king10
Thairath Logo
กีฬา

"หญิงหน่อย-ชัชชาติ"เปิดนโยบายโค้งท้าย ฟื้น ศก.ไทยแก้ได้ใน 6 เดือน

Share :
line-share-logo

2 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เปิดนโยบายโค้งสุดท้าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยแคมเปญ "ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่" ยืนยันแก้ได้ภายใน 6 เดือน

คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส. ประชุมเปิดนโยบายและแผนงานเร่งด่วนช่วงโค้งสุดท้าย โดยมอบหมายให้ 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ทั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขึ้นกล่าวบนเวที

นายชัชชาติ กล่าวถึงภาพรวมปัญหาเศรษฐกิจไทยว่า ปัญหาตอนนี้ เรื่องแรกคือหนี้ คนไทยเป็นหนี้นอกระบบกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งที่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 6 ล้านล้านบาท และเงินทุนในระบบของธานาคารไทย 3.6 ล้านล้านบาท แต่คนตัวเล็กไม่สามารถกู้เงินได้ เพราะไม่มีหลักค้ำประกันเหมือนนายทุนขนาดใหญ่ ดังนั้นนโยบายระยะยาวของพรรคเพื่อไทยคือจาก 4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง รวมเป็น 4 ปีซ่อมและสร้างไปพร้อมกัน รัฐต้องพักหนี้ เติมเงินทุน และให้ปัญญากับประชาชนในการประกอบธุรกิจ พรรคจะพลิกฟื้นโอกาส จัดสรรทรัพยากรใหม่ และแก้ปัญหาที่โครงสร้าง

นายชัชชาติ วิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยที่กำลังติดหล่มอยู่ในขณะนี้เหมือนรถต้องขับเคลื่อนพร้อมกัน 4 ล้อ ด้วยการแก้ปัญหา 4 ด้านคือ 1. เพิ่มการส่งออกและส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากรายได้ปัจจุบันจากการส่งออก 68% และการท่องเที่ยว 18% 2.การลงทุน ปัจจุบันเงินทุนในไทยไหลออกไปต่างประเทศเยอะ เนื่องจากนักลงทุนขาดความมั่นใจ ดังนั้นเพื่อไทยจะต้องทำให้การเมืองมีความมั่นคง โดยการชนะการเลือกตั้งให้ขาด แล้วสร้างความมั่นใจกลับมา ให้นักลงทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศเอาเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย 3.การบริโภคภายในประเทศ ลดลงจาก 52% เป็น 48% พรรคเพื่อไทยจะกระตุ้นการบริโภคด้วยการปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี และสร้างเศรษฐีใหม่ 4.ภาครัฐต้องเร่งจ่ายเงินให้เกิดการลงทุน

พร้อมกันนี้ นายชัชชาติ ยังเสนอวิธีการ 5 ข้อที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น คือ 1.เปลี่ยนหน้าดินก่อหนี้เป็นหน้าดินสร้างรายได้ โดยการพักหนี้ เติมทุน และส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ ขายสินค้าที่มูลค่าสูงขึ้นในราคาต้นทุนที่ถูกลง 2.แปลงสินทรัพย์ชุมชนเป็นธุรกิจท่องเที่ยว เชื่อมโยงแหล่งเที่ยวในภูมิภาคให้มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่โรงแรมใหญ่ แต่รวมถึงโฮมสเตย์ชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมสตรีทฟู้ดและสินค้าโอทอป 3.แปลงสินทรัพย์คนไทยเข้าสู่โอกาสการค้าและธุรกิจในโลกยุคดิจิทัล เช่น จากการลงพื้นที่จังหวัดลำปาง การขายดาบและสินค้าพื้นบ้านออนไลน์ประสบคงวามสำเร็จอย่างมากและไม่ต้องเปิดร้าน แต่มีลูกค้ามากมายจากทั่วประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กที่ทำเองไม่ได้ มีความรู้และเข้าถึงตลาดดิจิทัลเที่ยวโลก 4.ทลายอุปสรรคที่ขวางกั้นการทำมาหากินของคนไทยภายใน 4 ปี เช่น การทำโฮมสเตย์ หรือพวกกันชงทำเส้นใยทำรองเท้าเสื้อผ้า 5.เปลี่ยนการรีดภาษีจากประชาชนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนสามารถมีพลังและยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง จัดเก็บภาษีคนตัวใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ เก็บภาษีบริษัทข้ามชาติ และลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายของคนตัวเล็ก

นายชัชชาติ กล่าวย้ำว่า หัวใจของพรรคไม่ใช่เรื่องแจกเงินเหมือนแก้โรคพืชที่ใบ แต่พรรคต้องแก้ที่รากปัญหา คือ สร้างโอกาสให้คนทำมาหากินและสร้างรายได้ ไม่แบ่งเป็นชนบทหรือเมือง แต่รวมเป็นเนื้อเดียวกันเพราะชนบทขับเคลื่อนเมือง พรรคเพื่อไทยพร้อมซ่อมและสร้างภายใน 4 ปี เพราะเข้าใจอนาคต เข้าใจประชาชน และมั่นใจว่าเราทำได้

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สัญญาว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะฟื้นเศรษฐกิจให้ได้ภายใน 180 วัน เพราะตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะมีชาวบ้านเข้ามากอดและขอร้องให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจึงตั้งใจจะเข้ามาแก้ปัญหาทันที ไม่รอช้าแม้แต่แม้วันเดียว ด้วยการ ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี และสร้างเศรษฐีใหม่

เริ่มจากแผนตรวจโรคเร่งด่วนภายใน 30 วัน สำรวจความเสียหายจาก 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริหารประเทศด้วยความคิดที่บิดเบี้ยวทำให้เศรษฐกิจบิดเบี้ยวตามไปด้วย จะเห็นได้ว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนำเงินผ่านมือประชาชนไปรูดแล้วเข้ามือเจ้าสัวทั้งหมด โดยเริ่มตรวจสภาพ 3 ข้อ คือ 1.ตรวจสภาพหนี้ของรัฐบาล สินทรัพย์ของรัฐต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีประสิทธิภาพ เอาเงินมาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 2.ตรวจสอบกฎหมายที่ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และข้อตกลงต่างๆ ที่ตกลงแล้วทำให้เกิดผลเสียกับคนไทย เช่น IUU 3.ตรวจสอบกลไกที่ทำให้เกิดช่องคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การเอากฎหมายที่ปฏิบัติไม่ได้จริงมาบังคับใช้ แล้วรีดไถพ่อค้าแม่ค้าแผงลอย หรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ถูกรีดไถ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปแก้ปัญหาจริงๆ ปัญหาฝุ่นพิษจึงไม่ถูกแก้ไข รวมทั้งแก้ไขกฎหมายไทยที่มองว่าผู้ประกอบการเป็นผู้ร้าย

จากนั้นต้องให้น้ำเกลือและให้ยาด้วยแผนรักษาประเทศภายใน 100 วัน โดย 1.พักหนี้เกษตรกร 3 ปี 2.เริ่มต้นปรับโครงสร้างหนี้ SME และ3.เริ่มต้นปรับโครงสร้างหนี้ครู นักศึกษา ประชาชน ที่กู้ กยศ. แล้วจึงตามด้วยแผนเติมทุนและเติมรายได้ คือ 1.เริ่มต้นจัดตั้งสถาบันพัฒนารายได้ทุกจังหวัด โดยมีเพดานเงินกู้ 5 ล้านบาท
2.เร่งขยายศักยภาพการเข้าถึงสินเชื่อรายย่อย ขยายเงินกู้จาก 5 หมื่นบาท เป็น 1 แสนบาท 3.เริ่มต้นปรับค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนทุกระดับ เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ แต่ไม่กระทบเจ้าของธุรกิจโดยการเพิ่มมาตรการลดภาษีนิติบุคคล หรือลดภาษีน้ำมัน และอีกนัยหนึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพขอบงประชาชนด้วย 4.เริ่มต้นสนับสนุนเงินช่วยเหลือพัฒนา การผลิตของชาวนา ขายข้าวให้ 5,000 บาทต่อเกวียนแต่ไม่เกิน 15 เกวียน คือไม่เกิน 75,000 เพื่อช่วยเหลือการผลิต

สุดท้ายคือการให้วีคซีนภายใน 6 เดือน โดยการทลายอุปสรรคของกฎหมายที่ล้าหลังและอุปสรรคต่อการทำมาหากิน เปิดโอกาสสร้างธุรกิจคราฟเบียร์และสุราชุมชน เร่งเจรจาการค้าเสรีระหว่างประเทศหลังจากมีการเลือกตั้ง

หยุดการรีดภาษีจากประชาชนและธุรกิจทั้งหมด 1.ปรับลดภาษีน้ำมันและภาษีเงินได้เกษตร 2.เพิ่มยอดหักค่าใช้จ่ายเกษตรกรจาก 65 เป็น 85 3.ปรับภาษีให้คนตัวเล็กนอก EEC ได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่ SME ขนาดเล็กและกลางออกใบกำกับภาษีได้โดยไม่ต้องจด VAT ยกเว้นภาษีออนไลน์ 2 ปี ผู้ประกอบธุรกิจค้าขายทางออนไลน์รายเล็กจะได้แข็งแรงภายใน 1 ปี ยกเว้นภาษีให้ 2 ปีสำหรับสินค้าและบริการกลุ่ม ‘ไทยทำ’ และรัฐบาลจะเอาสินค้าไทยไปขายทั่วโลก เพื่อเอื้อผู้ค้ารายเล็กแจ้งเกิดได้, ยกเว้นภาษี 2 ปีให้ Start up ไทย

สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ภายใน 180 วัน 1.ราคาสินค้าเกษตรจะกลับมาดีเหมือนเดิมทุกตัวภายใน 180 วัน เช่น ข้าวขาว 5% ราคา 10,000 บาทขึ้นไป ข้าวหอมมะลิราคา 15,000 บาท ยางพารากิโลกรัมละ 60 บาทขึ่้นไป อ้อยตัน 1,000 บาท ข้าวโพดกิโลกรัมละ 7 บาท และปาล์มกิโลกรัมละ 4.5 บาทขึ้นไป 2.ปรับฐานการผลิตสินค้าเกษตรเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารสุขภาพ ขายผ่านเทคโนโลยีและบล็อกเชน รวมทั้งยกเลิกการใช้พาราควอต เพราะเกษตรกรและผู้บริโภคผู้ป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนกว่าราย 3.เพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 50 ล้านคนต่อปี รายได้เพิ่มขึ้น 3 ล้านล้านบาท โดยการยกเลิกวีซ่าจีนซึ่งคาดจะเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนขึ้นอีก 5 ล้านคน

สร้างฐานรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ 1.กองทุนสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทั้งในกรุงเทพ และภูมิภาคต่างๆ ทำสัญญาร่วมกับมหาวิทยาลัยดังในประเทศและทั่วโลก เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจ เช่น การแปรรูปอาหาร การดีไซน์ แต่จะลงบัญชีค่าใช้จ่ายไว้ให้ผู็ประกอบการที่เริ่มธุรกิจใหม่ หลังจากนั้น 3 ปีพอตั้งตัวได้ให้กลับมาใช้หนี้ และเป็น One Stop Service อนุมัติใบอนุญาตผู้ประกอบการ รวมทั้งการช่วยเหลือเงินทุน 2.กองทุนคนเปลี่ยนงาน ให้ความรู้และทักษะ เทคโนโลยีและทุน ให้คนที่อยากเปลี่ยนงาน 3.ทำให้ทั้งโลกเป็นตลาดขายสินค้าไทยด้วย E-commerce และ Block chain สนับสนุนให้ e-commerce ไทยแข็งแรง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การให้สวัสดิการต่างๆ ในยามที่ประชาชนยากลำบาก พรรคไม่ขัดข้อง แต่สิ่งที่พรรคคิดต่างคือ ไม่คิดแจกเงินอย่างเดียว แต่จะการสร้างรายได้ให้กับประชาชนด้วย ซึ่งไม่ค่อยมีพรรคไหนพูด โดยจะเน้นการเติมเงินเข้าระบบที่จะสร้างรายได้ใหม่และทรัพย์สินใหม่ให้คนไทย ไม่คิดสั้นๆ หรือง่ายๆ แค่การแจกเงิน เพราะเชื่อว่าไม่มีคนไทยคนไหนอยากถูกเรียกว่าเป็นคนจนตลอดไป แต่ทุกคนอยากสร้างรายได้ด้วยตนเอง คนที่อยากทำงานต้องได้งาน และคนที่ยากรวยต้องได้รวย พรรคจะไม่แข่งด้วยตัวเลข แต่จะไม่ตัดสวัสดิการที่ประชาชนเคยได้ เพื่อไทยจะไม่แก้หนี้ด้วยการสร้างหนี้ แต่จะแก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน 30 ตรวจโรค 100 วันสร้างรายได้ ทำมาหากิน พรรคมั่นใจจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้โตขึ้นภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นแนวคิดหลักคิดของพรรคเพื่อไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยช่วยพี่น้องคนไทยออกจากความทุกข์ไปสู่ความสุขให้ได้.

อ่านเพิ่มเติม...
เลือกตั้ง62พรรคเพื่อไทยพลิกฟื้นเศรษฐกิจนโยบายโค้งท้ายเลือกตั้ง