ข่าว
100 year

โพสต์หมดเวลาเกรงใจแล้ว มาร์คยัน ไม่สนับสนุน "บิ๊กตู่" (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 มี.ค. 2562 05:32 น.
SHARE

ในการสืบทอดอำนาจ จดหมายรักอ้อนแฟน เสรีพิศุทธ์ขอกลาโหม "ลุงตู่"เขียนกลอนฝาก ไปอ่านโคราชแทนตัว

“อภิสิทธิ์” ย้ำชัดไม่หนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯสืบทอดอำนาจต่อ ซัดอ้างตนเป็นคนดียึดอำนาจมาแต่ทุจริตกลับไม่ลด ฮือฮาอ่าน จม.รักกลางวงดีเบตอ้อน “เลือกผมเถอะ ผมรักคุณ” แต่ ชทพ.ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล “ธนาธร” จับไต๋คนปากว่าตาขยิบ อยากจับมือ พปชร.ชูตัวเองเป็นนายกฯ พท.ผุดแคมเปญ “เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา” “ภูมิธรรม” ซัดพวกแทงกั๊กไม่ใช่ทางออก ทษช.เปิดเพจก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย “จาตุรนต์” ยังไม่เอาโนโหวตห่วงเสียงตกน้ำ “จตุพร” หนุนแกนนำ ทษช.ลุยต่อ ไล่ “ลุงตู่” กลับบ้านไปเลี้ยงหลานได้แล้ว “สนธิรัตน์” ท้าสอบสัญญาว่าจะให้ “กอบศักดิ์” แย้มทีเด็ดปั้นลุก “โอตะ โอตู่” “สุริยะ” ย้อน “มาร์ค” เลือกข้างพท.หรือ “สุเทพ” ทำสิ่งพิมพ์ 3 ล้านฉบับแจกแนวร่วม กปปส.

การเลือกตั้งที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เริ่มเห็นการจับขั้วการเมืองที่ชัดเจนขึ้นของบรรดาพรรคต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศหนักแน่นว่าจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯสืบทอดอำนาจต่อแน่นอน

“อภิสิทธิ์” เน้นพาชาติพ้นวิกฤติ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่เขตหนองแขม กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างนำแกนนำพรรคลงพื้นที่ช่วยนายสามารถ ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรคหาเสียง ว่า ได้รับการตอบรับดี ประชาชนให้ความสนใจในนโยบายพรรค โดยเฉพาะการเร่งฟื้นเศรษฐกิจ เร่งฟื้นกำลังซื้อ ทั้งภาคเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายนี้จะเน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เน้นทั้งนโยบายพรรคและจุดยืนทางการเมือง ประชาชนรอคอยอยู่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชน และประเทศชาติได้ประโยชน์อะไร จุดยืนทางการเมืองก็สำคัญ แม้มีนโยบายดี แต่ถ้าบ้านเมืองเดินเข้ามาสู่จุดเดิม ก็ไม่มีประโยชน์ พรรคประชาธิปัตย์จึงกำหนดแนวทาง และจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะพาประเทศชาติพ้นจากปัญหาวิกฤตินี้อย่างไร

ซัดคนดียึดอำนาจทุจริตไม่ลด

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ได้เขียนบทความเรื่องระบอบประชาธิปไตยและการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบ ลงเฟซบุ๊กระบุว่า หลักการสำคัญที่จะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันคือผู้นำการเมืองที่มีความซื่อสัตย์ เป็นแบบอย่างที่ดี ต้องตรวจสอบได้ เรื่องนี้พิสูจน์แล้วว่าคนที่เข้ามามีอำนาจจากการปฏิวัติรัฐประหาร แม้จะเป็นคนดี หรือเริ่มต้นดูเหมือนจะเป็นคนดี สุดท้ายไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ร้ายสุดคนเหล่านั้นอาจเสื่อมเสียเอง ทำให้ปัญหาการทุจริตไม่ได้ลดลง ผู้มีอำนาจต้องสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมืองให้สูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป แต่เกือบทุกรัฐบาลพูดแค่ว่าให้ว่าไปตามกฎหมาย ใช้เวลานานและยืดเยื้อ คนก็เสื่อมศรัทธาจนมองว่าใครมีอำนาจทำอะไรก็ไม่ผิด

ผลิตวาทกรรมทำคนเข้าใจผิด

นายอภิสิทธิ์กล่าวได้ว่า การสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาลจะช่วยป้องกันรัฐประหารได้ แต่ขณะนี้มีวาทกรรมที่ผิดทั้งสองด้าน คือ 1.ประชาธิปไตยโกงกินกันเยอะ เอาคนดีเข้ามาไม่ต้องไปสนใจประชาธิปไตย แล้วจะแก้โกงได้ ซึ่งไม่จริง 2.การปฏิเสธว่าที่ผ่านมาคอร์รัปชัน เป็นเพียงวาทกรรมเพื่อกวาดล้างทางการเมือง เป็นเรื่องอันตรายมากเพียงเพราะคนเหล่านี้ไม่ชอบการรัฐประหาร จึงพยายามหลับหูหลับตาว่าการทุจริตไม่มีจริง ยืนยันว่าจะรักษาประชาธิปไตยต้องทำให้เกิดธรรมาภิบาล ยอมรับการตรวจสอบเปิดเผยข้อมูล รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สนับสนุนการรัฐประหาร แต่พยายามเตือนว่านักการเมืองที่เรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย ต้องรู้จักวิธีการรักษาประชาธิปไตย ไม่เอาอำนาจไปใช้ในทางที่ผิด

ย้ำชัดไม่เอา “บิ๊กตู่” สืบอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ยังโพสต์คลิปวิดีโอเพิ่มเติมลงเฟซบุ๊ก ความยาวกว่าครึ่งชั่วโมง มีใจความตอนหนึ่งเรื่อง “จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯหรือไม่” ว่า ชัดๆเลย จะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อแน่นอน เพราะการสืบทอดอำนาจเท่ากับสร้างความขัดแย้ง และขัดอุดมการณ์ของพรรคที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ 5 ปีผ่านเศรษฐกิจย่ำแย่ ประเทศเสียหายมามาก หมดเวลาเกรงใจแล้วครับ

ฮือฮาอ่าน จม.รักกลางวงดีเบต

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เพจ The Standard ได้เวทีดีเบต “The Standard Debate” โดยแกนนำจากพรรคการเมืองเข้าร่วม ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้อ่านจดหมายรักที่เขียนด้วยลายมือตัวเองบนเวทีดีเบต เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมรับฟัง มีเนื้อหาระบุว่า “ถึงคุณ เราอยู่ด้วยกันมานานจนผมรู้สึกว่าตอนนี้คุณกำลังสิ้นหวัง สับสน กลัว โกรธ ถามตัวเองวนไปวนมาเมื่อถึงเวลาจะต้องเลือกเราเลือกอะไรได้ไหม คุณเลือกได้เสมอ อย่างน้อยที่สุดก็เลือกที่จะออกมาจากความสัมพันธ์แย่ๆ เช่น จากคนรักคนหนึ่งของคุณ ทุกคำพูดคำสัญญาของเขานั้นเพื่อคุณเสมอ ทุกคำสร้างปลุกเร้า เย้ายวน ได้ใจคุณ เวลาพิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อใคร นอกจากตัวเองเวลาพิสูจน์แล้วว่าเมื่อถูกจับได้ว่าเขาปลอกลอกคุณ เขาก็หนีไป คนรักอีกคนหนึ่งก็ใช้เวลานี้เข้ามายืดครองคุณ เขาแข็งแกร่ง ปกป้องคุณได้ เขาขอเวลาไม่นานเพื่อจะทำให้คุณกลับมามีความสุข แต่ยิ่งอยู่ไปเขากลับก้าวร้าว ครอบงำ และเอาแต่ใจตัวเอง เขาไม่อนุญาตให้คิดต่าง และเขาไม่เคยผิดเพราะเขาเล่นตามกฎที่เขาสร้างขึ้น”

อ้อน “เลือกผมเถอะผมรักคุณ”

นายอภิสิทธิ์ยังระบุในจดหมายรักอีกว่า “เมื่อโลกใบเก่าเป็นอย่างนี้ คุณจึงชายตามองใหม่ ที่ดูเป็นขบถในตัว แต่คุณจะรักคนคนหนึ่ง ที่บอกให้คุณโกรธ เกลียด ทุกคน ทุกระบบ ทุกคุณค่าได้อย่างไร ผมเองอาจไม่รวย ไม่แรง เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เคยมีโอกาสได้ดูแลคุณในช่วงสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยปัญหารอบตัวมีแต่ความวุ่นวาย แต่คุณยังจำได้ไหมว่าเราฝ่าฟันมาด้วยกัน จนเราเก็บหอมรอบริบตั้งตัวได้ไม่ล้มลง เรายังได้เริ่มต้นหลายอย่างที่ทำให้คุณยิ้มได้จนถึงทุกวันนี้ แม้ในวันที่คุณจากผมไป ผมก็ไม่เคยไปไหน ใช้เวลาทบทวนไปกับข้อผิดพลาด แก้ไขจุดอ่อน เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ และแอบดูคุณอยู่ห่างๆ พยายามเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆวัน 27 ปีที่เรารู้จักกันมาผมอาจดูจืดๆไม่แข็งกร้าว ไม่เร้าใจ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ผมยังมั่นคงเหมือนเดิม ไม่มีวันทำร้ายคุณ ไม่มีวันหนีไปไหน ยังฟังคุณเถียง ชอบเห็นคุณยิ้ม และชอบอยู่ข้างๆคุณตลอดเวลา กาลเวลาทำให้แกร่งขึ้น วันนี้ผมพร้อมดูแลคุณ วางแผนชีวิตที่ดีให้เราและลูกๆของเราต่อไป ให้เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคงซื่อตรงต่อกัน คุณเลือกได้เสมอ เลือกผมเถอะครับ ผมรักคุณ”

แต่ ชทพ.ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล

นายวราวุธ ศิลปอาชา คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หลังเลือกตั้งพรรคจะร่วมกับใครนั้น เอาเป็นว่าถ้าเขาจะเทียบเชิญเราหลังเลือกตั้ง อย่าตั้งเงื่อนไข การทำงานหลังเลือกตั้ง ฝ่ายค้านก็มีความสำคัญเท่ากับรัฐบาล แต่หัวใจสำคัญคือนโยบายที่จะนำเข้าไปทำงานในสภาฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หลังเลือกตั้งพรรคจะร่วมกับใครนั้น การที่ภูมิใจไทยมีสภาวะเป็นพรรคขนาดกลาง คนมองว่าเป็นพรรคตัวแปรไม่มีจุดยืน เป็นข้อหาที่ถูกกล่าวหาจากบุคคลอื่น ตนยืนหยัดในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ และนโยบายกัญชา หากไม่ได้รับการสนับสนุนก็ยินดีอยู่เป็นฝ่ายตรวจสอบ

“ธนาธร” จับไต๋คนปากว่าตาขยิบ

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทหารอาชีพที่มาเป็นรั้วของชาติ เราขอชื่นชม แต่เรารังเกียจทหารที่เกษียณแล้วมายึดอำนาจประชาชน ฉะนั้นเราต้องปฏิรูปกองทัพให้เป็นสมาร์ทอาร์มี่ การเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อให้กองทัพมีศักยภาพมาก เราของบ 10 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ตัดงบกองทัพ เปลี่ยนเป็นแคมป์สร้างศูนย์ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สร้างอาชีพคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะตกงาน จากเดิมที่มีแต่แคมป์ฝึกทหาร ส่วนจุดยืนร่วมรัฐบาลนั้น เราย้ำตลอดว่า “เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าของเราคืนมา”

ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สังคมไทยจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ถ้าเราไม่พูดถึงการปรองดอง คนที่ทำประเทศไทยปรองดองไม่ได้ ไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นคนที่เอาอำนาจไปจากเรา ตอนนี้ไม่ใช่แค่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่ต้องไม่เอาพรรคพลังประชารัฐด้วย เชื่อว่ามีบางพรรคที่บอกว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่อยากจับมือพลังประชารัฐเพื่อชูตัวเองขึ้นเป็นนายกฯ

“เสรีพิศุทธ์” ขอแค่เก้าอี้กลาโหม

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ฝ่ายเผด็จการพยายามทุกรูปแบบในการสืบทอดอำนาจ ขณะนี้มี ส.ว. 250 อยู่ในมือขาดอีกไม่เท่าไหร่ก็ได้บริหารประเทศต่อ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงขอให้พิจารณาว่ามีหัวหน้าพรรคคนใดกล้าสู้กับเผด็จการบ้างจากการลงพื้นที่ช่วงที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากขอให้แก้ปัญหาทหารที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ดังนั้น จำเป็นต้องปฏิรูปกองทัพ ไม่เช่นนั้นประเทศจะอยู่ไม่ได้ สำหรับจุดยืนการร่วมรัฐบาลชัดเจนจะร่วมกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น ไม่ร่วมกับฝ่ายเผด็จการเด็ดขาด จึงยินดีให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาล ตนขอแค่ รมว.กลาโหม

พท.ผุดแคมเปญ “เอาลุงคืนไป”

ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรค พร้อมแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส.กทม. ร่วมแถลงนโยบายช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ภายใต้แคมเปญ “เอา ลุง* คืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา” โดยนิยามคำว่า “ลุง” หมายถึงความคิดและสิ่งเก่าที่สิ้นหวัง พร้อมทั้งเปลี่ยนแบนเนอร์เวทีของพรรคด้วยข้อความดังกล่าว คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เกือบ 5 ปีมานี้ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพลำบาก เศรษฐกิจแย่มาก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ใช้งบประมาณสูงถึง 11.43 ล้านล้านบาท ถ้ารวมงบประมาณปี 2562 ที่ใช้ไปแล้ว รัฐบาลนี้ใช้งบไปทั้งสิ้นประมาณ 12.78 ล้านล้านบาท และยังใช้เงินเกินรายได้ทำให้หนี้ประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท ใช้เงินไปมหาศาลขนาดนี้ทำไมคนไทยส่วนใหญ่กลับรายได้ลดลง แต่หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ฟ้องให้เห็นความล้มเหลวการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เกิดภาวะ “รวยกระจุก จนกระจาย” เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับความทุกข์ทางเศรษฐกิจโดยลำพังอีกต่อไป เราต้องเร่งทวงเงินในกระเป๋าคืนให้คนไทย จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจทั้งระบบ จะรดน้ำที่ราก ให้ลำต้น และใบ เติบโตได้อย่างแข็งแรงยั่งยืน

โวพลิกฟื้นเศรษฐกิจใน 6 เดือน

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า มั่นใจประสบการณ์ 17 ปีตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เราทำให้เศรษฐกิจดีได้ทุกครั้งที่มาบริหารประเทศ ไม่ว่าจะวิกฤติขนาดไหน หลังต้มยำกุ้งเราฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนกำหนด วันนี้หลายพรรคออกมาให้สัญญากับประชาชน ถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะตัดสินว่าใครไม่เคยทำได้ตามสัญญา ใครดีแต่พูด ใครให้คำสัญญาที่ทำได้จริง 24 มี.ค.พี่น้องคนไทยจะได้มีโอกาสตัดสินใจเลือกอนาคตของตัวเองว่าจะอยู่กับลุงต่อไปอีก 4 ปี หรือจะเอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋ากลับคืนมา หากให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาทำงาน เราจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ใน 6 เดือน ราคาสินค้าเกษตรต้องปรับขึ้น เงินเดือนพนักงานต้องเพิ่มขึ้น

คนอื่นเดินตามเกมเพื่อไทย

เมื่อถามว่านโยบายข้าวที่หลายพรรคพยายามพูดถึงตัวเลขจะให้ชาวนาเท่านั้นเท่านี้ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เราไม่แข่งเรื่องตัวเลขหรือราคาหลายคนอาจมองรอบนี้พรรคเพื่อไทยมาแปลก ทำไมไม่แข่งตัวเลข แต่วันนี้คนอื่นมาเล่นในเกมที่เราเล่นในอดีต ในอดีตพรรคเคยเสนอเรื่องตัวเลขเพราะเมื่อก่อนไม่มีใครคิดที่จะมองเกษตรกร มองเงินเดือน ค่าแรงอย่างเป็นระบบ แต่เราวางรากฐานแล้วไปได้ ปัญหาประเทศวันนี้หนักกว่า 7 ปีที่แล้ว เราต้องมาปรับโครงสร้าง ต้องทั้งซ่อมและสร้างไปพร้อมกัน เลยเกิดสิ่งที่เราเรียกว่า ชุดนโยบายในการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เช่น โครงสร้างหนี้ รายได้โดยการเติมเงิน การจัดเก็บภาษี เพื่อมุ่งเป้าให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ มีเงินในกระเป๋า จึงต้องเติมเงินที่อยู่ในฐานพีระมิด ถ้าเราจะเป็นรัฐบาล เราจึงคิดแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับรัฐบาลนี้

ซัดพวกแทงกั๊กไม่ใช่ทางออก

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค กล่าวว่า ขณะนี้เป็นโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เชื่อว่าประชาชนมีข้อมูลสำหรับการตัดสินใจแล้ว โดยจะพิจารณาจาก 4-5 ปีที่ผ่านมา ชีวิตประชาชนดีขึ้นหรือไม่ ข้อมูลต่างๆ ชี้ว่าชีวิตของประชาชนแย่ลง วันนี้ประชาชนจึงต้องเลือก 2 ทาง คือ จะอยู่แบบเดิม หรือเปลี่ยนแปลงเพื่อหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ มีทางเดียวคือการที่ประเทศมีประชาธิปไตยที่แท้จริง เวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง เราจะชี้แจงตรงนี้ให้ประชาชนเห็น และผลงานที่ผ่านมายืนยันว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยพูด เราทำได้มากกว่าที่พูด ดังนั้น ภายใน 6 เดือนเราจะยกระดับเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนมั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนใครที่ยังกั๊กรอจังหวะไปยืนข้างฝ่ายชนะนั้น ตนมองว่าไม่ใช่ทางออกของประเทศ เพราะทางออกของประเทศต้องกล้าประกาศให้ชัดว่าจะอยู่กับฝ่ายไหน ให้ประชาชนได้เลือก

เปิดเพจก้าวต่อไปเพื่อ ปชต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเปิดเพจเฟซบุ๊ก “ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย” โดยนำภาพอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ 9 คน มาขึ้นเป็นรูปโปรไฟล์ พร้อมการแสดงความเห็นทางการเมืองของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค ไทยรักษาชาติ โดยเมื่อวันที่ 9 มี.ค. มีการโพสต์ข้อความลงเพจมีเนื้อหาสรุปว่า “จากกรณีที่มีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ อดีตแกนนำพรรคได้รวมกลุ่มเพื่อสานต่อภารกิจหยุดการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช. ภายใต้ชื่อ # ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย สิ่งที่เราจะทำต่อไปร่วมกับอดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติบางส่วน คือการรวมตัวทำงานกันด้วยความตั้งใจ ทำให้เกิดประชาธิปไตยในบ้านเมือง โดย ยึดหลักการตามเจตนารมณ์ที่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” หนึ่งในอดีตแกนนำของพรรคประกาศไว้ ระยะเวลาที่เหลือ 10 กว่าวัน เราจะเปิดเวทีอย่างน้อย 4 เวที 4 ภูมิภาค แต่จะมีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนต่อไป หวังเป็นอย่างยิ่งถึงการแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ต้องเริ่มจากการนำประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยให้ได้ก่อน ส่วนรูปแบบเราจะปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ต่อไป เพจเฟซบุ๊กนี้จะเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร เป็นกำลังสำคัญให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”

“อ๋อย” ยังไม่เอาแนวทางโหวตโน

วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า “กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย” ไม่เสนอโนโหวต และเชื่อว่าอดีตผู้สมัคร ของพรรคไทยรักษาชาติก็ไม่มีใครเสนอโนโหวต เพราะอันนั้นจะตกน้ำของจริง เราจะเสนอให้ประชาชนร่วมกันหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. เลือกพรรค การเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อตั้งรัฐบาลมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศ การทำกิจกรรมจะไม่มีการเคลื่อนไหวมวลชนเพื่อกดดันใครทั้งสิ้น กิจกรรมของกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่การระดมมวลชนเพื่อแสดงพลังทางการเมืองใดๆ แต่จะเป็นการเชิญชวน ประชาชนให้ร่วมกันแก้ปัญหาประเทศที่หนักหนาสาหัส มาตลอด 5 ปีมานี้ ด้วยการกาบัตรในวันที่ 24 มี.ค.

