ไลฟ์สไตล์
100 year

ฝ่าย เสธ.บีบ พลังประชารัฐจัดโผนายกฯ ใส่ชื่อ “บิ๊กตู่” คนเดียว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
7 ก.พ. 2562 05:01 น.
SHARE

‘สนธิรัตน์’ โอ่มีแผนสำรอง จัดอันดับปาร์ตี้ลิสต์พ่นพิษ ทษช.ร้าวลึก-ปชป.มีไขก๊อก มือดีลอบเช็กหุ่นนิสิตจุฬาฯ

หึ่งฝ่าย เสธ.กับคนใกล้ชิดดัน “บิ๊กตู่” ชื่อเดียวโดดๆในบัญชีนายกฯ พปชร. หวั่นโดนเปลี่ยนชื่อกะทันหัน “อุตตม” ส่งเทียบเชิญทางการถึง “สมคิด” มั่นใจว่า “ประยุทธ์” ตอบรับ “สนธิรัตน์” พร้อมรับทุกสถานการณ์ วางแผนสำรองเผื่อแห้ว นายกฯเดินสายยโสธร-มุกดาหาร โอดพูดจาจ๊ะจ๋าไม่เป็น ย้ำปีหมูทองต้องทำ 3 เรื่องสำคัญ ทษช.ร้าวหนักเด็กใหม่ปาดหน้าผู้อาวุโส ส่อแววใส่เกียร์ว่างกันยกแผง “เจ๊หน่อย” เต้นแจ้งเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พวกใส่ร้ายป้ายสี ศึกใน ปชป.ยังไม่จบ “โกวิทย์” ฉุนไร้ชื่อในปาร์ตี้ลิสต์ ร่อนใบลาออก กลุ่มล้อการเมือง มธ. เย้ยผู้นำอย่าร้อนตัว นิสิตจุฬาฯโวยถูกมือมืดลอบตรวจหุ่น

ข่าวแนะนำ

บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ที่ตอนแรกทำท่าลงตัว โดยวางไว้ 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. นายอุตตม สาวนายน และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แต่ล่าสุดมีแรงผลักดันจากคนใกล้ชิดนายกฯ จะให้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว

“บิ๊กตู่” แจงพูดจาจ๊ะจ๋าไม่เป็น

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่ จ.ยโสธร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ยโสธร และมุกดาหาร พร้อมเป็นสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนแก่ประชาชน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้อยากให้ประชาชนฟังข้อมูลจากรัฐบาล เราทำตามยุทธศาสตร์คือการทำไปเรื่อยๆ ถึงมีกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พยายามทำหลายมาตรการให้เกิดความยั่งยืน อย่างโครงการประชารัฐ แต่ไม่เกี่ยวกับการเมืองที่เอาชื่อไปใช้ ประเทศไทยไม่เหมือนคนอื่นมีคนน่ารัก แต่บางส่วนก็ไม่ไว้ใจตน เมื่อก่อนอาจไม่มีใครมาพูดแบบนี้ ไม่มีใครมาทะเลาะกับท่าน มาพูดหวานๆ เพราะๆ พูดจาจ๊ะจ๋าไปเรื่อย ไม่ได้ เราต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริงและพัฒนาไปด้วยกัน

ปั้นดาวยุทธศาสตร์ชาตินำทาง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรามี พ.ร.บ.งบประมาณ และ พ.ร.บ.การเงินการคลังอยู่ อย่าไปเชื่อใครที่บอกจะให้อะไร วันนี้เราต้องคิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว บ้านเมืองจะสงบหรือไม่สงบอยู่ที่ทุกคน วันนี้ประชาชนและรัฐต้องทำงานร่วมกันในการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เราจะมีพระเจ้าแผ่นดินที่สมบูรณ์ เราจะทะเลาะกันอีกไม่ได้แล้ว ตลาดการค้าจะเอามาจากไหนถ้าทุกคนแอนตี้เรา จากนั้นเดินเยี่ยมชมศูนย์ฯ ดูผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน งานหัตถกรรมพื้นบ้านจากลูกตูมกา นำมาทำเป็นโคมไฟใช้ในงานประเพณีแห่ไฟตูมกาช่วงเทศกาลออกพรรษา และลองชิมแม่เป้ง หรือไข่มดแดงกระป๋องทอดเกลือ ทดลองทำดาวที่ใช้ในประเพณีแห่ดาวของศาสนาคริสต์บ้านซ่งเย้ อ.ไทยเจริญ ซึ่งเจ้าหน้าที่อธิบายว่าเป็นดาวนำทาง นายกฯจึงถามว่า “รู้ไหมรัฐบาลมีอะไรนำทาง มียุทธศาสตร์ชาตินำทาง” และปลูกต้นรวงผึ้งเป็นที่ระลึก

ปีหมูทองต้องทำ 3 เรื่องสำคัญ

จากนั้นช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรโคขุนหนองสูง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร โดยมีนักเรียนร้องเพลง “ใจเพชร” รอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวมอบนโยบายว่า เราต้องทำเศรษฐกิจอีสานให้สูงขึ้น ปีนี้เป็นปีหมูทอง สิ่งแรก คือเป็นประธานอาเซียน สอง คือการเลือกตั้ง ที่ทุกคนคาดหวังทุกอย่างจะดีขึ้น และเรื่องที่ 3 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้ง 3 อย่างต้องเกิดขึ้นในปีนี้ การปฏิรูปต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ปฏิรูปทีเดียวทั้งหมด ไม่ได้ คนเรายังยึดติดอยู่กับหลายๆอย่าง ติดอยู่กับอดีตที่ผ่านมาหลายสิบปี ติดกับค่านิยมเดิม ต้องค่อยๆปรับแก้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯเดินมาถึงร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุน ยังสวมบทเชฟทำสเต๊กเนื้อสันในโคขุน ก่อนยกนิ้วโป้งชมฝีมือตัวเองว่าสุดยอด

ขอพรพระให้คนไม่ดีกลับใจ

ต่อมาช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านภู อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร มีชาวบ้านร่วมกันผูกผ้าขาวม้าและฟ้อนลานเป็นการต้อนรับ ซึ่งนายกฯได้ร่วมฟ้อนด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขออย่าให้ใครมาบิดเบือนความคิดของเรา เพราะกว่าจะเริ่มได้มันยากแค่ไหน ต้องทำให้ดีขึ้น จากนั้นเข้าสักการะหลวงพ่อใหญ่ พระประธานอายุ 112 ปีในอุโบสถ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวภูไทและพื้นที่ใกล้เคียง และกราบนมัสการพระครูนันทสารโสภิต เจ้าอาวาสวัดศรีนันทาราม นายกฯกล่าวว่า ขอพรให้ประเทศ ขอพรให้คนไทย พร้อมขอให้คนที่ไม่ดีกลายเป็นคนดี ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขณะที่เจ้าอาวาสให้พร ให้นายกฯทำสำเร็จ

ส่งเทียบเชิญทางการถึง “สมคิด”

ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงความคืบหน้าการเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรค ว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ตอบรับ หรือแจ้งการตัดสินใจมาที่พรรค แต่เชื่อว่า จะทันภายในวันที่ 8 ก.พ. เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ได้นำเอกสารไปเชิญนายสมคิด ขอเวลาตัดสินใจ 1-2 วัน เราต้องให้เกียรติและให้เวลาท่าน ส่วนความคืบหน้าการจัดทำรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ใกล้เสร็จแล้ว ถ้าพร้อมจะไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 7 ก.พ. มีแนวโน้มที่จะยื่น บัญชีรายชื่อนายกฯไปพร้อมกัน หากทั้งสองท่านตอบรับทัน

มั่นใจว่า “ประยุทธ์” จะตอบรับ

เมื่อถามว่า โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับมีมากน้อยแค่ไหน นายอุตตมตอบว่า คงประเมินไม่ได้ ต้องให้เกียรติท่าน เมื่อถามย้ำว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบรับจะกระทบต่อความนิยมของพรรคหรือไม่ นายอุตตมตอบว่า ไม่อยากให้พูดก่อน แต่เราต้องการทำพรรคนี้อย่างถาวร ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ตัวบุคคลเป็นเพียงหนึ่งในสามองค์ประกอบ เราไม่ได้ ยึดติดตัวบุคคล แต่มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับ เชื่อมั่นและหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ผู้สมัครหลายคนเตรียมขึ้นป้ายหาเสียงคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว รอเพียงการตอบรับ และยื่น กกต.เท่านั้น ยืนยันว่าเราจะไม่ซื้อเสียงและหวังว่าทุกพรรคจะไม่ซื้อเสียงเช่นกัน ทุกพรรคควรร่วมกันทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ควรแข่งขันกันที่นโยบาย ไม่ใช้วิธีการซื้อเสียง

“สนธิรัตน์” กางแผนสำรองเผื่อแห้ว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า การพิจารณารายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เราทำด้วยความรอบคอบ มีหลักเกณฑ์พิจารณา เช่น ความทุ่มเทที่มีต่อพรรค อาวุโสหรือมีประสบการณ์การเมือง คนรุ่นใหม่ คนเก่ง คนดี สาขาอาชีพโดยจะส่งลงสมัครจำนวน 120 คน จากเดิมที่คาดว่าจะส่ง 150 คน ส.ส. เหล่านี้ต้องเข้าไปช่วยงานในสภาฯฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อถามว่าใน 5 ลำดับแรก มีคนที่มีคดีความอยู่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ถ้าเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหา ยังถือว่าอยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่านายกฯบอกว่าเผื่อใจไว้ทางการเมือง ทางพรรคเตรียมการอย่างไรไว้บ้าง นายสนธิรัตน์ตอบว่ายังรอคำตอบจากทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ นายสมคิด และนายอุตตม มั่นใจในทั้ง 3 คน และพร้อมเปิดใจในทุกสถานการณ์ ซึ่งพรรคมีแผนสำรองไว้แล้ว

