7 ผู้สมัคร ส.ส.รุ่นใหม่ เสียงแตก แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คสช. มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฟุ้ง โชว์นโยบาย เน้นพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตอบโจทย์ธุรกิจคนรุ่นใหม่  

วันที่ 6 มี.ค. เวทีดีเบตโซเชียล ไทยรัฐเลือกตั้ง 62 จัดดีเบต “สวย-หล่อช่วยอะไรได้?” โดยมีแขกรับเชิญ 1.นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท 2.นางวทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ 3.นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 7 พรรคประชาธิปัตย์ 4.น.ส.วราไพรินทร์ ธนวริสพร ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 8 พรรคชาติไทยพัฒนา 5.น.ส.เยาวภา บุรพลชัย ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 28 และโฆษกพรรคชาติพัฒนา 6.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ผู้สมัครบัญชีรายชื่อรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ 7 น.ส.เกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 27 พรรคเสรีรวมไทย

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า คสช. 5 ปี ที่ผ่านมา พิสูจน์ได้แล้วว่า ปราบคอร์รัปชันได้หรือไม่ ฉะนั้นวิธีแก้คือต้องให้เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ สังเกตดู ข้อมูลในเว็บคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่หยุดนิ่งไปตั้งแต่ ปี 2557 ดังนั้นยืนยันทางแก้ คือ ข้อมูลของรัฐบาลประชาชนต้องเข้าถึงได้ง่าย ทุกคนต้องตรวจสอบได้ ส่วนถามว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นานไปไหม เห็นว่า เรื่องเวลาไม่ได้เป็นปัญหา ส่วนการแก้ไขนั้นแก้ได้ไหม ซึ่งต้องไปแก้รธน.ปี 60 มันยากมาก เพราะต้องใช้ เสียง ส.ว. ด้วย ถึงแก้ได้ นายวาโย กล่าวต่อว่า ไม่มีรัฐบาลประเทศไหน ออกแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในโลกนี้ไม่มีประเทศทำ

...

"ส่วนกรณี นิวโหวตเตอร์ (กลุ่มพลังคนรุ่นใหม่) ประมาณ 6.7 ล้านคน ที่ยังไม่เคยเลือกตั้งเลย การช่วยให้ประเทศชาติกลับสู่ประชาธิปไตย ได้ เราขอให้ประชาชนออกมาเลือกตั้ง 24 มี.ค.คน เรื่องหน้าตาตัดทิ้งไปเลย ผมเชื่อ การมาเป็น ส.ส.ประชาชนเห็นความสำคัญยิ่งกว่าแพทย์หรือทนายความด้วยซ้ำ" นายวาโย กล่าว...

นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท ยืนยัน หนุนกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ให้มีความเจริญ ขณะยุทศาสตร์ชาติ 20 ปี เห็นว่า ไม่จำเป็น ผมคิดว่า 3-5 ปี น่าจะเพียงพอ ผมมีคำถามว่า ประเทศไทยเป็นยังไง ผมว่า 20 ปี มันนานไป ยุทธศาสตร์ชาติมันไม่เกี่ยวนะครับ ไม่มีใครรู้ว่า เดินแล้วมันจะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่อง สวย หล่อ ช่วยอะไรได้? นายรัฐภูมิกล่าวต่อว่า ปฏิเสธไม่ได้ วันนี้ถ้าไม่มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามารวมตัวกัน ก็จะมีแต่คนเก่าๆ พูดเรื่องเดิมๆ มันก็แย่ 

นายรัฐภูมิ ยังกล่าวถึงเพลง "คืนความสุข"ของ คสช. ว่าแรกๆ ตนเองก็ร้องตาม แต่ตอนหลังร้องไห้แทนเพราะคนแก่ไม่มีที่ทำกิน ชาวบ้านจะทำมาหากินยังไง เรื่องนี้มันใหญ่กว่า 

"พรรคพลังท้องถิ่นไท ธนาคารไอเดีย สนับสนุนให้เราเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่วัยเรียน เราจะตอบโจทย์ตรงนี้ 2. ทีมงานสร้างแอปพลิเคชัน ไทยต้องมีแอปเดียวจับไม่ใช่มีเป็น 100 ก็ใช้ไม่ได้ แอปนี้จะฟ้องว่าพลังชีวิตไม่ดีเพราะทำไม่ได้มา เมื่อคุณไปเห็นนายจ้างเห็น พลังชีวิตแย่คุณก็ไม่มีทางได้งาน" นายรัฐภูมิ กล่าว

น.ส.เยาวภา บุรพลชัย ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 28 และโฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า ถ้ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หากใช้กันแล้ว ไม่เวิร์ก เราก็ไปแก้ไขกันในรัฐสภา น่าดีกว่า ยกตัวอย่างเหมือนกับการ ซื้อรถป้ายแดงมา คุณอยากแก้ไขเลยไหมล่ะ ฉะนั้น ก็ใช้กันไปก่อน ขับไปก่อน ไม่ดีค่อยมาแก้ไข 

น.ส.เยาวภา กล่าวต่อว่า นโยบายการศึกษา ด้านกีฬา ให้มีอุทยานการเรียนรู้ เด็กเรียนได้เลยไม่มีค่าใช้จ่าย สนับสนุนเรื่องเรียนภาษา ต่อยอดในอนาคต เรื่องนโยบายกีฬา เด็กจะได้มีร่างกายแข็งแรง ปลูกฝั่งเด็กเป็นคนดีมีคุณธรรม อนาคตจะได้ไม่มีความขัดแย้งต่อไป เพราะรู้รัก สามัคคีและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา

น.ส.วราไพรินทร์ ธนวริสพร ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 8 พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในฐานะคนรุ่นใหม่ มองว่า อะไรที่ถกอยู่ก็นำเสนอแล้วไปว่าในสภากันต่อ ในฐานะคนรุ่นใหม่ปัจจุบันกระแสหลายเรื่องมันเร็วมาก อะไรปรับให้เข้าปัจจุบันได้เป็นสิ่งที่ดี ส่วนตัวเชื่อ ประเทศไทยสามารถปรับได้

ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มันเป็นเรื่องลำบากใจมากที่จะตอบ วันนี้ก็ไม่อยากพูดอะไร เพราะนายกฯทุกท่าน ก็โดนกระแสตลอด ไม่ใช่นายกฯท่านนี้ ท่านเดียว ขอให้เอาอดีตเป็นบทเรียน 

น.ส.เกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 27 พรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึง เรื่อง แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่วนตัว รับไม่ได้ แล้วถ้าคิดว่าแก้ไขได้ จะเข้าไปแก้ไขได้อย่างไร แก้ได้ไหม มันนานไปไหม มันมีประโยชน์อะไรบ้าง คุณต้องการอะไร ขณะอาวุธของประเทศ คือ ประชาชนของประเทศ ก็ประชาชน เราจะยกหนี กยศ.ให้ ยกเลิกเกณฑ์แล้วเป็นเรื่องสมัครใจแทน

น.ส.เกศศิริ กล่าวต่อว่า เพลงเป็นการพิสูจน์ตัวท่านเองว่า ทำได้จริงไหม ลงพื้นที่ได้ยินตลอด ช่วยด้วยค้าขายไม่ได้ เช่าที่ทำกินแพง เราใช้พ่อค้าแม่ค้าค้าขายอย่างเสรี

นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ-ดุสิต (แขวงถนนนครไชยศรี) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนอยากจะเห็นคนไข้ไม่เอารองเท้าแตะไปต่อคิว ไม่ยืนรอรับอยู่ที่โรงพยาบาล และไม่ต้องลางาน เพื่อไปอยู่โรงพยาบาลทุกวัน

“ผมคิดว่า คงต้องออกมาจากอาชีพแพทย์ เพื่อความบริสุทธิ์ใจที่ไม่มีส่วนใดส่วนเสีย แม้ว่าอาชีพย์นี้ จะช่วยคนได้ 2-3 แสนคน หากนับทั้งชีวิตของแพทย์คนหนึ่ง แต่ผมอีกมุมหนึ่ง คือ อยากมีส่วนในการบริหารเปลี่ยนแปลง เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนทั้งประเทศ” นพ.คณวัฒน์ กล่าวว่า

ส่วนความเห็นของผู้สมัครฯ ที่มีต่อเพลงคืนความสุขนั้น นพ.คณวัฒน์ มองว่า รัฐบาลอยู่เกินกว่าวาระของรัฐบาลปกติแล้ว ผมคิดว่าเสน่ห์ของประชาธิปไตย อยู่ที่ประชาชนสามารถเป็นผู้เปลี่ยนรัฐบาลได้

ส่วนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นพ.คณวัฒน์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ และทางพรรคได้มีการคิดนโยบายตั้งแต่เกิด เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นผู้สูงอายุ

“หลายคนมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย โดยส่วนตัวผมนั้น ก็เป็นคนกลุ่มนิวเดม ที่คิดและพัฒนาประเทศโดยการใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นแนวทางในอนาคตที่ว่า การผลักดันกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ, ผลักดัน LGBTQ” นพ.คณวัฒน์ กล่าว...

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เรื่อของความเหลื่อมล้ำ โดยส่วนตัวมองว่า หากจะบอกว่ามาจากรัฐบาลนั้น ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ช่วงระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่ง คสช.มีความเป็นห่วงเป็นใยปัญหาความเหลื่อมล้ำ จึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนั้น เมื่อปัญหาสั่งสมมาอย่างยาวนาน ย่อมสะท้อนว่า ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาอย่างยาวนาน

น.ส.วทันยา กล่าวว่า ตนมองว่า ด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ทั้งหมด ตนเชื่อมั่นว่า ข้อเสนอแนะขอทุกคนเป็นสิ่งที่นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และที่มาที่ตนมาทำหน้าที่ ณ จุดนี้ เพราะอยากยุติความขัดแย้ง และทำประโยชน์ให้กับประชาชน ที่สำคัญพร้อมรับฟังทุกคำชี้แนะ และตนมองว่า ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นการวางแผนระยะยาว หากเป็นระยะเวลาสั้นๆ จะต้องเรียกว่า แผนงานเสียมากกว่า

น.ส.วทันยา กล่าวว่า กระบวนการทำงานของรัฐบาล คงไม่เกี่ยวกับตน เพราะตนเพิ่งก้าวสู้เวทีการเมืองมาไม่นานมานี้ หากเราได้ศึกษายุทธศาสตร์ชาติ จะมี 6 ข้อหลักๆ ซึ่งจะพูดถึงกรอบของความมั่นคง ที่พูดถึงปัจเจกบุคคล ไปจนถึงระดับประเทศ และเรายังพูดเรื่องของคน ซึ่งเป็นการพัฒนาคน

“ไม่ว่าคุณจะเลือกใคร คุณต้องเลือกคนดีเข้าสู่สภา และอย่าหลงอยู่กับวาทกรรม” น.ส.วทันยา กล่าว

เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี น.ส.วทันยา กล่าวว่า การกำหนดกรอบ เป็นหน้าที่รัฐบาลต่อไปจะมากำหนดกรอบ เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลใหม่มาก็ฉีกนโยชบายของรัฐบาลเก่าหมด ทำให้ประเทศไทยนโยบาย แผนงานไม่เคยต่อเนื่องกัน เหมือนกับต้องนับ 1 ใหม่ เหมือนกลับ ไป 1 แล้วก็กลับมา 0 ใหม่