ภูมิใจไทย ปลุกพลัง "หมอชุมชน" ช่วยเหลือประชาชน ให้เข้าถึงข้อมูลด้านการแพทย์-สาธารณสุขอย่างง่ายดายผ่านมือถือ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และทันสมัย แก้สังคมผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.61 พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ หัวหอกทีมยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวบรรยายในหัวข้อ "Disruption in Cancer Health care" ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพ ซึ่งจัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute )

โดยหลังจากการบรรยาย พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า โทรเวชกรรม หรือ Telemedicine ทำให้เกิดทางเลือกใหม่ๆที่น่าสนใจในวงการสาธารณสุข โดยการรักษาโรคสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการรักษาได้ ซึ่งในยุคดิจิทัลมีความชัดเจนแล้วว่า telemedicine จะสามารถเปลี่ยนแปลงจากการรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิกไปเป็นการรักษาพยาบาลที่บ้าน และจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ที่จะพบกับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคตอันไกลได้ด้วย

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมี ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.นพ.สำเริง แหยงกระโทก หรือ "หมอแหยง" หนึ่งในทีมยุทธศาสตร์พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้ที่ทำงานในพื้นที่อย่างแท้จริง ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันนี้อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม.ทำงานกับชาวบ้านในทุกพื้นที่ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างช้าๆในอดีต ซึ่งการแจ้งข่าวสาร การอนามัยแม่และเด็ก การรักษาพยาบาลเบื้องต้น โดย อสม.มีความรู้ในเรื่องของสาธารสุขเบื้องต้นอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น ภายใต้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่อยู่บนมือของทุกคน คือการให้ อสม. อยู่ในพื้นที่กับชาวบ้าน และทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" ระหว่างชาวบ้าน กับหมอที่อยู่ในพื้นที่ไกลออกไป โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นการยกระดับจาก อสม. สู่ "หมอชุมชน" โดยแม้จะอยู่ห่างไกล แต่ด้วยการสื่อสารที่ทันสมัย ชาวบ้านกับ อสม.จะเชื่อมถึงกัน สามารถขอความช่วยเหลือกันได้ทันที

...

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ ได้ชี้ประเด็นว่า "ด้วยเหตุที่เทคโนโลยีมือถือถึงมือทุกคนแล้ว จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยมีแนวคิดประยุกต์เทคโนโลยีที่ประชาชนและ อสม.สามารถใช้ได้แล้วทันที นำมาปลุกให้เกิดพลังเพื่อให้ชาว อสม.มีพลังมากขึ้นอย่างทันที เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกแห่งหนของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ อสม.สามารถติดต่อสื่อสารเห็นหน้ากันกับหมอผู้เชี่ยวชาญ และเข้าถึงข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างง่ายดายบนมือ และในส่วนพื้นที่ที่ประชาชนและ อสม.ยังไม่มีอุปกรณ์เข้าถึงตัวบุคคล ก็จะใช้ศูนย์สาธารณสุขและอนามัยที่มีอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านเข้าถึง เป็นศูนย์ติดต่อสื่อสารระหว่างหมอผู้เชี่ยวชาญกับ อสม.และเป็นศูนย์ เข้าถึงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพด้วยคอมพิวเตอร์ โดยการพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารของ อสม.และอุปกรณ์สื่อสารตามศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่ต่างๆ ก็สามารถใช้กองทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมและกองทุนที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพสูงสุด"