king10
Thairath Logo
กีฬา

อ.ปริญญา แนะสื่อดูคุณสมบัตินายกฯ "บิ๊กตู่" นั่ง หน.คสช.เป็น จนท.รัฐหรือไม่

Share :
line-share-logo

มธ.ร่วมกับ กกต.จัดเสวนาทางวิชาการเรื่องการเลือกตั้ง อ.ปริญญา ชี้คุณสมบัติว่าที่นายกฯ ของบิ๊กตู่ ต้องดูในส่วนตำแหน่ง หน.คสช.ถือเป็น จนท.รัฐหรือไม่ ขณะที่การเมืองหลังจากนี้จะเป็น 3 ก๊ก...


เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2562 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่องการเลือกตั้งแบบ 3 อิน 1 กับผลทางการเมืองและการใช้สิทธิของประชาชน

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายสมมติฐาน การคาดการณ์ และการวิจัยการเลือกตั้ง 2562 ว่า ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมมีผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว และปัญหาที่ผู้ร่างไม่ได้คาดไว้ คือ ประชาชนสูญเสียสิทธิที่เคยเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่แตกต่างคนละพรรคได้

การเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนผู้สมัคร ส.ส. แบบเขตมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มากกว่าเดิมในปี 2554 ถึงกว่า 4 เท่า ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องการตื่นตัว หรือเพราะประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้งมา 8 ปี แต่เป็นเพราะระบบเลือกตั้งที่ใช้คะแนนแบบเขตทุกคะแนนมาคิดที่นั่งบัญชีรายชื่อ พรรคขนาดใหญ่จะได้ ส.ส.น้อยลงและทำให้เกิดการแตกตัวของพรรคใหญ่ออกเป็นหลายพรรค เช่น ในพรรคตระกูลเพื่อไทย และเป็นครั้งแรกที่พรรคใหญ่ที่สุดอย่างเพื่อไทย ส่งผู้สมัครไม่ครบทุกเขต แต่พรรคขนาดเล็กกลับส่งครบทุกเขต จึงเป็นปรากฏการณ์ประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ส่วนการคาดการณ์ผลทางการเมืองที่เกิดจากระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม ส่วนตัวคาดการณ์ว่า จะไม่มีพรรคใดได้ ส.ส.ถึงครึ่ง หรือเกิน 250 คน ด้วนเหตุที่ระบบเลือกตั้งนี้ใช้คะแนนแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กำหนดเพดานจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรคและในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยความที่ทุกพรรคต่างก็ต้องการได้คะแนนเดียวจากประชาชน แม้จะรู้ว่าผู้สมัครแบบแบ่งเขตของพรรคตัวเองจะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่พรรคก็ต้องส่งผู้สมัครเพราะต้องการคะแนนมาคิดที่นั่ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จึงทำให้หัวหน้าพรรคขนาดเล็กที่พอจะมีทุน ส่งผู้สมัครลงเขตเพื่อให้ตัวเองได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ


นายปริญญา ระบุอีกว่า อีกการคาดการณ์หนึ่งคือ จะเกิดการเมืองแบบ 3 ก๊ก ในการตั้งรัฐบาล จากเดิมที่มีเพียงพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะมีพรรคพลังประชารัฐเข้ามาเป็นอีกก๊กหนึ่ง ซึ่งเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี แม้ว่า คสช.จะเป็นผู้เสนอชื่อว่าที่ ส.ว. 250 คน ทำให้การเป็นนายกรัฐมนตรีต่อของพลเอกประยุทธ์ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะกติกาตามบทเฉพาะการต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสองสภาก็คือ 376 เสียง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ต้องการอีก 126 เสียง ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะต่อให้พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.ไม่ถึง 126 เสียง ก็ไม่น่ายากที่จะดึงพรรคขนาดกลางและเล็กมาร่วม

แต่ปัญหาคือเสียงในสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึงครึ่ง รัฐบาลจะเป็นเสียงข้างน้อยในสภา ซึ่งจะทำให้เสนอร่างกฎหมายไม่ผ่าน และถูกลงมติไม่ไว้วางใจในเวลาไม่ช้า ดังนั้นจึงมีอยู่สามทางที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ขึ้น คือพรรคเพื่อไทยรวมกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งแนวทางที่สอง ที่พรรคพลังประชารัฐจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ดูจะมีโอกาสมากกว่าแนวทางอื่นๆ และการรวมกันไม่จำเป็นที่พรรคที่มี ส.ส.มากสุดจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะมาโหวตหนุนพรรคพลังประชารัฐก็มีเงื่อนไขอีกว่า พรรคพลังประชารัฐต้องชนะเลือกตั้งได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะจะเป็นคำตอบให้เกิดความชอบธรรมที่พรรคประชาธิปัตย์จะโหวตให้

ขณะที่สถานการณ์เรื่องงูเห่าที่จะการโหวตสวนกับพรรคที่ตัวเองสังกัด เพื่อเลือกพลเอกประยุทธ์ มีหลายคนคิดและตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะในรัฐธรรมนูญเปิดกว้างให้เป็นเอกสิทธิของ ส.ส.ที่จะโหวตเลือกนายกฯ และพรรคการเมืองก็ไม่กล้าขับออกจากพรรคด้วย เพราะหากขับออกจากพรรคเมื่อไหร่ ส.ส.ก็จะย้ายไปสังกัดพลังประชารัฐทันที จึงเป็นไปได้ว่า พรรคการเมืองก็จะเก็บงูเห่าไว้ในพรรคต่อไป แต่เรื่องนี้ส่วนตัวยังคิดว่าสถานการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น

นายปริญญา กล่าวถึงปัญหาเรื่องคุณสมบัติว่าที่นายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่องการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้คาดคิดมากก่อน หรือนักกฎหมายของ คสช.ก็นึกไม่ถึง แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะยกเว้นตำแหน่งข้าราชการการเมืองให้สมัคร ส.ส.ได้ ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงเป็นว่าที่นายกฯ ได้ ส่วนข้อถกเถียงเรื่องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ รัฐธรรมนูญยกเว้นแต่เพียงเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นข้าราชการการเมืองเท่านั้น เจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ ไม่ได้รับการยกเว้น ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณากันต่อ คือ หัวหน้า คสช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ส่วนตัวเองจะไม่พูดว่าเป็นหรือไม่ เพราะจะเป็นการชี้นำ แต่ให้ข้อสังเกตว่าที่ผ่านมามีการใช้อำนาจรัฐต่างๆ หลายกรณี จึงให้สื่อไปวิเคราะห์เองว่าใช่หรือไม่.

อ่านเพิ่มเติม...
คุณสมบัตินายกรัฐมนตรีบิ๊กตู่เลือกตั้ง 62การเลือกตั้งปริญญา เทวานฤมิตรกุลเลือกตั้ง