ฝ่าย เสธ.บีบยื่น “บิ๊กตู่” ชื่อเดียวโดดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการปรับลำดับ ส.ส.บัญชี รายชื่อพรรคพลังประชารัฐใหม่ โดยอันดับที่ 1 คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำ กปปส.ที่มีฐานเสียงดีใน กทม. ส่วนลำดับที่ 2 คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ลำดับที่ 3 คือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นกำลังสำคัญในการลงพื้นที่หาเสียงมาตลอด ถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งไม่ให้ถูกเป็นเป้าโจมตีมากเกินไป ส่วนการเสนอบัญชีรายชื่อนายกฯนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เพียงชื่อเดียว แม้ว่าล่าสุดพรรคจะส่งหนังสือเทียบเชิญนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปแล้วก็ตาม โดยมีการกดดันจากฝ่ายเสธ. และคนใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าหากพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว โดยไม่มีการเปลี่ยนชื่อคนที่ถูกเสนอแบบกะทันหัน ทำให้เกิดความลำบากใจต่อบรรดากรรมการบริหารพรรคเป็นอย่างมาก จึงต้องรอสรุปต่อไปว่าจะใช้วิธีเสนอชื่อเดียว หรือใช้วิธีเสนอไป 3 รายชื่อก่อน แล้วค่อยมาตัดทิ้งในภายหลัง

ทษช.ร้าวหนักเด็กใหม่ปาดหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคไทยรักษาชาติว่า หลังมีการเปิดรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อออกมา ปรากฏว่าสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สมัครที่ถูกจัดให้ไปอยู่ในลำดับท้ายๆมาก มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่าหลายคนช่วยงานพรรคมาต่อเนื่อง ช่วยเรียกคะแนนเสียงให้พรรคได้เป็นกอบเป็นกำ แต่กลับถูกจัดวางอยู่ในลำดับท้ายๆ ขณะที่เด็กรุ่นใหม่กลับถูกวางไว้ในลำดับต้นๆ ไม่ต้องมานั่งลุ้น มีโอกาสได้เป็น ส.ส.สูง โดยคนที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคือ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ได้อยู่ในลำดับที่ 6 และนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ อยู่ในลำดับที่ 8 จึงถูกมองว่าเพราะมีความใกล้ชิดกับบุตรของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำให้อดีต ส.ส.บางคน ข้องใจว่าทั้งคู่เรียกคะแนนได้ขนาดไหน เพราะแม้แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ยังถูกจัดไปอยู่ในลำดับที่ 7 อันดับต่ำกว่า น.ส.ขัตติยา ทั้งที่เป็นแม่ทัพเดินสายหาเสียงไปทั่วประเทศ ถือว่าไม่ถูกต้องเหมือนไม่ให้เกียรติกัน เอาคนหาเสียงเป็นไปอยู่ท้ายๆ เอาคนหาเสียงไม่เป็นมาอยู่ต้นๆ

ส่อแววใส่เกียร์ว่างกันยกแผง

ผู้สื่อข่าวรายเพิ่มเติมว่า ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคนที่ถูกจัดวางลำดับไม่เหมาะสม อาทิ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ไปอยู่ลำดับที่ 18 นายประภัสร์ จงสงวน อยู่ลำดับที่ 26 นายสุธรรม แสงประทุม ลำดับที่ 28 หรือ นพ.เหวง โตจิราการ ลำดับที่ 55 รวมถึงแกนนำคนเสื้อแดงอีกหลายคนที่ช่วยพรรคหาเสียงมาต่อเนื่อง กลับต้องมานั่งลุ้นว่าคะแนนจะถึงหรือไม่ ถึงขนาดบางคนแสดงความไม่พอใจเมื่อรู้อันดับของตัวเอง โดยไม่รับโทรศัพท์ ไม่ร่วมประชุมพรรค แต่กระบวนการทุกอย่างจบไปแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้หลายคนที่ไม่พอใจคงมีการเกียร์ว่าง ไม่ร่วมประชุม เพราะคงไม่มีใครอยากช่วยงานแล้ว และคงมีลาป่วยยาวกันหลายคน

“ทนายปู” บอกแค่นี้ก็บุญแล้ว

ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ และทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ามองในภาพรวมจะเห็นว่าพรรคมีบุคลากรมาก ทุกคนล้วนมีความรู้ความสามารถ ส่วนตัวแม้ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 46 ก็ไม่ได้น้อยใจอะไร ถือเป็นเกียรติประวัติด้วยซ้ำ เราเพิ่งเข้าสู่การเมืองครั้งแรกถือว่าอันดับกำลังดี ไม่ต้นไป ไม่ท้ายเกินไป อีกทั้งงานการเมืองไม่เหมือนงานทนาย ต้องนำเสนอการแก้ไขปัญหาปากท้อง ปัญหาประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมได้ พรรคคงมองหลายมิติว่าใครบ้าง ส่วนบัญชีรายชื่อที่คาดว่าน่าจะได้ทำงานในสภาฯ ฟังจาก ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคพูด น่าจะได้สัก 40-50 ที่นั่ง

จ่อเอาผิดใช้วาทกรรมป้ายสี

น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า เริ่มมีการใช้ปฏิบัติการข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย ทำลายพรรคฝั่งประชาธิปไตย ทำให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชน สร้างวาทกรรมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้เกิดความแตกแยก เช่น เพจเฟซบุ๊กหนึ่งชื่อ “เชียร์ลุง” ที่ให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเครือข่าย นำวาทกรรมเผาบ้านเผาเมืองกลับมาโจมตีอีกครั้ง หวังให้ประชาชนเข้าใจผิด ทั้งที่ข้อเท็จจริงบางคดีเป็นที่ยุติโดยการยกฟ้องของศาลแล้ว การกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ พรรคจะรวบรวมข้อมูลหลักฐานดำเนินการแจ้งความ และร้องต่อ กกต.ต่อไป ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่ออนาคตประเทศและประชาชน

เพื่อชาติอ้างเปลี่ยนชื่อให้คนจดจำ

นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ หลายคนเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น “ทักษิณ” หรือ “ยิ่งลักษณ์” ว่า ขณะนี้มีผู้สมัครอย่างน้อย 15 คน เปลี่ยนชื่อใน 8 จังหวัด จากการตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายของพรรค ยืนยันว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้สมัคร เพราะกติกาเลือกตั้งครั้งนี้สร้างความวุ่นวายสับสน เป็นอุปสรรคต่อการหาเสียงมาก การสร้างการจดจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคน้องใหม่ ทำให้มีผู้สมัครบางคนคิดวิธีนี้ขึ้นมา แม้แนวทางดังกล่าวไม่ใช่นโยบายของพรรค แต่พรรคไม่ได้มองว่าเป็นความผิดอะไร ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน

“ชัช” นำลูกทีมสมัครปาร์ตี้ลิสต์

วันเดียวกัน เวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บรรยากาศการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อวันที่ 3 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยพรรคที่สร้างสีสันในช่วงเช้าคือพรรคพลังท้องถิ่นไท นำโดยนายชัชวาลย์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน หัวหน้าพรรค ที่นำนายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรค และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม รองโฆษกพรรค เข้ายื่นสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และบัญชีรายชื่อผู้ที่พรรคเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี นายชัชวาลล์กล่าวว่า พรรคมีมติส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 78 คน ส่วน บัญชีนายกฯเสนอแค่ 2 ชื่อ คือตน และนายโกวิทย์ พวงงาม อดีตคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ฟิล์ม” ทำหนังสั้นโปรโมตพรรค

ด้านนายรัฐภูมิกล่าวถึงแนวคิดการจัดทำโปสเตอร์หาเสียงที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลว่า มีที่มาจากภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ มองว่าคนไทยทุกคนคือฮีโร่ที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. เพื่อเลือกคนดีเข้าสภา เป็นหน้าที่ของฮีโร่จะช่วยเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น หลังจากนี้จะจัดทำภาพยนตร์สั้นเพื่อโปรโมตนโยบายพรรค และกระตุ้นให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

นายชื่นชอบกล่าวว่า เขตฐานเสียงของพรรคอย่างเขตบางซื่อ เราคัดเลือกผู้สมัครที่มีความสามารถ ประชาชนในพื้นที่ยังมั่นใจว่าเราสามารถทำงานให้กับพื้นที่ได้ และหวังว่าพี่น้องประชาชนจะให้โอกาสเรา เราชูแคมเปญ “We are Hero” และเน้นการ กระจายโอกาสให้คนหลายกลุ่ม

“ธนาธร” พร้อมลุยหาเสียงหนัก

ต่อมานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล รองหัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรคยื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 124 รายชื่อ และเสนอบัญชีนายกฯคือนายธนาธรเพียงคนเดียว นายธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า ประเมินจากกระแสขณะนี้พรรคคาดว่าจะได้ ส.ส.ประมาณ 70 คน แต่หลังจากนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ถ้าลงพื้นที่อย่างหนักน่าจะได้มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้

นายปิยะบุตรกล่าวถึงการเสนอนายธนาธรเป็นนายกฯเพียงคนเดียว ว่า เพื่อเป็นการยืนยันและพิสูจน์ว่าสถานการณ์ในขณะนี้ นายธนาธรมีความเหมาะสมที่สุด ถ้าจะมีการเปรียบกับพรรคอื่น นายธนาธรบริหารงานเป็น มีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตย และเป็นคนรุ่นใหม่

“เสี่ยหนู” หอบรายชื่อมาเต็มอัตรา

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทีมยื่นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน และบัญชีนายกฯคือนายอนุทินเพียงคนเดียว ระหว่างนั้นได้พบและจับมือทักทายกับนายชัชวาลล์ คงอุดม และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายอนุทินกล่าวว่า เราอย่าเพิ่งไประบุจำนวนตัวเลข ส.ส.ที่คาดว่าจะได้รับเลือกเท่าไหร่ พรรคเราสู้เต็มที่ทุกอย่างขึ้นกับประชาชน เราคาดหวังจะได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตเยอะๆ ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อจะเก็บเอาไว้ ทำงาน ดังนั้นขอกำลังใจและแรงเชียร์ให้ ส.ส.เขตเยอะๆ หาก ส.ส.บัญชีรายชื่อได้คะแนนเป็นศูนย์ก็ยินดี ส่วนการจับตามองเรื่องกลุ่มทุนของพรรคภูมิใจไทยนั้น ยืนยันว่าไม่มี ไปดูได้ไม่มีนายทุนสักคน คำว่านายทุนของพรรคภูมิใจไทยคือทุกคนมีทุนทางสมอง มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญ และทุ่มเทให้กับพรรค มีประสบการณ์บริหารก็จะเป็นบุคคลที่พรรคเสนอชื่อ

เปิดโผปาร์ตี้ลิสต์ ภท.30 อันดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย 30 อันดับแรก มีดังนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายชัย ชิดชอบ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นางนาที รัชกิจประการ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสตร์ น.ส.เพชรดาว โต๊ะมีนา นายศุภชัย ใจสมุทร นายเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ นายมารุต มัสยวาณิช นายสวาป เผ่าประทาน นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ นายสุชาติ โชคชัยนวัฒนากร นายมนตรี เพชรขุ้ม นายเพิ่มพูน ทองศรี นายสำเริง แหยงกระโทก นายพีรพร สุวรรณฉวี นายธงชัย ศรีสุขจร นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ นายสุชาติ ศรีสังข์ นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ นายณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ นางสุขสมรวย วันทนียกุล นางใยอนงค์ ทิมสุวรรณ และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล

“สุวัจน์–วรรณรัตน์” ตอบรับ ชพน.

จากนั้นนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นำคณะเข้ายื่นสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 56 คน พร้อมกล่าวว่ายังไม่แนบรายชื่อนายกฯ โดยจะยื่นในวันที่ 7 ก.พ. เพราะต้องรอเทียบเชิญนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรค ตอบรับก่อน อย่างไรก็ตาม มั่นใจจะปักธงในโคราช เพราะเป็นที่มั่นของพรรคชาติพัฒนามาตลอด พวกเรามีถิ่นฐานเป็นคนโคราช จึงให้ความสำคัญและมีนโยบายเฉพาะจังหวัด

ต่อมา ที่บ้านพักราชวิถี 22 นายเทวัญ พร้อมด้วย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรค เข้าพบนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เพื่อเชิญให้อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ โดยนายสุวัจน์กล่าวตอบรับว่า พรรคตั้งใจทำงานการเมืองให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และแสดงความพร้อมด้านบุคลากรต่อการทำงาน ทั้งนี้ พรรคจะยื่นบัญชีนายกฯต่อ กกต.ในวันที่ 7 ก.พ. โดยแต่ละพรรคต้องคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน และแกนนำพรรคทุกคนต้องลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง

“เจ๊หน่อย” เต้นเอาผิดใส่ร้ายป้ายสี

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีเพจที่ใช้ชื่อเกี่ยวพันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกล่าวหาโจมตีให้ร้ายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่บังควร ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยไปอยู่ในเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่ จึงขอให้ยุติการกระทำที่เกิดความเข้าใจผิด เพราะขณะนี้มีการเผยแพร่เนื้อหาไปในกลุ่มไลน์ต่างๆอย่างรวดเร็ว ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว และมอบอำนาจให้ทนายไปแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับเพจต้นตอ และคนที่แชร์ข้อความต่อ สน. มักกะสัน และเตรียมให้ทีมกฎหมายยื่นเรื่องร้องต่อ กกต. เห็นว่ามีการกระทำเป็นกระบวนการ ขอให้หยุดใช้วิธีสกปรกทำงานการเมืองแบบอดีต เพื่อสร้างความขัดแย้ง

ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์เดินทางเข้าพบพนักงาน สอบสวนที่ สน.มักกะสัน เพื่อแจ้งความเอาผิดต้นตอที่เผยแพร่ข้อมูลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ปชป.ตีปี๊บปราศรัยใหญ่ในรอบ 8 ปี

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจัดปราศรัยใหญ่นัดแรกหลังเว้นว่างมานานร่วม 8 ปี โดยขุนพลคนสำคัญของพรรค พร้อมเปิดตัวทีม “ประชาธิปัตย์แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” และกลุ่มคนรุ่นใหม่ “NEW DEM พรรคประชาธิปัตย์” ไฮไลต์ สำคัญคือ การปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกฯของพรรค โชว์วิสัยทัศน์และนโยบาย ชูประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ที่อาคารชาญชัย อะเคเดียม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี วันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอเชิญประชาชนและสมาชิกพรรคร่วมรับฟังได้

“เฮียโก” ฉุนขาดโบกมือลา ปชป.

ต่อมาช่วงค่ำ นายโกวิท เหลืองบุญนิธิ (ธารานา) อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากทราบว่าไม่มีชื่ออยู่บัญชีผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150คนของพรรค โดยผู้บริหารพรรคให้เหตุผลว่าในอนาคตจะให้เป็นไปรองผู้ว่าฯ กทม. หากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งนายโกวิทเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีความแน่นอน ไร้อนาคต นอกจากนี้นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเช่นกัน แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

กังขา กกต.ไม่ให้งบฯมีส่วนร่วม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กกต.กำลังออกอาการแปลกๆ มีหนังสือสั่งการจากรองเลขาธิการ กกต.ไปยัง ผอ.สำนักงาน กกต. ทุกจังหวัด ให้ชะลอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกโครงการ เช่น โครงการรณรงค์เผยแพร่ประชาธิปไตย โครงการ กปน.มืออาชีพ โครงการ รด.จิตอาสา ฯลฯ เนื่องจากระเบียบค่าใช้จ่ายยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก กกต. เป็นสิ่งที่น่าวิตกว่าการเลือกตั้งคราวนี้ประชาชนน่าจะมีส่วนร่วมส่งเสริมประชาธิปไตยและเข้าไปตรวจสอบได้ยาก ไม่ทราบว่า กกต.ใช้เวลาทำอะไรในช่วงที่ผ่านมา ระเบียบจึงยังไม่เสร็จ กกต.ควรมีคำตอบในเรื่องนี้

หึ่งใบสั่งตัดงบฯเอ็นจีโอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากข้อสังเกตของนายสมชัยข้างต้นแล้ว ยังมีในส่วนขององค์กรเอกชนที่จะขอร่วมตรวจสอบและสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่ กกต.เคยสนับสนุนที่ กกต.เปิดให้มาขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 100 องค์กร ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้เปิดให้ยื่นเสนอโครงการ อีกทั้ง กกต.ยังไม่พิจารณาอนุมัติงบฯ ที่ตั้งไว้ในแผนราว 60 ล้านบาทเพื่อให้องค์กรเหล่านี้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ทั้งๆที่ปกติจะเริ่มปฏิบัติภารกิจนับแต่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง จนเริ่มตั้งข้อสังเกตกันถึงความล่าช้าดังกล่าวจะส่งผลให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก เกิดข้อครหากับ กกต.ว่ามีใบสั่งอะไรจากผู้มีอำนาจหรือไม่เพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนในการเลือกตั้ง

อ้างข้อมูลไร้น้ำหนักไม่ทำงานจริง

ผู้สื่อรายงานด้วยว่า การประชุมของ กกต.หลายครั้งมีการแสดงความคิดเห็นกว้างขวางเกี่ยวกับงบฯขององค์กรเอกชน ส่วนใหญ่มองว่าที่ผ่านมาองค์กรเอกชนไม่ได้ตรวจสอบการเลือกตั้งได้จริง เบาะแสที่แจ้งมาไม่สามารถนำไปสู่การให้ใบเหลืองใบแดงของ กกต.ได้เลย ทั้งบางองค์กรของบฯไปไม่ได้มีการปฏิบัติภารกิจจริง แต่ กกต.อีกฝ่ายเป็นห่วงว่าหากไม่ให้องค์กรเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม กกต.จะถูกข้อครหา ทำให้ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ขณะที่มีเวลาอีกเพียงแค่ 46 วันจะถึงวันเลือกตั้งจึงมีความเป็นไปได้สูงที่องค์กรภาคประชาชนอาจไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ถือเป็นครั้งแรกนับแต่มีการเลือกตั้งระบบใหม่ที่ให้ กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง

เตือนตั้งสาขาพรรคเพิ่มรีบแจ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.มีหนังสือลงวันที่ 5 ก.พ. แจ้งถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค หลังปรากฏว่ามีพรรคส่งผู้สมัคร ส.ส.เพิ่มเติมจากจังหวัดที่ได้แจ้งการจัดตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ไว้ต่อนายทะเบียนพรรค หากพรรคใดตั้งสาขากับตัวแทนพรรค เพื่อส่งผู้สมัคร ส.ส.เพิ่มเติมจากที่แจ้งมา ขอให้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคภายใน 2 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด กกต.จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงเท่าที่มี หลังการปิดรับสมัครนอกจาก กกต.จะตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครแล้ว จะตรวจสอบการจัดตั้งสาขาและตัวแทนพรรคประจำจังหวัดด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าการจัดตั้งไม่ถูกต้อง จะไม่ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้สมัคร

สรุปสามวันสมัคร 7,552 คน

กระทั่งเวลา 16.30 น. สำนักงาน กกต.ได้แจ้งสรุปยอดผู้สมัคร ส.ส.วันที่ 3 แบ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ยื่นใบสมัครวันที่ 6 ก.พ. รวมทั้งสิ้น 696 คน ทำให้ตลอดการรับสมัคร 3 วัน มีพรรคการเมืองส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตรวม 67 พรรค จำนวน 7,552 คน ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 11 พรรค รวม 703 คน ส่วนการยื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อวันนี้มี 8 พรรค ผ่านการตรวจรับแล้ว 7 พรรค คือ อนาคตใหม่ 124 คน พลังท้องถิ่นไทย 78 คน ภูมิใจไทย 150 คน ชาติพัฒนา 56 คน เสรีรวมไทย 100 คน เพื่อธรรม 22 คน ไทยรุ่งเรือง 7 คน ส่วนพรรคที่ไม่ผ่านการตรวจรับ คือ พรรคเพื่อนไทย ส่วนการยื่นบัญชีรายชื่อผู้ที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯ รวม 3 วัน มีทั้งหมด 8 พรรค รวม 13 คน คือ ไทยธรรม เสนอชื่อ 3 คน สังคมประชาธิปไตย เสนอชื่อ 1 คน เพื่อไทย เสนอชื่อ 3 คน เพื่อธรรม เสนอชื่อ 1 คน เสรีรวมไทย เสนอชื่อ 1 คน ภูมิใจไทย 1 คน อนาคตใหม่ 1 คน พลังท้องถิ่นไทย 2 คน

แจงชะลอเบิกงบ รด.จิตอาสา

นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกระแสข่าว กกต.สั่งระงับการเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานรณรงค์การเลือกตั้ง ว่า การสั่งชะลอจำกัดเฉพาะบุคคลภายนอก ที่ต้องตั้งเบิกให้ถูกต้องตามระเบียบ ที่อยู่ระหว่างเสนอให้ กกต.พิจารณา ส่วนเจ้าหน้าที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติ ระหว่างนี้โครงการรณรงค์เผยแพร่ความรู้ รด.จิตอาสา ดีเจประชาธิปไตย ลูกเสืออาสา ดำเนินการได้ตามปกติ ยืนยันว่าเบิกจ่ายได้ทันตามเวลาแน่นอน ส่วนองค์กรเอกชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้ง ต้องรอให้ กกต.พิจารณาลักษณะและบทบาทการทำงาน เนื่องจากรัฐธรรมนูญเปลี่ยนไปจากเดิม ยอมรับว่ามีการตั้งวงเงินงบประมาณไว้จริง แต่ยังไม่ได้แจ้งโอนให้องค์กรใดบ้าง ต้องรอระเบียบที่ชัดเจนก่อน

เตือนพวกมือบอนระวังคุก 3 ปี

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงพฤติการณ์การทำลายป้ายหาเสียงที่เริ่มตรวจสอบพบมากขึ้น ว่า นอกจากไม่ดีแล้ว ยังเหมือนทำลาย ทรัพย์สินตัวเอง และมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือผู้สมัคร จะได้รับโทษในอัตราเดียวกัน

“วิษณุ” ไม่ให้ติดป้ายที่ทำเนียบฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีมติ ครม.ที่ให้ส่วนราชการสนับสนุนสถานที่ติดป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยเฉพาะพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ถ้าไม่ให้ก็ไม่ให้ แต่ถ้าให้ต้องให้เหมือนกันทุกพรรค ปกติทำเนียบฯไม่เคยให้ไม่เหมือนสถานที่ทั่วไป ทำไมต้องมาเจาะจงที่ทำเนียบฯ คนทั่วไปเข้ามาไม่ได้อยู่แล้วจะติดประกาศหาอะไร ต้องไปติดที่ประชาชนทั่วไปเข้าไปดูได้ ส่วน การปฏิบัติของรัฐมนตรีหรือนายกฯให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ความเป็นข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่เข้าข้างขึ้นเวทีหาเสียงให้กับพรรคใด และกรณีทำลายป้ายหาเสียงผิดกฎหมายอยู่แล้ว จับได้ไล่ทันก็ดำเนินคดีตามปกติ

“เจี๊ยบ” วอนโซเชียลฟังรอบด้าน

ที่พรรคเพื่อไทย ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 8 พรรคเพื่อไทย กล่าว ว่า โลกโซเชียลโจมตีการติดป้ายหาเสียงของตนกีดขวางทางเดิน ได้ส่งทีมงานไปตรวจสอบแล้วยืนยัน ไม่พบป้ายติดกีดขวางใดๆ เป็นการสร้างประเด็นโจมตี ทางการเมืองหรือไม่ เพราะคนโพสต์ภาพไม่ได้ระบุสถานที่เหมือนแค่ต้องการโพสต์โจมตีให้เสียหายเฉยๆ ขอความเป็นธรรมสังคมอย่าฟังความข้างเดียว และข้อเท็จจริงป้ายของตนถูกทำลายและกลั่นแกล้งอยู่ตลอด ทั้งตัดลวดผูกป้ายให้ป้ายล้ม คว่ำป้าย กรีดป้าย แต่ก็ไม่ได้ออกมาคร่ำครวญ

รวบตัว นศ.เมาเผาป้ายหาเสียง

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว นำกำลังจับกุมนายนรพนธ์ หรือโอ เกื้อกูลเจริญกุล อายุ 22 ปี นศ.สถาบันนานาชาติแห่งหนึ่ง ได้ที่บ้านพักในพื้นที่คลองจั่น ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ตามที่ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 13 กทม.พรรคพลังประชารัฐ แจ้งความไว้ที่ สน.ลาดพร้าว หลังพบป้ายหาเสียงถูกเผา สอบสวนนายนรพนธ์รับสารภาพวันเกิดเหตุดื่มสุราลงรถแท็กซี่หน้าบ้านเดินไปปัสสาวะที่เสาไฟที่มีป้ายหาเสียงติดตั้งอยู่ จากนั้นจุดไฟแช็กเผาด้วยความมึนเมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวงจรปิดเห็น ผู้ต้องหาขณะก่อเหตุด้วยความมึนเมาไม่มีมูลเหตุทางการเมือง แจ้งข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 7 ปี ปรับ 1,000-14,000 บาท

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอเตือน อย่ารื้อถอนทำลายป้ายหรือเขียนข้อความลงในป้ายหาเสียงเด็ดขาด จะมีความผิดถูกดำเนินคดี แต่หากพบป้ายหาเสียงขวางทางเดินให้แจ้งไปที่เขตจะแจ้งให้ กกต.ดำเนินการ

กลุ่มล้อ มธ.เย้ยอย่าร้อนตัว

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มอิสระล้อการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) น.ส. สุพิชญา ผลผดุง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ในฐานะฝ่ายประสานงานของกลุ่มฯ กล่าวว่า การจัดทำหุ่นล้อการเมืองในขบวนพาเหรดล้อการเมือง งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 73 เสร็จไป 85 เปอร์เซ็นต์ มีหุ่นบางตัวที่อาจต้องนำไปประกอบที่สนามศุภชลาศัยก่อนการแข่งขัน ยืนยันว่า การทำหุ่นล้อจะไม่แพ้ปีก่อนๆ ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ต้องการทำให้สังคมเกิดการตั้งคำถาม ไม่เจตนาให้ไปกระทบภาพลักษณ์หรือความมั่นคง ล้อทุกฝ่ายไม่ได้เลือกล้อกลุ่มเดียว อยากให้มองเป็นเรื่องขำๆแบบมีชั้นเชิง ส่วนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจหุ่นก่อนวันงาน ควรต้องประสานผ่านมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เข้ามาตรงๆ เพราะจะเป็นการคุกคาม และไม่ใช่ประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องมากังวลว่าหุ่นจะหน้าเหมือนผู้นำคนไหน เว้นแต่จะร้อนตัวไปเอง

ยอมไม่ได้ถ้านักศึกษาถูกคุกคาม

นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. แกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง กล่าวว่า กิจกรรมล้อการเมืองทำต่อเนื่องมายาวนาน นักศึกษาแค่พยายามช่วยกันคิดว่าในปีที่ผ่านมา มีประเด็นไหนที่สังคมให้ความสำคัญแล้วหยิบมาแสดงออก ด้วยการล้อเพื่อให้นำไปสู่การแก้ไข สื่อสารหยอกล้อมีอารมณ์ขัน คนถูกล้อเองก็ไม่ควรโกรธนักศึกษาไม่ได้ล้อด้วยความเกลียดชัง หรือเคียดแค้น ควรยินดีขอบคุณนักศึกษาที่เป็นพลังบริสุทธิ์ด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรเสียหายถ้าทำอยู่ในครรลอง ผู้มีอำนาจไม่มีอะไรต้องกังวลเว้นแต่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกครรลองแล้วกฎหมายในประเทศไม่สามารถเอาผิดได้ หากการล้อต้องถูกเซ็นเซอร์ ในฐานะอาจารย์ที่ต้องอบรมบ่มนิสัยนักศึกษา คงยอมไม่ได้ ต้องหาทางออกมาปกป้องแน่นอน

เตรียมแผนสองหากหุ่นถูกยึด

ด้าน น.ส.ธนวรรณ อนุสนธิ นิสิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปี 4 ประธานฝ่ายขบวนสะท้อนสังคม ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 73 กล่าวว่า ปีนี้นิติศาสตร์และครุศาสตร์ ร่วมกันรับผิดชอบการทำหุ่นและป้ายผ้าในขบวนพาเหรด ได้รับความสนใจจากนิสิตหลายคณะสมัครเข้าร่วมกว่าสองร้อยคน แต่คืนวันที่ 25 ม.ค. หุ่นสะท้อนสังคมที่อยู่ระหว่างจัดทำใต้ตึกครุศาสตร์ถูกใครก็ไม่ทราบแต่ไม่ใช่ทีมงาน เคลื่อนย้ายจากตำแหน่งเดิม วัตถุประสงค์ชัดเจนคือต้องการมาดูหุ่น หลังจากนั้นทีมงานเริ่มกังวลความปลอดภัยของหุ่น จนต้องเอาผ้ามาคลุมไว้ ยอมรับว่าก่อนหน้าทำหุ่นล้อ ได้รับคำแนะนำมาจากสมาคมศิษย์เก่าฯแล้วว่า ไม่ อยากให้ทำหุ่นหน้าเหมือนบุคคลทางการเมือง แต่ทีมงานหารือกันแล้วเห็นว่าบุคคลที่จะล้อปีนี้ถือเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นประเด็นในสังคมอยู่ก็ต้องล้อ แต่จะทำหุ่นไม่ให้เหมือนแค่คล้ายๆ เป็นใครขออุบไว้ก่อนให้ไปดูวันงาน ยืนยันว่าหุ่นสะท้อนสังคมไม่กระทบต่อความมั่นคง ถ้าไม่ได้ทำผิดหรือบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาล้อ อย่างไรก็ตาม ถ้าถึงวันงานถูกเซ็นเซอร์จริงคงต้องยอม แต่เตรียมหามาตรการป้องกันไว้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เสนอชื่อนายกฯพรรคพลังประชารัฐอุตตม สาวนายนสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 10:57 น.