ข่าว
100 year

ประยุทธ์ยอมรับ เผื่อใจแล้ว! ไม่ได้เป็นนายกฯ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.พ. 2562 05:01 น.
SHARE

ส่วนชัชชาติก็ไม่ซีเรียสที่ไม่มีชื่อในปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.ยอมวิรัตน์ลง ส.ส.

“บิ๊กตู่” เหน็บแปลกดีประเทศไทย ผู้สมัคร ส.ส.แห่เปลี่ยนใช้ชื่อ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” โต้ไม่ปลื้มบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ พปชร.พ้อ 4 ปีทำดีมาตั้งเยอะ เผื่อใจถ้าไม่ได้ไปต่ออยู่ที่ประชาชนจะเลือกใคร “วิษณุ-มท.1” ยันผู้สมัคร ส.ส.งัดเทคนิคเปลี่ยนชื่อไม่ผิดกฎหมาย “ทักษิณ เมืองโคราช” โอ่ชาวบ้านขานรับชื่อใหม่ ปชป. จบศึกใน “วิรัตน์” หอบสังขารปีนบันไดโชว์ฟิต กก.สรรหายอมใจคืนสิทธิลงเขต 3 สงขลา ชพน.เคาะ “สุวัจน์-วรรณรัตน์-เทวัญ” บัญชีชิงนายกฯ พท.สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 97 คน ไร้ชื่อ “ชัชชาติ” วางตัวนั่งฝ่ายบริหาร ทษช.ส่งประกวด 108 คน ยังกั๊กไม่แนบชื่อคู่ชิงนายกฯ “เสรีพิศุทธ์” จัดทัพ 100 รายชื่อ ลั่นประกบ พปชร.ทุกเวทีตัดคะแนนเผด็จการ กกต.ชี้ 8 พรรคยื่นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผ่าน 5 พรรค นายกฯจัดรายการศาสตร์พระราชาต่อได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงใช้เวลาพิจารณานโยบายของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อตัดสินใจตอบรับเป็นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส.ของ พรรคเพื่อชาติหลายพื้นที่เปลี่ยนใช้ชื่อ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”พ้องกับชื่อสองอดีตนายกฯลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น นายกฯระบุว่าแปลกดีประเทศไทย แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจ

“บิ๊กตู่” โชว์ควงทวน–แต่งหน้างิ้ว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์มหกรรมการแสดงอุปรากรจีน สืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้านไทย-จีน โชว์การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก หลังแสดงจบนายกฯได้ขอทวนอาวุธของนักแสดงที่สวมบทเทพเจ้านาจา มาลองควงและได้โยนทวนขึ้นแล้วรับ จากนั้นลองแต่งหน้านักแสดงงิ้ว และลงสีบนหน้ากากงิ้วที่ทำจากกระดาษ ก่อนโชว์หน้ากากที่ลงสีให้ผู้สื่อข่าวดูพร้อมถามว่า “พอได้ไหม” ขณะที่นักแสดงงิ้วสวมบทนางฟ้าอวยพรนายกฯ ขอให้สมหวังทุกอย่าง นายกฯกล่าวขอบคุณเป็นภาษาจีน พร้อมบอกว่า ที่ทำทุกอย่างก็ เพื่อประชาชน ขอให้ทุกคนมีความสุข สิ่งดีๆบ้านเรา เยอะแยะ ขอให้ได้อั่งเปาตรุษจีน

จากนั้นนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นำนักเรียนในโครงการเด็กไทยพูดอังกฤษได้ (English for All) เข้าพบนายกฯ ช่วงหนึ่ง นายกฯได้ถามเด็กนักเรียนว่า Cheer me up แปลว่า เชียร์นายกฯหรือไม่ แต่เด็กนักเรียนคนดังกล่าวไม่ได้ตอบคำถาม

“พุทธิพงษ์” ไขก๊อกโฆษกรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.15 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แถลงลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่าได้เรียนให้นายกฯทราบแล้วว่าจะขอยุติบทบาทการทำหน้าที่ การลาออกครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมาย แม้จะมีบทบาทในพรรคการเมือง แต่กฎหมายไม่ได้บังคับ เพียงแต่รู้สึกว่าเมื่อตัดสินใจเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ การทำงานทั้ง สองด้านพร้อมกันอาจไม่เหมาะสม เกิดความสับสน การลาออกไปทำงานการเมืองน่าจะเหมาะสมกว่า สามารถทำได้เต็มเวลา เมื่อถามว่า ที่ลาออกเพราะมีคดีชุมนุม กปปส.ติดตัวหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับคดีติดตัว ปัจจุบันได้เข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบพยาน ทุกวันนี้ยังทำทุกอย่างได้ปกติ ตลอด 4-5 เดือนที่ผ่านมาในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ เรื่องดังกล่าวไม่ได้สร้างผลกระทบ

นายกฯกำชับ ขรก.ห้ามเกียร์ว่าง

ต่อมาเวลา 13.40 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลัง การประชุม ครม.ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงมงคล วันตรุษจีน ขอให้ประชาชนชาวไทยและจีนมีความสุข ขอให้เฮงๆ มีเงิน มีทองใช้ มีความสุขกันถ้วนหน้า วันนี้ในที่ประชุมได้พูดคุยหลายเรื่อง ที่สำคัญได้กำชับให้ทุกคนดูแลความสงบเรียบร้อย ข้าราชการต้องไม่นิ่งเฉย จะเกียร์ว่างไม่ได้ทั้งสิ้น ประชาชนเดือดร้อนตรงไหนต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือทันที เราต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด วันนี้ประชาชนคงคาดหวังสิ่งเดียวกันคือความอยู่ดีกินดี หวังให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ประเทศไทยต้องดีกว่าเดิม ดีกว่าเมื่อวาน ต้องมีอนาคตที่สดใส เราต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วน

เมินเด็กเพื่อชาติแห่ใช้ชื่ออดีตนายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อชาติ เปลี่ยนชื่อเป็นทักษิณและยิ่งลักษณ์ว่า เรื่องการเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรก็แล้ว มันก็แปลกดีนะประเทศไทย แต่ไม่น่าสนใจสำหรับตน ส่วนใครจะ สนใจก็แล้วแต่ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูแลอยู่แล้ว ส่วนกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อไปดูงานการเมืองเต็มตัว โดยไม่มีการตั้งใครขึ้นมาแทน เพราะมีคนทำงานอยู่แล้ว และไม่ใช่ลาออกเพราะถูกกดดันจากใคร

ไม่ห้ามหุ่นล้อเลียนแค่อย่าเกินเลย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นักศึกษากลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุถูกเจ้าหน้าที่รัฐห้ามทำหุ่นล้อนายกฯ และ ครม.ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 73 ไม่เคยสั่งห้ามใคร สอบถามหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงแล้ว บอกว่าขอความร่วมมืออย่าไปทำอะไรให้เกินเลย จนทำให้ประเทศชาติเสียหาย การสร้างความสนุกสนานต้องมีมาตรฐานของตัวเองกันบ้าง ทุกคนอ้างแต่ประชาธิปไตย แต่ต้องรู้ด้วยว่าควรทำอะไรให้แค่ไหน ไม่ใช่เอาทุกอย่างมาเล่นทั้งหมด เมื่อขอความร่วมมือถ้าไม่ร่วมมือเป็นเรื่องของท่าน ตนไม่ใช้มาตรการบังคับอยู่แล้ว ผ่อนผันให้มามากแล้ว อย่ามาอ้างว่าใช้อำนาจ คสช.หรือมาตรา 44 เบื่อเต็มที่แล้วกับคนที่ชอบอ้างแบบนี้

ปัดไม่ปลื้มรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ พปชร.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่าส่วนการพิจารณานโยบายพรรคประชารัฐกำลังดูอยู่ นำนโยบายมาศึกษาอ่านไปได้เยอะแล้ว หลายอย่างทำกันแล้ว จะพิจารณาไม่เกินวันที่ 8 ก.พ. ขอให้เวลาตนบ้าง เพราะทำงานอย่างอื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องทำอะไร เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ไม่พอใจรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมยังไม่เห็น แล้วแต่พรรคเขาทำไม่เกี่ยวกับผม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองเลย เขามีกำหนดการส่งรายชื่อของเขาอยู่แล้ว ทำไมผมจะต้องไปเกี่ยวกับเขาด้วย ประชาชนช่วยกันดูแลหน่อยแล้วกันว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม เราต้องคิดถึงการปฏิรูปการเมือง การปรองดองสมานฉันท์ ต้องดูว่าคนที่เข้ามาทำงานการเมืองวันนี้ มีใครบ้างที่ปรองดองสมานฉันท์ ไม่ใช่ต่อยตีกันตลอดเวลาก็ไปไม่ได้หมด วันหน้าการเลือกตั้งถึงจะได้รัฐบาลมา จะได้ความเชื่อมั่นหรือไม่ถ้าเรากันเองไม่เชื่อมั่นกันตรงนี้ ทุกคนต้องนึกถึงประเทศชาติเป็นหลัก

4 ปีทำดีตั้งเยอะเผื่อใจไม่ได้เป็นต่อ

เมื่อถามว่าเผื่อใจไว้สำหรับการไม่ได้เป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ผมเผื่อทุกเรื่อง พร้อมทุกอย่างจะทำอะไรก็ได้ ติดอยู่อย่างเดียวคือภาระดูแลประเทศชาติมา 3-4 ปีมีอะไรดีขึ้นตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ก็มีอะไรที่ไม่ได้ทำตั้งเยอะตั้งแยะเหมือนกัน อะไรที่ประชาชนคาดหวังอยากทำให้ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับประชาชนจะเลือกตั้งใคร” เมื่อถามว่านอกจากนโยบายพรรค สถานการณ์บ้านเมืองถือเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าตอนนี้สถานการณ์บ้านเมือง ไม่มีข่าวสารอะไรที่ทำให้สับสนอลหม่าน ทุกคนร่วมมือกันดี เว้นแต่ถ้ามีใครทำให้วุ่นวายประชาชนไปว่ากันเอาเอง ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว จะไปทำอะไรได้ สถานการณ์วันนี้ถือว่าปกติ อย่าพูดให้มันไม่ปกติ

“บิ๊กป้อม” อึดงดจ้อสื่อผ่าน 20 วัน

เมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ยังคงไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มาดักรอสัมภาษณ์บริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 หลังการประชุม ครม. นับเป็นวันที่ 20 แล้วที่ พล.อ.ประวิตร งดให้สัมภาษณ์สื่อ ซึ่งสื่อมวลชนได้กล่าวทักทายสวัสดี พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประวิตรเพียงแค่รับไหว้สื่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย และเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบฯทันที

“วิษณุ” ชี้ผู้สมัคร ส.ส.เปลี่ยนชื่อไม่ผิด

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติหลายเขตเลือกตั้งเปลี่ยนชื่อเป็น “ทักษิณและยิ่งลักษณ์” คล้ายกับชื่อนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า มองว่าไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร เขาตัดสินใจกันเองที่เปลี่ยนชื่อ ส่วนที่ทั้งสองเป็นชื่อของผู้ที่ถูกดำเนินคดีจะมีปัญหาหรือไม่นั้นก็ไม่เป็นอะไร เพราะทุกคนสามารถเปลี่ยนชื่อกันได้ ถ้าคิดว่าเปลี่ยนแล้วดีก็เปลี่ยนไป จะเอาทุกทางทุกเทคนิคก็ไม่เป็นอะไร เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ต้องไปถาม กกต.เพราะเห็นเลขาธิการ กกต.จะไปศึกษาเรื่องนี้ เพราะไม่เคยพบ

รมว.มท.ยันตามกฎหมายทำได้

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่าตามกฎหมายแล้วทุกคนสามารถเปลี่ยนชื่อได้ ขอแต่เพียงไม่เป็นคำหยาบ อยู่ในความเหมาะสมไม่ถือว่ามีความผิด ตนไม่ขอวิจารณ์กรณีนี้ว่าเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ การจัดการเลือกตั้งเป็นเรื่องของ กกต. โดยมีกลไกของกระทรวงมหาดไทย เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สนับสนุนดูแลความเรียบร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ขณะนี้ยังไม่มีเหตุที่จะไปถึงความไม่สงบเรียบร้อย พร้อมกันนี้กระทรวงมหาดไทยยังได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการการเลือกตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งด้วย

“วิรัตน์” หัวชนฝาลงเขต 3 สงขลา

ส่วนปัญหาการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.เขต 3 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ เฟซบุ๊กช่วงดึกวันที่ 4 ก.พ.ว่า ขอยืนยันว่าสบายดี หมอยืนยันว่าลงสมัคร ส.ส.ได้ ไม่ได้ขอถอนตัวจากการสมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลา แต่ยืนยันกับพรรคว่าขอลง ส.ส.สงขลาเขต 3 ที่เดิม พรรคจะมีมติอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้ากระบวนการชอบด้วยกฎหมายและหลักประชาธิปไตย ผมเคารพ หากมีใครยังอ้างข้อความเท็จว่าตนป่วยจนไม่สามารถลงสมัครได้ หรืออ้างเท็จว่าตนถอนตัว ขอให้หยุดเสีย มิเช่นนั้นคงจำเป็นต้องใช้สิทธิปกป้องตนเอง

“ไพร” ถอนตัว “สาคร” เสียบแทน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ล่าสุดนายไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่พรรควางตัวให้ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลาแทนนายวิรัตน์ ที่เพิ่งผ่าตัดกระดูกทับเส้นประสาทเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ซึ่งกรรมการบริหารพรรคเป็นห่วงสุขภาพ กังวลว่าจะกระทบการลงพื้นที่หาเสียง กรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคได้ฟังความเห็นจากแพทย์และมีมติให้พักรักษาสุขภาพ แข็งแรงแล้วค่อยสมัครใหม่ แต่นายไพรก็ได้ขอถอนตัวด้วยเหตุผลส่วนตัว จึงต้องหาผู้สมัครใหม่ ส่วนนายวิรัตน์มีมติเวียนไปแล้วให้ขึ้นระบบบัญชีรายชื่ออยู่ในลำดับที่ปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลที่ถูกทาบทามตัวให้ลงสมัคร ส.ส.สงขลาเขต 3 คนล่าสุดคือ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และอดีต ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว

โร่แจงพรรคไม่เอาปาร์ตี้ลิสต์

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายวิรัตน์เข้ามาที่พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว แพทย์ยืนยันเริ่มเป็นปกติ รักษาตัวจนเดินได้ ลงพื้นที่หาเสียงได้ตามปกติ อาจยังวิ่งไม่ได้ ใช้เดินและใช้รถ จึงมายืนยันว่าจะขอลงสมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลา หากไม่ได้ลงจะเป็นสมาชิกพรรค ไม่ลงระบบบัญชีรายชื่อ มีผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนเหมาะสมมากกว่า ได้ชี้แจงผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว รวมถึงให้นายนิพิฎฐ์คุยกับแพทย์ที่รักษาแล้วก็ยืนยันว่าสุขภาพตนไม่เป็นอุปสรรคการหาเสียง สำหรับ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ทาบทามมารู้จักกันดีเป็นคนหาดใหญ่ ไม่ได้มีปัญหากัน ไม่ว่าพรรคจะตัดสินใจอย่างไร ต้องมีเหตุผลชี้แจงได้

“มาร์ค” โยน กก.สรรหาฯชี้ขาด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่า กรรมการบริหารพรรคประเมินกันว่าน่าจะอันตรายต่อสุขภาพ เพิ่งผ่าตัดต้นปีปกติจะพักฟื้นอาจยาวถึง 6 สัปดาห์ ที่เราสอบถามไปแพทย์ระบุว่าร่างกายนายวิรัตน์อาจไม่เต็มร้อย แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันจะลงสมัครรับเลือกตั้งจะให้คณะกรรมการสรรหาฯพูดคุยอีกที สอบถามคนอื่นบอกว่าร่างกายนายวิรัตน์ดีขึ้นค่อนข้างเร็ว ส่วน พล.ต.ท.สาคร เมื่อทราบว่านายไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ถอนตัวจึงประสงค์จะสมัคร ไม่มีอะไรต้องแตกหักกัน แต่อาจเข้าใจผิดในการสื่อสาร สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์จะไปยื่นต่อ กกต.เช้าวันที่ 7 ก.พ.

ไม่ยุ่งใครจะเปลี่ยนชื่อลง ส.ส.

เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อชาติเปลี่ยนชื่อเป็น “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์” เพื่อง่ายต่อการจดจำ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ชื่อเขาไม่ใช่ชื่อผม ผมไม่ไปยุ่ง เมื่อถามอีกว่าแล้วชื่อ “อภิสิทธิ์” มีคนจะเปลี่ยนตามหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ชื่อผม เขาตั้งกันตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่นิยมเปลี่ยน”

กก.สรรหายอมใจคืนสิทธิลงเขตเดิม

กระทั่งเวลา 15.00 น. นายวิรัตน์ เปิดเผยหลัง ชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหาฯว่าได้ชี้แจงว่าพร้อมสู้ เดินได้ ไม่ใช่นอนเป็นอัมพาต ปากเบี้ยว เห็นชอบก็ส่งชื่อให้กรรมการบริหารพรรคต่อไป ขอบอกเลยว่าพร้อมสู้

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ในฐานะกรรมการสรรหา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่กรรมการบริหารพรรคมีมติเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเขต 3 เนื่องจากนายวิรัตน์มาที่ประชุมโดยร่างกายอ่อนแอมาก ขึ้นลิฟต์มาเดินได้ไม่เท่าไหร่ต้องนั่ง จึงมอบให้นายนิพิฏฐ์ไปสอบถามแพทย์ประเมินอาการ วันนั้นทุกคนเห็นว่าสภาพนายวิรัตน์ไม่พร้อม จึงมีมติให้รับสมัครใหม่ ปรากฏยังมีผู้สมัครเพียงคนเดียว วันนี้นายวิรัตน์มาชี้แจงโดยขึ้นบันไดมาเองได้ เดินคล่องแคล่ว ขอเวลา 2 อาทิตย์พึ่งไม้เท้า จะเดินหน้าหาเสียง พิสูจน์แล้วว่านายวิรัตน์มาด้วยตัวเอง เข้มแข็งจริง จึงอนุมัติให้ลงสมัคร ส.ส.ในเขต 3 สงขลาได้ และจะส่งเรื่องให้กรรมการบริหารพรรคเห็นชอบได้วันที่ 6 ก.พ. ส่วน พล.ต.ท.สาครไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.

ชพน.ชู “สุวัจน์–วรรณรัตน์–เทวัญ” ชิงธง

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคชาติพัฒนา มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เพื่อพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะเสนอรายชื่อในบัญชีนายกฯของพรรค โดยมีนายเทวัญ ลิปพัลลภ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม จากนั้นนายเทวัญ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือกัน โดยรับฟังข้อเสนอและความคิดเห็นจากสมาชิกทั่วประเทศ ที่ประชุมมีมติจะเสนอรายชื่อในบัญชีนายกฯของพรรค 3 คน คือ 1.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค 2.นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค และ 3.คือตน หลังจากนี้พรรคจะนำมติไปให้ทั้ง 2 ท่านรับทราบ โดยเมื่อได้รับหนังสือรับรองจากทั้งสองแล้ว พรรคจะไปยื่นให้ กกต.อีกครั้ง

“ปิยบุตร” ชู 3 ข้อ “ธนาธร” ถึงชั้นนายกฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 128 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดาหน้าใหม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า การส่ง ส.ส.ครบทุกเขตคือการส่งสัญญาณว่าอนาคตใหม่ พร้อมเป็นพรรคใหญ่ระดับชาติและทางหลักของสังคมไทย ถ้าได้เสียงข้างมากจะเสนอนายธนาธรเป็นนายกฯ ด้วยเหตุผล 1.พิสูจน์ความสำเร็จทางธุรกิจมาแล้ว 2.ความเป็นธุรกิจยังไม่พอในยุคที่เป็นเผด็จการ ต้องมีจุดยืนประชาธิปไตยด้วย 3.หน้าใหม่ทางการเมือง เป็นนักประชาธิปไตยเลือดใหม่ นายธนาธรจึงเหมาะสม ถ้าเป็นนายกฯจะอายุน้อยสุดนับจากปี 2490 ด้วยอายุ 40 ปี นี่เป็นทิศทางของโลกที่ต้องการคนหน้าใหม่มาเปลี่ยนแปลงการเมืองและสังคมไทยไปด้วยกัน เราพร้อมทุกสนามเลือกตั้ง เชื่อว่าพฤติกรรมการเลือกตั้งของคนไทยเปลี่ยนไปแล้ว

เย้ย คสช.เปราะบางกลัวโดนล้อ

นายปิยบุตรยังกล่าวถึงการที่เจ้าหน้าที่ทหารห้ามไม่ให้ทำหุ่นล้อการเมือง ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ติดตามว่า สะท้อนถึงความอ่อนไหวบอบบางของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน เพราะเพียงแค่การล้อการเมือง หรือสะท้อนปัญหาสังคมปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้รัฐบาลล้มครืนในวันเดียว ช่วงนี้ที่จะเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. สิทธิเสรีภาพการแสดงออกจำเป็นต้องมี เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ก่อนตัดสินใจไปเลือกตั้ง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า การจำกัดสิทธิเสรีภาพเกิดขึ้นในยุค คสช.อย่างต่อเนื่อง การห้ามต้องมีความจำเป็นเท่านั้น แต่รัฐบาลนี้ละเมิดสิทธิเสรีภาพครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่สมเหตุสมผล ไม่ได้ทำเพื่อความมั่นคงของชาติและประชาชน แต่เพื่อความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น

เพื่อธรรมเสนอตัวเป็นพรรคคนใต้

วันเดียวกัน นางนลินี ทวีสิน หัวหน้าพรรคเพื่อธรรม และอดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อธรรมมีมติส่งผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้ ทั้งหมด 42 เขต และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 24 คน สำหรับการเสนอชื่อนายกฯจะเสนอชื่อตนเพียงชื่อเดียว ขณะนี้ผู้สมัคร ส.ส.ทยอยยื่นใบสมัครกันแล้ว ส่วนผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อจะไปยื่นต่อ กกต.ในวันที่ 6 ก.พ. เวลา 11.00 น. การที่เราส่งผู้สมัคร ส.ส.เฉพาะ ภาคใต้ เนื่องจากสมาชิกพรรคส่วนใหญ่เป็นคนหน้าใหม่ ที่สำคัญเป็นคนพื้นที่ที่สนใจต้องการเข้ามาทำงานการเมืองระดับชาติ เพื่อจะผลักดันนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ภาคใต้ จึงขอเสนอตัวเป็นพรรคทางเลือกใหม่ของพี่น้องชาวภาคใต้ เป็นพรรคของคนใต้ เพื่อเป็นอีกตัวเลือกให้กับชาวปักษ์ใต้เพิ่มขึ้นจากพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม และในอนาคตค่อยขยายเตรียมความพร้อมไปพัฒนาพื้นที่ภาคอื่นต่อไป

ชูยุทธศาสตร์พัฒนาคาบสมุทรทองคำ

หัวหน้าพรรคเพื่อธรรม กล่าวอีกว่านโยบายของพรรคเน้นกำจัดความยากจน โดยร่วมมือร่วมใจกับพี่น้องชาวใต้พัฒนาคาบสมุทรของเราให้เป็น “คาบสมุทรทองคำ” ได้เตรียมนโยบายเร่งด่วนฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างงานในโครงการพื้นฐาน เช่น สร้าง ถนนเชื่อมต่อจังหวัดสู่จังหวัด สร้างท่าเรือบกใช้พักสินค้าเข้าและออก พัฒนาท่าเทียบเรือเชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวด้านทะเลอันดามันให้มีสมรรถนะระดับสากล ราคาพืชผลการเกษตรต้องเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต เชื่อมต่อสู่ธุรกิจปลายน้ำ สนับสนุนให้รัฐลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ที่ดินทำกินจะเร่งรัดจัดกระบวนการและกำหนดมาตรการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ให้เป็นธรรม เร่งกระจายการถือครองที่ดินในขนาดที่เหมะสม ทั่วถึงและเป็นธรรม ให้ผู้มีรายได้น้อยหรือไม่มีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ มีเอกสารสิทธิใช้เป็นหลักฐานขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ระบบสวัสดิการ และการศึกษา จะพัฒนาสถานพยาบาลให้เพียงพอกับความต้องการของทุกชุมชนในพื้นที่ จะผลักดันให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มอยู่ห่างไกลและยากจน ปัญหาประมงพื้นบ้าน 65 เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคใต้ ต้องได้รับการแก้ไขถูกวิธี ไม่เสียเปรียบการประมงเชิงพาณิชย์

กกต.อัปเดตสถานภาพพรรค

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.กล่าวถึงสถานภาพพรรคการเมืองทั้ง 58 พรรค ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั่วประเทศเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ว่า หลังเสร็จสิ้นการรับสมัครวันที่ 8 ก.พ. กกต.จะมีหนังสือสอบถามไปยังทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อตรวจสอบว่าพรรคมีสถานภาพเป็นพรรคการเมืองที่มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วมีคุณสมบัติไม่ครบ จะทำให้รายชื่อที่ส่งสมัครทั้งหมดเป็นโมฆะ เหมือนไม่ได้มีการสมัครเกิดขึ้น แต่ค่าสมัครทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนผู้ที่ส่งสมัครจะมีความผิดหรือไม่นั้นต้องดูข้อเท็จจริง ผู้สมัคร ส.ส.เขต กกต.ได้ส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้วรายงานกลับมา กกต.วันที่ 9 ก.พ.หากพบผู้สมัครที่มีปัญหาคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จะส่งข้อมูลไปยัง ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาประกาศไม่รับสมัครภายในวันที่ 15 ก.พ. แต่ผู้สมัครใช้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน

“สุดารัตน์” นำลูกพรรคส่งปาร์ตี้ลิสต์

เมื่อเวลา 08.30 น. พรรคเพื่อไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้เข้ายื่นเอกสารสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รวม 97 รายชื่อ พร้อมรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ ประกอบด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ นายชัชชาติ และนายชัยเกษม ภายหลังการยื่นบัญชีรายชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินทักทายกับแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ อาทิ นายสุธรรม แสงปทุม นพ.เหวง โตจิราการ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่มายื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อเช่นกัน

ไร้ชื่อ “ชัชชาติ” ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขอให้ประชาชนจดจำโลโก้พรรค เพื่อนำไปใช้ลงคะแนน พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 250 คน ภาคเหนือ 50 คน ภาคกลาง 55 คน ภาคอีสาน 112 ภาคใต้ 10 และ กทม.23 คน ส่งสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 97 คน โดยไม่มีชื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สมาชิกพรรค เพราะพรรคต้องการให้ทำงานด้านบริหารและนายชัชชาติเป็น 1 ใน 3 ของผู้ที่พรรคเสนอชื่อเป็นนายกฯ ยืนยันว่าการส่งสมัครไม่ครบทุกเขต ไม่ใช่การฮั้วกันระหว่างพรรคการเมือง เนื่องจากมีผู้ลงแข่งขันมากกว่า 5,000 คน เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นฝ่ายบริหารจะวางบทบาทของนายชัชชาติอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า คงเร็วเกินไปที่จะตอบ ยังไม่มีใครรู้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร

เจ้าตัวไม่ซีเรียสขึ้นบัญชีนายกฯ พอ

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยว่า เป็นมติของกรรมการบริหารพรรค ตนเคยแจ้งไปแล้วว่าไม่ถนัดงานด้านนิติบัญญัติ น่าจะมีคนเก่งๆของพรรคที่เชี่ยวชาญมากกว่า เชื่อว่าพรรคมีคนเก่งที่จะมาร่วมงาน จึงไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่ออยู่ในบัญชีของนายกฯก็พอแล้ว อยู่ตรงไหนตนทำงานเต็มที่ทำเต็มตัว ลาออกจากงานมาคือไม่ใช่มาเล่นๆ ยอมทิ้งงานทุกอย่าง เมื่อถามว่าถ้าหลังเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นฝ่ายบริหารจะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่าอาจจะสมัครผู้ว่าฯ กทม.มีทางเลือกอีกมาก ยืนยันไม่น้อยใจ ไม่ว่าอย่างไรก็อยู่กับพรรคเพื่อไทยแน่นอน เพราะอุดมการณ์ไปด้วยกันได้

ทษช.ยังไม่แนบแคนดิเดตนายกฯ

ต่อมาพรรคไทยรักษาชาติ โดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นำผู้สมัครของพรรค เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มายื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ยังไม่ยื่นเสนอชื่อนายกฯ ของพรรค ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า พรรคส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 108 คน 10 อันดับแรก ตนเป็นอันดับแรก ตามด้วยนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายฤภพ ชินวัตร นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด นายมิตติ ติยะไพรัช น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และ นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ส่วนบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ยังไม่ถึงเวลาส่งยืนยันมีแน่นอน จะมีชื่อตนหรือนายจาตุรนต์เป็นไปได้หมด ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคและเป็นไปได้ที่จะมีคนนามสกุลชินวัตรร่วมอยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ อย่างนายฤภพ ชินวัตร ก็เป็นรองหัวหน้าพรรค หากสมาชิกพรรคเสนอมีสิทธิที่กรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา

“เสรีพิศุทธ์” ท้าชิงนายกฯ คนเดียว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรค เสรีรวมไทย นำทีมสมาชิกพรรคมายื่นใบสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 รายชื่อ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตสมัครแล้ว 339 เขต เหลืออีก 11 เขต พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า พรรคลงเลือกตั้งครบ 350 เขตแน่นอน ว่าที่ผู้สมัครที่เหลือรอฤกษ์ดีก่อน ประเมินจากการลงพื้นที่และกระแสนิยมของพรรคในสังคมออนไลน์คาดว่าจะได้ที่นั่งในรัฐสภาไม่น้อยกว่า 100 ที่นั่ง ส่วนการเสนอชื่อนายกฯ จะเสนอชื่อตนเพียงชื่อเดียว พื้นที่ไหนที่เผด็จการมีคะแนน จะลงไปหาเสียงในพื้นที่นั้น ไม่ยอมให้เผด็จการได้คะแนนเด็ดขาด

ประกบติด พปชร.ตัดแต้มเผด็จการ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า อย่างกรณีที่พรรคพลังประชารัฐที่เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นแคนดิเดตนายกฯเอา เปรียบพรรคอื่น ไม่ใช่ลูกผู้ชาย เพราะไม่ต้องลงหา เสียงเอง ขณะที่พรรคอื่นต้องหาเสียงท่ามกลางกฎหมายที่มีรายละเอียดเยอะแยะ ต้องระวังตัว ฉะนั้นถ้าพลัง–ประชารัฐอยู่ไหน เสรีรวมไทยจะไปที่นั่น พร้อมยืนยันแก้รัฐธรรมนูญ แก้ไขผลจากคำสั่ง คสช. และปฏิรูปกองทัพโยกย้ายทหารกลับกรมกอง หลังเลือกตั้งจะไม่ยอมอยู่กับเผด็จการ หากพรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้คะแนนน้อย จะไปร่วมเป็นฝ่ายค้าน ถ้าได้คะแนนมากจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่เชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะเด็ดขาด

“ผู้กองมนัส” โวฮุบพะเยายก จว.

ส่วนการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตวันที่สองในต่างจังหวัดบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา มีผู้สมัครจากพรรคต่างๆมายื่นสมัครกันบางตา ที่ศาลาประชาคม ศูนย์ราชการ จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 1 นำทีมผู้สมัครของพรรคอีก 2 เขตคือนายธวัช สุทธวงศ์ ผู้สมัครเขต 2 และนายจีรเดช ศรีวิราช ผู้สมัครเขต 3 มายื่นสมัคร ท่ามกลางกองเชียร์กว่า 200 คน ร.อ.ธรรมนัสเผยว่ามั่นใจอย่างมากว่าจะนำทีมกวาดที่นั่ง ส.ส.พะเยาทั้ง 3 เขต อาศัยกลยุทธ์เคาะประตูบ้านทุกหลังพูดคุยกับชาวบ้าน ทำต่อเนื่องตั้งแต่ยังไม่คิดเล่นการเมือง อยากอาสาเข้ามาพัฒนาเมืองพะเยาให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมจังหวัดอื่น เชื่อว่าชาวบ้านรักและเลือกพรรคพลังประชารัฐไปเป็นปากเสียงในสภาฯ

ตีปี๊บหนุน “บิ๊กตู่”–ส.ป.ก.4.0

ที่ จ.บึงกาฬ หลังเปิดรับสมัคร ส.ส.เขตการหาเสียงเริ่มคึกคักขึ้น ผู้สมัครแต่ละพรรคจัดทีมหาเสียงลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน เขต 1 นายเกรียงศักดิ์ วงศ์คงคำ อดีต ส.จ.บึงกาฬ หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 7 ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง บึงกาฬ ปราศรัยชู พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไป นำนโยบายของพรรคที่ให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้ น้อย มุ่งเน้นขจัดความเหลื่อมล้ำ สานต่อนโยบายรัฐบาลบัตรประชารัฐ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปี เกษตรประชารัฐ โดยเฉพาะปรับเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 เป็น ส.ป.ก.4.0 ให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. สามารถโอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติตามที่ ส.ป.ก.กำหนดเข้าทำประโยชน์แทนได้

พช.ยิ้ม–ชาวบ้านขานรับชื่อ “ทักษิณ”

ที่ จ.นครราชสีมา นายทักษิณ เขื่อนโคกสูง ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 พรรคเพื่อชาติ ที่เปลี่ยนชื่อเดิมคือนายสถิตคุณ เขื่อนโคกสูง มาเป็นนายทักษิณ นำทีมงานเดินขอเสียงชาวบ้านในงานศพวัดหนองกระสัง ต.ด่านจาก อ.โนนไทย โดยนายทักษิณ กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นทักษิณเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และเป็นการนำมาใช้สู้ศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย เพราะจากการลงพื้นที่ชาวบ้านมักถามอยู่ตลอดว่าอยู่พรรคใด พอบอกพรรคเพื่อชาติก็ยังถามต่อว่าเป็นพรรคของใคร จึงตอบไปว่าทักษิณ ทำให้รู้ว่าชาวบ้านยังรักอดีตนายกทักษิณ จึงมีแนวคิดเปลี่ยนชื่อให้ชาวบ้านจดจำได้ง่ายขึ้น เลยชวนเพื่อนผู้สมัคร ส.ส.หลายคนเปลี่ยนชื่อเป็นทักษิณและยิ่งลักษณ์ เมื่อลงพื้นที่ก็ได้รับการตอบรับชื่อทักษิณเป็นอย่างดี

“โชคสมาน” นำ พปท.แย่งเสียงอุดรฯ

ส่วนที่หอประชุมทองใหญ่ ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายโชคสมาน ลีลาวงษ์ อดีต รมช.คมนาคม ประธานกลุ่มยุทธศาสตร์พรรคพลังปวงชนไทย (พปท.) มาสมัครเขตเลือกตั้งที่ 8 นายสนธยา ดวงภักดี จากพรรคเดียวกันลงเขต 3 และนายธราพงษ์ สีลาวงษ์ รองหัวหน้าพรรคลงเขต 8 นายโชคสมานกล่าวว่า วันแรกพาผู้สมัครของพรรคมาสมัครไปแล้ว 3 เขต คือเขต 2 เขต 4 และเขต 5 วันนี้มาอีก 3 เขต ส่วนเขต 1 กับเขต 6 ผู้สมัครยังไม่พร้อม และจะเดินทางมาสมัครในวันหน้า เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งของ จ.อุดรธานีทั้ง 8 เขต

“นิพิฏฐ์” ให้ปากคำร้องเก็บบัตร ปชช.

ที่ จ.พัทลุง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 เข้าให้ถ้อยคำต่อนายประพาส เศียรอุ่น หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต.พัทลุง ที่สำนักงาน กกต.พัทลุง นายประพาส เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 4 พรรค การเมืองจำนวน 10 รายร่วมลงชื่อยื่นหนังสือกรณีมีการเรียกเก็บบัตรประจำตัวประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 2 โดย 1 ในนั้นคือนายนิพิฏฐ์ จึงเรียกสอบปากคำ เพิ่มเติม และจะสอบปากคำให้ครบทั้ง 10 คน เพื่อ สรุปสำนวนพร้อมหลักฐานส่ง กกต.ส่วนกลาง พิจารณาดำเนินการและสั่งการต่อไป ด้านนายนิพิฏฐ์กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวคิดว่าส่อไปในทางไม่โปร่งใส และทุจริตการเลือกตั้งในครั้งนี้

สมัคร ส.ส.เขต 2 วัน 6,828 คน

เมื่อเวลา 17.15 น. ที่สำนักงาน กกต. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.แถลงภายหลังการปิดรับสมัคร ส.ส. วันที่ 2 ว่า มีพรรคที่มายื่นสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตแล้ว 62 พรรค รวม 6,828 คน หรือคิดเป็นสามเท่าของปี 54 ส่วนแบบบัญชีรายชื่อ มายื่นแล้ว 8 พรรค แต่ผ่านการรับรองของ กกต.เพียง 5 พรรค คือพรรคไทยธรรม พรรคสังคมประชาธิปไตย ที่ยื่นมาเมื่อวันที่ 4 ก.พ. และพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังธรรมใหม่ ที่มายื่นวันที่ 5 ก.พ. รวม 244 คน ส่วนพรรคเสรีรวมไทยของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ที่มีนายดำรงค์ พิเดช เป็นหัวหน้าพรรค มีปัญหาเอกสารไม่ครบถ้วน จึงขอถอนเรื่องกลับไปแก้ไข จะนำมายื่นภายหลัง

จ่อคิกออฟประตูสู่ประชาธิปไตย

เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า วันที่ 8 ก.พ. กกต.จะจัดงานคิกออฟเลือกตั้ง ส.ส. 62 สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง ในงานจะแถลงความร่วมมือของ กกต.กับหน่วยงานอื่นๆที่ส่งเสริมการเลือกตั้ง รวมทั้งการลงสัตยาบันระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง เพื่อดำเนินการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม มีการแสดงชุดประตูแห่งประชาธิปไตย โดยมีประธาน กกต. และ กกต. ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อนำประเทศไทยสู่การเลือกตั้ง ส.ส.

“บิ๊กตู่” จัดรายการศาสตร์พระราชาได้

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวกรณีพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯว่า กกต.จะรอฟังมติ ครม. เรื่องการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เพื่อให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนเรื่องการจัดรายการศาสตร์พระราชาถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ปกติสามารถทำได้ รวมถึงกรณีที่บางพรรคนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาหาเสียง สามารถทำได้เพราะเป็นการนำเสนอสิ่งดีๆ

มติ ครม.ให้ ขรก.วางตัวเป็นกลาง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่าที่ประชุม ครม. เห็นชอบแนวทางปฏิบัติของข้าราชการโดยให้ยึดแนวทางใหม่ 6 ข้อ 1.ให้ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ และลูกจ้างให้ความร่วมมือ กกต.จัดการเลือกตั้ง 2.ให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง 3.แต่งตั้งโยกย้ายทุกระดับพิจารณาเท่าที่จำเป็น 4.ให้ข้าราชการส่วนกลางส่วนภูมิภาคส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐสนับสนุนสถานที่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งอำนวยความสะดวกอื่นๆ 5.ให้ทุกหน่วยงานตามข้อ 4 สนับสนุนสถานที่ปิดประกาศ แผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เพียงพอและเท่าเทียม และ 6.ให้สนธิกำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยคุ้มครองประชาชนและ เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. บรรดารัฐมนตรีได้สอบถามเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ช่วงเลือกตั้งโดยนายกฯย้ำว่า ให้ระมัดระวังในการวางตัว ไม่ควรพูดโจมตีนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62แคนดิเดตนายกฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์วิรัตน์ กัลยาศิริข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้