สุริยะอัดยับ-เหลิมโต้อย่าเผือก ครม.ทุ่มปีใหม่ทางด่วนฟรี 8 วัน

“บิ๊กตู่” เตือนถึงปลดล็อกแล้วก็ต้องสงบ ขู่พวกป่วนเจอดีแน่ สวนกลับ “ทักษิณ” รธน.ยังไม่ได้ใช้ จะแก้อะไร กว่าจะคลอดออกมาลำบาก แทบตาย “บิ๊กป้อม” มั่นใจเอาอยู่ หลังปล่อยผี ลั่นทำมา 5 ปีไม่มีอะไรต้องกลัว ย้อนเกล็ด “ทักษิณ” เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า ครม.อนุมัติจัดเต็มค่าทางด่วนฟรียาว 8 วันช่วงปีใหม่ ร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งถึงมือรัฐบาลแล้วเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ “วิษณุ” ออกโรงเตือน “บิ๊กตู่” ไม่ควรหาเสียงด้วยตัวเอง เพราะมีสถานะเป็นข้าราชการ ไม่ได้ลง สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เสี่ยงผิดกฎหมายหลายอย่าง “สุริยะ” จัดหนักซัด “เฉลิม” ตัวการทำเพื่อไทยเสื่อม กุข่าวเท็จ ป้ายสี ข่มขู่ เล่นเกมต่อรองไม่เคยเปลี่ยน แนะหาคนอื่นแทนได้แล้ว ด้าน “เฉลิม” ฉะกลับทันควันอย่าเผือกพรรคคนอื่น ท้าดีเบตซัดกันให้รู้แล้วรู้รอด “หญิงหน่อย” ลุยอีสานขายฝันดันข้าวราคาทะลุถึง 2 หมื่น “อ๋อย” สับนโยบายแจกเงินคนจนเข้ากระเป๋าเจ้าสัว ท้า “บิ๊กตู่” ทิ้งตำแหน่ง-ม.44 เพื่อชาติห่วงเลือกตั้งล้ม-มีปฏิวัติอีก “มาร์ค” ลั่นพร้อมกลับมาเป็นนายกฯ

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศยอมรับเป็นนักการเมืองเต็มตัว พร้อมขอทำหน้าที่จนตัวตาย ท่ามกลางเสียงกดดันจากบรรดานักการเมืองว่าให้สละตำแหน่งอำนาจเพื่อลงสนามมาแข่งกันแบบแฟร์ๆ ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ว่าไม่ควรลงมาลุยหาเสียงด้วยตัวเอง เนื่องจากมีสถานะเป็นข้าราชการ ไม่ใช่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.

นายกฯถก ครม.สัญจรหนองคาย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 ธ.ค. ที่อาคารเรียนรวมและปฏิบัติการ 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) และเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) อย่างเป็นทางการครั้งที่ 9/2561 โดยนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย นักศึกษา อาจารย์ ให้การต้อนรับ ก่อนเยี่ยมชมผลงานเด่นของมหาวิทยาลัย และถ่ายภาพร่วมกับ ครม. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ ในการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจฯ นายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากให้ใช้คำว่ารัฐบาลเดินทางมาที่นี่เพราะเป็นช่วงหาเสียง อยากให้ทุกคนติดตามความก้าวหน้าภายในกลุ่มจังหวัด ข้าราชการระดับล่างต้องขับเคลื่อนการสร้างความเข้าใจให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะโครงการและนโยบายใหม่ของรัฐบาลที่เกี่ยวกับระบบการเงินและธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลตรงนี้ด้วย

ปลดล็อกต้องสงบ-ขู่ฟันพวกป่วน

ต่อมาเวลา 12.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.สัญจรว่า ยืนยันการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อการเมือง ตราบใดที่ยังเป็นรัฐบาลอยู่ย่อมมีหน้าที่เยี่ยมเยียนประชาชน อย่าขยายความขัดแย้ง เรื่องนี้ไม่อยากโทษใครทั้งสิ้น แต่ทุกคนมีส่วนต้องรับผิดชอบร่วมกัน หลังปลดล็อกเริ่มมีความเคลื่อนไหวการเมืองแล้ว ต้องติดตามดูว่าใครพูดเรื่องดีหรือไม่ดี จริงไม่จริง หน้าที่ของรัฐบาลต้องรักษาความสงบเรียบร้อยก่อนและหลังเลือกตั้ง มีกฎหมายรองรับ เมื่อยกเลิกคำสั่ง คสช.ปล่อยให้มีเสรีภาพอย่างอิสระ แต่ทุกคนควรรู้ว่าบ้านเมืองเราอยู่ในช่วงเวลาใด อย่าเอาคนนู้นคนนี้มายุ่งกับตน การชุมนุมเคลื่อนไหวถือเป็นสิทธิ แต่วันนี้ประชาชนฉลาดแล้วจะเป็นคนตัดสินเอง ส่วนเจ้าหน้าที่ก็สามารถใช้กฎหมายปกติดำเนินการได้ ตนไม่ได้ขู่ แต่หลายเรื่องขอเตือนไว้ก่อน

สวน “ทักษิณ” รธน.ยังไม่ใช้แก้ทำไม

เมื่อถามกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ให้ ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกฯ และยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ใครพูดก็ไปถามเขา จะแก้ได้อย่างไร เพราะกว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้รัฐธรรมนูญใช้แล้วหรือยัง ยังไม่ได้ใช้เต็มที่เลย เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติที่ยังไม่ได้เริ่มเลย เหล่านี้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ทำแทบตาย พอออกมาแล้วบอกให้ยกเลิก เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของประชาชน ถ้าเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของหลักการสากล ทั่วโลกก็ทำแบบนี้ เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย วิจารณ์ว่า พรรคพลังประชารัฐแบ่งเค้กเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่มีทางชนะเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่มีความคิดเห็น เรื่องนี้หรอก ผมไม่รู้จัก ไม่อยากรู้จักสักคน ถ้าพูดสร้างสรรค์ก็ถือว่าดี แต่พูดไม่สร้างสรรค์ ก็ไม่อยากรู้จัก แล้วจะมาถามผมทำไม ผมไม่ได้เป็นคนพูด”

บูดเซ้าซี้ปมตัดโลโก้บัตรเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุถึงเวลาแล้วต้องเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาอยู่ในบัญชีพรรคเสนอเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “วันนี้เขาเชิญหรือยัง ยังไม่ได้เชิญนี่ เขาบอกสื่อเมื่อไหร่ว่าจะเชิญ ซึ่งเมื่อถึงเวลา เขาก็คงเชิญ เชิญแล้วผมจะรับหรือไม่ ก็ไม่รู้” เมื่อถามถึงข้อเสนอใช้บัตรเลือกตั้งแบบไม่มีโลโก้และชื่อพรรค นายกฯกล่าวอย่างอารมณ์เสีย “เลิกพูดกันได้แล้ว เรื่องของผม ถามซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่นั่น”

อย่ามองซิมคนจนเอื้อนายทุนใหญ่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอแจกซิมโทรศัพท์มือถือแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังพิจารณา ขอให้ทุกคนเข้าใจและอย่ามองว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ได้ประโยชน์ ในเมื่อไม่มีผู้ประกอบการรายเล็กมาทำ แต่ภาคเอกชนรายใหญ่เป็นผู้ประกอบการ เขาต้องได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขาบ้างเราไม่ได้ต้องการให้เอาแค่การโทรศัพท์พูดคุยกัน แต่ต้องการให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ในเรื่องดิจิทัลแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ใส่ใจแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำตลอดมา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า 2 วันนี้มีความสุข ขอบคุณประชาชน 5 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ข้าราชการ ภาคประชารัฐ เอกชน ที่ต้อนรับและทำงานร่วมกันมาเป็นอย่างดีในช่วง 4 ปี มีความก้าวหน้าตามลำดับ การประชุมครั้งนี้ได้เพิ่มเติมจากที่ขอมาครั้งที่แล้ว ใน 5 กลุ่มงาน 1.ด้านคมนาคมขนส่งที่ของบฯก่อสร้างถนน 67 โครงการ 2.การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรและการแก้ปัญหาอุทกภัย ตั้งแต่ปี 57-61 ใช้งบฯ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน 3.การยกระดับเพิ่มมูลค่าผลผลิตพัฒนาการเกษตรแบบครบวงจร 4.การท่องเที่ยวขอสนับสนุนโครงการพัฒนาส่งเสริมอำนวยความสะดวกและในส่วนของอุทยานแห่งชาติ รวมถึงให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บรรจุวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง เป็นแผนแม่บท 5.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต จ.อุดรธานี ขอสนามกีฬาซึ่งกำลังพิจารณา ทั้งนี้ อยากให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดหาช่องทางเชื่อมโยงกันทุกพื้นที่ รัฐบาลจะเสริมให้ส่วนที่จัดหางบฯให้ได้อยากฝากสื่อช่วยดูตั้งแต่ปี 57-61 รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกระดับและมีโครงการต่างๆที่ลงไป และช่วงปี 62-63 รัฐบาลได้ทำงบฯไว้ล่วงหน้า และบรรจุโครงการต่างๆไว้ในแผนแม่บท

นายกฯร่วมเวทีไทย-ลาว ครั้งที่ 3

ต่อมาเวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมภริยา นางนราพร จันทร์โอชา และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี จ.อุดรธานี ไปยังนครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Jointo Cabinet Retreat: JCR) ไทย-ลาว ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค. กระทั่งเวลา 17.30 น. นายกฯเข้าเยี่ยมคารวะนายบุนยัง วอละจิด ประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว ณ ทำเนียบประธานประเทศ ทั้งสองฝ่าย ยืนยันความสัมพันธ์และยินดีร่วมกันเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ในปี 63 สนับสนุนเชื่อมโยงการขนส่ง ด้านพลังงานไทยยืนยันสนับสนุนนโยบายผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งออกของ สปป.ลาว เร่งสรุปการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าร่วมกันโดยเร็ว จากนั้นนายทองลุน สีสุลิด นายกฯ สปป.ลาว และภริยา เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำ

“บิ๊กป้อม” มั่นใจเอาอยู่หลังปล่อยผี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นห่วงความเคลื่อนไหวหลังจากปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะที่ กทม.ว่า ไม่เกิดหรอก มีคนเขา โฆษณาไปอย่างนั้น ใครอยากจะพูดอะไรก็พูด แต่ อย่าบิดเบือน ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ของตัวเอง นักการเมืองมีหน้าที่หาเสียงก็หาเสียงไป ไม่เห็นจะเป็นอะไร เมื่อถามว่า นายกฯระบุว่าเหนื่อยใจแล้ว พล.อ.ประวิตรรู้สึกเหนื่อยด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่เหนื่อย และเอาอยู่มา 4-5 ปีแล้ว ไม่มีอะไรหรอก จะให้ตีกันอีกแล้วหรือ ตอนนี้ประชาชนรู้และเข้าใจกันหมดแล้ว ไม่น่ากลัวหรอก ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลทำงานอย่างไร มีแต่คนพูดเท่านั้นที่พูดให้ขัดแย้ง รัฐบาลทำทุกอย่างมาเกือบ 5 ปีแล้ว จะไปกลัวอะไร

ย้อน “ทักษิณ” เอาตัวเองให้รอดก่อน

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีบางคนเสนอให้แก้ไขและรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ยังไม่ได้เลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า แล้วรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ใช้เลย ก็พูดไป ประชาชนอย่าไปสับสนแล้วกัน และรัฐธรรมนูญยังไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ขอถามว่ามีอะไรที่รัฐธรรมนูญทำให้เกิดความขัดแย้งแล้วบ้าง ให้ทำงานไม่ได้ก่อนค่อยมาแก้ ต่อข้อถามว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาจากข้อเสนอของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า แล้วนายทักษิณอยู่ที่ไหน เรื่องของเขา เป็นคนที่อยู่นอกประเทศแล้วมาเสนอ เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ

“นายกฯ” สั่งผู้ว่าฯเร่งตีปี๊บผลงาน

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ภาคอีสานตอนบนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับผู้ว่าฯทุกจังหวัดให้สื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ถึงโครงการต่างๆของรัฐบาลที่เกิดขึ้นไปแล้ว เช่น โครงการรถไฟฟ้า ระบบน้ำ แหล่งน้ำ และช่วงเทศกาลปีใหม่อยากให้ดูแลความสะดวกให้กับประชาชนในเรื่องการเดินทางให้มีความปลอดภัย เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดประชุม ครม.อีกครั้งต่อไป แต่เวลายังไม่ชัดเจน คาดว่าจะอยู่ในเดือนมกราคม

โต้ข่าวพาดพิง-บิดเบือนทันที

เมื่อถามว่า ภายหลังที่มีคำสั่ง คสช.ปลดล็อกทางการเมือง นายกฯ ได้กำชับเรื่องใดกับรัฐมนตรีบ้างหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ตอบว่า กำชับให้ผู้ว่าฯที่ร่วมประชุม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูความเรียบร้อยตามกฎหมาย แม้จะมีการปลดล็อกทางการเมืองแล้ว แต่ก็เป็นการปลดล็อกบางเรื่อง ถ้าจะมีคนกลุ่มใดออกมาชุมนุม หรือขับเคลื่อนทางการเมือง ขอให้คำนึงว่ากฎหมายยังมีอยู่ ไม่ใช่ทำอะไรได้ทุกอย่าง ส่วนกรณีของ 4 รัฐมนตรีที่ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายกฯไม่ได้กำชับท่านใดเป็นพิเศษ แต่กำชับให้ชี้แจงเรื่องที่พาดพิงการทำงาน และโครงการต่างๆ ที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดจนเกิดความเสียหาย และกำชับถึงทุกกระทรวง ให้เร่งชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้รวดเร็วด้วย

ครม.จัดเต็มฟรีค่าทางด่วน 8 วัน

ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ แถลงผลการ ครม.สัญจร ว่า ครม.เห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง คือ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) และหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออกช่วงบางปะอิน-บางพลี) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากวันหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ไม่ตรงกับปีที่ผ่านมา จึงมีการขยับช่วงเวลาที่งดเว้นค่าธรรมเนียม ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 27 ธ.ค.61 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 3 ม.ค.62 รวมเป็นเวลา 8 วัน เพื่อให้การจราจรเกิดความคล่องตัว จะได้ไม่มีปัญหารถติดหน้าด่าน รวมถึงลดการใช้พลังงาน

กกต.เตรียม 70 วันจัดเลือกตั้ง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กกต.เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยมี ผอ.กกต.จังหวัดจากทั่วประเทศเข้าร่วม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวหลังการประชุมว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 51 ล้านคน มีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 96,000 หน่วย ภารกิจแรกที่จัดเตรียมหน่วยเลือกแต่ละหน่วยรองรับผู้มีสิทธิประมาณ 1,000 ราย จัดทำป้ายไวนิลแนะนำตัวผู้สมัคร แผ่นป้ายขนาดใหญ่ที่ให้ผู้สมัครนำป้ายขนาด A3 มาติดแนะนำตัว รวมถึงนับจำนวนแผ่นป้ายของผู้สมัคร จัดพิมพ์เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง นโยบายพรรค และพรรคเสนอชื่อบุคคลใดเป็นนายกฯนำมาเย็บเล่มเพื่อส่งให้ถึงทุกครัวเรือน หากมีประกาศให้มีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 จะเหลือเวลาอีก 70 วัน

ไม่แม้แต่จะคิดใช้ ม.44 แก้ปมบัตร

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงการพิจารณาทบทวนรูปแบบบัตรเลือกตั้งว่า ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคาดว่าจะเสนอให้ กกต.พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า ไม่ว่า กกต.จะมีมติเลือกใช้รูปแบบใด สำนักงานก็ต้องบริหารจัดการให้ได้ ส่วนข้อเสนอที่ให้ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายไม่ใช่อำนาจของ กกต.เป็นประเด็นที่ไกลเกิน

ปัดสอบใช้บัตรคนจนหาเสียง

เมื่อถามว่า พรรคการเมืองร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายบัตรสวัสดิการคนจนของรัฐบาลที่เอื้อต่อพรรคพลังประชารัฐในการหาเสียงหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ตอบว่า เรามองว่าเป็นแนวนโยบายของรัฐ ไม่ใช่การทุจริตการเลือกตั้งที่ กกต.ต้องเข้าไปตรวจสอบ เมื่อถามว่า เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมาแล้วพรรคพลังประชารัฐประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ กกต.จะต้องเข้าไปควบคุมการอนุมัติโครงการของรัฐหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ตอบว่า ต้องดูข้อกฎหมายก่อนแต่ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เหมือนรัฐบาลรักษาการหลังการยุบสภา แต่เป็นรัฐบาลในภาวะไม่ปกติและเป็นรัฐบาลในวาระเริ่มแรก แต่หากนำเงินของผู้สมัครไปแจกเพื่อให้มีผลต่อการเลือกตั้ง กกต.ก็จะถือว่าเป็นความผิด

ชงร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ม.ค.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ กกต.ได้เสนอร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งให้มีการเลือกตั้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯหากโปรดเกล้าฯในวันที่ 2 ม.ค.62 ตามที่เสนอก็จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.หลัง พ.ร.ฎ.มีผลใช้บังคับแล้ว กกต.จะกำหนดวันสมัครและวันเลือกตั้ง จากนั้นการหาเสียงของพรรคการเมืองและผู้สมัครจะต้องนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งการประชุมระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธ.ค.นอกจาก กกต.จะแจ้งว่าจะสนับสนุนอะไรได้บ้างแล้วจะหารือเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สมัครพรรคการเมืองควรเป็นเท่าใด จากเดิม 1.5 ล้านบาทจะขยับเป็น 2 ล้านหรือ 2.5 ล้านบาท ร่วมถึงเรื่องการหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย

ร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งถึงมือ รบ.แล้ว

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. จะออกมาช่วงใดว่า ตนไม่ทราบ มันมีกรอบเวลาอยู่ซึ่งยาวมากโดยกำหนดว่าต้องออกไม่ช้ากว่า 90 วัน ตั้งแต่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ แต่ขณะนี้ กกต. ส่งร่าง พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. มายังรัฐบาลแล้ว ครม.พิจารณาไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการทูลเกล้าฯ ส่วนจะทูลเกล้าฯเมื่อใดคงจะรอจังหวะอีกระยะหนึ่ง และเมื่อ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.มีการโปรดเกล้าฯลงมา กกต.ก็ต้องกำหนดอะไรต่างๆภายใน 5 วัน เช่น วันเลือกตั้ง วันรับสมัคร สถานที่รับสมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อ ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด อยู่ที่ กกต.

“วิษณุ” ชี้ “บิ๊กตู่” ไม่ควรลุยหาเสียง

เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รับการเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมือง สามารถปฏิบัติตัวได้ตามปกติหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ก็เหมือนปกติเช่นเดียวกับทุกคนที่ได้รับการเสนอชื่อ เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้รับการเสนอชื่อ สามารถหาเสียงได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นข้าราชการ ความเป็นข้าราชการมีกฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นกลาง จึงมีการแบ่งเรื่องในเวลาและนอกเวลาราชการ เมื่อถามย้ำว่า หากอยู่นอกเวลาราชการสามารถช่วยหาเสียงได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่สมควร ส่วนกรณีที่นายกฯคนก่อนหน้าหาเสียงได้นั้น เนื่องจากเขาเป็นผู้สมัคร ประชาชนต้องเลือก แต่กรณีผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่มีใครไปเลือกเป็นเรื่องที่พรรคเสนอ จึงไม่ควรและมีโอกาสเสี่ยงต่อความผิดหลายอย่าง ส่วนจะเป็นอะไรนั้นตนบอก พล.อ.ประยุทธ์เองดีกว่า เมื่อถามถึงกรณีพรรคการเมืองเสนอนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า สามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่การแก้ไขมันยุ่งยาก

“สุวิทย์” แง้มถึงเวลาจีบ “บิ๊กตู่” แล้ว

ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จ.หนองคาย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีจะทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์เป็น ชื่อในบัญชีนายกฯของพรรคได้หรือยังว่า เมื่อปลดล็อกการเมืองแล้วคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แล้ว ส่วนเรื่องนโยบายหลายนโยบายของรัฐบาลนี้ควรได้รับการต่อยอด เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่การแจกเงินคนจนมีรายได้ไม่เพียงพอต้องเติมให้ คนจะอดตายอยู่แล้วไม่เติมให้ได้ยังไง จากนั้นจึงให้เขาพัฒนาตัวเอง ขณะเดียวกันต้องช่วยมนุษย์เงินเดือนด้วยจึงต้องมีนโยบายกองทุนบำนาญเอกชนโดยเรา ชูเรื่องหลักประกันชีวิต เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุจะมีการโกงเลือกตั้งและ พรรคมีการวางตำแหน่งรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว นายสุวิทย์กล่าวติดตลกว่า “ใครคือคุณเฉลิม ผมไม่รู้จัก”

“สุริยะ” ตอก “เฉลิม” ทำเพื่อไทยเสื่อม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคอีสานพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ถูก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวหาต่อรองตำแหน่ง รมว.คมนาคมว่า พฤติกรรม ร.ต.อ.เฉลิมชอบสร้างข่าวเท็จ สร้างความขัดแย้งในสังคม ใส่ร้ายป้ายสี ข่มขู่ผู้คนไม่เคยเปลี่ยน และผู้บริหารพรรคเพื่อไทยย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ยังเห็นชอบแต่งตั้ง ร.ต.อ.เฉลิมเป็นประธานกรรมการรณรงค์การเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่ายังไม่ยอมเรียนรู้บทเรียนในอดีต ยังไม่ยอมลดเงื่อนไขที่จะสร้างความขัดแย้งในสังคม วิธีการหาเสียงของ ร.ต.อ.เฉลิมมีแต่จะทำให้พรรคเพื่อไทยเสื่อมความนิยม ควรหาคนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่แทน และคนใหม่ควรหาเสียงเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดังเช่นสมัยที่ตนอยู่พรรคไทยรักไทยและประสบความสำเร็จจะดีกว่า อย่าคิดว่าคนอื่นจะมีพฤติกรรมต่อรองเหมือนตัวเอง ตอนที่ตนอยู่พรรคไทยรักไทยเคยมีข่าวต่อรองตำแหน่งสักครั้งไหม ตำแหน่งต่างๆที่ตนได้รับ ไม่ว่าเลขาธิการพรรคไทยรักไทย รมว.คมนาคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พิจารณาเองล้วนๆ

พอเสียทีเล่นการเมืองสาดโคลน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย พาดพิงแกนนำพรรคพลังประชารัฐว่าได้ต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วนั้น เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ขอตำแหน่งรัฐมนตรีตามที่ถูกกล่าวหา อยากให้ ร.ต.อ. เฉลิมเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่อยากให้ออกมาโจมตีกันไปมา ส่วนรัฐธรรมนูญปี 60 ตนมองว่าไม่ใช่สิ่งอัปยศ เพราะผ่านการลงประชามติจากประชาชน 16.7 ล้านคน ดังนั้นขอให้หยุดสร้างเงื่อนไข แล้วมุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้งจะดีกว่า

“เฉลิม” โต้เดือด “สุริยะ” อย่าเผือก

ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ว่า “การที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ว่าไม่รู้จักว่าผมเป็นใคร ผมก็ไม่อยากรู้จักนายสุวิทย์ แต่ผลสำรวจวันนี้ประชาชนทั่วประเทศ 91% ไม่เห็นด้วยที่พวกคุณ ทั้ง 4 รัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่ง พร้อมตั้งพรรคการเมือง ทำอย่างนี้เป็นเรื่องน่าละอาย มั่นใจว่าคนทั้งประเทศรู้จักผมมากกว่านายสุวิทย์ ส่วนการที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจให้สัมภาษณ์ ว่าผมชอบต่อรองและสร้างข่าวเท็จ ยืนยันว่าชีวิตทางการเมืองของตนยาวนานกว่านายสุริยะ ไม่เคยต่อรองไม่เคยสร้างข่าวเท็จ และไม่เคยไปเก็บเงินในการก่อสร้างทาง สะพาน ถนน จากกระทรวงคมนาคม การที่นายสุริยะ แนะนำให้พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนผู้ ทำหน้าที่หัวหน้าทีมปราศรัยเป็นคนอื่นถือว่าคุณเผือก เพราะไม่ใช่หน้าที่เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย นายสุริยะบอกว่าการหาเสียงต้องประนีประนอมและไม่สร้างความขัดแย้ง ก็ขอท้าคุณให้มาแสดงความ คิดเห็นพร้อมกัน ที่ไหนก็ได้การหาเสียงมันจะ ประนีประนอมกันไม่ได้ ตนจะนำเสนอแนวทางของ พรรคทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการต่างประเทศ ยืนยันว่าจะอยู่ฟากฝั่งประชาธิปไตยและไม่ยอมรับฝ่ายเผด็จการ ส่วนนายสุริยะจะหาเสียงโดยประนีประนอมอย่างไรเป็นเรื่องของคุณ”

พท.ฟุ้งกวาด ส.ส.อุบลฯยกจังหวัด

ที่ จ.อุบลราชธานี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เดินทางลงพื้นที่ โดยมีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี มาร่วมพบปะทักทายประชาชนที่เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาประชาชนมีความทุกข์ยากแบกรับภาระหนี้สิน ถึงเวลาที่ต้องให้พรรคการเมืองที่หาเงินเป็นเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่ใช้เงินเพียงอย่างเดียว

นายเกรียงกล่าวว่า แม้ในพื้นที่อุบลราชธานีมีการแข่งขันสูง แต่ไม่เป็นอุปสรรคเนื่องจากอดีต ส.ส.ดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนมาต่อเนื่อง มั่นใจในศักยภาพของพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นพรรคเดียวที่สามารถทำงานตามนโยบายได้จริง เป็นรูปธรรม มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.ครบทั้ง 10 เขต

“สุดารัตน์” โวดันราคาข้าวถึง 2 หมื่น

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ไปลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีนายธเนศ เครือรัตน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นำไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบสาธารณภัยเพลิงไหม้ในตลาดเทศบาล 3 และเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ต่างให้กำลังใจคุณหญิงสุดารัตน์มีพลังทั้งร่างกายและจิตใจเข้าไปทำงานในฐานะนายกฯ ก่อนจะไปที่ศาลาอเนกประสงค์ ศรีสะเกษเอฟซี เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษทั้ง 8 เขต คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีวิธีการ มีแนวนโยบาย หากมีโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร เชื่อว่าจะสามารถยกระดับราคาข้าวได้สูงถึง 20,000 บาท

ซัดแจกเงินคนจนเข้ากระเป๋าคนรวย

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การบริหารประเทศ 4 ปีกว่าของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งทำยิ่งแย่ เพราะคนในรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่เข้าใจปัญหา ไม่ได้เข้าถึงประชาชนเหมือนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และจากการลงพื้นที่ประชาชนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีปัญหาเรื่องปากท้องอย่างหนัก รายได้ลดลงสวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลที่แจกเงินคนจนก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้สร้างรายได้อย่างยั่งยืน สุดท้ายเงินที่จ่ายไปก็กลับไปเข้ากระเป๋าคนรวยอยู่ดี ขณะที่ปัญหายาเสพติดก็ระบาดหนักในทุกพื้นที่แต่รัฐบาลก็ไม่มีมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม วันนี้เมื่อ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง จะรับฟังปัญหาประชาชนเพื่อเสนอให้พรรคนำไปจัดทำเป็นนโยบายแก้ไขปัญหาเหล่านี้ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีบุคคลมีความรู้ ความสามารถจำนวนมาก จะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้แน่นอน เพราะเราเคยทำให้เห็นมาแล้วในยุคพรรคไทยรักไทย

“โอ๊ค” ทวีตแขวะขอให้สมพรปาก

นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์ทวิตเตอร์ว่า “สมพรปากเหอะ ด่านักการเมืองเลวมาตลอด ปฏิเสธว่าไม่เล่นการเมืองมา 5 ปี ใครตั้งพรรคลุงไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลพอคนนึงเชิญนั่งปุ๊บอีกคนขอตายคาเก้าอี้ปั๊บทันที เชื่อก็ด่ะว่าไม่ได้เตี๊ยมกันมาเลย กอดเก้าอี้ไว้ให้แน่นๆนะ”

ทษช.เปิดฉากติวเข้มผู้สมัคร

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพอร์ทอล บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จัดประชุมสัมมนาว่าที่ผู้สมัครจากทั่วประเทศ “ทษช.สู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง” โดยมี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค เข้าร่วม โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวบรรยายหัวข้อ “โลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่เรายังก้าวไม่ทัน” ว่า โลกเปลี่ยนแปลงไปมากแต่ประเทศไทยกลับถูกทำให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนขาดสิทธิเสรีภาพ พรรคไทยรักษาชาติจะทำให้เป็นเรื่องง่ายแสนง่ายไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป

“อ๋อย” สับแจกเงินเจ้าสัวผ่านคนจน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พรรคไทยรักษาชาติเป็นฝ่ายประชาธิปไตยมีภารกิจสำคัญต้องหยุดการสืบทอดอำนาจ พรรคจะร่วมกับประชาชนแก้ไขให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย วันนี้ประเทศหยุดอยู่กับที่ จมอยู่ในระบอบการปกครองที่รวบอำนาจไม่ฟังเสียงประชาชน วางแผนสืบทอดอำนาจไปอีก 10 ถึง 20 ปี ปกครองโดยผู้นำที่ไร้วุฒิภาวะตรวจสอบไม่ได้ ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพแม้แต่จะเสนอว่าตัวเองกำลังเดือดร้อนอย่างไร การบริหารนโยบายที่ผิดพลาดทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ผู้มีอำนาจบ้าอำนาจพูดแบบไม่ฟังใคร รวยกระจุกจนกระจายเอื้อทุนใหญ่ นโยบายช็อปช่วยชาติ รวมถึงแตะเอียตรุษจีนล่วงหน้าถือเป็นการแจกเงินเจ้าสัวผ่านมือคนจน หาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลอีกคงจะสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้ ต้องเอาพรรคที่เป็นประชาธิปไตยเข้าไปเป็นรัฐบาล ขอเพียงประชาชนไม่ทนต่อสภาพนี้อีกต่อไป ซึ่งพรรคเรามีทางแก้อย่างแน่นอน แต่วันนี้ยังไม่พูดนโยบายกลัวคนก๊อป

ท้าประกาศเป็นรักษาการงด ม.44

นายจาตุรนต์กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรทำมีอยู่สองเรื่องคือ ควรจะประกาศตัวเป็นรัฐบาลรักษาการโดยเร็ว ให้ทุกอย่างอยู่ในความดูแลของ กกต. และควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่ใช้มาตรา 44 แทรกแซงการทำงานของ กกต. พล.อ.ประยุทธ์ควรจะแสดงสำนึกที่จะไม่เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรสละตำแหน่งหัวหน้า คสช.ในช่วงเลือกตั้งหรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบว่า ให้ พล.อ.ประยุทธ์สละตำแหน่งหัวหน้า คสช.ยากกว่าใช้หัวเดินต่างเท้าเสียอีก ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ประกาศจะไม่ใช้มาตรา 44 แทรกแซงการเลือกตั้ง ก็ถือว่าเป็นความพอใจระดับหนึ่ง

ด้านนายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการจัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่า ขณะนี้เสร็จแล้วประมาณ 70-80% พยายามส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขตหรือมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าเมื่อปลดล็อกก็มีการชุมนุมทันทีนั้น คิดว่าวันนี้เรามีความสุขกับการทำหน้าที่พรรคการเมืองโดยไม่ได้ไปสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับรัฐบาลเลย

เพื่อชาติจวกรัฐช่วยแต่นายทุน

อีกด้านหนึ่ง ที่ จ.ระนอง นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรค โดยนายสงครามกล่าวกับสมาชิกพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระนองว่า ปัจจุบันภาคใต้กลายเป็นภาคที่ยากจนที่สุดอย่างไม่น่าเชื่อ ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ รัฐบาลยุคปัจจุบันมุ่งแต่ช่วยคนรวย ช่วยนายจ้าง เจ้าของโรงงาน ที่มีไม่กี่ราย อนุญาตให้นำเข้าปาล์มน้ำมันจาก เพื่อนบ้าน การแก้ไขทำได้ไม่ยากเพียงแต่ลดหรือยกเลิกการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ นโยบายเช่นนี้สร้างความเหลื่อมล้ำ คนรวยก็จะรวยมากขึ้นๆ คนจนก็จะจนลงทุกวัน ช่องทางประกอบอาชีพถูกคนรวยครอบงำหมด พรรคเพื่อชาติมีอุดมการณ์ รวมตัวกันเป็นพรรคของทุกฝ่าย มานั่งคุยกันหาทางออกร่วมกัน แก้ไขปัญหาชาติไม่ใช่แก้ไขให้นายทุน

“ยงยุทธ” ฟันธงหลังเลือกตั้งไม่สงบ

นายยงยุทธกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยกลไกขวากหนามหนักที่สุดคือการกำจัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยเฉพาะการใช้บัตรใบเดียวเลือกนายกฯเลือกพรรคเลือกคน ถ้าแยกเป็น 3 บัตร ผู้ลงคะแนนจะได้ชี้ชัดไปเลยว่าจะเป็นแบบไหน แต่วันนี้เอาบัตรใบเดียวมากาจึงทำให้เกิดความเคลือบแคลง สงสัย ทำให้สิ่งที่เรียกว่าพรรคเลือกคนประชาชนเลือกพรรคหายไป หลังเลือกตั้งเสร็จตนเชื่อว่าบ้านเมืองยังไม่สงบอยู่ดีเพราะถ้าประชาชนเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งแล้วชนะถล่มทลาย แต่ปรากฏเจอ ส.ว.250 เสียงไม่เอาด้วยแล้วไปบวกกับ ส.ส.อีก 126 เสียงก็สามารถตั้งรัฐบาลได้โดยที่ขืนใจประชาชนก็จะเกิดวิกฤติศรัทธา แม้ว่าฝ่ายผู้มีอำนาจชนะเลือกตั้งก็จะเกิดวิกฤติอีกเพราะท่ามกลางกฎกติกาสรรพอำนาจทั้งหลายที่มาดำเนินการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้คำว่าฟรีแอนด์แฟร์หายไป

“จตุพร” หวั่นเลือกตั้งล้มมีปฏิวัติ

นายจตุพรกล่าวว่า ถ้าต้องการให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อย การเลือกตั้งจะต้องมีความยุติธรรมเสมอภาค เรื่องบัตรเลือกตั้งอยากฝากถึง กกต.ว่าควรกำหนดให้พรรคการเมืองใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ มีโลโก้พรรคให้เต็ม เพราะหน้าที่ของ กกต.คือให้คนเกิดความสะดวกในการไปใช้สิทธิ การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะทั้ง 2 ครั้งหลังสุดเป็นสิ่งที่ กกต.ประกาศว่าทำได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเป็นโมฆะหลังจากนั้นเกิดการยึดอำนาจ ครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก ประเทศเราเสียหายมากพอแล้วทุกฝ่ายควรจะเสียสละเพื่อบ้านเมือง ทุกฝ่ายก็ต้องรู้เหมือนกันว่ากำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญ ทุกคนจะต้องร่วมมือกันเสียสละเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบ การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้รัฐบาลที่ดีที่ถูกต้องเพื่อรอรับพระราชพิธีที่คนไทยรอคอย

“อภิสิทธิ์” ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ

ที่สหกรณ์การเกษตรคีรีมาศ จำกัด ต.โตนด อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ อาทิ นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สุโขทัยทั้ง 3 เขต ได้แก่ นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ และนายโด่ง แสวงลาภ ลงพื้นที่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของประชาชนต้องการเลือกตั้งที่หวังว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนทุกคนต้องมีหลักประกันคือ การสร้างรายได้ให้อย่างยั่งยืน มีนโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตรดูแลทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เพื่อให้ทุกคนมีรายได้ดีขึ้นลืมตาอ้าปากได้ นโยบายที่เคยทำมาดีแล้วจะทำให้ดียิ่งขึ้น หากพรรคชนะการเลือกตั้งตนพร้อมที่จะกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง

พบสัญญาณตุกติก ส่อฮั้ว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในพื้นที่ จ.สุโขทัย ขณะนี้มีคนมาขู่ว่าหากไม่เลือกพรรคที่เป็นรัฐบาลจะยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตนยังไม่เคยได้ยินว่าจะมีพรรคใดยกเลิก แต่หากประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลจะไม่บังคับให้ไปซื้อของตามร้านค้าที่กำหนด แต่จะให้เป็นเงินสดกับผู้ถือบัตรโดยตรงเพื่อให้ใช้เงินหมุนเวียนในชุมชน ตลาดสดแทน การที่มีนักการเมืองบางกลุ่มบอกว่าแพ้ไม่ได้อาจเป็นสัญญาณว่าเขาจะทำสิ่งที่มิชอบอีกหลายอย่างสุดท้ายอาจจบที่การฮั้ว การทุจริตคอร์รัปชันกลับมาสู่การรัฐประหาร สู่วังวนวิกฤติของบ้านเมือง ขอให้หนักแน่น ประชาธิปัตย์ไม่กลัวคำขู่ ขอให้พี่น้องเลือกคนที่ไม่มีประวัติด่างพร้อยไปทำงาน เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับประชาชน แม้ประชาธิปัตย์จะทำนโยบายได้ไม่ถูกใจทุกคน แต่เราก็ไม่เคยสร้างภาระให้กับประเทศ

“เทือก” สวนทาง “เฉลิม” ปกป้อง รธน.

ที่บริเวณร้านร้อยล้านโฆษณา ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย พร้อมด้วยนายจักษ์ พันธ์ชูเพชร แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย เปิดที่ทำการสาขาพรรครวมพลังประชาชาติไทย ของนายทรงวุฒิ เชื้อน่วม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พิษณุโลก นายทวีศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดสาขาพรรคครบทุกภาคทั่วประเทศ และจะส่งลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ครบทุกเขต ส่วนที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า เมื่อ คสช.ประกาศยกเลิก 9 คำสั่ง ตนไม่รีบร้อนที่จัดปราศรัย ไม่อยากทำอะไรให้ผิดกฎหมาย ขอดูให้ชัดเจนก่อน เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำ พรรคเพื่อไทย จะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ นายสุเทพตอบว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทยเป็นพรรคฟังเสียงประชาชน เรื่องรัฐธรรมนูญมีหลักฐานชัดเจนว่าประชาชน 16.8 ล้านคนได้ลงประชามติรับรองให้ประกาศใช้ ดังนั้นต้องเคารพเสียงประชาชน มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน เราจะยืนหยัดปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่แก้ไข ไม่ยอมให้ใครยกเลิก

เสรีรวมไทยอัดนายกฯน่าละอาย

นายวิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เป็นปกติที่รัฐบาลทหารเมื่ออยู่ในอำนาจนานจะต้องใช้กระบวนการเลือกตั้งเพื่อหาความชอบธรรมให้ตัวเอง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็เช่นกัน ไปสนับสนุนตั้งพรรคพลังประชารัฐขึ้นมา และเปลี่ยนจากกรรมการลงมาเป็นผู้เล่น ขณะนี้มีแนวโน้มสูงที่ พล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับเข้าไปเป็น 1 ใน 3 บัญชีรายชื่อนายกฯ โดยไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. ถือเป็นเรื่องน่าละอายอย่างยิ่ง ยิ่งออกนโยบายแจกเงินคนจนใครก็ทราบกันหมดว่าเป็นการหาเสียง ขณะที่ 4 รัฐมนตรี ก็ไร้จริยธรรมไม่ยอมยกระดับการเมืองให้ดีขึ้น แต่กลับให้การปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ถอยหลังเข้าคลองไปหลายปี สุดท้ายแล้ว หาก 1 นายกฯ และ 4 รัฐมนตรียังพอมีสปิริตหรือจิตสำนึกต่อส่วนรวม ก็ควรลาออกมาแข่งขันกับฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเป็นธรรม แต่ก็ไม่คาดหวังอะไร เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ทางเดียวที่จะชนะคือฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องชนะการเลือกตั้งเพื่อเข้าไปเปลี่ยนแปลง และสะสางสิ่งที่เกิดขึ้นในยุค คสช.มิเช่นนั้นบ้านเมืองก็จะยังจมปลักอยู่กับปัญหาต่างๆ ตลอดไป

“ธนาธร” โวทำโพลได้ 50 เก้าอี้

ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กฎกติกาการเลือกตั้งโน้มเอียงไปกับฝ่ายที่ถืออำนาจ แต่ไม่ว่ากติกาและสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราพร้อมสู้กับ คสช. แม้บัตรเลือกตั้งก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับประชาชน เอื้อให้เกิดการทุจริตได้ง่าย แต่ตนไม่ขอยอมรับอำนาจมาตรา 44 ที่เป็นอำนาจเผด็จการอย่างเบ็ดเสร็จ เชื่อว่า กกต.จะมีวิจารณญาณที่ดีพอและยืนอยู่เคียงข้างประชาชน การเลือกตั้งคราวนี้มีโอกาสที่โกงกันมากที่สุดในประวัติการณ์ แต่จะปล่อยให้ประชาชนแพ้ไม่ได้ ถ้าฝ่าย คสช.ชนะ ประเทศต้องอยู่กับระบอบ คสช.ไปอย่างน้อย 4-20ปี พรรคทำโพลตลอดถ้ามีเลือกตั้งวันนี้พรรคมีความนิยมอยู่ที่ 10-15% คิดเป็น 50-75 ที่นั่ง แต่ยังเหลืออีก 70 วันอะไรยังเกิดขึ้นได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยต้องการร่างใหม่โดยประชาชนเป็นผู้เขียน จึงอยากเรียกร้องทุกพรรคแสดงจุดยืนให้ชัดว่าอยู่กับเผด็จการหรือประชาชน

“ดำรงค์” ชูแก้เล่ห์นายทุนฮุบป่าสงวน

ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พร้อมกรรมการบริหารพรรค เดินทางลงพื้นที่เพื่อพบปะผู้สมัครในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และตรัง โดยมีผู้สมัครในพื้นที่เดินทางมาร่วมประชุมและรับฟังนโยบายครบทุกเขต นายดำรงค์กล่าวว่า ผู้สมัครทุกคนมีความมุ่งมั่นโดยเฉพาะในเรื่องการดูแลพื้นที่ป่าในพื้นที่ของตัวเอง ในพื้นที่ภาคใต้มีปัญหาในเรื่องพื้นที่ทำกินของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่า และไม่เคยได้รับการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเช่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่สิทธิ์การเช่าไม่ถึงมือชาวบ้านรายเล็กรายน้อยอย่างทั่วถึง แต่นายทุนรายใหญ่กลับเช่าพื้นที่ได้เป็นหมื่นๆ ไร่ ซึ่งพรรครักษ์ผืนป่าฯ จะเข้ามาแก้ปัญหาให้ได้ พรรคจะจัดประชุมผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดรอบ กทม. ในวันที่ 15 ธ.ค. จากนั้นจะจัดประชุมผู้สมัครในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่ จ.พิษณุโลก ในวันที่ 17 ธ.ค.ต่อไป

“วิษณุ” แจง ม.44 เปิดช่อง ป.ป.ช.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 21/2561 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เกี่ยวกับผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ยกเลิกประกาศล่วงล้ำอำนาจของ ป.ป.ช. เว้นแต่กรณีที่ ป.ป.ช. ขอให้เขียนยกเลิกข้อ 5 เพื่อทำให้เหตุการณ์สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ผู้ที่เกี่ยวพันกับการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมีอยู่ 3 ประเภท คือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ ป.ป.ช.จะเป็นผู้กำหนดต้องยื่นแต่ไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ ป.ป.ช.ไม่มีสิทธิกำหนดและต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเดิมกรรมการมหาวิทยาลัยอยู่ในนิยามของคำว่าผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ดังนั้นสิ่งที่คำสั่ง คสช.แก้ไข คือ เอากรรมการในหน่วยงานทั้งหลายของรัฐย้ายไปอยู่ในประเภทเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ ป.ป.ช.จะต้องเลือกกำหนดเอาเอง ถ้ากำหนดว่าให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องยื่นแต่จะไม่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