กีฬา
100 year

ประชาธิปัตย์ ท้าเหยงๆ 3 กุมาร พลังประชารัฐ เก่งจริงมาลงเขต กทม.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ม.ค. 2562 04:55 น.
SHARE

 

ทักษิณควงปูโผล่ซัวเถา


“หญิงหน่อย” ข้อง ใจ กกต. ทำไมต้องรอรัฐบาล-คสช.ชี้ขาดวันเลือกตั้ง ห่วงไม่ทัน กรอบ 150 วัน “ภูมิธรรม” เซ็งสิ้นหวังมีแต่พวกปัดสวะ “วรชัย” จวก กกต.รอแต่รัฐบาลชี้ นิ้วสั่ง เพื่อชาติห่วงสาม ประสาน รัฐบาล-คสช.-กกต.ฉุดเลือกตั้งเป็นโมฆะ สองพรรครุมโต้ “พุทธิพงษ์” ฝันกวาดเก้าอี้ กทม. “พลภูมิ” ชี้แค่มโนปลอบใจตัวเอง “วัชระ” เย้ย 3 กุมารปั่นราคา หยามพวกขี้โม้ซ้ำรอย “ถนอม” ปชป.ไฟเขียว “ลูกหมี” ลงชุมพร แต่ตั้งเงื่อนไขต้องมายกทีม “อนุสรณ์” เย้ย พปชร.โชว์มุกแป้ก พร่ำปมขัดแย้งอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ “ยงยุทธ” จุดไฟพา “ทักษิณ” กลับบ้านอีก โพลชี้คนยังงงกับระบบเลือกตั้งใหม่

ทุกพรรคการเมืองยังคงรอความชัดเจนในการกำหนดวันเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป ขณะที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าหากกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ดำเนินการไม่ทันตามกรอบเวลา 150 วัน ที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกบัญญัติไว้ อาจทำให้การเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะนั้น

ข้องใจ กกต.ไม่ชี้ขาดวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่ตลาดบางใหญ่ซิตี้ จ.นนทบุรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมงานลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย โดยเดินทักทายสอบถามปัญหาจากพ่อค้าแม่ค้า โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมรอเพียงความชัดเจนจากรัฐบาล และ คสช. จะกำหนดให้มีเมื่อใด ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่จัดการเลือกตั้งภายในวันที่ 10 มี.ค. จะทำให้เกินกรอบเวลา 150 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เป็นสิ่งที่ คสช.และรัฐบาลต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้ กกต.เตรียมตัวได้ทัน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอย พรรคการเมืองพร้อมอยู่แล้ว รอเพียงรัฐบาลและ คสช.ตอบคำถามให้ชัดเจน ความจริงควรเป็นหน้าที่ กกต.เป็นผู้กำหนด จึงเป็นห่วงการทำหน้าที่ของ กกต.อาจทำให้ถูกติฉินได้

ยังมีเวลาทำโพลคัดตัวผู้สมัคร

เมื่อถามถึงความชัดเจนในการวางตัวผู้สมัคร ส.ส. คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เมื่อการเลือกตั้งเลื่อนออกไป พรรคจึงมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น โดยเฉพาะบางเขตที่ทับซ้อนกัน จะได้มีเวลาทำโพลมากขึ้น แม้ยังสรุปได้ไม่ชัดเจน แต่มีเพียงไม่กี่เขต คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะชัดเจน ส่วนบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคนั้น ไม่มีปัญหา พรรคต้องพยายามจัดคนทั้งในส่วนผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีความรู้ ไม่ใช่แค่บัญชีนายกฯอย่างเดียว

“โต้ง” โวปักธงที่ภาคใต้ได้แน่

ที่หอประชุมสหกรณ์การเกษตร อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ดูแลผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ เปิดตัว พ.อ.ทวี แก้วกลับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนกว่า 1,500 คน นายกิตติรัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงชิงชัยในพื้นที่ภาคใต้ 7 จังหวัด จำนวน 11 เขต จากการที่ชาวใต้ให้การต้อนรับผู้สมัครล้นหลามทุกจังหวัด มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะคว้าที่นั่ง ส.ส.ภาคใต้ในขั้นที่น่าพอใจ มั่นใจว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากเผด็จการ ส่วนการเลือกตั้งหาก กกต. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เห็นว่าต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเพื่อความเหมาะสมกับงานพระราชพิธี พรรคเพื่อไทยก็น้อมรับได้

“ภูมิธรรม” เซ็งมีแต่พวกปัดสวะ

ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ประเทศนี้แปลกจริงๆ สิ่งที่ควรทำให้เกิดความชัดเจน ให้ทุกคนได้ปฏิบัติถูกต้อง กลับหาผู้มีอำนาจสร้างความชัดเจนไม่ได้ คำตอบอยู่ในสายลม มีแต่โยนความรับผิดชอบกันไปมา แค่จะกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน ยังทำท่างุนงงหลายหน่วยงาน เรื่องง่ายแค่นี้ยังหาคนให้คำตอบไม่ได้ คำตอบที่สังคมต้องการคือ การจัดการการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จนั้น กฎหมายตีความว่าอย่างไร ระหว่างการจัดเลือกตั้งให้เกิดขึ้นใน 150 วัน หรือให้รวมถึงต้องประกาศผลให้ลุล่วงอย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เปิดประชุมรัฐสภาได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้คำตอบอยู่ในสายลมโยนกันไปมาระหว่าง กกต.กับรัฐบาล ที่น่าเศร้ากว่านั้นเมื่อมีคำถามถึงผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ว่าตอนร่างมีเจตนารมณ์อย่างไร คำตอบที่ได้คือมีหน้าที่ร่างไม่มีหน้าที่ตีความ และหากจะถามองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตีความ แนวทางที่ผ่านมาอาจมีคำตอบคือ เรื่องยังไม่เกิด ยังวินิจฉัยไม่ได้ สรุปว่าการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ยังคงหาคำตอบจากใครไม่ได้ เฮ้อ! สิ้นหวังประเทศไทย”

จวก กกต.เดินตามก้นรัฐบาล

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลื่อนเลือกตั้งหากคิดว่ามันติดทุกอย่าง ก็ติดไปหมด ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าระยะเวลาประกาศผลเลือกตั้งภายใน 60 วัน จะไปคาบเกี่ยวกับพระราชพิธีนั้น ถ้า กกต.เร่งประกาศผลให้เร็วโดยใช้เวลาเพียง 30 วัน ทุกอย่างก็ลงตัว จะเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ในช่วงงานพระราชพิธี เราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคอยทำหน้าที่ ไม่ใช่ให้รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจเป็นผู้ดำเนินการ ประมุขแห่งรัฐในประเทศประชาธิปไตยจะได้มาร่วมแสดงความยินดีในงานพระราชพิธีครั้งนี้ด้วยความสบายใจ วันนี้ที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดหมายทำกิจกรรมกัน รัฐบาลกลับคุกคามส่งเจ้าหน้าที่ไปห้ามไม่ให้ออกมาแสดงความคิดเห็นโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตามขอให้ กกต.ทำหน้าที่องค์กรอิสระตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่คอยทำตามคำสั่งรัฐบาล

พปชร.มุกแป้กอ้าปากเห็นลิ้นไก่

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงระบุว่าถ้าไม่มีพรรคพลังประชารัฐอาจกลับไปขัดแย้งแบบเดิม ว่า ทุกพรรคควรมุ่งนำเสนอนโยบาย แสวงหาทางออกจากสภาพวิกฤติเศรษฐกิจ อย่าไปพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น จมปลักอยู่กับอดีต บิดเบือนสภาพปัญหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เชื่อมั่นว่าหลังเลือกตั้งจะไม่มีเหตุความวุ่นวาย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ยังยอมรับว่าคนเข็ดความวุ่นวาย นายสุเทพรู้ดีว่าความวุ่นวายรอบหลังสุดนั้นเกิดจากใคร พอกันทีที่แข่งแก้ไขปัญหาแล้วสู้ไม่ได้ เลยมาสร้างความหวาดกลัวแทน การบอกว่าถ้าไม่เลือกพลังประชารัฐจะเกิดความวุ่นวาย อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ เป็นมุกแป้ก ประชาชนรู้ทัน ทุกพรรคควรมุ่งแข่งขันกันออกนโยบาย ดีกว่ามาสร้างความหวาดกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้ง

โต้ “พุทธิพงษ์” มโนปลอบใจตัวเอง

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าจะกวาดเก้าอี้ ส.ส.กทม. 15 ที่นั่งของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดว่า คำพูดดังกล่าวไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องกลัว หรือให้ราคา พรรคพลังประชารัฐเล่นการเมืองแบบนี้มาตั้งแต่ต้น เดินสายดูดคนนั้นคนนี้มาเข้าสังกัด แล้วประกาศข่มขวัญคนอื่นว่าจะได้เก้าอี้เท่านั้นเท่านี้ สร้างกระแสว่าตัวเองได้การตอบรับที่ดี แต่มองว่าเป็นการพูดปลอบประโลมตัวเองกับสมาชิกในพรรคมากกว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐกระแสแทบไม่มี เลยต้องทำให้เหมือนกับว่าพร้อมสู้ ปลุกขวัญกันเอง พรรคเพื่อไทยที่ชนะมาทุกครั้ง เพราะนโยบายเราตรงใจประชาชน ตรงนี้พิสูจน์แล้ว พรรคพลังประชารัฐบอกอนาคตจะดีกว่า แต่ชาวบ้านบอกว่าอดีตกับปัจจุบัน ยังแทบจะไม่มีเงินในกระเป๋า คุยโวโอ้อวดว่าจะทำให้ชีวิตประชาชนดีกว่าพรรคอื่น ฟังแล้วก็ยิ่งเห็นใจ

“ยงยุทธ” จุดไฟพา “ทักษิณ” กลับ

ที่หอประชุมเทศบาลตำบลวงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมด้วยนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ร่วมเปิดสถาบันพัฒนา การเมืองพิษณุโลก พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. นายยงยุทธกล่าวว่า เราคาดหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนกำหนดอนาคตตัวเองอย่างแท้จริง เราพยายามให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศมา 3 ครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ขอโอกาสครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้อง เพราะจุดอ่อนสำคัญ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำให้พรรคการเมืองไม่มั่นคง ทำลายขีดความสามารถของคนไทย เช่น คนคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นที่ดี แล้วมีพรรคการเมืองนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็ถูกตีความว่าเป็นบุคคลภายนอกชี้นำพรรค อาจถูกยุบพรรคได้ ทำให้คนเก่ง คนดีขาดโอกาส

ห่วงสามประสานฉุดเลือกตั้งโมฆะ

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาล คสช. และ กกต. มีความจริงใจจะให้มีการเลือกตั้งต้นปี 2562 จริง การเลื่อนเลือกตั้งต้องอยู่ในกรอบ 150 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2561 ดังนั้น การเลือกตั้งต้องเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ค.62 ถ้าจะเลื่อนต้องเลื่อนไปช้าที่สุดคือวันที่ 10 มี.ค. ถ้าเลื่อนไปวันที่ 24 มี.ค.จะเกินเงื่อนไข 150 วัน เพราะนับจากวันเลือกตั้งแล้ว กกต.ต้องใช้เวลาประกาศรับรองผล เลือกตั้งอีก 60 วัน จะเกินวันที่ 9 พ.ค. เมื่อมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นโมฆะได้ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยเสียเปล่า ประชาชนจะถูกเผด็จการกดขี่ต่อไปไม่สิ้นสุด 4 ปีที่ผ่านมา คสช.เปิดเผยตัวตนว่าเสพติด และต้องการสืบทอดอำนาจ เลื่อนเลือกตั้งมา 4 ครั้ง หากครั้งนี้เลื่อนอีกจะเป็นครั้งที่ 5 นานาชาติสูญเสียความเชื่อมั่นได้พุทธศาสนาสอนว่า “การผิดสัญญา หรือการโกหกทั้งรู้ เป็นเชื้อการทำชั่วทุกชนิด”

ปชป.ไฟเขียว “ลูกหมี” ลงชุมพร

วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เพื่อพิจารณารายชื่อผู้สมัครลงรับเลือกตั้งระบบเขต ต่อมานายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคอนุมัติว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคไปแล้วรวม 346 เขต เหลืออีก 3 จังหวัด 4 เขตเลือกตั้ง คือ จ.เพชรบูรณ์ เขต 5 จ.เลย เขต 2 จ.หนองบัวลำภู เขต 2 และ 3 ส่วนพื้นที่ภาคใต้ได้ผู้สมัครครบทุกเขตแล้ว โดยนายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีต ส.ส.ชุมพร ได้ลงเขต 1 แต่มีเงื่อนไขต้องทำตัวให้ชัดเจน ต้องประกาศให้คนชุมพรทั้งจังหวัดรู้ว่านายชุมพลลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ และต้องไปช่วยผู้สมัครเขตอื่นหาเสียงในนามพรรคด้วย เพราะนายชุมพลเสนอตัวเองว่าอยากลงในนามพรรค มีความผูกพันกับพรรค จึงเชื่อมั่นว่าประชาชน จ.ชุมพรจะให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเป็นคำตอบให้กับคนภาคใต้ ทั้งนี้การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 350 คน คาดว่าจะเปิดตัวหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมาก่อน

แต่ตั้งเงื่อนไขต้องมายกทีม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เงื่อนไขที่พรรคระบุให้นายชุมพลต้องเร่งดำเนินการให้ชาว จ.ชุมพรไม่สับสนโดยต้องขึ้นเว็บไซต์สาขาพรรค รวมถึงใช้ สื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และต้องทำจดหมายชี้แจงถึงสมาชิกพรรคใน จ.ชุมพรทุกครัวเรือนทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ยืนยันว่าลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ที่สำคัญต้องขึ้นเวทีช่วยผู้สมัคร ส.ส.ชุมพรของพรรค อีก 2 เขตเลือกตั้งด้วย นอกจากนี้ ต้องยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวพันกับนายสุพล จุลใส พี่ชาย ที่ประกาศตัวลงสมัครในนามพรรค รปช.โดยต้องปราศรัยหาเสียงให้ชาวชุมพรเลือก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 3 เขต ซึ่งนายจุมพลยินดีรับเงื่อนไขนี้

ชี้“บิ๊กตู่” ตกหล่มการเมืองน้ำเน่า

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายรอความชัดเจนของพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งมีกระแสข่าวว่าส่งมาที่ทำเนียบรัฐบาลนานแล้วนั้น เป็นจริงหรือไม่ รัฐบาลควรชี้แจงเรื่องนี้ให้สิ้นความสงสัย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีผลประโยชน์ทับซ้อนเนื่องจากเป็นผู้ที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ สังคมจึงสงสัยในพฤติกรรมลับๆ ล่อๆของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่น่าเชื่อว่าในที่สุดคณะรัฐประหารก็ยอมตกอยู่ภายใต้การนำของบรรดานักการเมือง ที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยด่าว่า แล้วประเทศจะปฏิรูปไปตามที่เคยแถลงไว้ได้อย่างไร ที่สุดมันเป็นการเมืองน้ำเน่ายิ่งกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก น่าเสียดายเวลาและโอกาสของประเทศที่สูญหายไป ที่สำคัญประชาชนยังคงยากจนอยู่เช่นเดิม มีแต่คนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ร่ำรวยขึ้นมหาศาลในพริบตา

ท้าทาย 3 กุมารมาลงเขต กทม.

นายวัชระยังกล่าวตอบโต้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศจะกวาดที่นั่ง ส.ส.กทม. 15 เขต ว่า เป็นเพียงราคาคุยของพวกนักเรียนนอก เพื่อสร้างราคากลุ่ม 3 กุมาร คือ นายพุทธิพงษ์ นายสกลธี ภัททิยกุล และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เพื่อให้ คสช.เห็นว่ากลุ่มจะได้ ส.ส.ถึงครึ่งใน กทม. แต่ในความเป็นจริงชาว กทม.จะให้บทเรียนที่แท้จริงในวันเลือกตั้ง ขอให้ใจเย็นๆ หากคุยว่าได้ ส.ส.กทม.ถึง 15 คนจริง ทำไมกลุ่ม 3 กุมารจึงไม่มีใครกล้าลง ส.ส.ในเขตเดิมที่เคยเป็น ส.ส.มาก่อน เพราะที่ได้เป็น ส.ส.ไม่ใช่ได้เพราะตัวเอง แต่ได้เพราะบารมีพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อพรรคถูก คสช.แช่แข็งก็ทิ้งพรรคไปเสพสุขกับเผด็จการทหาร คนอย่างนี้คบได้หรือไม่ ดังนั้นอย่ามาโม้กับชาว กทม. ว่าพรรคทหารจะได้ 15 ที่นั่ง ขนาดตัวเองยังไม่กล้าลงสมัคร ส.ส.เขตด้วยซ้ำ

หยามพวกขี้โม้ซ้ำรอย “ถนอม”

นายวัชระกล่าวต่อว่า ส่วนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่อ้างว่าประชาชนทุกคนร่วมเป็นเจ้าของพรรค และคุยว่าอีก 4 ปี รถไฟฟ้าใน กทม.จะดีกว่า ที่นิวยอร์กนั้น ถามว่านายสนธิรัตน์ถามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม แล้วหรือยัง ที่อ้างเอาประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของ เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่แตกต่างอะไรกับพรรคสหประชาไทยสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นเพียงพรรคเฉพาะกิจเพื่อสืบทอดอำนาจ “นายสนธิรัตน์เป็นเจ๊กที่ขี้โม้คนหนึ่ง สมกับลูกน้องมือขวานายสมคิดที่บอกว่าอีก 4 ปีรถไฟฟ้า กทม.จะดีกว่านครนิวยอร์ก มันจะ ดีกว่าได้อย่างไร หากการทุจริตคอร์รัปชันยังคงมีมโหฬารอย่างนี้ ผมจึงไม่เชื่อน้ำยานายสนธิรัตน์”

“เสรีพิศุทธ์” เชื่อได้เลือกตั้ง มี.ค.

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เชื่อว่าเร็วๆนี้ กกต.จะประกาศว่าให้มีการเลือกตั้งได้เมื่อใด คิดว่าเมื่อต้องเลื่อนจากวันที่ 24 ก.พ.ไปแล้ว ควรเป็นช่วงเดือน มี.ค. ส่วนจะเป็นวันอาทิตย์ที่เท่าไหร่ เป็นเรื่องของ กกต. คิดว่าไม่เฉพาะพรรคการเมือง และผู้สมัครที่ต้องการความชัดเจนเพื่อไปวางแผนการเลือกตั้ง รวมไปถึงประชาชนทั้งประเทศด้วยที่รอเวลานี้มาเป็นปีแล้ว ปัญหาที่เกิดกับบ้านเมืองทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากทหารกลุ่มหนึ่งต้องการมีอำนาจ อยากเป็นใหญ่ แม้ตนเป็นตำรวจแต่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางของวงการทหารดี พร้อมเข้าไปปฏิรูปกองทัพ ให้อยู่ในระบบระเบียบที่ควรจะเป็น

“สุเทพ”เดินคารวะที่ขอนแก่น

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น ทั้ง 10 เขต เดินคารวะแผ่นดินจากตลาดสดเทศบาล 1 ตลาดสดโบ๊เบ๊ และตลาดสดบางลำพู จากนั้นเดินไปตามถนนศรีจันทร และนำว่าที่ผู้สมัครเข้ากราบสักการะขอพรศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น นายสุเทพกล่าวว่า พรรคยังคงยืนยันจะไม่เสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี แม้หลายพรรคจะประกาศเปิดตัวบุคคลต่อเนื่อง เราเป็นพรรคน้องใหม่แต่หาก
ได้รับความไว้วางใจได้ ส.ส.จำนวนมากค่อยมาคุยกันใหม่ว่าจะทำอย่างไร เท่าที่เดินคารวะแผ่นดินมาถึงวันนี้ ยอมรับว่าปัญหาเรื่องปากท้อง และปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญ จะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในภาพรวมของพรรค

“ทักษิณ–ปู” โผล่เยี่ยมญาติที่จีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องฝั่งพ่อ และสักการะสุสานบรรพบุรุษในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศในแถบเอเชีย โดยมีญาติพี่น้องคนจีนมารอต้อนรับอย่างคับคั่งและอบอุ่น พร้อมได้ถ่ายภาพร่วมกับญาติๆ โดยทั้ง 2 คนจะเดินทางมาสักการะสุสานบรรพบุรุษและเยี่ยมญาติพี่น้องฝั่งทางพ่อเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน โดยมีสื่อมวลชนของจีนแขนงต่างๆให้ความสนใจนำเสนอข่าวของทั้งคู่กลับมาเยี่ยมบ้านของบรรพบุรุษ

โพลชี้คนยังงงระบบเลือกตั้งใหม่

วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ รวม 1,253 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับ “บัตรลงคะแนนเลือกตั้งปี 2562” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 51.55 ทราบว่าต้องกาบัตรลงคะแนนเสียงเพื่อเลือก ส.ส.เพียง 1 ใบ แต่มีถึงร้อยละ 46.77 ที่ไม่ทราบ และร้อยละ 1.68 บอกว่าไม่แน่ใจ ส่วนการรับทราบเกี่ยวกับหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มาจากพรรคการเมืองเดียวกัน จะเป็นแบบต่างเขตเลือกตั้ง ต่างหมายเลขนั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.20 ระบุว่าไม่ทราบ มีเพียงร้อยละ 30.88 ที่ทราบ และส่วนใหญ่เห็นว่าบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2562 มีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จำนวนผู้ไปลงคะแนนเลือกตั้งลดลง ทำให้เกิดบัตรเสียเพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยที่จะกำหนดให้หมายเลขผู้สมัครของพรรคการเมืองแต่ละพรรค เป็นหมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ

ปัญหาปากท้องโดนใจมากสุด

ขณะที่สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็น “นโยบายพรรคการเมือง” เรื่องอะไรที่โดนใจประชาชน จากกลุ่มตัวอย่าง 2,131 คน พบว่า 10 นโยบายพรรค การเมืองที่โดนใจประชาชน 1.การแก้ปัญหาความยากจน ขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าแรง 2.การกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาการค้าการส่งออกและอุตสาหกรรม 3.การช่วยเหลือเกษตรกร แก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ดูแลที่ดินทำกิน 4.การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ผู้มีอิทธิพลและสิ่งผิดกฎหมาย 5.ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ลดค่าครองชีพ 6.พัฒนาระบบการศึกษา ดูแลครู นักเรียน นโยบายเรียนฟรี 7.สวัสดิการดูแลรักษาพยาบาลฟรี 8.รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงานและขยะ 9.ธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมือง ปฏิรูปการเมือง และลดความขัดแย้ง และ 10.การลงทุนด้านคมนาคม ขนส่งและแก้ปัญหาจราจร เมื่อแยกตามรายภาคพบว่า กทม.และปริมณฑล พอใจเป็นแก้ปัญหาความยากจน ภาคกลางพอใจการควบคุมราคาสินค้าและลดค่าครองชีพ ภาคใต้พอใจการช่วยเหลือเกษตรกร ภาคเหนือพอใจเรื่องสวัสดิการดูแลรักษาพยาบาล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือพอใจนโยบายแก้ปัญหาความยากจน

กลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาตามนัด

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่สกายวอล์ก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งและกลุ่มแนวร่วม นำโดยนายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อ สิทธิมนุษยชน น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มฟื้นฟู ประชาธิปไตย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นายเอกชัย หงส์กังวาน นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายพริษฐ์ ชิรารักษ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ประธานสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย นัดหมายมวลชนร่วมชุมนุมแบบแฟลชม็อบ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์คัดค้านการเลื่อนเลือกตั้งไปหลังวันที่ 24 ก.พ.โดยนายอานนท์ได้ยื่นเรื่องต่อตำรวจ สน.พญาไท เพื่อแจ้งจัดการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุม ประกอบกับมีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ส่งผลให้การชุมนุมของทางกลุ่มครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถไปสกัดขัดขวางได้ แต่ยังมีตำรวจจาก บก.น.1 นำโดย พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 นำกำลังชุด ควบคุมฝูงชนกว่าร้อยนายกระจายกำลังป้องกันเหตุรอบๆบริเวณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มมวลชนคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง ราว 200 คน ร่วมกันชูป้ายข้อความ “ไม่เลื่อน เลื่อนหา..” เดินรณรงค์รอบสกายวอล์ก พร้อมตะโกนคำว่า ไม่เลื่อน เลือกตั้ง จากนั้นนายสิรวิชญ์ประกาศว่าในวันที่ 8 ม.ค.นี้ หลังการประชุมครม. หากรัฐบาลยังไม่มีท่าทีจะจัดการเลือกตั้งตามกำหนด หรือเลื่อนออกไปอีก ขอให้ทุกคนไปชุมนุมแสดงพลังกันที่สกายวอล์กราชประสงค์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62เลื่อนเลือกตั้งประชาธิปปัตย์พลังประชารัฐข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED