ตู่ไม่ปรับ ครม. จัดรัฐมนตรีเสียบ ทั้ง 4 โอ่รีเทิร์น
ได้ฤกษ์งามยามดี 4 รมต.ตบเท้าพบนายกฯ “อุตตม” นำทีมไขก๊อกพ้น รมต. บอกถึงเวลาแล้ว กดไลค์ส่งสัญญาณจะกลับมาใหม่ “สนธิรัตน์” ฟุ้งสร้างบรรทัดฐานใหม่ ฝาก พณ.สานงานต่อ “กอบศักดิ์” ลั่นถึงเวลาลุยการเมืองเต็มตัว “สุวิทย์” เหน็บ ปชป.ลอกนโยบาย “บิ๊กตู่” ยันไม่มีปรับ ครม. วาง รมต.ทำหน้าที่รักษาการแทน ประกาศชัดไม่ทิ้งเก้าอี้นายกฯ ให้อดใจรอเข้าบัญชีนายกฯ คนใน “สมคิด” บอกยังไม่ถูกทาบเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดต “มาร์ค” กระทุ้งผู้นำต้องยอมรับเสียงวิจารณ์ “เรืองไกร” ได้ทีบี้ “ประยุทธ์” ลาออกตาม เพื่อชาติรอดูสปิริตอย่าเอาเปรียบกัน “จองชัย” แตกหัก “ประภัตร” ท้าชนไม่ใครก็ใครต้องเสียประวัติไปข้าง “ประภัตร” เมินบอกเรื่องของเขา “อ๋อย” ย้ำ ทษช.-ทรท.เนื้อเดียวกัน “ปรีชาพล” ยันไม่มีซูเอี๋ยเพื่อไทย
หลังถูกกระแสจากฝ่ายการเมืองกดดันมาตลอด ล่าสุด 4 รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมประกาศเดินหน้าทำงานการเมืองรับศึกเลือกตั้งอย่างเต็มตัวแล้ว
4 รมต.ยื่นใบลาออกถึงมือนายกฯ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรค ที่ขอลากิจประชุม ครม. ทยอยเดินทางเข้าทำเนียบฯขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง และทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อของพรรค ในวันที่ 1 ก.พ. โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆระหว่างเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อไปประชุม ครม. ที่ตึกบัญชาการ 1 ว่า พบปะพูดคุยกันเฉยๆ “ให้รอฟัง เดี๋ยวเขามาพูด”
“อุตตม” นำแถลงไขก๊อกพ้น รมต.
ต่อมาเวลา 09.50 น. 4 รัฐมนตรีเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้ายืนแถลงข่าวพร้อมกัน นายอุตตมกล่าวว่า ขอแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการว่า 4 รัฐมนตรีได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ มีผลวันที่ 30 ม.ค.เป็นต้นไป การเข้าพบนายกฯเพื่อกราบลาหลังมีโอกาสได้ทำงานกับ ครม.มา เคยพูดว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะออกมาทำงานการเมืองเต็มตัว เมื่อทำหน้าที่ในความรับผิดชอบเสร็จสิ้นแล้วตามกฎกติกา มาวันนี้คุยกันว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมสุดแล้ว จึงลาออกเพื่อทำงานกับพรรคพลังประชารัฐเต็มตัวมุ่งสู่การเลือกตั้ง ขณะที่นายกฯอวยพรขอให้สิ่งที่เรามุ่งหวังจะทำงานการเมืองให้ประสบความสำเร็จ คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ส่วนตำแหน่งที่ว่างลงแล้วแต่นายกฯพิจารณา สำหรับนายกฯในบัญชีพรรคยังไม่มีการทาบทามใครทั้งสิ้น แต่ไม่ช้าเกินรอวันที่ 4-8 ก.พ. ต้องได้ข้อยุติ ส่วนจะเสนอชื่อนายกฯ 3 คนเต็มโควตาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ
ฟุ้งมาตรฐานเหนือนักวิจารณ์
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา ไม่เคยมีรัฐมนตรีลาออกหลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว แรงกดดันที่มีต่อพวกเราตลอด 3 เดือนมานี้ เรารับด้วยความอดทน เพราะเป้าหมายเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ได้เอาการเมืองนำการทำงาน เราน้อมรับคำวิจารณ์ เมื่อเราอาสามาทำงานการเมือง ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง ที่ไม่เอาความได้เปรียบมาใช้ ที่ทำงานหนักตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา เราไม่อยากเห็นประเทศไทยใช้วาทกรรมทางการเมือง การลาออกในวันนี้ไม่มีใครปฏิบัติมาก่อน นักการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เราไม่เคยลาออกหลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และไม่ได้ลาออกเพราะมีใครกดดัน ตัดสินใจกันเอง ส่วนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน ขอให้รอดูผลเลือกตั้ง
ชูนิ้วส่งสัญญาณจะกลับมาใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นทั้ง 4 รัฐมนตรีเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง เพื่อสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล และก่อนจะเดินไปผู้สื่อข่าวช่างภาพขอทั้ง 4 รัฐมนตรีโบกมือลา แต่ปรากฏว่านายอุตตมไม่ยอมโบกมือ แต่นำอีก 3 รัฐมนตรีเปลี่ยนมาชูนิ้วโป้งสัญลักษณ์กดไลค์แทน นายอุตตมอมยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ลาที่ไหนไม่ได้ลา แต่จะกลับมาใหม่” ทั้งนี้การลาออกดังกล่าว ทำให้นายกอบศักดิ์ต้องยกเลิกการเดินทางร่วมโรดโชว์กับคณะของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-2 ก.พ.
ลั่นถึงเวลาลุยการเมืองเต็มตัว
หลังการประกาศลาออก นายกอบศักดิ์ได้เก็บของใช้ส่วนตัวบางส่วนออกจากห้องทำงานพร้อมจุดธูปไหว้ศาลพระภูมิ ศาลตาศาลยาย จากนั้นนาย กอบศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ไหว้ศาลพระภูมิ ศาลตา ศาลยาย ขอบคุณที่ปกปักรักษาในช่วงหนึ่ง 1 ปีที่ผ่านมา ที่สามารถทำงานเพื่อประชาชนได้มากหลายโครงการ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้น ภูมิใจและได้เรียนรู้อะไรมากมาย ส่วนใครจะมาปฏิบัติหน้าที่แทน นายกฯจะเป็นผู้ตัดสินใจช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาได้เซ็นอนุมัติงานไว้หมดแล้ว จึงไปด้วยความสบายใจเพราะทำงานเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เราทั้ง 4 คนไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้วจะเดินหน้าเต็มที่ งานการเมืองพรรคพลังประชารัฐจะไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เช้าจดเย็นถึงเที่ยงคืน จะไปบุกทุกที่ทั่วไทย ทั้ง 4 คนจะแยกย้ายลงพื้นที่นำปัญหาประชาชนมาทำเป็นนโยบายที่ดีที่สุดสำหรับการเป็นรัฐบาลหน้า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 ม.ค. พรรคพลังประชารัฐจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 30 เขต รวมถึงนโยบาย กทม. 5.0 และกำลังหาช่วงเวลาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศทั้ง 350 คนด้วย
“สุวิทย์” เหน็บ ปชป.ลอกนโยบาย
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวภายหลังเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงครั้งสุดท้าย ว่า ขอบคุณผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันทำงานและผลักดันให้มีผลงานออกมาเป็นรูปธรรมในหลายเรื่อง อาทิ การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วนงานที่ภูมิใจคือนโยบายสร้างคน แก้จน เสริมแกร่ง และวิทย์สู่ภูมิภาค ที่ทำจนสำเร็จ วางรากฐานไว้อย่างดี จนมีบางพรรคนำนโยบายตนไปใช้หาเสียง แต่เปลี่ยนจากสร้างคน แก้จน เสริมแกร่ง เป็น แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ขอให้ทำได้สำเร็จแล้วกัน
“สนธิรัตน์” ฝากฝังเดินหน้าต่อ
ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แถลงภายหลังเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมฝากฝังให้ผู้บริหารเดินหน้าทำงานตามที่วางโครงสร้างไว้ให้ก่อนจะมีรัฐบาลใหม่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะทำงาน แต่ไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์กับตำแหน่ง รู้สึกอบอุ่น ทำงานอย่างมีความสุขมาตลอด การลาออกถือเป็นวาทกรรมทางการเมือง ที่ผู้เสียประโยชน์จะเร่งรัดให้รัฐมนตรีลาออก ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ แต่ก็ทำให้ไปทำงานการเมืองได้อย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ใช้เหตุผลการเมือง แต่ใช้เหตุผลของความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้ทำสำเร็จลุล่วงแล้ว ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาลำบากใจมาก เพราะพูดเรื่องการเมืองไม่ได้เต็มที่ และทำงานในตำแหน่งก็ไม่เต็มที่เช่นกัน ทั้งที่ยังมีงานต้องทำอีกมาก จากนี้ไปจะทำหน้าที่เลขาธิการพรรคอย่างเต็มที่ มั่นใจพลังประชารัฐเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อทางออกของประเทศ
ตั้งแท่นเคาะแคนดิเดตนายกฯ
กระทั่งเวลา 18.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 30 ม.ค. คณะกรรมการสรรหาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จะประชุมเพื่อพิจารณาแคนดิเดตนายกฯในบัญชีพรรค ว่าจะเสนอ 3 รายชื่อหรือ 1 รายชื่อ เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนจะไปทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 1 ก.พ. ตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่นั้นต้องรอมติที่ประชุมก่อน
