"สุริยะ" นำทัพลงพื้นที่ "โคราช" มั่นใจกวาด ส.ส.อีสาน 60 ที่นั่ง ไล่ "เฉลิม" ไปดูแลลูกชายหาเสียง ให้ได้เป็น ส.ส. ลั่น ไม่ต้องห่วงคนอื่น ด้าน "วิรัตน์" ประกาศสงคราม หากโคราชต่ำกว่า 10 ไม่อยู่ไทย

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ จ.นครราขสีมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง นายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ แกนนำภาคอีสาน และนายภิรมย์ พลวิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยนายประพิศ นวมโคกสูง ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา หาเสียงที่ตลาดแม่สมบูรณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยได้รับเสียงตอบรับจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างดี มีการมอบดอกไม้ให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก

นายสุริยะ ปราศรัยกับประชาชนที่ตลาดว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสเดินทางมา จ.นครราชสีมา กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และปัญหาที่พบคือ ประชาชนมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป 20 ปี ปัจจุบัน ประชาชนก็ยังคงเป็นหนี้อยู่ และบางส่วนเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงมีนโยบายพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน เป็นระยะเวลา 3 ปี และระหว่างนี้ ก็ตั้งกองทุนใหม่ คือกองทุนประชารัฐ ให้พี่น้องประชาชนไปกู้เงินมาจับจ่ายใช้สอย ดูแลลูกหลาน และทำมาค้าขาย พร้อมยืนยันว่า หากพรรคพลังประชารัฐ ได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ ก็จะมีทีมเศรษฐกิจที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เข้าไปทำงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศ เมื่อประเทศมีรายได้หนี้ที่พักไว้ก็จะยกเลิก นี่คือสิ่งที่พรรคตั้งใจทำ นอกจากนี้ สำหรับคนโคราช หากพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล ก็จะสร้างโรงงานเพื่อให้ลูกหลานคนโคราชกลับมาทำงานที่บ้านเกิด เป็นการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ ดังนั้นหากเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 14 เขตของโคราช โคราชก็จะเจริญอย่างแน่นอน

...

ด้านายอนุชา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ หากสองพรรคการเมืองใหญ่ ยังถูกเลือกให้เป็นรัฐบาลอีก ความขัดแย้งที่มีมานานกว่า 10 ปี ก็จะไม่จบสิ้น ดังนั้นควรให้โอกาส พรรคการเมืองใหม่ อย่างพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เข้ามาแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศ เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ พยายามสร้างความเจริญ ความมั่นคง และมั่งคั่งของประเทศ ดูแลคนยากจน รวมไปถึงเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา อย่างกรณี เรื่องข้าวพรรคพลังประชารัฐ มีนโยบาย ช่วยเรื่องค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ และหลังจากนี้จะมีทีเด็ดในเรื่องของข้าวออกอีก จึงขอให้ชาวนาอดใจรอ

นายอนุชา ย้ำว่า หาก 4 ปียังทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากไม่ได้ จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต เพราะมั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐ ทำได้อย่างแน่นอน จึงขอเอาชีวิตการเมืองของตนเป็นเดิมพัน ว่าจะต้องสร้างชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร รวมไปถึงของคนไทยที่ทำมาค้าขาย ให้มีเงินมีทองมาใช้หนี้ เพราะการเป็นหนี้มันเหนื่อย ดังนั้น หากอยากใช้หนี้ให้หมดไป ต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ แม้จะเป็นพรรคที่พูดไม่เก่ง แต่ทำเก่ง เห็นได้จาก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหน ให้ความสนใจ หรือลงมาดูแลคนที่มีรายได้น้อยให้มีกำลังใจลุกขึ้นมาต่อสู้ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ จะต่อยอดนโยบายดังกล่าว ดังนั้น หากประชาชนเลือกคนของพรรคพลังประชารัฐเป็น ส.ส. ก็จะได้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนจะมีความสุขอย่างแน่นอน เพราะจะเข้ามาทำในสิ่งที่คนไทยเฝ้ารอ คือการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จากนั้น นายสุริยะ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา บ่อยว่า จ.นครราชสีมา มี ส.ส.14 คน และเป็นหนึ่งในเมืองหลวงภาคของภาคอีสาน พรรคจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และคาดหวังได้ ส.ส.ทุกเขต จึงต้องมารับฟังปัญหาของประชาชน และมานำเสนอนโยบายพรรคของเราว่าเราจะทำอะไรให้พื้นที่ ซึ่งวันนี้ได้รับฟังมาหลายเรื่องและตอบสนองที่จะทำให้ เพราะสิ่งที่ประชาชนชาวภาคอีสานสะท้อนมา คือ ภาคการเกษตร นโยบายราคาข้าว ว่าพรรคเราจะสามารถช่วยให้ได้อย่างไร ซึ่งพรรคได้เตรียมการไว้แล้ว ในการจะทำให้ราคาข้าวดีที่สุด

นายสุริยะ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานยุทธศาสตร์หาเสียงพรรคเพื่อไทย ออกมาเหน็บแนมว่า การที่นายสุริยะเงียบไปในระยะหลัง เพราะยอมแพ้แล้ว โดยระบุว่า ไม่ทราบ ร.ต.อ.เฉลิม กลัวอะไรผม ถึงได้ติดตามความเคลื่อนไหวขนาดนี้ ทั้งที่ปากก็บอกไม่ให้ราคา แต่คอยติดตามตลอด ผมในฐานะแกนนำพรรค มีหน้าที่ดูและในหลายเรื่องทั้งนโยบายของพรรคที่จะต้องตอบสนองประชาชนในทุกพื้นที่ ไม่ได้มีเวลาในการลงพื้นที่ตลอดเวลา แต่ได้พูดคุยกับ ส.ส.ในพื้นที่อีสานตลอดไม่ได้หายไปไหน ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิมไม่ต้องห่วง และไม่ต้องสร้างข่าวให้ ส.ส.อีสานหวั่นไหว เขาไม่หวั่นไหวหรอก ส่วนเรื่องยอมแพ้ไม่มีทางอย่างแน่นอน เพราะยังยืนยันว่า พื้นที่อีสานจะต้องได้ 60 ที่นั่งขึ้นไป

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ร.ต.อ.เฉลิมไม่ต้องห่วงผมมาก แต่ขอให้เอาเวลาไปห่วง นายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางบอน ลูกชาย ให้ชนะการเลือกตั้งจะดีกว่า

นายวิรัตน์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่า จะกวาด ส.ส.โคราช ได้เกิน 10 ที่นั่ง เพราะสงครามครั้งนี้แพ้ไม่ได้ หากแพ้ตนจะไม่อยู่โคราชและประเทศไทยแล้ว

สำหรับช่วงเย็นวันนี้ ที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นายสุริยะ และแกนนำภาคอีสาน จะขึ้นปราศรัยใหญ่