"พรรคมหาชน" เตรียมเปิดนโยบายเอาใจ "เพศทางเลือก" ผลักดันให้ หยุดการเลือกปฏิบัติ ส่งเสริมความเท่าเทียม ความเป็นธรรมในสังคม หวังได้ ส.ส. 6-7 ที่นั่ง จากฐานเสียงเพศที่ 3 ที่มี 6-7 ล้านเสียง


เมื่อวันที่ 26 ก.พ.62 นายอภิรัต ศิรินาวิน หัวหน้าพรรคมหาชน กล่าวถึงการเปิดนโยบายหาเสียงเลือกตั้งและผู้สมัครของพรรคในวันที่ 4 มีนาคมนี้ว่า ไม่เป็นการช้าไปที่จะเปิดนโยบายและผู้สมัคร ส.ส.ในวันดังกล่าว เพราะพรรคมหาชนเป็นพรรคขนาดเล็ก ไม่มีนโยบายครอบคลุมทุกด้านเหมือนพรรคขนาดใหญ่ จึงไม่ต้องใช้เวลายาวนานมากนัก

"พรรคของเราเป็นพรรคขนาดเล็ก ไม่มีเงินทุนใช้หาเสียงมากนัก การเปิดตัวและการหาเสียงจึงไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับพรรคอื่น หากใช้เวลาเท่ากับพรรคอื่นก็หมายความว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อีกทั้งนโยบายและแนวทางของพรรคก็เป็นแบบเฉพาะ มีฐานเสียงเป้าหมายแบบเจาะจง หรืออาจเรียกว่า Nice Market" นายอภิรัตกล่าว

หัวหน้าพรรคมหาชน กล่าวด้วยว่า เมื่อเปิดนโยบายและผู้สมัครแล้ว ก็จะใช้เวลาหาเสียงอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ ก็ถึงวันเลือกตั้ง เรียกได้ว่าใช้เวลาอย่างรวดเร็วและคุ้มค่า ส่วนนโยบายที่จะเปิดจะเน้น 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1. เกี่ยวกับเรื่องของเพศทางเลือก จากการสำรวจแล้วผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นเพศทางเลือก มีประมาณ 6-7 ล้านเสียง ซึ่งเป็นฐานเสียงกลุ่มเป้าหมายของพรรคมหาชน 2. SMEs ออนไลน์ จะมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมีผู้ค้าออนไลน์จำนวนมาก

ส่วนความหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนคาดหวังว่า ฐานเสียงเพศทางเลือก ที่มีประมาณ 6-7 ล้านคน หากลงคะแนนให้พรรคของเรา 10% หรือสักประมาณ 5 แสน ถึง 1 ล้านคะแนนก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะเท่ากับว่าจะได้ ส.ส. 6-7 ที่นั่ง เป็นจำนวนที่พอจะมีบทบาทและดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามนโยบายพรรค ส่วนผู้สมัครของพรรค ก็จะเป็นเพศทางเลือก ที่มีชื่อเสียงในสังคม ทั้งด้านความสวยความงาม กีฬา สังคมและธุรกิจ อย่าง พอลลีน งามพริ้ง เป็นต้น

...

"พรรคมหาชน จะผลักดันเพื่อคนเท่าเทียมกัน จะผลักดันให้ หยุด! การเลือกปฏิบัติ พร้อมส่งเสริมความเท่าเทียม ความเป็นธรรม และความมั่งคั่งทั่วหน้าของประชาชนคนไทย พร้อมเปิดพื้นที่ให้กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเข้าเป็นพลังของสังคมมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น และนำประชาชนไทยทุกคนมีสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกัน โดยไม่มีเส้นแบ่งเกี่ยวกับเพศ วิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ ผลักดันให้มีการออกกฎหมายรับรองเพศสภาพ และกฎหมายรับรองสถานภาพคู่ชีวิตของคนเพศเดียวกัน รับรองการใช้ชีวิตคู่อย่างมีเสถียรภาพระหว่างบุคคลสองคนบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงถึงเพศสภาพ วิถีทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศ" นายอภิรัตกล่าว.