วางคนทำหน้าที่รักษาการแทน
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ถึงการลาออกของ 4 รัฐมนตรี ว่า การดูแลงานด้านเศรษฐกิจคงไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนของนายกอบศักดิ์ มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลรักษาแทน ส่วนนายอุตตม สาวนายน มีนายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม รักษาการแทน ส่วนของนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นหน้าที่ของนายพิเชษฐ์ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดูแลแทน ส่วนของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ มี น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ รักษาการอยู่ หากรัฐมนตรีที่กำกับดูแลแทนไม่อยู่ เป็นหน้าที่ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องกำกับดูแลแทน
ยันไม่มีปรับ ครม.ยังทำงานได้
“การทำงานนับจากนี้จะรับผิดชอบโดยรัฐมนตรีที่รักษาการแทน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าไม่มีปัญหา เมื่อเช้าที่ทั้ง 4 คนไปพบผม เขามาแจ้งความจำนงว่าอยากลาออกไปทำงานการเมือง ผมขัดข้องอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แม้จะเสียดายท่านเหล่านั้นมากน้อยเพียงใดก็ตาม เพราะที่ผ่านมาช่วยผมทำงานนานพอสมควร มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในหลายเรื่อง เรามีกลไกแต่ละกระทรวงที่จะช่วยกันทำงาน ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ จึงไม่ต้องกังวล ส่วนการปรับ ครม.ยืนยันว่าไม่มีในช่วงนี้ ไม่มีอีกแน่นอน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ประกาศชัดไม่ทิ้งเก้าอี้นายกฯ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองว่า บอกแล้วว่าต้องรอให้เขามาเชิญก่อน ต้องมีเวลานำนโยบายเขามาศึกษา ว่ามีความเป็นไปได้อย่างไร ต้องดูหลายนโยบายว่ารับได้หรือไม่ และต้องศึกษากฎหมายทุกตัว ถ้าต้องเสนอรายชื่อนายกฯในช่วงวันที่ 4-8 ก.พ. จะพิจารณาในช่วงนั้น จะรู้กันตอนนั้น ว่าอยู่หรือไม่อยู่ อย่าเพิ่งเร่งรัดอะไรนักเลย รวมถึงเรื่องบทบาทของตน ได้มอบหมายในที่ประชุมวันนี้ขอให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องช่วยไปหารือฝ่ายกฎหมายของเรา กฤษฎีกา และ กกต. ให้เกิดความชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางการเมืองต่อไป เมื่อถามว่าช่วงวันที่ 4-8 ก.พ. หากตัดสินใจตอบรับพรรค การเมือง จะลาออกจากตำแหน่งนายกฯด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ถ้าลาออกแล้วใครจะทำ ไม่ออก เป็นนายกฯอยู่อย่างนี้แหละ กฎหมายไม่ได้ให้ออกก็ไม่ออก ส่วนตำแหน่งหัวหน้า คสช. ต้อง อยู่จนถึงมีรัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่ เมื่อรู้แล้วก็ตามนั้น อย่ามาถามซ้ำ”
ถ้าจะรับเชิญก็อยู่ในบัญชีคนใน
เมื่อถามว่าต้องถามใครอีกหรือไม่ก่อนที่จะตัดสินใจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมมีคำตอบในใจอยู่แล้ว จะอยู่หรือไม่อยู่ อยู่ในขั้นตอนขั้นแรกแล้ว ผมบอกแล้วขอดูนโยบายอะไรต่างๆ และจะมีปัญหากับการเป็นนายกฯของผมหรือเปล่า ผมคงลาออกตอนนั้นไม่ได้อยู่แล้ว การเป็นนายกฯและหัวหน้า คสช. ถ้าจะระมัดระวังตัวเอง ก็ไม่ต้องพูดอะไรเลย” เมื่อถามว่าหากตัดสินใจจะเลือกอยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองหรือไม่ นายกฯตอบว่า “มันต้องอยู่มั้ง ไม่มีอย่างอื่น ถ้าอยู่คือต้องอยู่ในบัญชีนายกฯ เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวจะไปบอกว่าจะเป็นนายกฯคนใน คนนอก วุ่นวายไปหมด ถ้าอยู่ก็อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ”
“สมคิด” ปัดเป็นแคนดิเดตนายกฯ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้ง 4 รัฐมนตรีวางระบบงานไว้แล้ว รัฐมนตรีช่วยดูแลไป ส่วนตนจะกำกับและไปเยี่ยมเยือน ติดตามงานเป็นครั้งคราว เมื่อถามว่า ช่วงเลือกตั้งกังวลว่าข้าราชการจะเกียร์ว่างหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า “ไม่หรอก ข้าราชการสมัยนี้เกียร์ออโต้หมดแล้ว” เมื่อถามว่านายอุตตมระบุว่ามีคนในพื้นที่เสนอให้มีชื่อนายสมคิด เป็น 1 ใน 3 คนของพรรคที่จะเสนอ ชื่อเป็นนายกฯ นายสมคิดตอบว่า ขอบคุณที่ระลึกถึง แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อเข้ามา ส่วนประเทศไทยจุดแข็งจุดเดียวคือเรื่องท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ 20% ของจีดีพี ส่วนอื่นขึ้นกับสถานการณ์โลก ถ้าเรามีการลงทุนมาช่วยไม่มีปัญหา ไม่ใช่แต่ต่างประเทศ แต่รวมถึงนักลงทุนไทยที่ต้องมั่นใจต่อเนื่อง
“มาร์ค” ล่องเรือพบชาวกระทุ่มแบน
ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมผู้บริหารพรรค อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายสาธิต ปิตุเตชะ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรค นายกุลวัชร หงษ์คู นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นายนิติรัฐ สุนทรวร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร ลงเรือล่องไปตามคลองภาษีเจริญเพื่อรณรงค์หาเสียงผ่านตลาดกระทุ่มแบน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนริม 2 ฝั่งคลองจำนวนมาก โดยคณะของนายอภิสิทธิ์แวะกราบสักการะศาลหลวงตาทอง พร้อมจุดประทัด 999 นัดเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนขึ้นรถแห่ไปรอบตลาด และเขต อ.กระทุ่มแบน เพื่อแนะนำตัวผู้สมัครและนโยบายที่จะนำมาพัฒนาพื้นที่สมุทรสาคร
ฝากผู้นำต้องยอมรับเสียงวิจารณ์
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการลาออกของ 4 รัฐมนตรี ว่า ถือเป็นเรื่องดี ทำให้ทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น ที่ผ่านมายังมีข้อกังขาระหว่างการใช้อำนาจรัฐกับการมีตำแหน่งอยู่ในพรรคการเมืองมาตลอด การลาออกถือเป็นการแสดงออกว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับการใช้อำนาจหน้าที่ ไปในทางที่อาจทำให้การเลือกตั้งเกิดความไม่เป็นธรรม เมื่อถามถึงการเตรียมเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นเรื่องของพรรคอื่นและ พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจ ไม่ขอก้าวก่าย ส่วนเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธการถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ พล.อ.ประยุทธ์ หากประสงค์จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ต้องแสดงออกว่าจะไม่มีการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม เช่น ในฐานะหัวหน้า คสช. ที่ผ่านมาเคยใช้อำนาจปลดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และแบ่งเขตเลือกตั้งโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงต้องยอมรับกติกาวัฒนธรรมประชาธิปไตย ที่ต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ อยากให้มีการแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์
ปชป.ชงชื่อนายกฯคนเดียว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค จะเสนอชื่อตนเป็นนายกฯเพียงคนเดียว อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนจังหวัด และหัวหน้าสาขา ส่วนจะมีรายชื่อสำรองหรือไม่อยู่ที่การรับฟังความคิดเห็น อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคได้อนุมัติรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ครบแล้วทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ ในส่วนของบัญชีรายชื่อ อยู่ระหว่างการจัดลำดับอยู่
บุกสีลมขอรับเงินบริจาคภาษี
ต่อมานายอภิสิทธิ์พร้อมนายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคภาค กทม. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. อาทิ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ นายสามารถ มะลูลีม ร่วมทำกิจกรรมร่วมสร้างประชาธิปไตยสุจริต สนับสนุนประชาธิปัตย์ 001 เพื่อรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้ร่วมบริจาคเงินภาษีเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถนนสีลม หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ และซอยละลายทรัพย์ โดยมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า พนักงานเอกชนให้ความสนใจขอถ่ายรูปจำนวนมาก ระหว่างเดินรณรงค์แม่ค้าขายเสื้อรายหนึ่งขอจับมือนายอภิสิทธิ์ พร้อมกล่าวว่า สนับสนุนมาตลอด หากได้กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลต้องเข้มแข็งกว่าที่ผ่านมา ต้องกล้าทำ และอย่าเกรงใจใคร ซึ่งนายอภิสิทธิ์ตอบกลับว่า “หมดเวลาเกรงใจแล้วครับ”
“เรืองไกร” ไล่บี้ “บิ๊กตู่” ลาออก
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า แม้ 4 รัฐมนตรีลาออกไปแล้ว จากนี้คงถึงคิว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลาออก เพื่อให้พรรคที่จะสนับสนุนเสนอชื่อเป็นนายกฯ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องจริยธรรม แต่เกี่ยวไปถึงข้อกฎหมายด้วยหากไม่ลาออก แล้วพรรคที่สนับสนุนนำชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไปหาเสียง จะเข้าข่ายมีความผิดที่ยินยอมให้ใช้ชื่อในสถานะนายกฯ ไปเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้บางฝ่าย ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม มองว่าเหตุที่นายกฯไม่ลาออกคงกังวลว่าเมื่อลาออกแล้ว จะทำให้ครม.ทั้งคณะต้องพ้นไปด้วย กลายเป็น ครม.รักษาการ จะไปสั่งข้าราชการ อนุมัติงบประมาณไม่ได้ ตรงนี้เลยเป็นเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ลังเลยังไม่ตัดสินใจ อาจไปตัดสินใจก่อนวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายการรับสมัคร ส.ส. ถ้านายกฯไม่ออกแต่สนใจจะเล่นการเมือง เท่ากับว่าใส่เสื้อกรรมการไปเตะบอลด้วยอย่างนั้นหรือ
รอลุ้นสปิริตอย่าเอาเปรียบกัน
นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอชื่นชม 4 รัฐมนตรีที่ลาออก แม้จะช้าไปหน่อยก็ตาม ที่จริงควรลาออกตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในพรรคการเมืองแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว ที่รอลุ้นว่าจะแสดงสปิริตเมื่อใด ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทราบดีในใจว่าต้องการเป็นนายกฯต่อ หรือเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แนะนำให้เร่งลาออกจากทุกตำแหน่งโดยเร็ว เพื่อสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดี เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่ไม่เอาเปรียบคู่แข่งขัน เข้าสู่สนามการเมืองอย่างสวยงาม
“จองชัย” ขอแตกหัก “ประภัตร”
ที่พรรคภูมิใจไทย นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดตัวอย่างเป็นทางการในการลงสมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคให้การต้อนรับ นายจองชัยกล่าวว่า ผู้แทนจังหวัดสุพรรณบุรี มี 4 เขต เป็นที่ยอมรับอยู่ 4 ตระกูล คือ เขต 1 ตระกูลศิลปอาชา เขต 2 ตระกูลประเสริฐสุวรรณ เขต 3 ตระกูลโพธสุธน และเขต 4 ตระกูลเที่ยงธรรม ปรากฏว่าเขต 4 โพธสุธนไปหาเสียง ท้วงติงไปว่าไม่ถูกต้องแต่ยังเฉยเมย รอไม่ได้จึงมาสมัครเข้าพรรคภูมิใจไทย ถ้าเขต 4 มีโพธสุธน เขต 3 ต้องมีเที่ยงธรรมคู่ขนานกันไป มั่นใจเที่ยงธรรมจะปักธงได้ทั้งสองเขต ส่วนตัวไม่ได้ทะเลาะกับนายประภัตร โพธสุธน เพียงแต่ทะเลาะกันทางการเมืองเท่านั้น เวลาเจอกันเขาก็ยกมือไหว้
โวไม่ใครก็ใครต้องเสียประวัติ
นายจองชัยกล่าวว่า ตนไม่เคยแพ้ งานนี้ไม่เหมือนฟุตบอลหรือมวยที่ยังเสมอ คราวนี้ไม่มีเสมอ ต้องมีคนเสียประวัติสักคน ตนใส่เต็ม ถ้าแพ้คงไม่ลงทำให้ภูมิใจไทยเสียชื่อด้วย ที่สำคัญอายุมาก 70 ปีแล้ว เปรียบเหมือนรถบีเอ็มดับบลิวซีรีส์ 7 มาแข่งกันเองของคนบ้านเดียวกัน มั่นใจว่าจะชนะแน่ เชื่อว่าชื่อตนดีคนไม่มียี้ ไม่ทำชั่ว รักษา คุณภาพมา 30 กว่าปี ได้ทำความเข้าใจกับคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา และบอกลานานแล้ว ท่านมีแต่รอยยิ้ม เมื่อถามต่อว่าได้จุดธูปบอกลานายบรรหารหรือไม่ นายจองชัยตอบว่า ยังไม่มี ส่วนบุตรชายที่ยังอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่กังวลว่าจะถูกกลั่นแกล้ง นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา นำพวงมาลัยมาไหว้ตน และบอกจะดูแลนายเสมอกันเป็นอย่างดี
“เสี่ยหนู” เผยบัญชี ส.ส.เรียบร้อย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วันที่ 4 ก.พ. จะเปิดรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 500 คน ขณะนี้รายชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในส่วนบัญชีรายชื่อที่ชัดเจนแล้วคือ 1.ตน 2.นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค สำหรับการเสนอบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ยืนยันว่าจะเสนอเพียงรายชื่อเดียว คือตน พรรคเราตั้งเป้าจะให้ได้ ส.ส.มากที่สุด มั่นใจว่าจะเป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพื้นที่ จ.พัทลุง และสุพรรณบุรี ที่ถือเป็นไฮไลต์นั้น มั่นใจและหวังจะชนะทั้งเขตพัทลุงและสุพรรณบุรี
“กัญจนา” ชม 4 รมต.ลาออก
ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เชื่อว่าการลาออกของ 4 รัฐมนตรี เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ส่วนตัวและพรรคพลังประชารัฐ ส่วนท่าที พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มีคำตอบรับหรือปฏิเสธ ต้องรอฟังคำตัดสินใจ ไม่ขอก้าวก่าย ส่วนการส่งบัญชีรายชื่อนายกฯในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่นำไปเปรียบเทียบ กับพรรคอื่น ส่วนกรณีที่นายจองชัย เที่ยงธรรม เปิดตัว อย่างเป็นทางการย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เตรียมลงสมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 3 นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน
นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค กล่าวว่า วันที่ 30 ม.ค.หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อสรุปรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. พรรคจะประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 350 เขตของพรรคได้ รวมถึง รายชื่อบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งด้วย
“ประภัตร” เมินเป็นเรื่องของเขา
ด้านนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคเตรียมจัดคาราวานลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง เบื้องต้นกำหนดรายละเอียดไว้แล้ว แต่ยังรอคำยืนยันจากแกนนำพรรคอีกครั้ง เมื่อถามถึงการหาเสียงในพื้นที่เขต 3 จ.สุพรรณบุรี ที่นายจองชัยประกาศท้าชน นายประภัตรตอบสั้นๆว่า ไม่เป็นอะไร เป็นเรื่องของเขา พร้อมกับกล่าวว่า “ฮาฮาฮา” ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
ชูชื่อ “หนูนา” ขึ้นบัญชีนายกฯ
นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา และ เลขานุการกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. แถลงว่า ที่ประชุมกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. มีมติเสนอรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 320 เขต พื้นที่ภาคกลางและ กทม.ส่งผู้สมัคร 106 เขต ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือส่ง 114 เขต ภาคใต้ส่งผู้สมัคร 48 เขต และภาคเหนือส่งผู้สมัคร 52 เขต โดยจะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ใน 7 จังหวัด คือ อ่างทอง สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ อุทัยธานี พะเยา แพร่ นครนายก และเขต 1 จ.ศรีสะเกษ สำหรับบัญชีรายชื่อจะส่ง 80 รายชื่อ โดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค จะไปอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีรายชื่ออันดับหนึ่งคือ นายวราวุธ ศิลปอาชา
“อ๋อย” ย้ำ ทษช.-ทรท.เนื้อเดียวกัน
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พรรคไทยรักษาชาติจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง “ต่อยอดความสำเร็จ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อโอกาสใหม่ของไทยทุกคน” โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า วันนี้เรามาแสดงความพร้อมว่าผู้สมัคร ทีมบริหาร และนโยบายเราพร้อม นักการเมืองที่มาร่วมงานกัน เคยคิดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน เราจะต่อยอดนโยบายพรรคไทยรักไทย เราจะทำให้ประชาธิปไตยกินได้ ไทยรักไทยฟังแล้วเหมือนเก่าแต่ไม่ใช่ เราคือความต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ บุคลากร คนทำงานยังอยู่ และต่อเนื่องมาพลังประชาชน มาถึงพรรคไทยรักษาชาติ มันอันเดียวกัน อุดมการณ์เดียวกัน และจิตวิญญาณเดียวกัน ทษช.จะเป็นพรรคการเมืองที่ยืนอยู่แถวหน้าในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ยืนยันไม่มีซูเอี๋ยกับเพื่อไทย
ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พรรคเตรียมส่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในระบบเขตทั้งสิ้น 150 เขต ซึ่งพิจารณาตามยุทธศาสตร์ และความเป็นไปได้ในแต่ละเขต เพราะเราหวังได้ส.ส.ในเขตนั้นๆ จะได้เข้าไปทำงานให้กับประชาชน ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคจะส่งประมาน 120 คน แต่อาจมีเพิ่มเติมได้ ยืนยันไม่มีการหารือเรื่องแบ่งพื้นที่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งกับพรรคเพื่อไทย และไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครทั้งหมดกี่เขต ส่วนความชัดเจนของรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคนั้น จะชัดเจนในสัปดาห์หน้า
ต้องทำลายเผด็จการให้สิ้น
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า วันนี้ที่เราประกาศความพร้อม 4 รัฐมนตรีประกาศลาออกทันที นี่แค่เราประกาศความพร้อม ถ้าเราประกาศความพร้อมสูงสุด นายกฯคงจะประกาศลาออก ทษช.เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ถ้าพรรคพลังประชารัฐคือจุดชี้ขาดของฝ่ายเผด็จการ ทษช.ก็เป็นจุดชี้ขาดของฝ่ายประชาธิปไตย งานของเราไม่ใช่เพียงมาต่อสู้กับ พปชร.เท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับอีกหลายพรรค เช่น พรรคเก่าแก่ที่เชื่อว่าเป็นหุ้นส่วนลับกับผู้มีอำนาจ และหลายพรรคที่สมคบคิดกับผู้มีอำนาจก่อนการรัฐประหาร คนที่เข้ามาโดยแม่น้ำ 5 สายเหมือนทัวร์ศูนย์เหรียญ วันนี้ไทยรักษาชาติจะประกาศทำลายเผด็จการให้หมดไป แล้วเอาประชาธิปไตยกลับคืนมา
พท.แบ่งสองทีมปราศรัยหลัก
นายสุทิน คลังแสง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะแบ่งทีมหาเสียงไปช่วยผู้สมัคร คือทีม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ทีมคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คงไปๆมาๆระหว่างสองทีมหลัก เหตุที่ไม่ใช้ทีมหลักทีมเดียวเหมือนการเลือกตั้งปี 2554 เพราะเวลาที่มีจำกัดคงไปได้ไม่ทั่วถึง จึงแบ่งทีมออกมา ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐไปปราศรัยหาเสียงที่ จ.มหาสารคาม ขณะพูดถึงเหตุสลายการชุมนุม มีการพูดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แล้วชาวบ้านพร้อมใจกันลุกเดินออกไป อาจจะเป็นโมเดลต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ปรากฏการณ์ลักษณะนี้คงเกิดอีกหลายจังหวัด เราไม่เกี่ยวข้อง แต่เขาคงประเมินกระแสชาวบ้าน กระแสทักษิณ กระแสเสื้อแดง กระแสเพื่อไทยต่ำไป จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อุดมการณ์เสื้อแดงฝังทุกที่ไม่เปลี่ยน เพียงแต่บางพื้นที่ยังไม่แสดงออกมา คงไปแสดงออกพร้อมกันในวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.
สั่งพัฒนาต่อยอดเด็กฉลาด
เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำคณะผู้บริหารในโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง) เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต่อมา นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะเข้าพบ เพื่อนำผลงาน “วันนักประดิษฐ์” ปี 2562 มาจัดแสดง โดยนายกฯได้สั่งซื้อเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นไปติดตั้งที่บ้านพัก 2 เครื่อง ขณะเดียวกัน ยังเรียกให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าไปดูเครื่องคัดแยกขยะอัตโนมัติพร้อมกล่าวว่า เด็กนักเรียนเก่งฉลาดขอให้นำไปต่อยอดพัฒนา
ชวน กก.อผศ.ให้กำลังใจ “พี่ใหญ่”
จากนั้นคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก (อผศ.)ในพระราชูปถัมภ์ฯ นำคณะกรรมการฝ่ายจำหน่ายดอกไม้เข้าพบนายกฯ เพื่อมอบดอกป๊อปปี้เนื่องในวันทหารผ่านศึก 3 ก.พ. นายกฯกล่าวว่า แม้จะแก่แล้วใจยังเป็นทหาร เป็นอาชีพเดียวที่ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง หลายคนต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บ อยากให้ทุกคนช่วยอธิบายเพราะมีหลายคนบอกว่าไม่รู้มีทหารไว้ทำไม อย่าไปฟังใครบอกว่าไม่ต้องมีทหาร ระหว่างนั้นกรรมการ อผศ.ได้เข้าสวมกอดให้กำลังใจนายกฯ ก่อนจะชวนกันขึ้นไปยังห้องประชุม ครม. เพื่อพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม โดยนายกฯกล่าวว่า “ไปให้กำลังใจลุงป้อมหน่อย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังประชุม ครม.เสร็จ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ยังคงไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เพียงแต่ยกมือรับไหว้ และเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบทันที
กกต.ตีปี๊บวิธีกาบัตรใบเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นำตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตมาเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของกองทุนฯเพื่ออธิบายขั้นตอนกาบัตรเลือกตั้ง ตั้งแต่เริ่มเข้าแสดงตนต่อในหน่วยเลือกตั้ง ลักษณ์ต่างๆในบัตรอย่างละเอียด รวมถึงข้อห้าม อาทิ ห้ามนำบัตรออกไปจากที่เลือกตั้ง ห้ามถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามนำบัตรที่ลงคะแนนแล้วแสดงให้ผู้อื่นเห็น และต้องหย่อนลงหีบบัตรด้วยตนเอง ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมชี้แจงว่ากาบัตรเบอร์เดียวจะนำไปคิดคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขต นำคะแนนของทุกคนทุกเขตของทุกพรรคไปคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค และพรรคที่ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 คนจะมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลขึ้นเป็นนายกฯ
เรียกแจงเพิ่มโต๊ะจีน พปชร.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีหนังสือลงวันที่ 25 ม.ค. ถึงนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอให้ชี้แจงและยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมกรณีจัดงานระดมทุนพรรคพลังประชารัฐ ใน 3 ประเด็น คือ รายละเอียด วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมระดมทุน เอกสารใบเสร็จรับเงินตามแบบ พ.ก.9 ที่ออกให้กับผู้สนับสนุน และรายละเอียดของเงินจำนวน 532,350,000 บาท ที่พรรคแจ้งว่าผู้แสดงเจตนาสนับสนุนกิจกรรม 151 คน ยังไม่ส่งมอบให้กับพรรค โดยเงินดังกล่าวถือว่าเป็นเงินที่ได้จากการระดมทุน ต้องแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถนำไปแจ้งเป็นรายการประเภทเงินบริจาคได้ โดยให้ชี้แจงและส่งเอกสารหลักฐานกลับมาภายใน 15 วัน ถ้าไม่มาให้คำชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มท.1 แจงเว็บขอสิทธิล่วงหน้าล่ม
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเหตุขัดข้องของเว็บไซต์ที่ใช้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าว่า เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ได้ปลดล็อกสำหรับประชาชนที่อยู่ในประเทศแล้วประสงค์ไปใช้สิทธิล่วงหน้า ได้แก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว สามารถขอลงทะเบียนใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 19 ก.พ. โดย กกต.ประเมินว่าจะมีผู้ขอลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าหลายล้านคน ส่วนภาพรวมขณะนี้สถานการณ์ต่างๆยังเป็นปกติ การหาเสียงยังอยู่ในขอบข่ายที่เหมาะสม ส่วนที่นักการเมืองโจมตีรัฐบาลว่า 4 ปีไม่มีผลงานนั้น คนที่ไม่เข้าใจมีเพียงแต่นักการเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่ามีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตล่วงหน้า 76 จังหวัด และ กทม. รวม 67,333 คน และผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร จำนวน 6,395 คน
ครม.สั่งการทุกหน่วยร่วมมือ กกต.
ต่อมาช่วงค่ำ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ กกต.เสนอแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้ง ส.ส. โดยให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินงานของ กกต. เมื่อได้รับการร้องขอจาก กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง รวมทั้งวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด การแต่งตั้งทุกประเภท ทุกระดับให้พิจารณาเท่าที่จำเป็น ไม่ควร จัดให้มีการฝึกอบรมหรือประชุมสัมมนาในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 วันก่อนวันเลือกตั้ง ให้การสนับสนุนสถานที่ปิดประกาศ และที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ของรัฐ สำหรับผู้สมัครและพรรคการเมืองให้เพียงพอและเท่าเทียมกัน