ข่าว
100 year

ประชาธิปัตย์ - เพื่อไทย ปัดเจรจาร่วมตั้งรัฐบาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ม.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

กรุงเทพโพลชี้ ชาวบ้านอยากเลือกตั้งให้เร็ว

สองขั้วพรรคใหญ่ขย่มหนัก ผู้มีอำนาจแทรกแซงเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” อัดล้วงลูกหนักสุดในรอบ 20 ปี จวก กกต.ต้องกล้าไม่ใช่กลัวหัวหดมาตรา 44 หยันโลกเปลี่ยนไปไกลโกงไม่ง่ายเหมือนปี 2500 “นิพิฏฐ์” ซัด 7 เสือหงอซุกใต้ปีกผลเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับวุ่นแน่ “สุดารัตน์” หวดผู้นำอำนาจล้นมืออย่าจุ้นล้วงลูก ติงเลื่อนกาบัตรไปกระทบการลงทุน “จาตุรนต์” เฉ่งยื้อหย่อนบัตรช่วยนอมินีรัฐบาล โกยคะแนนผ่านโครงการรัฐ ฉะ มท.ทำเกินหน้าที่ตั้งศูนย์เลือกตั้งย้อนยุค “สงคราม” กระทุ้ง “บิ๊กตู่” ลาออกเลิกเอาเปรียบกันเสียที “ชวน ชูจันทร์” กล่อมชาวบ้านเลือก พปชร. ไม่ต้องปากกัดตีนถีบอีก ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย ดับข่าวปล่อยดีลตั้งรัฐบาล “จุติ” บอกข่าวเสี้ยม 2 พรรคยันไม่ได้ส่งใครไปคุย ขุนพลปักษ์ใต้หยันระฆังยังไม่เริ่มกุข่าวแลกเก้าอี้ ด้าน “เจ๊หน่อย” งงหนักมากไปเอามาจากไหน “อนุดิษฐ์” ชี้ดักทางก่อนปี่กลองดัง ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใด “กรุงเทพโพล” ชี้ชาวบ้านโหยหาเลือกตั้ง พอแล้วบ้านเมืองสงบ

โรดแม็ปเลือกตั้งจะถูกเลื่อนไปจากกำหนดเดิมวันที่ 24 ก.พ.2562 ไปเป็นวันที่ 24 มี.ค.หรือไม่ ยังเป็นปมปัญหาที่ถูกสังคมจับตา ขณะที่การแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองที่เป็นพวกพ้องยังเป็นประเด็นหลักที่ถูกขั้วการเมืองวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง

“มาร์ค” รัฐแทรกแซง ลต.หนักสุดใน 20 ปี

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการใช้อำนาจรัฐในช่วงการเลือกตั้งว่า ยุคนี้หากเทียบกับการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาในรอบ 20 ปี คิดว่าหนักเป็นพิเศษ รัฐบาลชุดนี้ได้รับข้อยกเว้นให้มีอำนาจเต็ม ทั้งที่มี กกต.อยู่ยังมีอำนาจเหนือ กกต. สามารถปลด กกต.หรือรัฐบาลยังเปลี่ยนหลักเกณฑ์การเลือกตั้งได้อีก ต่างจากสมัยตนเป็นรัฐบาล แม้มีอำนาจเต็มเช่นกัน แต่ให้รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง รวมถึงนโยบายที่ออกมา ชัดเจนว่าหวังผลเพื่อการเลือกตั้ง เช่น ข่าวการนำบัตรคนจนไปผูกกับการสมัครสมาชิกพรรค ได้รับรายงานในหลายพื้นที่ แต่ไม่มีพยานหลักฐาน จนมีคลิปวิดีโอของประชาชนออกมายืนยัน หวังว่า กกต.ต้องจริงจัง รวมทั้งกรณีการระดมทุนด้วย

หวด กกต.ต้องกล้าอย่าหดหัวกลัว ม.44

“การโกงการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย กกต.จะต้องไม่ทำให้มันเกิดขึ้น กกต.ต้องไม่กลัวมาตรา 44 ส่วนปัญหาความวุ่นวายเรื่องบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งปี 44 กับปี 48 เรานับคะแนนที่ส่วนกลาง บัตรจึงหายระหว่างทางได้ง่าย แต่เที่ยวนี้กฎหมายกำหนดให้นับที่หน่วยถือว่ายังดีขึ้นมา ส่วนเรื่องปลอมบัตรแล้วแต่มุมมอง แต่คิดว่าหากจะโกงบัตรเลือกตั้ง ต้องโกงทุกเขต” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ชี้โลกเปลี่ยนโกงไม่ง่ายเช่นยุคเถื่อน

เมื่อถามว่า ทุกคนล้วนกลัว ม.44 ของรัฐบาล เพราะดูเหมือนว่าจะเหนือกว่ารัฐธรรมนูญ แล้วจะหวังให้ กกต.ไม่เกรงกลัวอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากหวังว่าจะทำผิดหรือละเว้น แล้วใช้มาตรา 44 คุ้มครอง ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มครองจากสังคมได้หรือไม่ จะคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเดียว แล้วไม่อยากได้การคุ้มครองจากสังคมเลยใช่หรือไม่ ความสุจริตจะคุ้มครองทุกอย่าง ถ้าสุจริตแล้วจะถูกกลั่นแกล้ง คิดว่าอนาคตของผู้นั้นก็ยังจะสดใสกว่า ความกลัวที่จะนำไปสู่ความผิดที่จะยังติดตัวตลอดไป ส่วนสถานการณ์จะนำไปสู่ความวุ่นวาย เหมือนการเลือกตั้งในปี 2500 ตามที่หลายฝ่ายวิจารณ์หรือไม่ ตนเกิดไม่ทันตอบไม่ได้ แต่หวังว่าจะไม่เป็นแบบที่ผ่านมา ในโลกปัจจุบันไม่ง่ายที่จะทำอะไรแล้วไม่มีคนรู้ สังคมโซเชียลมีเดีย มีการถ่ายรูป บันทึกคลิปเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ หากทำอะไรไม่ชอบมาพากลแล้วจะปิดบัง ไม่ง่ายเหมือนในปี 2500 แน่นอน

ไม่เห็นเหตุผลจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

ต่อมาช่วงบ่าย ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า กรณีการจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล ต้องเกิดจากความเป็นหนึ่งเดียวเชิงความคิด ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะบริหารประเทศบนความสับสน ซ้ำร้ายประชาชนจะมองว่ามีการแบ่งผลประโยชน์กันด้วย เมื่อถามถึงแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้พรรคขนาดใหญ่จับมือกัน แล้วให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯเพื่อป้องกันการสืบทอดอำนาจของ คสช. นายอภิสิทธิ์ตอบว่า รัฐบาลแห่งชาติต้องมีความเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าใครนึกอยากจะตั้งตัวเองขึ้นมาแล้วชวนคนอื่นมาเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ขณะนี้ยังไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลใดที่ต้องเดินไปแนวทางนั้น ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯก็ตาม สิ่งที่ประชาชนและสังคมโลกจับตาคือเราจะกลับมาสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลได้อย่างไร เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ให้เสียงข้างมากที่มาจากประชาชนจัดตั้งรัฐบาล เสียงข้างน้อยเป็นฝ่ายค้าน จะทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ

“จุติ” ฉะข่าวเสี้ยมดีลจับขั้ว “พท.-ปชป.”

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการอ้างแหล่งข่าวระบุมีดีลทางการเมืองจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรค เพื่อไทยว่า ยืนยันว่าเป็นความเท็จ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ปล่อยใครให้ไปดีลทางการเมืองใดๆเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น เป็นเพียงการปล่อยข่าวเพื่อเสี้ยมแส่ให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง ประชาธิปัตย์ยังมีนโยบายที่จะเสนอประชาชนอีกหลายเรื่อง รวมถึงประชาชนจะมีทาง เลือกและให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์มาบริหารบ้านเมือง พรรคจะเสนออาชีพที่มั่นคง ดูแลเอาใจใส่ประชาชนทุกกลุ่มให้มีความสุขอย่างทั่วถึง สำหรับการเลือกตั้งต้องแข่งขันกันทุกพรรค จะรู้ผลว่าใครเป็นรัฐบาลหรือไม่หลังจากประชาชนลงคะแนนแล้วเท่านั้น ดังนั้นทุกฝ่ายทุกพรรคต้องเคารพความเห็นของประชาชน ขอร้องอย่าปล่อยข่าวกัน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอีแอบแน่นอน

เร็วไปจะมาคุยกัน ปชช.สนแต่ปากท้อง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีอ้างว่ามีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่าแกนนำเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลว่า เร็วไปที่จะมาพูดเรื่องดังกล่าวตอนนี้ในพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีพูดกันว่าจะจับขั้วกับใครหรือตั้งรัฐบาลกับใคร ตนว่าเป็นข่าวไม่จริง จะไปคุยกันได้อย่างไรในเมื่อการเลือกตั้งยังไม่เริ่ม ผลเลือกตั้งยังไม่ออก ยิ่งมาปล่อยเรื่องแลกเก้าอี้กันล่วงหน้า ยิ่งไปกันใหญ่ ข่าวออกมาอย่างนี้ชาวบ้านเขาไม่เห็นด้วยหรอก เวลานี้ชาวบ้านต้องการรู้ว่าแต่ละพรรคมีนโยบายแก้ปัญหาปากท้องให้พวกเขาอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ประกาศนโยบายแก้ปัญหาราคายางพารา ปาล์ม ไปแล้ว กำลังให้สมาชิกพรรคสำรวจในพื้นที่ถึงผลตอบรับ เพื่อนำมาแก้ไขปรับปรุง ชาวบ้าน สนใจจุดนี้มากกว่าไม่สนใจเลยว่าพรรคไหนจับมือกับใครตั้งรัฐบาล

เตือน กกต.หงออยู่ใต้อำนาจวุ่นแน่

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีจะมีการเลื่อนวันเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ. ออกไปอีก 1 เดือน ตามที่เป็นข่าวหรือไม่นั้น ยังไม่มีเหตุอะไรที่จะเลื่อน ส่วนข้ออ้างที่ กกต.จะพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่ทันไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดกรอบไว้ชัดเจนแล้วว่ามีเวลาพิมพ์บัตรเลือกตั้งเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าพอเลื่อนวันเลือกตั้งแล้วจะได้จำนวนวันพิมพ์บัตรเพิ่ม การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญอยู่ที่ กกต. ถ้ายอมอยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาลจะขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชนและพรรคการเมือง ยิ่งถ้ามีพฤติกรรมอยู่ภายใต้อำนาจผู้ใดผู้หนึ่ง จนกระทั่งผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ บ้านเมืองวุ่นวายแน่

“ชวน” ชูตรังโมเดลสอนมวยแก้ยางตก

ที่สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ อดีต นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงกับประชาชนราว 2,000 คน ที่มาทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้น ปีใหม่ 2562 ทางเทศบาลนครตรังจัดขึ้นต่อเนื่องเกือบ 40 ปีแล้ว ว่าปัญหาที่กระทบชาวตรังมากที่สุด คือเศรษฐกิจ เพราะ จ.ตรัง กรีดยางมากที่สุด พอราคาตกมีผลกระทบไปหมด รายได้ตกต่ำตั้งแต่ปี 56 ถึงปัจจุบัน ตัวเลขของรัฐบาลขัดแย้งกับความเป็นจริง ชาวบ้านบ่นกันทั้งเมืองว่าอดอยาก แต่รัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น สำนักงานสถิติสำรวจ 2 ปี 1 ครั้ง ปรากฏว่ารายได้ลดลงมากที่สุดคู่กับ จ.ระนอง จากรายได้ต่อครัวเรือน 36,000 บาท เหลือ 21,000 บาท หายไป 14,000 บาท ได้ยื่นเสนอตัวเลขไป 2 ครั้งเพื่อแจ้งรัฐบาล ตอนนี้เขารับรู้แล้ว ล่าสุดนายกฯเห็นด้วยได้ยื่นหนังสือไปยังสภาพัฒน์แก้ไขปัญหาต่อไป การแก้ปัญหายางพาราจะเปลี่ยนจากสวนยางไปทำอย่างอื่นทำไม่ได้ ควรแก้ด้วยการเพิ่มคุณภาพ แปรรูปผลิตภัณฑ์ ทำ “ตรังโมเดล” ให้การยางแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วย ให้ใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากที่สุด

“เจ๊หน่อย” ฉะอำนาจเต็มมืออย่าล้วงลูก

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายอนุสรณ์ ปั้นทอง อดีต ส.ส.บางเขน พรรคเพื่อไทยและคณะร่วมกันทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แสดงความชัดเจนหาก พ.ร.ฎ.ให้การเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ว่าช่วงมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งที่ผ่านมา คนที่เป็นนายกฯจะเป็นนายกฯรักษาการและเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่มีอำนาจใช้งบประมาณและโยกย้ายข้าราชการ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ครั้งนี้แปลกประหลาดกว่าทุกครั้ง มีการให้อำนาจเต็มเหมือนกับไม่ได้อยู่ในช่วงการเลือกตั้ง รวมทั้งยังมีมาตรา 44 ทำให้เกิดความกังวลต่อความเชื่อมั่น ดังนั้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม รวมถึงอำนาจที่ถืออยู่อย่างมากมาย จะทำอย่างไรที่ไม่ใช้อำนาจเหล่านั้นมายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

เตือนขยับกาบัตรกระทบการลงทุน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเลื่อนเลือกตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้จะเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ไม่ทราบว่าทำไมถึงมีกระแสข่าวนี้และรอฟังความชัดเจนอยู่เช่นกัน คาดว่าหลังจากนี้จะมีความชัดเจน ที่ผ่านมา กกต. ก็ไม่เคยติดต่ออะไรมา หากมีการเลื่อนการเลือกตั้งคิดว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากพรรคการเมือง หากเป็นเช่นนั้นจะเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นกับผู้ค้าผู้ลงทุนอย่างแน่นอน

งงข่าวจีบ ปชป.ตั้งรัฐบาลมาจากไหน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวพรรคเพื่อไทยจะไปจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ทำสีหน้างงก่อนกล่าวว่าไม่มีการพูดคุยกับใครใดๆ มีข่าวแบบนี้ด้วยหรือ ไม่ได้พูดคุยใดๆกับใครเลย ต่างคนต่างทำหน้าที่ ขณะนี้ต้องเสนอนโยบายให้กับประชาชน และยังยืนยันว่าไม่ทราบเรื่อง เพราะหลายคนต้องทำหน้าที่หาเสียงก่อน เมื่อถามย้ำว่าในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่าเราคงลำบากใจ เพราะพรรคเพื่อไทยอยากให้เกิดการคืนประชาธิปไตย เพื่อให้หมดข้อกังขาและให้ผู้ค้าต่างประเทศรวมถึงนักลงทุนกระเตื้องขึ้น มีทางเดียวคือความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ดังนั้นคนที่เราจะทำงานด้วย ต้องเป็นพรรคที่ไม่ได้สนับสนุนอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ และไม่เป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุน คสช.

ยันร่วมทำงาน “ชัชชาติ” เกื้อกูลกัน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ถูกวางให้อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยแทน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่กระแสข่าว แต่เราได้พูดคุยกัน ในพรรคแล้ว ตนกับนายชัชชาติจะทำงานด้วยกันและส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ชี้ยังไม่เริ่ม ลต.ปล่อยข่าวดักแล้ว

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์พูดคุยกับผู้บริหารรัฐวิสาหกิจการท่องเที่ยวของจีน ถึงการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง การเดินทางไปประเทศจีนครั้งนี้ของคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นการไปร่วมคณะกับนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เมื่อวันที่ 21-23 ธ.ค. เพื่อพูดคุยหาแนวทางฟื้นฟูจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง แม้ไม่ได้ร่วมคณะไปด้วย แต่ทราบว่าไม่ได้มีการหารือเรื่องการเมือง ขณะนี้การเลือกตั้งของเรายังไม่ได้กำหนดออกมา นโยบายแต่ละพรรคยังไม่ชัดเจน ถือว่ากระบวนการเลือกตั้งยังไม่ได้เริ่มเต็มที่เลย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาล ข่าวที่ปล่อยออกมาไม่ได้เป็นผลดีกับพรรคที่ถูกอ้างถึงด้วยซ้ำ

“โภคิน” แจงหารือจีนถกท่องเที่ยว

นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พูดคุยกับผู้บริหารรัฐวิสาหกิจการท่องเที่ยวของจีน ถึงการ จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า การไปจีนครั้งนี้เพื่อพูดคุยเรียกความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว ได้พูดคุยกับทั้งภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจด้านการท่องเที่ยว และรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยว ได้ชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย การกู้สถานการณ์หลังผ่านเหตุการณ์สึนามิมาก่อน นักท่องเที่ยวจีนอยากเห็นหลังเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ทางจีนได้บอกถึงจำนวนผู้มีหนังสือเดินทางที่มี 129 ล้านคนหรือเพียงแค่ 10% ของคนทั้งประเทศ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวมีคุณภาพ อยากให้ไทยวางโปรแกรมด้านวัฒนธรรมเพิ่มเติม และได้หารือการแก้ปัญหาเรื่องวีซ่า มีสถานกงสุลไทยออกวีซ่าได้เพียง 9 แห่งเท่านั้นในจีน

ไม่ร่วมมือพรรคหนุนสืบอำนาจ

นายโภคินกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการเมืองมีการพูดคุยถามกันบ้างในลักษณะเพื่อนต่อเพื่อน เขาบอกว่าคนจีนชื่นชอบนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และได้สอบถามเรื่องการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่าจะมีการร่วมมือกันอย่างไร ทางเราบอกไปว่าพรรคเพื่อไทยชัดเจน ไม่สนับสนุนพรรคที่มาจากการยึดอำนาจ และพรรคที่ต้องการสืบทอดอำนาจ พรรคไหนไปหนุน เราไม่ร่วมมือกับพรรคนั้น

พิธีมหามงคลสร้างความเชื่อมั่น

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปีใหม่นี้มีข่าวดีของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 4 พ.ค. ถือเป็นสิริมงคลแก่ประเทศและคนไทยทุกคน จะเป็นช่วงเดียวกับการได้รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ห้วงเวลาดังกล่าวจะเป็นเวลาที่คนไทยมีความสุข นักลงทุนต่างชาติและคนไทยจะเกิดความเชื่อมั่นในสถานภาพของประเทศไทย ส่งผลให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้น ประชาชนจะได้ลืมตาอ้าปาก หลังจากต้องทนกับสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มายาวนาน จึงถือเป็นเรื่องสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ของคนไทยทั้งชาติ

“อ๋อย” รับบัตรคนจนเพิ่มเรตติ้ง พลังประชารัฐ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่าหากเลื่อนเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ. ออกไปจะมองได้ว่าคุณขอมา เพื่อสร้างความได้เปรียบให้พรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกเพื่อใช้โครงการงบประมาณของรัฐ ให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคนี้ และหากการเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไปเกิน 1 เดือน เป็นไปได้ที่พรรคพลังประชารัฐจะดูดนัก การเมืองเพิ่มอีกรอบ วันนี้จะเห็นว่าการเบิกจ่ายงบฯผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผลต่อความนิยมของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐพอสมควร แม้หลายพื้นที่จะมีกระแสตีกลับจากคนที่มีแนวคิดไม่เอารัฐบาลทหาร แต่เพื่อความมั่นใจจึงต้องเดินหน้านโยบายบัตรคนจนเพิ่มไม่เช่นนั้นจะแพ้เลือกตั้งได้ จนถึงขณะนี้นายกฯและรัฐบาลยังใช้นโยบายผ่านโครงการต่างๆ หาเสียงอย่างไม่จำกัด บวกกับการยังคงอำนาจตามคำสั่ง คสช. ยังมีมาตรา 44 แทรกแซงการเลือกตั้ง เหล่านี้ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเขาจะไม่ใช้อำนาจเอื้อต่อพรรคใดพรรคหนึ่ง

อัด มท.ย้อนยุคตั้งศูนย์ ลต.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า สำหรับกรณีที่กระทรวงมหาดไทย เตรียมตั้งศูนย์การเลือกตั้งนั้น ถือว่ามีนัยทางการเมือง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยจะตั้งศูนย์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ประเทศไทยได้ข้อสรุปมากว่า 20 ปีแล้วว่าไม่ควรให้หน่วยราชการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอิสระอย่าง กกต. แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลและ คสช.เข้ามาแทรกแซงให้กระบวนการเลือกตั้งย้อนยุคกลับไปในอดีต พยายามให้หน่วยงานราชการให้คุณให้โทษต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ การให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาดูแลการเลือกตั้งด้วย จะเอื้อประโยชน์แก่รัฐบาล เพราะคนในรัฐบาลนี้กำลังจะลงแข่งขันในการเลือกตั้ง จึงเหมือนการย้อนยุค และทำให้การเลือกตั้งไม่เสรีเป็นธรรมยิ่งขึ้นไปอีก รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นมา ส่วนราชการจะมีส่วนจัดการเลือกตั้งได้ต่อเมื่อมีการร้องขอจาก กกต. จะตั้งศูนย์เพื่อดำเนินการเองไม่ได้ ไม่ใช่หน้าที่ ทั้งยังเป็นสิ่งต้องห้าม แต่การที่กระทรวงมหาดไทยจะตั้งศูนย์ ยิ่งซ้ำเติมการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่แล้ว

“สงคราม” จี้ “บิ๊กตู่” ลาออกเลิกเอาเปรียบ

ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งว่า ข้อเท็จจริงควรเป็นเช่นนั้น เพราะรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐและบอกว่าจะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกครั้ง ถือว่าท่านเป็นผู้เล่นเต็มตัว ไม่ใช่กรรมการจึงควรลาออก ไม่ต้องห่วงจะไม่มีคนทำงานต่อ ไม่ใช่ว่าหากไม่มีท่านแล้วบ้านเมืองจะล่มเมื่อออกมา คนจะได้ไม่มาต่อว่าอีกว่าเอาเปรียบคนอื่น ถึงตอนนี้เอาเปรียบกันมากแล้ว อย่าเอาเปรียบกันต่อไปอีกเลย

ลดเหลื่อมล้ำพัฒนาคนมาสร้างชาติ

เมื่อถามถึงนโยบายที่พรรคเพื่อชาติหาเสียง นายสงครามตอบว่า นอกจากอาสาเป็นเกาะกลางเปิดพื้นที่ให้คนเห็นต่างได้คุยกันแล้ว เรายังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย มุ่งแก้ปัญหาการศึกษาเพื่อสร้างคนมาสร้างชาติ แก้ปัญหายาเสพติด และ แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ปากว่าตาขยิบ ที่สำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย โดยการช่วยเหลือให้โอกาสคนรากหญ้า ไม่ใช่แค่เอาเงินไปแจกแต่ต้องสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ให้เบ็ดไม่ใช่ให้ปลา รัฐบาลต้องเข้าไปแนะนำการสร้างอาชีพอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่พาไปดูงาน แต่ต้องจัดอบรมอาชีพอย่างจริงจัง ต้องทดสอบประเมินผลและให้ใบรับรองผ่านการฝึกงาน เพราะถ้าไม่ทำอย่างจริงจังจะไม่ได้ประโยชน์อะไร

โวเลือก พลังประชารัฐ ไม่ต้องปากกัดตีนถีบ

นายชวน ชูจันทร์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงทิศทางการเมืองหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราช-พิธีบรมราชาภิเษก ว่า ทางการเมืองน่าจะเป็นผลบวกที่ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ เพื่อให้พร้อมสำหรับเตรียมการพระราชพิธีสำคัญ ทำให้เกิดความชัดเจนว่า การเลือกตั้งไม่น่าจะมีการขยับปรับเปลี่ยนไปจากที่วางไว้ในเดือน ก.พ.62 ขณะที่กระแสของพรรคพลังประชารัฐดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนเริ่มเข้าใจแนวทางของพรรค คิดว่านโยบายด้านสวัสดิการต่างๆจะสร้างความพอใจให้แก่ประชาชน ไม่ปล่อยให้ประชาชนปากกัดตีนถีบแบบเดิมได้อีก หากได้เป็นรัฐบาลพรรคจะพยายามเดินหน้านโยบายทำให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงบ้านเมืองต้องมีความสงบเรียบร้อย และเป็นพรรคใหม่ที่ไม่มีความด่างพร้อย ไม่ได้เอาเปรียบใคร

“ปู” ขอให้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงดึกวันที่ 31 ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้โพสต์เฟซบุ๊กภาพคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมลงข้อความว่า “เราสองคนขอส่งใจไปสวัสดีปีใหม่ ถึงพี่น้องชาวไทยทุกคนนะคะ” จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 1 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โพสต์ภาพถือดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ พร้อมลงข้อความว่า “สวัสดีปีใหม่ 2562 ค่ะ ขอส่งใจมาอวยพรพี่น้องประชาชนชาวไทยให้มีความสุข สุขภาพดีทั้งกายและใจ ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีทองของการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิมสำหรับคนไทยอย่างแท้จริง มีเงินทองเต็มกระเป๋าทุกคนค่ะ รักและคิดถึงเสมอ”

ชาวบ้านโหยหา ลต.พอแล้วความสงบ

วันเดียวกัน กรุงเทพโพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ของขวัญปีใหม่ที่คนไทยอยากได้จากนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล 1,194 คน เมื่อวันที่ 6-11 ธ.ค.61 พบว่าร้อยละ 30.8 อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ร้อยละ 25.2 อยากให้บริหารเศรษฐกิจภายในประเทศให้ดีขึ้น ร้อยละ 7.5 อยากให้ดูแลประเทศให้มีความสงบสุข ส่วนของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากมอบให้กับนายกฯ ร้อยละ 30.4 อยากมอบกำลังใจและรอยยิ้ม ร้อยละ 18.7 จะอวยพรขอให้มีสุขภาพแข็งแรง และร้อยละ 13.6 จะให้ดอกไม้ ช่อดอกไม้ สำหรับสิ่งที่ประชาชนตั้งมั่นและตั้งใจจะทำในปีใหม่นี้มากที่สุด ร้อยละ 24.8 จะตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียน ทำตามหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ร้อยละ 13.0 จะทำความดี มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม และร้อยละ 11.7 จะตั้งใจเก็บออมเงินให้ได้เยอะๆ

ร.10 พระราชทานของขวัญแก่นายกฯ

วันเดียวกัน เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล (www.thaigov.go.th) เผยแพร่ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับพระราชทานของขวัญ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2562 ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้แทน พระองค์เชิญของขวัญพระราชทานมอบให้แก่นายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2562 พร้อมกันนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงโปรดให้ผู้แทน พระองค์เชิญของขวัญพระราชทานมอบให้แก่นายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2562 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

