อย่าตกม้าตายเพราะอย่างนี้

ข่าว

อย่าตกม้าตายเพราะอย่างนี้

สายล่อฟ้า

    4 ก.พ. 2562 05:01 น.

    โชว์ได้ แต่อย่าถึงลิเก

    ส่งเทียบเชิญกันไปเรียบร้อยเหมือนกับหมั้นกันไว้ก่อน

    เพราะการสู่ขอยังไม่บรรลุขั้นเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากขอเล่นตัวอีกสักวันสองวัน

    แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

    แม้เบื้องต้นจะมีข่าวออกมาว่า มีการเกี่ยงกันในการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ตามที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอ

    ทางพรรคเห็นว่าควรจะเสนอ 3 ชื่อคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายอุตตม สาวนายน

    เหตุผลก็เพราะต้องการให้เป็นแพ็กเกจเพื่อแสดงถึงศักยภาพของพรรค ซึ่งมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถครบเครื่อง

    แต่ฝ่ายกองหนุนวงใน คสช.เห็นว่าควรเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว เบอร์ 1 ไปเลย ทำให้เห็นถึงความโดดเด่นที่จะนำพรรคและความเป็นผู้นำ

    ประเด็นนี้แม้จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็เล็กในทางการเมือง

    ทว่าปัญหาใหญ่มันน่าจะอยู่ที่ว่า เมื่อมีชื่อที่จะยื่นอยู่ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ต้องดำรงตนเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

    อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไรควรทำ อะไรไม่ควร

    แม้ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ประเพณีปฏิบัติที่เคยทำกันมาว่าไม่ต้องลาออกจากตำแหน่ง แต่จะต้องดำรงต่อไปจนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่

    ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ทุกประเทศก็ดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ ทั้งนั้นเนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องไม่ให้เกิด “สุญญากาศการเมือง”

    ว่าไปแล้วเรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้ แต่ก็มีการที่จะโจมตีว่าเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม

    อ้างว่าเป็น “นายกฯทหาร” ที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย

    ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลทหารหรือรัฐบาลประชาธิปไตยล้วนปฏิบัติเหมือนในกรณีนี้ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ ต้องทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่

    เจอคำถามนี้เล่นเอา พล.อ.ประยุทธ์ฉุนกึกไม่พอใจยืนยันว่า ไม่ลาออก และท้าว่า “มึงมาไล่ดูสิ” หมายความถึงใครกันบ้างก็ไปไล่เรียงกันดู

    จากเช้าไปถึงช่วงบ่ายอารมณ์คงคลายตัวลงไป แน่นอน

    คงคิดได้ว่าเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม จึงว่ากล่าวคำ “ขอโทษ”...

    นี่ก็คงเป็นอีกบทเรียนหนึ่งของบุคคลในฐานะระดับผู้นำประเทศ จะต้องจำกัด “จุดอ่อน” ของตัวเองให้ได้

    ยิ่งกำลังก้าวไปสู่ความเป็น “นักการเมือง” เต็มตัวยิ่งต้องพึงตระหนักให้มากๆ เพราะมีหลายครั้งที่นายกฯอยู่ภายใต้อารมณ์ที่บังคับไม่ได้

    ผมว่าสังคมไทยไม่นิยมชมชอบเท่าใดนัก

    นอกจากจะต้องปฏิบัติตนให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ซึ่งเป็นกติกาที่ทุกคนจะต้องยอมรับ

    ไม่มีอภิสิทธิ์อภินิหารอะไรอีกแล้ว

    เพราะการเลือกตั้งก็จะอีกไม่นาน ทุกพรรคจึงต้องมุ่งแสดงนโยบาย เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกใคร พรรคไหน แม้แต่นายกฯด้วย

    บางทีความตั้งใจ การแสดงออกเพื่อให้ได้รับความนิยม จึงต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว เพื่อให้ดูดีมีราคา แม้กระทั่งการปฏิบัติตัวที่เห็นว่าดีเข้าตา

    แต่บางอย่างดูไม่ต่างไปจาก “ลิเก” ชวนให้ขบขันมากกว่า.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      นายกฯ กล่าวปาฐกถา “ถนนยิ่งติด อุบัติเหตุก็น้อย อย่างน้อยก็ไม่ตาย เพราะมันติด”
      05:32

      นายกฯ กล่าวปาฐกถา “ถนนยิ่งติด อุบัติเหตุก็น้อย อย่างน้อยก็ไม่ตาย เพราะมันติด”

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2565 เวลา 20:32 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์