฐขาดการบอกตัวเลข งบประมาณที่ใช้ และอาจเข้าข่ายปฏิบัติไม่ได้จริงนั้น ตนยืนยันว่าทุกนโยบายผ่านการพิจารณาอย่างดีทั้งรายละเอียดและงบดำเนินการ ซึ่งยืนยันว่าเมื่อได้เป็นรัฐบาลทุกนโยบายสามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้
"งบประมาณเพื่อใช้ในนโยบายบางอย่างชี้แจงไปแล้ว ที่มีคนถามเขาอาจไม่ได้ดู ดังนั้นผมขอให้กลับไปดูสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐได้แถลงไปแล้ว เช่น นโยบายมารดาประชารัฐ ที่ดูแลอนาคตของชาติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ที่พรรคบอกว่า เด็กหนึ่งคนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จะได้รับเงินดูแล 2.6 หมื่นบาทต่อปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศ และดูแลเด็กไทย" ดร.อุตตม กล่าว.