ข่าว
100 year

ปปช.ทำงามหน้า ถูกโห่ยื้อคดีนาฬิกา "บิ๊กป้อม"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 ธ.ค. 2561 05:01 น.
SHARE

อ้างพิจารณาวาระอื่นไม่เสร็จ ต้องยกยอดมาว่ากันต่อวันนี้ บิ๊กตู่ยืนยันอยู่มาไม่เสียของ

“บิ๊กตู่” เชิดใส่สารพัดข้อกล่าวหา ลั่นทำงานด้วยกฎหมายไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น “ประวิตร” โยน กกต.ดูป้ายท้ายรถตุ๊กๆ ยุรับเงินพรรคขาใหญ่ แต่ให้เลือกเพื่อไทยผิดหรือไม่ “สุดารัตน์” ยกทีมบุกหนองคาย เคลิ้มเสียงเชียร์อยากได้นายกฯหญิงอีกคน ปลุกพี่น้องชาวไทยเทเสียง 3 เท่าทำลายเกม 250 ส.ว.หนุน “ประยุทธ์” ระดมเก็บหลักฐานยื่น กกต.ฟันพวกผิดกฎหมายเลือกตั้งอื้อ ทษช.ลุยแคมเปญ คิดใหม่ ทำใหม่ กล้าเปลี่ยนแปลง จี้ พปชร.แจงล่าสมาชิกพรรคแลกบัตรคนจน “อ๋อย” เหน็บผู้นำชักกลัวหรือแค่พูดโชว์หล่อ เพื่อชาติไม่สังฆกรรมเผด็จการจวกเนรคุณกดขี่ชี้หน้าด่าประชาชน ป.ป.ช.ยื้อชี้ขาดคดีนาฬิกาหรูอ้างระเบียบวาระล้นและมีกรรมการ ป.ป.ช. 1 รายลาป่วย กองทัพสื่อฯรุมโห่ยี้เลื่อนซ้ำซาก “บิ๊กป้อม” ปัดไม่รู้ลูกเดียวใครซื้อต่อกันมา

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังเผชิญกับแรงต่อต้านจากฝ่ายการเมือง โดยถูกตั้งข้อกล่าวหามีการใช้อำนาจรัฐ เอื้อประโยชน์ต่อพรรคพลังประชารัฐที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นว่าที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าทำงานด้วยกฎหมาย ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น แม้จะมีคนพยายามกล่าวหากันมากมายหลายเรื่อง

“บิ๊กตู่” ลั่นทำตาม ก.ม.ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสุดยอดวัฒนธรรมสร้างสรรค์แห่งปี 2561 ว่า อยากให้ทุกคนสร้างความดี สวดมนต์อวยพรให้คนอื่นได้ดีมีความสุข จะกินจะนอนก็นึกถึงคนอื่น ผู้มีรายได้น้อยเจือจานให้เขาบ้างจะถือเป็นบุญกุศล ทำชาตินี้ไว้ชาติหน้าเป็นอย่างไรไม่รู้ เราจะมีความสุขมีเกียรติ มีคนนับถือโดยไม่ได้ใช้เงินทองซื้อมา นายกฯคือคนที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศและประชาชน พร้อมทำงานให้ดีที่สุด ช่วงทำหน้าที่อยู่ทำงานด้วยกฎหมาย โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น แม้จะมีคนกล่าวหาอะไรมากมาย ระวังอย่างเต็มที่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่เคยไปก้าวล่วงหรือสั่งใครติดคุก เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมต้องมีการสอบสวนดำเนินคดี เวลาไปต่างประเทศไม่เห็นมีใครรังเกียจ มีแต่คนไทยบางคนเท่านั้นแหละ

ยึด ปชต.ที่ถูกต้องยันอยู่มาไม่เสียของ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อย่างการปฏิรูปประเทศไม่ง่ายนัก จำเป็นต้องใช้กฎหมายหลายตัว อย่างการปฏิรูปตำรวจ ไม่ใช่จะปฏิรูปตำรวจอย่างเดียว ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ตำรวจ อัยการ ศาล มี พ.ร.บ.เป็น 10 ฉบับ และต้องสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพราะรัฐบาลไปสั่งไปบังคับไม่ได้ โดยมีกลไกประชาธิปไตยว่ากันไป ไม่เข้าใจจริงๆทำไมต้องขัดแย้ง ต้องพูดให้ร้ายกันทำไมไม่สร้างประเทศให้อบอุ่น อยู่ที่ทุกคนหลักคิดถูกต้องไหม ประชาธิปไตยถูกต้องไหม แต่ถ้าเป็นประชาธิปไตย ที่ไม่เคารพกฎหมาย ถือเป็นประชาธิปไตยที่ใช้ไม่ได้จริง เรากำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง อยากฝากสังคมช่วยเรียนรู้ อะไรที่เกิดขึ้นในอดีตต้องไม่เกิดขึ้นอีก มีคนบอกนายกฯอยู่เสียของ ซึ่งไม่เสียของ เพราะไม่ได้อยู่ที่ตนคนเดียว แต่อยู่ที่สังคมต้องเรียนรู้ ตอนนี้การพูดจาของนายกฯต้องระวัง อย่าลืมว่าตนเป็นหัวหน้า คสช.ด้วย ถ้าพูดร้ายๆเป็นหัวหน้า คสช. และอย่าลืมว่าประเทศสงบมากี่ปีแล้ว

กัมพูชาอวยพรให้เลือกตั้งราบรื่น

ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายลง วิซาโล เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯยินดีสานต่อความร่วมมือกับกัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะที่เอกอัครราชทูตกัมพูชายินดีร่วมมือพัฒนาตามแนวชายแดนและแก้ไขปัญหาต่างๆโดยสันติวิธี พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการเป็นประธานอาเซียนในปีหน้าและการเลือกตั้ง

ให้ กกต.ดูป้ายยุรับเงินแต่กา พท.

