จับตา"ชูกัน"เปิดตัว ซบ พปชร. มั่นใจคะแนนส่วนตัวมากกว่าพรรค ยัน ไม่หนักใจ เผย ทำงานการเมืองด้วยใจ เชื่อ ชาวบ้านรับรู้ เดินหน้ารักษาแชมป์ชิง เพื่อไทย

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สนามการเลือกตั้ง เขต 4 เริ่มคึกคักมากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นเขตเลือกตั้งที่น่าจับตามอง เพราะเป็นเขตเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทย หลังครองแชมป์มายาวนาน และเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย ที่มีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย คือ นายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทย เป็น ส.ส.แชมป์เก่า 2 สมัย และเป็น อดีต ส.ส.ขวัญใจชาวบ้าน เจ้าของฉายา "ผู้แทนลูกชาวนา" ที่มีคะแนนท่วมท้นมาตลอด แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ได้มีการย้ายสังกัดพรรค เปิดตัวเตรียมพร้อมเลือกตั้งในนาม พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจะต้องสู้ศึกรักษาแชมป์กับว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่เคยสังกัด คือ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย และยังเป็นเจ้าของฉายา "ดาวสภา" ที่ยอมผันตัวมารักษาพื้นที่จากผู้สมัครบัญชีรายชื่อ มาเป็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต หวังรักษาฐานคะแนนนิยมของพรรคไว้ ถือเป็นเขตเลือกตั้งสำคัญ ที่จะเป็นการวัดระหว่างคะแนนนิยมส่วนตัวของ นายชูกัน กุลวงษา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากเป็น ส.ส.ที่มีคะแนนนิยมส่วนตัวสูง ในการเลือกตั้งที่ผ่านมายังชนะขาดลอยด้วยคะแนนท่วมท้นกว่า 50,000 คะแนน ซึ่งจะต้องวัดระหว่าง กระแสพรรคเพื่อไทย ที่ส่ง นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย มาชิงแชมป์ ทั้งที่เป็นรองเรื่องพื้นที่ใหม่ และมีคะแนนนิยมส่วนตัวน้อยกว่าคนเดิม จึงต้องอาศัยคะแนนนิยม กระแสพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก และต้องทำงานลงพื้นที่หนักอีกหลายเท่า

สำหรับเส้นทางการเมือง และที่มาของ ส.ส.ขวัญใจประชาชน ที่มีคะแนนท่วมท้นถึง 2 สมัยของ นายชูกัน กุลวงษา อายุ 61 ปี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 4 เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานมาจาก เป็นคนในพื้นที่ บ้านเกิดอยู่ ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ครอบครัวเป็นชาวไร่ชาวนามาแต่กำเนิด และเป็นนักต่อสู้ในยุคคอมมิวนิสต์ เนื่องจากพื้นที่ อ.นาแก เคยเป็นพื้นที่สีแดง ทำให้ยึดมั่นอุดมการณ์ อาสาเข้าไปเป็น อาสาสมัครรักษาดินแดน ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ปี 2522 รวมทำงานเป็นเวลากว่า 15 ปี และเป็น อส.ที่มีผลงานยอดเยี่ยมระดับประเทศมาก่อน จนกระทั่งเมื่อปี 2533 ได้อาสาเข้ามาสมัครเลือกตั้งผู้ใหญ่ บ้าน จนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในพื้นที่ ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนมีการพัฒนาเส้นทางการเมือง เป็น ส.อบต. ต.พระซอง เมื่อปี 2539 จนถึงตำแหน่ง ส.อบจ.นครพนม สมัยแรกเมื่อปี 2547 และผันชีวิตลงสนาม ส.ส.ในสังกัดพรรคเพื่อไทย สมัยแรก เมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ที่มีคะแนนนิยมส่วนตัวท่วมท้น เนื่องจากเป็น ส.ส.ลูกชาวนา ขวัญใจชาวบ้าน ที่ใกล้ชิดประชาชน และเป็นนักต่อสู้ให้กับชาวบ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนทุกด้าน อีกทั้งยังผลักดันให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ทำให้ประชาชน ได้รับการแก้ไขปัญหาต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับมาตลอดจนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ได้คะแนนท่วมท้น หาคู่แข่งยาก แต่มีการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ยังทำงานการเมืองต่อเนื่องด้วยใจ ทำให้ครั้งนี้ถึงแม้จะมีกระแสการย้ายพรรค แต่จากปัจจัยคะแนนพื้นฐานเดิมของ นายชูกัน กุลวงษา จำนวนมากกว่า 50,000 คะแนน ยังเชื่อว่าเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.เต็ง 1 สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 4 เนื่องจากฐานคะแนนส่วนใหญ่ มาจากคะแนนส่วนตัวที่สนิทสนมใกล้ชิดและผูกพันกันมานาน เพราะเป็น อดีต ส.ส.ที่ทำงานให้กับชาวบ้านมายาวนาน ตั้งแต่อดีต และมีจุดเด่นในเรื่องของการส่งเสริมการเกษตร ชาวไร่ชาวนา และช่วยเหลือเกษตรกร จากปัญหาอาชีพการเกษตร ที่สำคัญยังเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านที่เคยได้รับรางวัลพระราชทาน ข้าวหอมมะลิดีเด่น ประจำปี 2542 จากในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะศึกษาค้นคว้าผลิตข้าวคุณภาพด้วยตัวเอง จนนำไปส่งเสริมได้ข้าวคุณภาพระดับประเทศ

...

นายชูกัน กุลวงษา อายุ 61 ปี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 4 เปิดเผยว่า ก่อนอื่นตนต้องขอขอบคุณชาวบ้าน ที่ให้การสนับสนุนมาตลอด ในระยะเวลาการต่อสู้เพื่อชาวบ้าน ด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่มากว่า 10 ปี ตั้งแต่ตำแหน่ง อส. ผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต. ส.อบจ.นครพนม ถึงตำแหน่ง ส.ส. หัวใจสำคัญที่ตนคาดหวังมากที่สุด คือ การดูแลรับใช้ชาวบ้าน แก้ไขปัญหาปากท้อง ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้าน ทุกเรื่องที่ทำได้ โดยเน้นการทำงานเชิงรุกเข้าถึงชาวบ้านให้มากที่สุด รวมถึงสะท้อนปัญหาให้กับหน่วยงาน มาช่วยดูแลแก้ไข เพราะตนเป็นลูกชาวไร่ชาวนา ครอบครัวยากจน ไม่มีฐานะ ต้นทุนคืออาชีพทำนา ที่ได้จากพ่อแม่ จึงให้ความสำคัญชาวไร่ชาวนามาตลอด

"ที่ผ่านมา การทำงานการเมือง ตนไม่ได้มองที่พรรคการเมือง แต่เรื่องพรรคถือเป็นกฎกติกา และเป็นแนวทางเส้นทางการเมืองที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า หัวใจสำคัญ ตนเน้นการสร้างความจริงใจ ดูแลชาวบ้านด้วยใจ ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน หรือตำแหน่งอะไร ขอให้เรามีเป้าหมายคือ ประชาชน ทำงานเพื่อประชาชนแท้จริง เชื่อว่าประชาชนจะยอมรับ ยิ่งบ้านเมืองทุกวันนี้มีปัญหาขัดแย้ง มีการปฏิวัติ รัฐประหาร ดังนั้นเราต้องหาทางช่วยกันแก้ไข ให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า หากเรายังยึดติดกับพรรค หรือความขัดแย้งส่วนตัว สิ่งที่ตามมาคือ ชาวบ้านเดือดร้อน มาถึงวันนี้ตนต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า หากเรามีความจริงใจ หรือทำงานเพื่อประชาชนแท้จริงแล้ว พรรคไม่ได้เป็นตัวหลัก สำคัญที่บุคคล เพื่อได้รับเลือกตั้ง มีความจริงใจแค่ไหนกับประชาชน ยอมรับไม่ได้หนักใจในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะตนเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่รับรู้ได้ว่าใครทำงานเพื่อประชาชน ประชาชนได้ประโยชน์ เลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบไหน หากประชาชนตัดสินแล้ว ตนจะยอมรับทุกแนวทาง เพราะเป้าหมายคือทำเพื่อประชาชน" นายชูกัน กล่าว.