"สุรพร" ยัน "พลังประชารัฐ" เข้าร่วมถกแม่น้ำ 5 สาย 7 ธ.ค.นี้ ยันรอฉันทามติคนไทยหนุน "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯ ต่อ พร้อมแจงเป็นไปตามกติกา ประชาธิปไตย ปัดสืบทอดอำนาจ

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.61 นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองส่งสัญญาณว่า จะไม่เข้าร่วมการประชุมระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมือง ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ที่สโมสรกองทัพบก ว่า ยังไม่ทราบว่าพรรคไหนปฏิเสธการเข้าร่วมหารือ แต่พรรค พปชร.จะเข้าร่วมการหารืออย่างแน่นอน ซึ่งตัวแทนของพรรคที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายวิเชียร เชาวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับทาง คสช. และ กกต.โดยยืนยันว่าในการหารือครั้งนี้ พรรคจะไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น

"พรรคเห็นว่าประเทศจำเป็นต้องเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในวันที่ 24 ก.พ.62 ตามแนวทางที่ กกต.เตรียมการไว้ เพื่อให้พัฒนาการประชาธิปไตยไทยได้ก้าวเดินต่อ หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้เข้ามาหยุดยั้งวิกฤติของบ้านเมืองเมื่อ 4 ปีก่อน กระทั่งปัจจุบันประเทศมีความสงบสุขเรียบร้อยดี ทุกฝ่ายจึงเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องมีการเลือกตั้งเพื่อแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยให้นานาชาติได้ยอมรับ ทั้งนี้พรรค พปชร.ขอยืนยันจะร่วมกับพี่น้องประชาชนก้าวข้ามความขัดแย้ง และสลายสีเสื้อต่างๆ เพื่อสร้างรอยยิ้ม สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนนำพาประเทศไทยและคนไทย ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้ได้" นายสุรพร กล่าว

...

ส่วนที่มีบางฝ่ายระบุว่า การที่พรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในบัญชีรายชื่อเพื่อเป็นนายกฯ จะเป็นการสืบทอดอำนาจนั้น นายสุรพร กล่าวว่า กกต.เพิ่งจะรับรองพรรค พปชร.ได้ไม่ถึงเดือน ดังนั้นเราไม่ได้มีส่วนร่วมในวิกฤติการเมืองในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา และที่มาของการก่อตั้งพรรค พปชร.ซึ่งแกนนำทุกคนและอดีต ส.ส.ที่มาเข้าร่วม ล้วนแล้วเป็นเพราะมีอุดมการณ์ที่ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง เมื่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศได้ดี มีนโยบายประชารัฐที่ทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ดังนั้นการที่แกนนำพรรคจะยอมรับในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติทางการเมือง และจะตีความว่าเป็นเรื่องการสืบทอดอำนาจไม่ได้ เพราะผู้ที่จะตัดสินให้พรรคไหนชนะการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ฉันทามติอยู่ที่คนไทยทุกคนที่มีสิทธิลงคะแนน และเมื่อถึงวันเลือกตั้งจะเป็นตัวตัดสินพรรคการเมืองต่างๆ