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานมอบโฉนดที่ดินและทรัพย์สินคืนให้กับประชาชนใน จ.สงขลา เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนโหด ปล่อยกู้นอกระบบว่า ยังมีประชาชนเป็นหนี้นอกระบบทั่วประเทศจำนวนมาก การคืนโฉนดทรัพย์สินที่ถูกยึดไปเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เจ้าหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาต่อไป แม้ว่ารัฐบาลและ คสช.จะหมดวาระไปแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ทำต่อเป็นเรื่องที่ดี ไม่ต้องห่วง เมื่อถามถึงกรณีเจ้าของรถตุ๊กๆ ติดป้ายสนับสนุนให้คนรับเงินจากพรรคการเมือง แต่ให้มาเลือกพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนจะผิดหรือไม่ตนไม่ทราบ ต้องไปถาม กกต.อย่างไรก็ตาม ฝากไปถึงพรรคการเมืองขอให้หาเสียงเชิงสร้างสรรค์ ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อรักษาบรรยากาศบ้านเมือง และการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปีหน้า แต่หากมีใครทำผิดก็ต้องดำเนินการ

“เจ๊หน่อย” ปลื้มเสียงเชียร์นายกฯหญิง

เมื่อเวลา 09.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมผู้สมัคร ส.ส.หนองคายลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ตลาดโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย มีประชาชนจำนวนมากมารับฟังนโยบาย ขอถ่ายรูปและตะโกนให้กำลังใจบอกอยากได้นายกฯหญิงมาบริหารประเทศอีกครั้ง คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวกับชาวบ้านว่าได้พบพี่น้องหลายจังหวัดภาคอีสาน มีแต่ปัญหาพืชผลตกต่ำ เศรษฐกิจไม่ดี จึงมาปรับทุกข์และคลายทุกข์ให้ประชาชน ตลอด 4 ปีเราทุกข์ไปพร้อมกัน ห้ามได้แค่ตัวแต่ใจเราสื่อถึงประชาชนมาตลอด ขอให้เชื่อใจในพรรคเพื่อไทย จะทำให้ทุกคนกลับมามีรอยยิ้มอีกไม่ถึง 2 เดือนจะเป็นวันที่จะเลือกว่าจะอยู่กับเศรษฐกิจถดถอย ยากจน สิ้นหวัง หรือเลือกเดินไปข้างหน้าด้วยโอกาสและความหวัง

ปลุกคนไทยเทเสียง 3 เท่าถล่ม ส.ว.

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต 1 โดยกล่าวว่าหลายปีระหว่างเฝ้าดูการทำงานของคนอื่น ได้เห็นประชาชนมีหนี้สินเพิ่มพูนมากขึ้น ปัญหาหลายอย่างแก้ได้ แต่กลับแก้ไม่ถูกวิธี ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะทวงคืนความสุขให้กลับคืนมา ทวงเงินให้กลับสู่กระเป๋า ลงพื้นที่มา 26 ปี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นความทุกข์เห็นประชาชนร้องไห้ จะต้องเข้ามาทำงานมาแก้ปัญหาปลดความทุกข์ของคนหนองคายให้ได้ ตอนนี้เขามีเสียง ส.ว.ตุนไว้ 250 เสียงแล้ว ดังนั้นพี่น้องทุกคนต้องออกแรงช่วยกันออกไปเลือกตั้งให้ได้เสียงมากกว่าเสียง ส.ว. เป็น 3 เท่า ประชาชนจะได้ออกจากทุกข์ ขอให้เลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทย จ.หนองคาย ทั้งจังหวัด

เก็บหลักฐานยื่น กกต.ฟันพวกผิด ก.ม.

คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่าทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบคลิปของประชาชน จ.ยโสธร ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐรับสมัครสมาชิกพร้อมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐควบคู่ไปด้วยว่า อยากเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ทุกวันนี้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอยู่มาก ข้าราชการบางส่วนยอมก้มหัวให้กับอำนาจรัฐ เอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครบางพรรค พรรคเพื่อไทยได้เก็บหลักฐานทั้งหมดไว้แล้ว เตรียมยื่นให้ กกต.ต่อไป ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ประกาศหากพรรคไหนอ้างชื่อหรือนโยบายของรัฐบาลหาเสียงจะลงโทษจะเอาผิดนั้น ถ้าทำตามที่พูดไว้เป็นเรื่องที่ดี 4 รัฐมนตรีแกนนำยังขึ้นเวทีปราศรัย อ้างว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอยู่ เอานโยบายของรัฐบาลไปทั้งหมด รวมถึงแจกเงินอนุมัติงบต่างๆอยู่ตลอด และชูเรื่องนี้หาเสียง หาก 4 รัฐมนตรีลาออกกระแสกดดันจะไม่ตกอยู่แค่ทั้ง 4 คน แต่จิตสำนึกต้องขึ้นอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็น กรรมการกลางและจะลงแข่งขันเหมาะสมหรือไม่

ไม่รังเกียจโละทิ้งบัตรคนจน

ช่วงเย็น คุณหญิงสุดารัตน์ เดินทางไปที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย บ้านเชียงแหว หมู่ที่ 1 ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เพื่อพบปะกับสมาชิกพรรค คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่าพื้นที่ภาคอีสานรายได้หลักคือข้าว อ้อย มันสำปะหลังและยางพารา พรรคเพื่อไทยจะปรับราคาให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จะทำให้เกษตรกรรวยขึ้น แต่เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็ยังคงไว้

จวก “ประยุทธ์” อย่ามัวโทษสื่อ

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ตำหนิสื่อให้ระวัง เสนอข่าวเศรษฐกิจแย่ ว่า หากนายกฯเข้าใจการใช้จ่ายของคนส่วนใหญ่ระดับรายได้ค่อนข้างน้อย ไม่มีเงินเก็บและมีหนี้สิน ขึ้นอยู่กับรายได้ที่หาได้จริง ไม่ใช่ความเชื่อมั่น สื่อเพียงรายงานข้อเท็จจริง ไม่มีผลชี้นำพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนตามที่นายกฯโอดครวญ ถ้ารัฐบาลเข้าใจรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหลายคนคงไม่จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนโต๊ะละ 3 ล้านบาท ให้พี่น้องประชาชนนั่งมองด้วยความเสียดายเงิน ที่พวกเขาใช้สร้างความมั่นคงและอนาคตให้ลูกหลานได้

ตอก พปชร.ทำตัวเองทั้งนั้น

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสาร การเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐระบุว่าถูกบิดเบือนโจมตีว่าทำตัวเองทั้งสิ้นทั้งข่าวระดมทุนโต๊ะจีนคำละ 3,000 บาท มีชื่อหน่วยงานรัฐบริจาค 69 ล้านบาท นายอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พาผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐไปหาเสียงแจกบัตรคนจน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไปอารักขาผู้สมัครของพรรค หรือบังคับสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแลกบัตรคนจน นายเกียรติบุรุษ พันธ์เลิศ โพสต์คลิปประจานเจ้าหน้าที่ให้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเพื่อแลกบัตรคนจน สมควรที่คนไทยต้องสดุดีความกล้าหาญของคนรุ่นใหม่ ภาคภูมิใจกับการออกมาปกป้องสิทธิตนเอง ประชาชนควรมีส่วนร่วมป้องกันการโกงเลือกตั้ง คนชี้เบาะแสไม่ใช่อาชญากร รัฐต้องคุ้มครอง กรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องเข้าไปดูแล กกต.ต้องรีบสอบสวนหาข้อเท็จจริง พรรคพลังประชารัฐกำลังสร้างภาระให้กกต.ต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจับตาดูอยู่ว่าพรรคพลังประชารัฐเอาเปรียบพรรคอื่นหรือไม่เป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมหรือไม่ อย่าทำอะไรที่ไม่เคารพประชาชน อย่าบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้ง

ทษช.ลุยระยองรับฟังปัญหา ปชช.

เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ตลาดสิริภิบาล ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค แกนนำพรรคพร้อมคณะ และว่าที่ผู้สมัค ส.ส.ระยอง ลงพื้นที่พบปะประชาชน มีพ่อค้าแม่ค้าต้อนรับพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ส่วนใหญ่สะท้อนปัญหาการค้าขายที่รายได้ลดลง จากนั้นคณะได้ไปสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และรับฟังความคิดเห็นประชาชนชาวประมงและเกษตรกรชาวสวน บริเวณชายหาดปากน้ำประแสร์ โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ปัญหาหลักของประมงคล้ายกันหลายพื้นที่ ผู้มีอำนาจปัจจุบันกำหนดกติกา หากมีโอกาสจะแก้กฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวย ไม่ใช่เฉพาะประมงรวมถึงกฎหมายอื่นที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ส่วนผลไม้และยางพารา ต้องตัดกลไกพ่อค้าคนกลางออกไป สร้างตลาดกลางกำหนดราคา

ขณะที่นายจาตุรนต์กล่าวว่า รัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เสียเปรียบในการเจรจาต่อรองกับนานาชาติ ปัญหาของเกษตรกรจะแก้ไขได้ ต้องใช้รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น

ชู “คิดใหม่ ทำใหม่ กล้าเปลี่ยนแปลง”

ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ได้เปิดแคมเปญหาเสียงแรกของพรรคภายใต้ชื่อ “คิดใหม่ ทำใหม่ กล้าเปลี่ยนแปลง” เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียของพรรค พร้อมติดตั้งบนอาคารสำนักงานและตามสาขาต่างๆ รวมถึงศูนย์ประสานงานในแต่ละภูมิภาค สะท้อนตัวตนของพรรคที่หลอมรวมคนรุ่นเดิมที่มีประสบการณ์และผลงานที่สำเร็จในอดีต กับคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ปรารถนาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศชาติ ประชาชน มีโอกาสและอนาคตที่สดใส อยากเชิญชวนคนไทยมาร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศให้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ร่วมกำหนดชีวิตตัวเอง สร้างโอกาสทำมาหากินเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ให้ประเทศไทยก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะตัดสินใจเลือกผู้แทนฯอย่างมีเป้าหมาย หลังถูกกดทับมานานเพื่อเปลี่ยนประเทศด้วยมือของประชาชนเอง

จี้แจงล่าสมาชิกแลกบัตรคนจน

น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การเผยแพร่คลิปทางโซเชียลเนื้อหาเชิญชวนให้ผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แม้จะไม่มีใครเรียกร้อง แต่คนที่เรียกตัวเองว่าพรรคการเมือง ซึ่งมี 4 รัฐมนตรีเป็นผู้บริหารควรต้องเร่งตรวจสอบและแถลงให้สาธารณชนรับทราบ ไม่ใช่แค่ทำท่าขึงขังว่าจะตรวจสอบแล้วสุดท้ายเงียบหาย เหมือนการตรวจสอบกรณีต่างๆที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ส่วนข้ออ้างว่าการกระทำผิดเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค ถ้าพบว่ากระทำผิดจริง ลำพังเพียงแค่การตัดสิทธิจากการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคคงไม่พอ ต้องกล้าดำเนิน คดีกับคนกระทำผิด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างด้วย

“อ๋อย” เหน็บผู้นำชักกลัวหรือพูดเอาหล่อ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก “ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ยังทำเป็นกั๊ก?” เนื้อหาสรุปว่าจะแกล้งว่าไม่ต้องการเอาเปรียบใครหรือกลัวไม่ทราบ ถึงห้ามพรรคการเมืองพูดสนับสนุนให้เป็นนายกฯ พูดช้าไปมากบางพรรคประกาศชัดเจนไปตั้งนานแล้ว เอาเปรียบพรรคอื่น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจอนุมัติโครงการต่างๆเท่ากับหาเสียงให้ตัวเองและพรรคที่สนับสนุน หรือว่าชักกลัวถ้ายอมรับเป็นผู้ถูกเสนอชื่ออาจถูกถล่มจนรับไม่ไหว โดนไม่เว้นวันอยู่แล้ว อยู่มาได้เพราะมีอำนาจเผด็จการในมือคอยกดคน ถ้าเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯจะกดคนไว้อย่างเดิมไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์คิดอย่างไรกันแน่เรื่องถอยคงเป็นไปไม่ได้ลงทุนวางแผนมาตลอด 4-5 ปีมานี้เพื่อจะเป็นนายกฯต่อไป

ซัดกุนซือ “วิษณุ” เข้าข่ายครอบงำ พปชร.

นายจาตุรนต์ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯชี้แจงในที่ประชุม ครม.เกี่ยวกับข้อปฏิบัติของรัฐมนตรีที่ร่วมพรรคพลังประชารัฐ หลังมี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งว่า นายวิษณุทำหน้าที่กุนซือให้พรรคพลังประชารัฐเพิ่มเติม ถ้าเป็นกุนซือให้เรื่องการบริหารงานบ้านเมืองทำได้ แต่ไม่ควรมาเป็นกุนซือให้พรรคการเมือง รัฐมนตรีเหล่านี้มีตำแหน่งในพรรคการเมือง การออกมาพูดบ่อยๆจะเข้าข่ายเป็นคนนอกครอบงำพรรคการเมืองได้ เรื่องนี้ไม่มีพรรคใดติดใจ แต่ทำให้เห็นว่าการครอบงำพรรคการเมืองที่เขียนในกฎหมาย ตั้งใจจะใช้กับบางพรรคเท่านั้น นายวิษณุถือว่าเข้าข่ายเต็มๆ แต่ไม่ได้ไปเรียกร้องให้เอาผิดอะไร เพียงแต่การที่บอกว่ารัฐมนตรีที่ไปทำพรรคการเมือง ไม่สามารถพูดจะสานต่อนโยบายได้ แต่พูดสนับสนุนนโยบายว่าดีและอยากสานต่อได้ เหมือนแก้ต่างให้นักการเมือง หาช่องทางใช้ประโยชน์จากโครงการของรัฐเอาเปรียบพรรคอื่น ไม่ควรทำ เป็นการหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายแบบเนียนๆ

เพื่อชาติไม่สังฆกรรมเผด็จการ

ที่ จ.สุพรรณบุรี นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมแกนนำเดินสายพบประชาชน พร้อมเปิดสถาบันพัฒนาการเมือง พรรคเพื่อชาติ มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ เป็นวิทยากร โดยนายสงครามกล่าวว่า ปัจจุบันคนรุ่นเก่าลำบากพอแล้ว จะไม่ยอมให้ลูกหลานเราลำบากกว่า ต้องสู้เพื่อลูกหลานในอนาคต นี่คือคำตอบว่าทำไมจึงเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ตนเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้ประเทศไทยมีความเป็นธรรม ไม่เหลื่อมล้ำมากเกินไป เราอาสาเป็นเกาะกลางที่คุยกับใครก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปร่วมสังฆกรรมตั้งรัฐบาลกับพวกเผด็จการ เรายึดหลักประชาธิปไตย พวกเราหัวใจคือประชาธิปไตย หัวใจประชาชน ฉะนั้นเผด็จการอำนาจนิยมไม่ได้อยู่ในสมองแม้แต่น้อย พวกนี้นอกจากไม่รู้จักบุญคุณของประชาชน ยังเนรคุณกดขี่ประชาชนชี้หน้าด่าประชาชน อ้างไม่มีเงินช่วยเหลือประชาชน แต่มีเงินไปซื้ออาวุธ ซื้อไม่ใช่เพื่อความมั่นคงของประเทศ แต่เป็นความมั่นคงของกระเป๋าพวกเขาเองหรือไม่ แล้วจะไปเลือกเขาอีกหรือ อย่าปล่อยให้เข้ามาสืบทอดอำนาจ เราจะไม่ยอมให้มรดกบาปนี้ตกไปแก่ลูกหลานเรา

“ตู่” ขอแรงคนสุพรรณร่วมแก้ปัญหาชาติ

ด้านนายจตุพรกล่าวว่า ถ้าพี่น้องมอบความไว้วางใจให้พรรคเพื่อชาติ ประสบการณ์ของนายสงครามจะมาแก้ไขปัญหาความจนให้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีและคนไทยทั้งชาติ เวลาหลายวันที่ผ่านมาพรรคเพื่อชาติได้อธิบายถึงว่าเราเป็นพรรคเกาะกลาง คำว่าเกาะกลางนั้นเป็นเกาะกลางประชาธิปไตย ดังที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นปัญหา จึงจำเป็นต้องพูดคุยกันเพื่อจะตกลงเป็นสัญญาประชาคมร่วมกันหาทางออกให้กับชาติ ไม่ใช่คุยกับเผด็จการแล้วจะเป็นเผด็จการ คุยกับเผด็จการแต่เป็นประชาธิปไตย 100% ไม่มีวันจะเป็นเผด็จการเด็ดขาด แต่ถ้าไม่มีการพูดคุยเราจะไม่ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาต่างๆ วันนี้พรรคเพื่อชาติคือพรรคประชาธิปไตย จะเป็นที่พักใจเป็นที่อยู่อาศัยให้นักประชาธิปไตยทั้งหลาย พรรคนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ขอแรงพี่น้องสุพรรณบุรีไม่ต้องมองหน้าคู่แข่งไม่ต้องสนใจ วันนี้เราแข่งขันกับปัญหาของชาติ แข่งขันกับความเอารัดเอาเปรียบทั้งปวง ถ้าเราร่วมแก้ปัญหาให้กับประเทศไทยได้เราก็ชนะแล้ว

ชพน.งัดไม้ตาย “ชาติชายโมเดล”

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พรรคชาติพัฒนาจัดการประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค หัวข้อ “การเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง” นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคจะส่งผู้สมัคร 280 เขต ใน 60 จังหวัด จ.นครราชสีมา ส่งครบทั้ง 14 เขต หลัง เลือกตั้งน่าจะไม่มีเหตุการณ์ขัดแย้งหรือรุนแรง เพราะประชาชนไม่ต้องการให้การเมืองกลับไปสู่ปัญหาเดิม

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค กล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่าใกล้เลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ และจะนำความรักความสามัคคีมาสู่ประชาชน คำที่พรรคชาติพัฒนาใช้ คือ No Problem สะท้อนบุคลิกของ พล.อ.ชาติชาย ชุนหะวัณ อดีตหัวหน้าพรรคอย่างแท้จริง ประชาชนอยากให้นำเศรษฐกิจยุค พล.อ.ชาติชายกลับมา จึงจะนำ “ชาติชายโมเดล” มาใช้ อยากฝากสมาชิกให้ช่วยกันประคับประคองการเลือกตั้งเรียบร้อย ยึดมั่นใจกติกา อย่าทำผิดกฎหมาย ไม่ไปวิจารณ์เหน็บแนมคนอื่น เล่นการเมืองแบบนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย ถ้าแพ้แก้ตัวใหม่ครั้งหน้า

“กัญจนา” ไหว้ย่าโมอธิษฐานขอ ส.ส.คืน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ จ.นครราชสีมา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค รวมทั้งคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา มารดา และแกนนำพรรค เข้าบวงสรวงอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) แล้วเดินลอดประตูชุมพล เอาเคล็ดว่าออกไปต่อสู้เพื่อชัยชนะในสนามเลือกตั้ง จากนั้นไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาทั้ง 14 เขต และพบปะชาวตลาดน้ำฉ่า ที่ อ.ขามทะเลสอ เยี่ยมชม สินค้าพื้นบ้าน ลงมือตำส้มตำและผัดหมี่โคราชกระทะใหญ่ที่สุดในโลกร่วมกับกลุ่มแม่บ้าน มีประชาชนยืนต่อแถวรอชิมฝีมือกันคึกคัก น.ส.กัญจนาเปิดเผยว่า ได้อธิษฐานขอย่าโมว่าขอให้พรรคมีผู้แทนฯ เป็นลูกหลานย่าโม สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็น หัวหน้าพรรคชาติไทย มี ส.ส.จังหวัดนี้จำนวนมาก วันนี้ อยากมาเรียกบ้านคืน ได้บางส่วนก็ยังดี เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกหรือไม่ น.ส.กัญจนากล่าวว่า ยังไม่ถึงจุดที่จะพูดตรงนั้น แต่ขอยืนอยู่ข้างประชาชน

สานงานเตี่ยล้างภาพจอมเสียบ

น.ส.กัญจนากล่าวกับชาวโคราชว่า เคยตามพ่อมาโคราชหลายครั้ง แต่ละครั้งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น อดคิดถึงพ่อไม่ได้ จะสานต่อการทำงานต่อไป หลายคนเคยถามว่าทำไมพรรคชาติไทยพัฒนาจ้องแต่จะเสียบเป็นรัฐบาล ที่จริงแล้วเรามีโอกาสทำงานให้ประชาชนทุกสถานะ ไม่ใช่จะเสียบเป็นรัฐบาลอย่างเดียว แต่ถ้าเลือกได้เราขอแรงส่งให้ได้เป็นรัฐบาล เพื่อไปแก้ปัญหาให้ นโยบายหลักจะดูแลปากท้อง ปัญหาสุขภาพสร้างหมอครอบครัว การศึกษาต่อเนื่อง เรื่องเร่งด่วนชาวบ้านขอให้แก้ขาดแคลนน้ำเพื่อเกษตรกรรม

นายวราวุธกล่าวว่า บางคนเคยปรามาสไว้ว่าเมื่อนายบรรหารไม่อยู่แล้ว จะเหลือผู้สมัครและ ส.ส.สักเท่าใด วันนี้ น.ส.กัญจนานำคณะมาขอปักธงที่โคราช ทำให้คิดถึงพ่อบรรหาร จำได้ว่าเคยตามพ่อบรรหารมาที่นี่ จึงขอปักธงที่โคราชอีกครั้ง ถ้าเรามีโอกาสจะทำงานให้ชาวโคราชเหมือนในอดีต

“ประภัตร” เครียดรอยร้าวสุพรรณฯ

นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตแกนนำพรรคชาติไทย ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย หลังไม่พอใจที่นายยุทธนา โพธสุธน หลานชายนายประภัตรไปลงสมัคร ส.ส. เขต 4 สุพรรณบุรี พรรคพลังประชารัฐ เขตที่พรรค ชาติไทยพัฒนาจะส่งนายเสมอกัน เที่ยงธรรม เป็น ผู้สมัครในเขตนี้ว่า “ยอมรับว่าเครียดมาก กำลังเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้อยู่ ไม่อยากให้สุพรรณบุรีมีปัญหา เพราะที่นี่เป็นหัวใจของพรรคชาติไทยพัฒนา”

“อนุทิน” เคี่ยวผู้สมัครลงพื้นที่ให้หนัก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวหลังลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาว่าลูกหลานย่าโมต้อนรับอย่างอบอุ่น จ.นครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.ส.ถึง 14 คน พรรคภูมิใจไทยส่งสู้ศึกทุกเขต ไม่ได้หวังไปเก็บคะแนนแต่หวังชนะ ผู้สมัครล้วนมีคะแนนนิยม รับประกันว่าเลือกไปทำงานไม่ผิดหวัง สำหรับกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีกระแส ต้องแพ้การเลือกตั้งในพื้นที่อีสาน ถือเป็นคำเตือนจากผู้หลักผู้ใหญ่ พูดกันตรงๆยิ่งดี จะได้ไปเคี่ยวผู้สมัครให้ลงพื้นที่ทำงานให้หนักขึ้น ให้คิดเสียว่าท่านหวังดี ไม่อยากให้เราประมาท ส่วนที่ไม่ปรากฏสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยในงานเลี้ยงโต๊ะจีนพรรคพลังประชารัฐ วันนั้นตนเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนคนอื่นติดลงพื้นที่กันหมด พรรคภูมิใจไทยทำงานหนัก ทุกวินาทีมีค่าที่สำคัญงานที่จัดไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคเรา เหตุผลมีแค่นี้ โปรดอย่ามาคิดเป็นเรื่องการเมือง ไม่มีนัยอะไรทั้งสิ้น

อนค.คุยสร้างเลือดใหม่ไฟแรง

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พัฒนากอล์ฟคลับ แอนด์รีสอร์ท จ.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่จัดสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค 350 เขต และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อชี้แจงแนวทางการหาเสียงและข้อกฎหมายต่างๆในการเลือกตั้ง มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เข้าร่วมการสัมมนาอย่างพร้อม หน้าพร้อมตา

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่าได้อบรมผู้สมัคร 12 นโยบายหลักของพรรค การเตรียมพร้อมและแนวทางการหาเสียงเลือกตั้ง การอธิบายข้อกฎหมายและพบปะทำความรู้จักกันในกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.จะได้ช่วยเหลือกันต่อไปในอนาคต ผู้สมัครของพรรคหลากหลายอาชีพทั้งผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์และไม่เคยผ่านสนามการเมืองมาก่อน เป็นคนหน้าใหม่ที่ต้องการเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ มั่นใจว่าพรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคเดียวที่มีผู้สมัครที่เป็นตัวแทนของประชาชนจากคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

ปชป.ร่วมค้านผูกขาดพลังงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สอบถามจุดยืนนโยบายการปฏิรูปพลังงาน หลังบริษัท ปตท.สผ.ชนะประมูลแหล่งปิโตรเลียมแหล่งบงกชและเอราวัณ โดยเสนอต้นทุนก๊าซธรรมชาติ 116 บาทต่อ 1 ล้านบีทียู ต่ำกว่าครั้งก่อนถึง 98 บาทต่อ 1 หน่วยล้านบีทียู รัฐได้ค่าภาคหลวงน้อยลง และการจัดประมูลระบบแบ่งปันผลผลิตให้หน่วยงานของรัฐเข้าถือหุ้นร่วมร้อยละ 25 ไม่สามารถทำได้จริง ไม่โปร่งใสขัดหลักธรรมาภิบาล นายอภิสิทธิ์ ยืนยันยึดนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ ป้องกันและขจัดการผูกขาดทุกรูปแบบไม่ว่าทั้งรัฐ หรือเอกชน เรื่องพลังงานรัฐบาลควรพิจารณาระบบการประมูลไม่ว่าสัมปทาน แบ่งปันผลผลิตหรือจ้าง ผลิต วิธีใดจะเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด คน ไทยต้องใช้พลังงานราคาต้นทุนหรือราคาต่ำ ส่วนที่ยังไม่ชัดเจนรัฐบาลควรรอให้ประชาชนตัดสินใจแสดง ออกผ่านการเลือกตั้ง

“ดำรงค์” ยิ้มได้ 5 มัสยิดหนุน

ที่เขตหนองจอก-มีนบุรี กรุงเทพฯ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เปิดสาขาพรรค มีประชาชนจากมัสยิดใหญ่ 5 แห่ง ประกอบด้วย มัสยิดนูรุลเลาะห์ (ลำโขล่) มัสยิส ดารุนซีหะ (ลำแขก) มัสยิดดารุซซอลีฮีน (คลองสอง) มัสยิดคอยรุดดีน (ลำต้นกล้วย) และมัสยิดยำอุลอิควาน (ลำมดตะนอย) ประมาณ 100 คน มาร่วมสวดดุอาหรือขอพรจากพระอัลเลาะห์ ให้กับนายดำรงค์ก่อนทำพิธีเปิดสาขาพรรค นายดำรงค์กล่าวว่า พรรครักษ์ผืนป่าฯเป็นพรรคเล็กแต่จะทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ปลูกป่าเพิ่มพื้นที่ป่า ลดโลกร้อน ลดการใช้สารเคมี และจะส่งผู้สมัครครบทุกเขตจะได้หรือไม่ได้ ส.ส.ก็ตามพรรคจะทำงานต่อไปถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล 7 วันแรกจะทำ 3 เรื่องให้สำเร็จคือ 1.ให้หน่วยงานราชการใช้ผักปลอดสารพิษ 2.ลดถุงพลาสติกโฟมและวัสดุที่ย่อยสลายยากให้หมดและ 3.จะเพิ่มพื้นที่ป่า 4 ประเภทเพื่อลดโลกร้อน คือ ที่ดินกรรมสิทธิ ที่ดินที่รัฐจัดสรรที่ทำกินให้ราษฎร ป่าสงวนและป่าต้นน้ำ

เสื้อแดงแยกวงตั้งทีมจับโกง ลต.

ที่อาคารเอเวอรี่มอลล์ ถนนรัตนาธิเบศร์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดหมายมวลชนเสื้อแดงจัดงานเลี้ยงปีใหม่ พร้อมเปิดที่ทำการศูนย์ข่าวยูดีดีนิวส์แห่งใหม่ของ นปช. แยกตัวออกมาจากศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว มีแกนนำ นปช.ที่สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้าร่วม นางธิดากล่าวว่า นปช.ไม่ได้แยกตัวจากพรรคเพื่อชาติ ศูนย์ข่าวยูดีดีนิวส์ ยังเสนอข่าวของพรรคเพื่อชาติอยู่ แต่ย้ายเพราะสถานที่เดิมกลายเป็นที่ทำงานของพรรคเพื่อชาติเต็มตัวแล้ว และ นปช.จะยกระดับสร้างเครือข่ายตรวจสอบการเลือกตั้งใช้ช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดียให้มีพลัง กระจายข่าวสารให้ถึงประชาชนมากที่สุด ที่ทำการใหม่จะเป็นสถานที่อบรมคนเสื้อแดงเพื่อสังเกตการณ์เลือกตั้ง จะเริ่มอบรมหลังปีใหม่เป็นต้นไป

“บิ๊กป้อม ”ไม่รู้ลูกเดียวใครซื้อนาฬิกาหรู

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือกระแสโจมตีกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมแถลงผลการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีครอบครองนาฬิกาหรูว่า แล้วแต่เขาจะมาโจมตีอะไรตน เรื่องจริงต้องเป็นเรื่องจริง จะมาโจมตีประเด็นอะไร เมื่อถามว่าเป็นไปได้ ที่จะขยายเวลาให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง หรือตีตก เนื่องจากไม่สามารถหาบุคคลเป็นเจ้าของ หรือผู้ครอบครอง หรือใครเป็นผู้ซื้อ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. เจ้าของนาฬิกาได้คืนไปทั้งหมดแล้ว เราเอามาคนเดียวไม่เห็นมีอะไร

ปัด ป.ป.ช.คอยช่วยเป่าคดี

เมื่อถามว่าอาจมีการตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช.ช่วยให้หลุดเรื่องนาฬิกา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าจะช่วยอย่างไร ของคนคนเดียว เมื่อถามย้ำว่าการขอข้อมูลบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถหาเจ้าของได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ของใครก็ไม่รู้ ใครเป็นเจ้าของไม่ทราบ ซื้อต่อๆกันมา เมื่อถามว่าเจ้าของสุดท้ายคือคุณปัฐวาท สุขศรีวงศ์ หรือ “เจ้าสัวคอมลิ้งค์” ซึ่งเป็นเพื่อนกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาซื้อที่ไหน ซื้อมาอย่างไร ไม่มีใครรู้ ก็เอามาให้ตนยืมใส่ ไม่รู้ว่าเขาซื้อต่อมาจากใคร

ป.ป.ช.ยื้ออีกพิจารณาเรื่องร้อน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการประชุม ป.ป.ช. มีวาระสำคัญที่สังคมจับตาติดตามคือการพิจารณากรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. โดยการประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ถอนตัวไม่ได้เข้าร่วมประชุมพิจารณาคดีด้วย เนื่องจากเคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯของ พล.อ.ประวิตรมาก่อน

อ้างระเบียบวาระแน่น-1 กก.ลาป่วย

ต่อมาเวลา 18.30 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่าที่ ป.ป.ช.ได้พิจารณาวาระต่างๆตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนกระทั่งถึงขณะนี้เวลา 18.30 น. ยังไม่ถึงวาระการพิจารณาคดีของ พล.อ.ประวิตร อีกทั้งยังมีกรรมการ ป.ป.ช.อีก 1คนคือ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช.ขอลาป่วย ดังนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงขอเลื่อนการพิจารณาคดีดังกล่าวไปเป็นวันที่ 27 ธ.ค. เวลา 09.00 น.และจะแถลงข่าวผลการประชุมในวันดังกล่าวให้ทราบต่อไป ส่วนกระแสข่าวที่บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาหรูในต่างประเทศตอบกลับข้อมูลเรื่องซีเรียลนัมเบอร์นาฬิกาหรูมาให้ ป.ป.ช. เพียง 10 เรือน จาก 22 เรือนนั้น ขอให้รอฟังข้อเท็จจริงในวันที่ 27 ธ.ค.ดีกว่า เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า ป.ป.ช.จะตีตกคดีดังกล่าวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวรวิทย์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแต่บอกว่าให้รอมติที่ประชุมในวันที่ 27 ธ.ค.ทีเดียว

สื่อรุมโห่เลื่อนชี้ขาดซ้ำซาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการแถลงข่าวครั้งนี้ มีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอรายงานผลการประชุม หลังจากสำนักสื่อสารองค์กร สำนักงาน ป.ป.ช.แจ้งให้สื่อมวลชนทราบในกรุ๊ปไลน์สื่อมวลชน ป.ป.ช.ในช่วงเช้าว่าจะมีการแถลงความคืบหน้าเรื่องนาฬิกาในเวลา 18.00 น. แต่ปรากฏว่าการแถลงข่าวต้องล่าช้าออกไปเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่นายวรวิทย์จะเดินลงมากล่าวสั้นๆว่าที่ประชุมยังพิจารณาไม่ถึงวาระดังกล่าว และเลื่อนการพิจารณาไปเป็นวาระแรกในการประชุมวันที่ 27 ธ.ค. ทำให้ผู้สื่อข่าวต่างพร้อมใจกันส่งเสียงโห่ แสดงความผิดหวัง จนนาย วรวิทย์มีสีหน้าเจื่อนลงทันที นอกจากนี้ก่อนการแถลงนายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้เดินทางมาติดตามผลการแถลง แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้า ให้เพียงแต่สื่อมวลชนเข้าไปฟังการแถลงเท่านั้น ทำให้นายเอกชัยไม่พอใจ พร้อมกล่าวว่า หากผลไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ จะเดินหน้าฟ้องศาลต่อไป

รัฐบาลตีปี๊บคลายทุกข์ ปชช.89.91%

วันเดียวกัน นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักปลัดสำนักนายกฯ เปิดเผยผลสรุปการดำเนินการเรื่องร้องเรียนของศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกฯ ปี 2561 ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.60-30 ก.ย.61 ว่า มีประชาชนใช้บริการ 148,244 ครั้ง รวม 84,270 เรื่อง ได้ข้อยุติ 75,763 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 89.91 อยู่ระหว่างการดำเนินการของส่วนราชการ 8,507 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 10.09 เรื่องที่ร้องทุกข์และเสนอความคิดเห็นมากที่สุด คือ เหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น ขอให้จัดระเบียบการจอดรถยนต์ส่วนตัว รถยนต์รับจ้างสาธารณะ จำหน่ายสินค้ากีดขวางการจราจร และแก้จราจรติดขัด นโยบายของรัฐ เช่น ขอให้เร่งเปิดใช้บริการอุปกรณ์รับชำระบัตรอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ (อีดีซี) รูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบนรถโดยสารประจำทาง ปัญหาบ่อนการพนัน ยาเสพติดและหนี้นอกระบบ

ประโคมผลงานแก้น้ำท่วมน้ำแล้ง

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ติดตามปัญหานมโรงเรียนและอาหารกลางวันในโรงเรียนห่างไกลที่พบนมโรงเรียนไม่มีคุณภาพและเน่าเสีย ล่าสุด รับรายงานว่าได้ปรับปรุงการบริหารจัดการ ตรวจสอบลงโทษผู้กระทำผิดจริงจัง ทำให้นมโรงเรียนมีคุณภาพดีขึ้นมาก ตั้งเป้าดำเนินการใน 9 จังหวัด 747 โรงเรียน ให้นักเรียนมีอาหารกลางวันเพียงพอ มีโภชนาการทุกด้าน นายกฯ ยังเน้นย้ำว่ารัฐบาลได้น้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการน้ำมาจัดทำแผน 12 ปีและขยายเป็น 20 ปี 4 ปีที่ผ่านมาได้บูรณาการหน่วยงานด้านน้ำ 38 แห่งช่วยประหยัดงบฯ ได้ถึงร้อยละ 36 หรือ 26,000 ล้านบาท ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือภัยแล้งลดลงจาก 22,813 หมู่บ้านในปี 51-54 เหลือเพียง 3,030 หมู่บ้านในปี 58-60 พื้นที่เกษตรเสียหายจากน้ำท่วมลดลงจาก 5.66 ล้านไร่ ปี 54-56 เหลือ 1.67 ล้านไร่ ปี 57-61 งบฯช่วยเหลือน้ำท่วม-ภัยแล้งลดลงจาก 89,755 ล้านบาท ปี 54-57 เหลือ 18,594 ล้านบาท ปี 57-61 รัฐบาลได้เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการตามพระราชดำริ เช่น เริ่มก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำสะ–พุง จ.ชัยภูมิ ที่รอคอยมากว่า 35 ปี

รับหลักการ ก.ม.ภาษีเงินบริจาค-ป่าชุมชน

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรวาระแรก ที่ ครม.เสนอ สาระสำคัญกำหนดให้เงินบริจาคแก่พรรคการเมือง เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง นำไปหักลดหย่อนการคำนวณเงินได้สุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท และกำไรสุทธิภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 50,000 บาทได้ หลังสมาชิก สนช.ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนแล้ว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการด้วยคะแนน 154 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และตั้ง กมธ. พิจารณาอีก 60 วันต่อไป

ต่อมาเวลา 14.45 น. ที่ประชุม สนช. ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนตามที่ ครม.เสนอ ร่าง พ.ร.บ.นี้ให้ชุมชนขอจัดตั้งป่าชุมชนสมาชิกป่าชุมชนมีสิทธิใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการจากป่าชุมชน และไม้ที่สมาชิกร่วมกันปลูก ให้นำมาใช้เพื่อจัดการป่าชุมชนในท้องถิ่นได้ ทั้งนี้ ที่ประชุมสนช.มีมติเห็นชอบรับหลักการด้วยคะแนน 131 ต่อ 0 งดออกเสียง 3

ศาล รธน.จำหน่ายคดีชุมนุมเกิน 5 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าว หลังพิจารณาคดีกรณีที่ศาลแขวงดุสิต ได้ส่งคำโต้แย้งของจำเลยในคดีอาญารวม 3 คดี ที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ที่กำหนดห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 44 หรือไม่ โดยมีมติเอกฉันท์ให้จำหน่ายทั้ง 3 คดี เนื่องจากมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2561 ลงวันที่ 11 ธ.ค.2561 ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องวินิจฉัยคดีทั้ง 3 อีกต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62นาฬิกาบิ๊กป้อมหาเสียงนาฬิกาหรูข่าวหน้า1เลือกตั้ง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้