ร้องสอบสถานะ “ชัช ชลวร”

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ยังติดใจในมติยุบพรรคไทยรักษาชาติของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนยื่นคำร้องทักท้วงว่าบุคคลหนึ่งในองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือนายชัช ชลวร พ้นจากตำแหน่งด้วยการลาออกมาตั้งแต่เดือน ส.ค.2554 แล้วหรือไม่ แต่ไม่ได้รับการพิจารณา การไม่พิจารณาดังกล่าวไม่ได้แปลว่าคำร้องทักท้วงของตนไม่มีมูล กรณีนายชัช มีการลาออกจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่เดือน ส.ค.54 และมีพระบรมราชโองการให้พ้นตำแหน่งแล้ว แต่นายชัชยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อไป สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่า นายชัชมีสองสถานะตั้งแต่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่มีข้อสังเกตว่านายชัชพ้นจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว และไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 18 วรรคสอง โดยวันที่ 11 มี.ค. จะไป ยื่นเรื่องให้หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจมาตรา 44 ตรวจสอบ ต่อไปว่านายชัชมีสถานะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไม่มีขอให้หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 พิจารณาออกคำสั่งให้นายชัชไม่มีสถานะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนับตั้งแต่วันที่ลาออกจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งให้เพิกถอนมติของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติต่อไปด้วย

“จตุพร” หนุนแกนนำ ทษช.ลุยต่อ

ที่ตลาดเทศบาลปรางค์กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วยนาย อธิป อินฉัตร ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติหาเสียง นายจตุพรให้สัมภาษณ์กรณี กกต.ใช้งบ ประมาณ 12 ล้านบาทไปดูงานต่างประเทศ ว่า เรื่องใหญ่กว่าเงิน 12 ล้านบาทคือความจำเป็น เงินดังกล่าวเป็นเรื่องเล็กถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณแผ่นดินที่ต้องใช้สำหรับการจัดการการเลือกตั้ง อยากให้ กกต. ชุดนี้ดูบทเรียนอดีต กกต.ชุดอื่น มีประวัติให้เห็นแล้วว่าถ้าดำเนินการเป็นปัญหาอาจติดคุกได้ สิ่งที่ใหญ่กว่า 12 ล้านบาท คือความจำเป็น และระยะเวลา ส่วนกรณีที่อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ตั้งกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยนั้น เห็นว่าถูกต้องแล้ว การที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบเป็นเรื่องที่น่าเสียใจของชาวประชาธิปไตย สิ่งที่ใหญ่กว่าพรรคการเมืองคือประชาธิปไตย ที่เราต้องพาประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยเร็ว เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และจะไม่มี วันไปบอกว่าให้มาเลือกพรรคเพื่อชาติ แต่คะแนนเหล่านั้นควรยืนยันให้ฝ่ายประชาธิปไตย พรรคใดก็ได้

ไล่ “ลุงตู่” กลับบ้านไปเลี้ยงหลาน

นายจตุพรกล่าวว่า โปรดท่องไว้ว่าเลือกพรรคเพื่อชาติ พา พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้าน นี่เป็นการแก้ไขตามแนวทางสันติวิธี ตามหลักการประชาธิปไตย แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะพยายามแต่งตัวถ่ายรูปแบบคิขุอาโนเนะ มันไม่เหมาะกับวัยที่ควรกลับบ้านไปเลี้ยงหลานได้แล้ว ทำอย่างไรก็ไม่ขึ้น วิธีที่จะช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปพักผ่อนเสียที คือการเลือกพรรคเพื่อชาติ ทุกคะแนนของพรรคเพื่อชาติไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเห็นว่าไม่สามารถนำพาบ้าน เมืองไปได้ ต่อให้แต่งตัวอย่างไรมันก็ไม่น่ารัก วัยแบบ พล.อ.ประยุทธ์ต้องนุ่งกางเกงขาก๊วย

“สนธิรัตน์” ท้าสอบสัญญาจะให้

ช่วงเช้าที่ตลาดวัดไทร เขตจอมทอง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ทิพานันท์ ศิริชนะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียง โดยทั้งหมดเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อเสือ และลงเรือเยี่ยมชมสวนภูมิใจการ์เด้น ซึ่งเป็นสวนลิ้นจี่ร้อยปี นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายมั่นใจจะได้เก้าอี้มากขึ้น แต่มีบางส่วนกลัวพลังประชารัฐจะแพ้ ดังนั้น ต้องออกมาใช้เสียงกันมากๆ เพื่อให้ได้ที่นั่งตามเป้า ส่วนกรณีคลิปปราศรัยเรื่องบัตรคนจน จ.ลพบุรี ที่ส่อว่าเป็นการพูดลักษณะสัญญาว่าจะให้นั้น ถ้าคลิปนั้นผิดก็ต้องผิดทุกพรรค เพราะทุกพรรคปราศรัยถึงนโยบายว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะทำอะไรให้บ้าง เจตนาตัดต่อคลิปเพื่อชี้ว่าพลังประชารัฐทำผิด นี่คือวิชาทางการเมือง เพราะหลายพรรค สัญญาทั้งนั้น แต่พรรคไม่ได้กังวล ยินดีให้ตรวจสอบ

โต้ลั่น พปชร.ไม่สืบทอดอำนาจ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติประกาศเดินหน้าเปิดเวทีพูดคุยกับประชาชนเพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจของ คสช. นายสนธิรัตน์ตอบว่า ถือเป็นสิทธิ อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจ แต่มองว่าอำนาจที่สืบทอดโดยแท้จริงคือคะแนนเสียงประชาชน แม้วันนี้จะมีความพยายามทำให้เห็นว่าพลังประชารัฐเป็นพรรคที่สืบทอดอำนาจ แต่การได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นรัฐบาลต่อทำได้ทางเดียว คือการได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พรรคเดินเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตยในการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. ความไว้วางใจของประชาชนจึงถือเป็นการเข้าสู่อำนาจ อำนาจไม่ได้มาจากวิธีการอื่น เพราะถ้ามา ด้วยวิธีการอื่นถึงเรียกว่าสืบทอดอำนาจ

แย้มทีเด็ดปั้นลุค “โอตะ โอตู่”

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวระหว่างลงพื้นที่บริเวณสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร ร่วมวิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน และพบปะประชาชนที่มาออกกำลังกาย ช่วย น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียง ถึงการปรับภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แคนดิเดตนายกฯของพรรคในช่วงนี้ว่า จะมีออกมาเรื่อยๆ อาทิ “โอตะ โอตู่” เป็นภาพที่น่ารัก แม้ก่อนหน้านี้จะเห็นว่าการให้สัมภาษณ์กับนักข่าว พล.อ.ประยุทธ์หงุดหงิดใจ แต่จริงๆแล้วถ้าใครที่ได้ร่วมงานด้วยจะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนน่ารัก ยิ้มง่าย ตรงไปตรงมา แผนหลังจากนี้แม้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ออกปราศรัย แต่ได้ให้คำปรึกษาพรรคอย่างใกล้ชิด ให้รับฟังปัญหานำมาทำนโยบายใหม่ๆ โดยนโยบายใหม่ๆที่จะออกมาเชื่อว่าตรงใจประชาชน

ย้อน “มาร์ค” เลือกข้าง พท.หรือ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสานพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัดไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่ออีกสมัยนั้น อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่า หากไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ หมายความว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ ขณะนี้การเมืองไทยมีอยู่เพียง 3 ขั้ว คือ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ การประกาศท่าทีเช่นนี้ แสดงว่านายอภิสิทธิ์จะไปร่วมกับเพื่อไทย จึงอยากทราบความชัดเจนว่าคิดเช่นนั้นใช่หรือไม่

มั่นใจปักธงที่เมืองสองแควได้

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ล่าสุดการลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ถือว่ากระแสตอบรับดีมาก มีชาวบ้านมาฟังปราศรัยเยอะหลายพันคนจนแน่นห้องประชุม ปัญหาที่ประชาชนต้องการให้ช่วยเหลือมากที่สุด คือ เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. การเกษตร และสวัสดิการของรัฐ มั่นใจว่าเรามีโอกาสได้เก้าอี้ ที่นี่ ส่วนเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.สุโขทัย คิดว่าคนทั้ง จังหวัดอยากมาฟังการปราศรัยนำเสนอนโยบาย และ จะเป็นที่สุดของการจัดการปราศรัยในจังหวัด โดยสถานที่จัดงานอย่างสนามฟุตบอลทะเลหลวง สามารถจุคนได้ทั้งสิ้นกว่า 30,000 คน เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.สุโขทัยทั้งจังหวัดหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ถือว่ากระแสของพรรคและผู้สมัครดี ช่วงโค้งสุดท้ายเราต้องทำงานหนักนำเสนอนโยบายที่โดนใจชาวบ้าน และทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้จริง รวมทั้งเข้าให้ถึงทุกพื้นที่ ส่วนจะได้ทุกเขตหรือไม่อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ

นายกฯส่งกลอนขอเสียงคนโคราช

ช่วงเย็นที่ตลาดนัดเซฟวัน จ.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานผู้สมัครภาคอีสาน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยทีมผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา หาเสียงมีประชาชนมาร่วมรับฟังกว่า 25,000 คน นายสุวิทย์กล่าวว่า โคราชเป็นบ้านเกิด พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นลูกหลานย่าโม วันนี้ท่านอยากมาด้วยตัวเอง แต่ไม่สามารถมาได้ จึงฝากกลอนมาให้ นายสุวิทย์อ่านกลอนมีเนื้อหาว่า “จากใจถึงใจไทยทุกผู้ เรารวมอยู่เป็นชาตินานนักหนา ทั้งบ้านเรือนก่อสร้างพัฒนา เพื่อวันนี้วันหน้าเชื่อมโยงกัน อยากจะให้มีใครจิตอาสา ประชารัฐพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ทั้งคนรวยรายได้น้อยคอยช่วยกัน สร้างสวรรค์แผ่นดินทองพี่น้องไทย อย่ายอมให้คนพาลมาผลาญชาติ ป่าวประกาศศักดิ์ศรีที่ไหนไหน ให้โลกรู้แผ่นดินนี้มีคนไทย ทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่าพร้อมยอมพลี หวังเพียงให้เกิดพัฒนานำพาชาติ กวาดบ้านเมืองให้สะอาดเกิดสุขขี เราจะพร้อมยอมตายสามัคคี แผ่นดินนี้พลังประชารัฐรวมคนไทย”

“ผู้กองนัส” โอ่กวาดพะเยาเรียบ

ช่วงเช้าที่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และทีมงาน ได้พบปะพี่น้องชาวอาสาสมัคร สาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.)ในงานเดิน-วิ่งการกุศลเพื่อจัดหารายได้ซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลแม่ใจ ที่หนองเล็งทราย อ.แม่ใจ โดย ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดมั่นใจในคะแนนเสียงที่พี่น้องชาวพะเยาเขต 1 จะเทคะแนนให้ตน รวมไปถึงตัวผู้สมัครอีก 2 เขตของ จ.พะเยา จึงเชื่อมั่นว่า จ.พะเยา พรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.แบบยกจังหวัดทั้ง 3 เขตอย่างแน่นอน

“สุวิทย์–ณัฏฐพล” ยกทีมบุกสิงห์บุรี

ที่ลานจอดรถห้างไชยแสงซูเปอร์สโตร์ CS Park ซีเอสพาร์ค อ.เมืองสิงห์บุรี พรรคพลังประชา–รัฐ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ มีแกนนำพรรค อาทิ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้า พรรค ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายโชติวุฒิ ธนาคมานุ– สรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.สิงห์บุรี หาเสียง นายสุวิทย์กล่าว ว่า พรรคพลังประชารัฐมีพันธกิจที่ชัดเจนอยู่ 3 ข้อ คือต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ต้องนำพาประเทศไปสู่ความสงบ ไปสู่ความเข้มแข็ง พรรคพลังประชารัฐจึงมีนโยบายชัดเจนว่าเราจะแก้ไขปัญหาความยากจน และให้ประชาชนก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำ

“สุเทพ” แจก นสพ.3 ล้านฉบับ

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พรรคได้จัดทำสิ่งพิมพ์มอบให้กับพี่น้องมวลมหาประชาชนทั่วประเทศกว่า 3 ล้านฉบับ สร้างบันทึก เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นคำมั่นสัญญาว่า พรรคนี้จะ ทำตามเจตนารมณ์ อุดมการณ์ นโยบายพรรคโดย ไม่เปลี่ยนแปลง มีพี่น้องในโซเชียลมีเดียหลายคนแจ้งมาว่าอยากอ่าน จึงนำทุกหน้ามาโพสต์ให้ได้อ่านกัน มีหลายเรื่องที่พี่น้อง กปปส.ต้องอ่านให้ได้ เพราะบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นการก่อตั้งพรรคนี้เอาไว้ และอยากให้เข้าใจเหตุผลของคนที่ ได้ชื่อว่าตรงที่สุด คนที่เกลียดนักการเมืองขี้โกงมากที่สุด และเป็นคนที่เก่งฉกาจด้านเศรษฐกิจระดับแถวหน้า อย่างหม่อมเต่า (ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล) ทำไมถึงยอมมาเป็นหัวหน้าพรรคเราได้ ขอเพียงให้กาเลือกผู้สมัครพรรคเราทุกเขตทุกจังหวัด เพราะครั้งนี้ทุก คะแนนเสียงมีความหมายไม่ตกน้ำ “รักชาติ การวมพลังประชาชาติไทย”

“เทวัญ” นำทีมลุยเบตงปักธงใต้

ช่วงบ่าย ที่ อ.เบตง จ.ยะลา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมแกนนำพรรค อาทิ พล.ท.ชรินทร์ อมรแก้ว พล.ต.ธชา จินตวร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ช่วยนายวรชัย ชัยพิชญากุล ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา หาเสียง ในพื้นที่เทศบาลเมือง นายเทวัญกล่าวว่า เชื่อว่าพรรคชาติพัฒนาจะปักธงในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ แม้พรรคเจ้าของพื้นที่เดิมจะมีความเข้มแข็ง แต่พรรคชาติพัฒนาขอเป็นตัวเลือกให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคใด จากการลงพื้นที่ภาคใต้ ทั้ง จ.สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช และยะลา การตอบรับต่อพรรคเป็นอย่างดี เชื่อว่าด้วยนโยบายที่พรรคนำเสนอจะได้รับความสนใจจากประชาชน

“สุวัจน์” ชู 3 นโยบายยึดโคราช

ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ลงพื้นที่หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายที่ อ.ประทาย, อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ช่วยนายประสิทธิ์ ทองนาเมือง และนายนิรันดร ชัยศรี ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา หาเสียง นายสุวัจน์กล่าวว่า คนรู้จักทั้งประเทศว่าพรรคชาติพัฒนาเป็นพรรคของคนโคราช วันนี้มาบอกพี่น้องประชาชนว่า เรากำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญ ไม่มีการเลือกตั้งมา 8 ปี พรรค ได้นำความคิดเห็นการบ้านที่พี่น้องประชาชนให้มาออกแบบเป็นนโยบาย ที่จะพลิกฟื้นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชน 3 นโยบาย คือ นโยบายก้าวหน้า ก้าวไกล ไทยไร้ปัญหา นโยบายพัฒนาเมืองหลวง และนโยบายโคราชเป็นประตูสู่อีสาน

“พิเชษฐ” หวั่นอีสานเกิดกลียุค

นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวภายหลังลงพื้นที่จังหวัดภาคอีสานว่า พบว่าหลายพรรคปราศรัยใช้วาทกรรมสร้างความเกลียดชัง สร้างความแตกแยกในพื้นที่ค่อนข้างรุนแรง ยิ่งคนเป็นกรรมการห้ามทัพ กระโดดลงมาเล่นการเมือง มีการใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบทุกอย่าง บางจังหวัดประกาศถ้าสนับสนุนเผด็จการไม่ต้องเข้ามาในพื้นที่ ประชาชนส่วนใหญ่เลือกข้างไปแล้วชัดเจน ทุกอย่างมันอยู่ในจิตใจกลายเป็นลัทธิ ลัทธิหนึ่ง หนักยิ่งกว่าสมัยคอมมิวนิสต์ หลังการเลือกตั้งอย่าหวังว่าจะสร้างความปรองดอง สถานการณ์ยังคงน่ากลัวรอวันปะทุ ไม่ว่าใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลมีโอกาสเกิดกลียุคได้ ดังนั้น ขอเรียกร้องทุกพรรคหยุดสร้างวาทกรรมเกลียดชัง เพื่อสร้างบรรยากาศปรองดอง พรรคไหนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็บริหารประเทศไป ครบวาระ 4 ปี มาแข่งขันกันใหม่

“ทวี” นำทีมช่วยลูกพรรคที่ยะลา

ที่ จ.ยะลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่ช่วยนายสัญญา สุวรรณโพธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ หาเสียงบริเวณตลาดพิมลชัย ตลาดเก่า พร้อมพบปะกลุ่มพี่น้องชาวจีนที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว อ.เมืองยะลา พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า พรรคจะแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก ดูเรื่องสินค้าเกษตร ยางพารา ปาล์ม ข้าว ประมง และการท่องเที่ยว เรื่องเกษตรเราต้องมีความรู้ อย่างน้อยที่สุดผู้ทำเกษตรต้องมีกำไร ไม่ใช่ขายแล้วขาดทุน พรรคประชาชาติมีแนวคิดที่จะทำให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน สำหรับเสียงของประชาชาติ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราได้บุคคลที่มีผลงาน พี่น้องมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาทำงาน มีความจริงจังจริงใจในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ทำเป็นเรื่องส่วนตัว

กกต.แจงใช้คูหากระดาษไม่ผิด

อีกด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี ผู้มาใช้สิทธินอกราชอาณาจักรที่ประเทศมาเลเซีย พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่พร้อมของ กกต.ใน การจัดเลือกตั้ง ที่มีการใช้ลังกระดาษมาทำเป็นคูหาแทน ว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ถือว่าสามารถทำได้ไม่มีปัญหา เพราะการลงคะแนนยังเป็นไปโดยตรง และลับ ตามที่กฎหมายกำหนด เพียงแต่อาจดูไม่สวยงาม กรณีที่เกิดขึ้นทางสถานเอกอัครราชทูตอาจมีคูหาไม่เพียงพอ จึงต้องแก้ปัญหาลักษณะดังกล่าว ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด ส่วนกรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่มีการแชร์ภาพเอกสารให้ข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.เขต 13 ซึ่งมีความคลุมเครือเรื่องชื่อพรรคนั้น กำลังให้มีการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว แต่ผู้มีสิทธิยังสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครได้จากช่องทางอื่น อาทิ แอปพลิเคชันสมาร์ทโหวต

คนไทยในเบลเยียมใช้สิทธิคึกคัก

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เปิดให้คนไทยที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวน 1,076 คน จาก 69 จังหวัด 260 เขตเลือกตั้ง โดยเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต หนึ่งในผู้มีสิทธิได้ลงคะแนนเสียงที่อาคารสถานเอกอัครราชทูต พร้อมกับคนไทย และนักศึกษาไทยหลายคน บางคนเดินทางมาจากลักเซมเบิร์ก นายมนัสวีกล่าวว่า คนไทยในต่างแดนมีความตื่นตัวในการขอใช้สิทธิ แม้จะประสบปัญหาข้อขัดข้องในช่วงแรก แต่ทางสถานทูตได้ทำการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง ทั้งทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก รวมทั้งไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ที่วัดไทยหลายแห่ง โดยมีคนไทยมารอลงคะแนนตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนเวลาเปิดคูหา มีหลายครอบครัวพาบุตรที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรก อาทิ นายภาค ก่อมงคลกูล ผู้เข้าประกวดเดอะวอยซ์เบลเยียมเมื่อปีที่แล้ว ได้มาร่วมลงคะแนนพร้อมกล่าวว่า รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่พลเมืองไทย เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต

“อนุทิน” มีภาพขัดแย้งน้อยที่สุด

วันเดียวกัน สำนักวิจัยซุปเปอร์โพล เปิดผล สำรวจเรื่อง ความสงบบ้านเมืองกับพรรคที่ชอบ จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,060 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 95.7 เลือกที่จะปกป้องรักษาให้บ้านเมืองสงบ มีเพียงร้อยละ 4.3 เลือกปกป้องรักษาพรรคที่ชอบ ทั้งนี้ร้อยละ 80.1 เห็นด้วยที่พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งมีความ ชอบธรรมและต้องได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาลก่อน ขณะที่ร้อยละ 19.9 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่านายกรัฐมนตรีที่จะสง่างามเป็นที่ยอมรับของประชาชน ต้องให้ ส.ส.เลือก และส่วนใหญ่เห็นว่าผู้เสนอตัวเป็นนายกฯที่ขัดแย้งน้อยถึงน้อยที่สุด คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองลงมาคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ

ขอไปดูผู้สมัคร ส.ส.ที่หน้าคูหา

ด้านนิด้าโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “การลงคะแนนเลือกตั้ง 2562” จาก ประชาชนทั่วประเทศที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวม 1,251 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 51.96 รับทราบว่าต้องกาบัตรลงคะแนนคนละ 1 ใบ แต่ร้อยละ 48.04 บอกว่าไม่ทราบ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ยังรับทราบเกี่ยวกับหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มาจากพรรค การเมืองเดียวกันจะเป็นแบบต่างเขตเลือกตั้ง ต่างหมายเลข และไม่มีปัญหาในการจำหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. เมื่อถามถึงวิธีการจดจำผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง ส่วนใหญ่ระบุว่าจะไปดูที่หน่วยเลือกตั้ง

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562
https://www.thairath.co.th/election 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะประยุทธ์ จันทร์โอชาอ้อนแฟนธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้