พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช อดีต ผบ.ตร.และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ช่วยลูกพรรคหาเสียง ชวนคนออกไปจับปากกา"ฆ่าเผด็จการ" ชู 6 นโยบายพรรค ฟุ้ง 3 สัญญาที่จะทำให้พี่น้องประชาชนทันที

เมื่อเวลา 09.30.น.ของวันที่ 5 มี.ค.62 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางลงพื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค เพื่อช่วยลูกพรรคผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต หาเสียงที่ตลาดนัดวังสมบูรณ์ ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ประกอบด้วย นายสุทธิรักษ์ วันเพ็ญ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 8 ,น.ส.อัคลีมา คลังเพชร หรือ คุณนายแมท ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 หมายเลข 4 ,นางดรุณี ประยูรวงษ์ หรือ หมอเอิร์น ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 หมายเลข 5 และนายปัญญา ชาติปัญญาวุฒิ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยมีลูกทีมของผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่และสมาชิกพรรคร่วมเดินหาเสียง แจกโบว์ชัวร์และบัตรแนะนำตัวผู้สมัคร ประมาณ 50 คน

บรรยากาศ การลงพื้นที่หาเสียงของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตลอดช่วงเวลาตั้งแต่เช้า ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นอดีต ผบ.ตร. และเป็นข้าราชการที่ประพฤติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนไทยตัวอย่าง และเป็นที่รู้จักในนาม"วีรบุรุษนาแก"ทำให้ตลอดเส้นทางการเดินหาเสียง มีประชาชนมาคอยให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพด้วยจำนวนมาก ซึ่งทีมงานและผู้สมัคร ส.ส.พยายามเชิญชวนให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ เพื่อจับปากกา"ฆ่าเผด็จการ" ด้วยการเลือกผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย สนับสนุนให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง เจ้าหน้าที่หน่วยข่าว ชุดสืบสวน จากหลายหน่วยงาน เข้ามาติดตามการหาเสียง เช่นกัน

...

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เสียงตอบรับของประชาชนตอนนี้ พร้อมที่จะหนุนพรรคเราให้เข้าสภาให้ได้ ซึ่งนโยบายของพรรคที่จะปลดล็อคประเทศไทย ด้วยนโยบาย 6 หยุด คือ 1.หยุดความยากจน ลดความเหลือมล้ำของคนในชาติ 2.หยุดคอรัปชั่น นำงบประมาณมาพัฒนาประเทศ 3.หยุดปัญหายาเสพติด ขจัดผู้มีอิทธิพลให้สิ้นซาก 4.หยุดเผด็จการ ปฏิรูปทหาร 5.หยุดไฟใต้ สร้างสังคมสันติสุขสมานฉันท์ และ 6.หยุดสงครามสีเสื้่อ สร้างความปรองดองก้าวสู่อนาคต ซึ่งประการที่สำคัญที่สุดคือ หยุดความยากจน

“สำหรับพรรคเสรีรวมไทย 3 สัญญา ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนทันที คือ พ่อแม่พี่น้องที่ทำอาชีพค้าขาย ทำมาหากิน ส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ไม่มีพื้นที่ให้ เพราะรัฐบาลไปจัดและห้ามขาย ทำให้ลำบากเป็นหนี้เป็นสิน ค้าขายไม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ จะให้พ่อค้าแม่ค้าขายได้อย่างเสรี คือ พื้นที่ที่เป็นทางสาธารณะต่าง ๆ เราจะจัดระเบียบให้ค้าขายได้อย่างเต็มที่ ที่ราชพัสดุ ที่ดินที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ นำมาจัดสรรให้ขายฟรี เพื่อให้เลี้ยงดูครอบครัวได้ ซึ่ง 5 ปีเต็ม ๆ ที่รัฐบาลนี้เข้ามาปกครองประเทศประชาชนเสียโอกาส” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยังกล่าวต่อว่า นโยบายบัตรประชาชนใบเดียว เข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ฟรีหมดทั่วประเทศ ปัจจุบันมี 30 บาทรักษาทุกโรค ขึ้นบัญชีไว้ที่นี่ ไปรักษาที่อื่นก็ไม่ได้ นอกจากเป็นเรื่องฉุกเฉิน เรื่องอุบัติเหตุ เท่านั้นเอง ทำให้ติดขัด ต่อไปแค่มีบัตรประชาชนใบเดียวเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล ซึ่งเงินนั้นเอามาจากไหน ลองดูแล้วกันว่า รัฐบาล คสช.เอาเงินแสนกว่าล้านไปแจกจ่ายซื้อเสียง เอาไปให้พี่น้องประชาชน เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารักษา ซิมมือถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปีใหม่ก็แจกคนละ 500 บาท มันไม่ได้ประโยชน์อะไร ซึ่งแสนกว่าล้านเราเอามาเข้าหน่วยงานที่รับผิดชอบเลย

พล.ต.อ.เสรี กล่าวอีกว่า สัญญาที่ 3 ที่จะทำเพื่อประชาชนคือ ให้เรียนฟรีจนกระทั่งจบปริญญาตรี จะแก้ไข พรบ.เกี่ยวกับการศึกษาทุกฉบับ รวมทั้งเด็กนักเรียนที่ไปกู้หนี้ยืมสิน หรือกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. เรียนจนจบไม่มีงานทำ ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ถูกฟ้องร้อง ผู้ค้ำประกัน ก็ถูกฟ้องร้องด้วย เดือดร้อนกันไปหมด พรรคเสรีรวมไทย จะออกกฎหมาย ยกหนี้ กยศ.ให้ทั้งหมด ไม่ใช่พักหนี้ แต่เรามั่นใจว่า ทำได้ ยกหนี้ให้ทั้งหมด

“เราจะไม่เอางบประมาณไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น เงินทองเรามีอยู่ในบ้าน เอาไปกินไปเที่ยวหมด บ้านก็เจ๊งซิ ประเทศก็เหมือนกัน มีเงินอยู่เสือกไปซื้อรถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำ แล้วแม่งจะมีเงินเหลืออะไรล่ะ เราแค่เอาเงินพวกนี้มาใช้ได้สบายเลย” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมกับฝากผู้สมัครของพรรคในพื้นที่ จ.สระแก้วคือ เขต 1 นายสุทธิรักษ์ วันเพ็ญ เบอร์ 8 ,เขต 2 น.ส.อัคลีมา คลังเพชร เบอร์ 4 และ เขต 3 นางดุรณี ประยูรวงษ์ เบอร์ 5 ด้วย เรื่องที่ไปว่าทหารยังไม่มีอะไรเราก็ไม่กลัวเพราะเรารักษาสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช และคณะผู้บริหารพรรคเสรีรวมไทย ลงไปพื้นที่อำเภอคลองหาด เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงในช่วงสาย ในพื้นที่ อ.วัฒนานคร และอรัญประเทศ ตามลำดับ ในการช่วยลูกพรรคหาเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออกในครั้งนี้