“บิ๊กฉัตร” ทำเหนียมไม่ถนัดการเมือง

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเมืองในปี 62 ก่อนจะมีการเลือกตั้งว่า ไม่ห่วงว่าสิ่งที่รัฐบาลทำ รัฐบาลหน้าที่มาจากการเลือกตั้งจะนำไปทำต่อหรือไม่ เพราะไม่ใช่ความรับผิดชอบของเราแล้ว แต่หากเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำเป็นสิ่งที่ดี ตั้งใจทำ โดยเอาประชาชนเป็นที่ตั้งแล้ว เชื่อมั่นว่าจะนำไปเดินหน้าต่อ ถ้าเห็นว่าพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนและต้องการเห็นถึงสิ่งที่จะตอบสนองต่อประชาชนและประเทศชาติได้ ต้องนำไปทำต่อ เมื่อถามว่า สนใจเล่นการเมืองหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยหัวเราะ ก่อนกล่าวสั้นๆว่า “ผมไม่ถนัด”

จัดคิว ครม.สัญจรเชียงใหม่–ลำปาง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) อย่างต่อเนื่อง ก่อนการเลือกตั้งเริ่มต้นปี 62 ในการ ประชุม ครม. วันที่ 2 ม.ค. สำนักเลขาธิการนายก– รัฐมนตรี (สลน.) เสนอ ครม.ขอความเห็นชอบ ในหลักการตรวจราชการและจัดการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2562 ระหว่างวันที่ 14-15 ม.ค. ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน) เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และสร้างการรับรู้ ความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนประมวลประเด็นปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เพื่อนำเสนอที่ประชุม ครม. โดยวันที่ 14 ม.ค. นายกฯไปตรวจราชการ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง วันที่ 15 ม.ค. ประชุม ครม. ที่ จ.ลำปาง

เร่งหาห้องประชุมรับสภาชุดใหม่

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการทำงานของ สนช.หลังปีใหม่ว่า ได้รับอนุญาตจากสำนักพระราชวังให้ใช้พื้นที่อาคารรัฐสภาประชุม สนช.ได้จนถึงเดือน ก.พ.2562 เฉพาะในวันที่มีประชุม สนช. ส่วนการ
ทำงานของคณะกรรมาธิการต่างๆจะไปใช้ห้องประชุมที่อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น และต้องหาห้องประชุมสำรองไว้รองรับกรณีอาคารรัฐสภาใหม่ย่านเกียกกายก่อสร้างเสร็จไม่ทันตามกำหนด ห้องประชุม ส.ส. และห้องประชุม ส.ว. อาคารรัฐสภาแห่งใหม่จะเสร็จเดือน มิ.ย. เบื้องต้นน่าจะเป็นห้อง ประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ ความพร้อมดีกว่าที่อื่น แต่มีปัญหาเล็กน้อย ห้องประชุมรองรับได้ 650 คน หากจะประชุมร่วมรัฐสภา 750 คน อาจไม่เพียงพอ จึงอยู่ระหว่างหารือกับทีโอทีอยู่ ส่วนจะใช้ห้องประชุมทีโอทีเป็นสถานที่โหวตเลือกนายกฯหลังการเลือกตั้งหรือไม่ยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะเห็นสมควร สาเหตุที่การก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ล่าช้าเพราะยังไม่สามารถติดฝ้าเพดานในห้องประชุม ส.ส. และ ส.ว.ได้ เนื่องจากยังไม่ได้ ติดตั้งระบบสาธารณูปโภคและระบบไอทีในห้องประชุม นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสำนักงานสภาฯ กำลังเร่งดำเนินการอยู่ คาดว่าอาคารรัฐสภาใหม่ จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าใช้งานทุกพื้นที่ปลายปี 2562

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62เพื่อไทยประชาธิปัตย์รัฐบาลแห่งชาติข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้