"อภิสิทธิ์" บอกรู้สึกแปลก ปกติพรรคการเมืองต่างๆ ต้องปราศรัยใหญ่แล้ว แต่มีแค่เพียงประชาธิปัตย์พรรคเดียวปราศรัยใหญ่กับประชาชน ยืนยันพร้อมทำงานเพื่อประชาชน และจะขออยู่คู่สังคมไทยต่อไป...
ต่อมาเวลา 20.30 น. วันที่ 8 ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดการปราศรัยใหญ่ ครั้งแรกในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นในการประกาศความพร้อมเดินหน้าหาเสียงทั่วประเทศ โชว์วิสัยทัศน์และนโยบาย โดยมีขุนพลของพรรคสลับกันขึ้นเวทีปราศัยกันอย่างคับคั่ง อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรค, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายกรณ์ จาติกวณิช, นายจุติ ไกรฤกษ์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รวมทั้งรองหัวหน้าพรรค ทั้ง 4 ภาคที่ปราศรัยเป็นภาษาท้องถิ่น ประกอบด้วย นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู, นายอิสสระ สมชัย, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และนายสาธิต ปิตุเตชะ
พร้อมเปิดตัว ทีมประชาธิปัตย์แก้จนสร้างคนสร้างชาติ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ New dem พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีปราศรัยคู่ขนานทั้ง 4 ภูมิภาค คือ เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยในตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของประเทศไทย เพราะเพิ่งปิดรับสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบปาร์ตี้ลิสต์ รวมทั้งการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เราทราบว่า พรรคการเมืองต่างๆ เสนอชื่อใครเป็นนายกฯ
แต่เป็นเรื่องแปลกกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ประเทศไทยเผชิญกับการเมืองที่ล้มเหลว ใช้อำนาจไม่ชอบ พยายามรับรองการทุจริต ประชาชนไม่ยอมจนเกิดการชุมนุม นำสู่สถานการณ์บานปลาย สุดท้ายเกิดรัฐประหาร ซึ่งคณะรัฐประหารใช้เวลาจัดทำรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกเป็นเวลาเกือบห้าปีเต็ม ระหว่างทางมีความไม่แน่นอนและความหวั่นไหว ทั้งเรื่องยุบพรรคหรือไม่ การสร้างกติกามากมายจนเกิดคำถามว่าพรรคจะดำเนินการได้หรือไม่
...
วันนี้จึงแปลก รับสมัครตั้งแต่ต้นสัปดาห์ซึ่งปกติพรรคการเมืองต่างๆ ต้องปราศรัยใหญ่ไปแล้ว แต่วันนี้กลับมีแค่เพียงประชาธิปัตย์พรรคเดียวปราศรัยใหญ่กับประชาชน กระบวนการเลือกตั้งเริ่มต้นขึ้นแล้ว มายืนตรงนี้เพราะพรรคพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน และจากวันนี้ถึง 24 มี.ค. เชื่อว่าหลายพรรคจะพูดนโยบายเหมือนกับประชาธิปัตย์ แต่จะเสนอบางอย่างให้หวือหวามากกว่า ซึ่งคิดว่านโยบายใครก็พูดได้ แต่ไม่ใช่ว่าใครจะทำก็ได้ เพราะหากไม่มีใจที่จะทำ ก็ไม่เกิดโครงการต่างๆ ประชาธิปัตย์จึงเสนอนโยบายด้วยความรับผิดชอบ อีก 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี พรรคเราก็จะยังคงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป.