Thairath Logo
กีฬา

นายกฯเผยในเวลาอันใกล้นี้ จะมีพระราชพิธีสําคัญ

Share :
line-share-logo

บรมราชาภิเษกรัชกาลที่10 รับสั่งให้ดูแลปชช.ดีที่สุด พท.พร้อมสู้เลือกตั้ง100%

นายกฯขอ 2 ข้อ เลือกตั้ง-ไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียนปีหน้าสงบเรียบร้อย เผยจะมีพิธีบรมราชาภิเษกในเวลาอันใกล้นี้ ย้ำ ร.10 ทรงรับสั่งรัฐบาลดูแลประชาชนให้ดีที่สุด กระตุกเตือนคนไทยอย่าลืมอดีตอย่าทำบ้านเมืองแย่กว่าเดิมอัดพรรคการเมืองไม่เคารพกติกาบอยคอตเวที 7 ธ.ค. “สมศักดิ์” ห่วงนายกฯเจอกระทุ้งปมสืบอำนาจ ชี้ พปชร.เสียเปรียบตั้งพรรคช้า หน้าใหม่เยอะ ตั้ง “สุริยะ” คุมอีสาน “อนุชา” กลาง พท.โวพร้อมเลือกตั้ง 100% “สุดารัตน์” ย้ำสโลแกน เพื่อไทยหัวใจคือประชาชน ไม่ขอทนอยู่กับความสิ้นหวัง “เฉลิม” เย้ยแค่เห็นชื่อ “สมศักดิ์-สุริยะ” ก็ชนะใส “เกรียง” กลับไปกลับมาหวนกลับเข้าพรรคอีกรอบ “เสรีพิศุทธ์” ฝันได้ 10 ล้านเสียง ขอท้าชกเผด็จการ สนช.เล็งแก้กฎหมายดัดหลังพวกหนีคดีไม่มีสิทธิ์ฟ้องคนอื่น ขณะที่ประกาศ ป.ป.ช.ยังพ่นพิษ แห่ไขก๊อกระนาว

การเมืองเริ่มคึกคัก แต่ละพรรคแต่ละค่ายนัดประชุม เดินหาสมาชิกพรรค พร้อมประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส. ประกาศแคนดิเดตนายกฯไปบ้างแล้ว ล่าสุดไม่ผิดความคาดหมายเมื่อพรรคพลังประชารัฐเผยไต๋จะใส่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯของพรรคสำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

“บิ๊กตู่” ปลื้มชาวชัยภูมิแห่รับล้น

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 ธ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการและเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เมื่อนายกฯถึง จ.ชัยภูมิ ได้ขึ้นรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 1 กษ 4747 กรุงเทพมหานคร ไปยังอ่างเก็บน้ำลำสะพุง โดยมีประชาชนมารอต้อนรับ 2 หมื่นกว่าคน จากนั้นนายกฯรับฟังบรรยายสรุปโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง ที่จะสร้างเสร็จในปี 64 ประชาชนจะได้รับประโยชน์ 14,160 ครัวเรือนหรือ 87,600 คน ก่อนกล่าวกับประชาชนว่า จ.ชัยภูมิถือเป็นบ้านเกิดของตนอีกหลังหนึ่ง เพราะพ่อมาแต่งงานกับสาวชัยภูมิ และนับตั้งแต่เป็นนายกฯ ที่นี่มีประชาชนมาต้อนรับมากที่สุด ตนไม่ใช่คนปากหวาน แต่นี่แสดงถึงความมีน้ำใจคนชัยภูมิ

ขอเลือกตั้ง–เจ้าภาพอาเซียนสงบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยินดีที่เห็นทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น มารวมกับประชาชน ที่เป็นพลังประชารัฐ วันนี้มาไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่มาติดตามการทำงาน ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ส่วนที่เป็นไปได้ที่ติดขัดปัญหามากมาย ติดขัดการรักษาระบบนิเวศเพราะมีปัญหาพื้นที่ใหญ่เกินไป ประชาชนไม่ยินยอม ไม่ใช่ว่าหยุดโครงการแล้วเก็บเอาไว้ แต่รัฐบาลนี้เอามาทุกอัน งบฯที่มีอยู่อย่างจำกัดเราก็พยายามขับเคลื่อนให้ดีที่สุด อย่างการบริหารจัดการน้ำ รัฐบาลใช้งบฯมากพอสมควร ชอบหรือไม่ชอบตรงไหนก็ต้องทำ ตรงไหนที่ไปไม่ได้ก็ต้องไป ทุกรัฐบาลต้องทำแบบนี้ อย่างโครงการนี้งบฯเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องเข้า ครม.ทำตามใจไม่ได้ ต้องมีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น นี่คือประชาธิปไตย ดูความจำเป็นพื้นที่ ลดความยากจนโดยไม่แบ่งชนชั้น ปีหน้าไทยจะเป็นประธานอาเซียน ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรไทยต้องได้เป็นประธานอาเซียนอย่างแน่นอน ไม่มีใครมาปิดกั้นใดๆ และต้องเป็นการประชุมที่สงบ เพราะไทยเคยเป็นมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ ตนขอ 2 เรื่อง คือเลือกตั้งต้องสงบเรียบร้อย เป็นประธานอาเซียนต้องสงบ อย่าให้ใครมาทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีก มันเสียชื่อประเทศ วันนี้สื่อโซเชียลมักจะนำเสนอปัญหาความขัดแย้ง ข่าวเชิงสร้างสรรค์ต้องมีด้วย ประชาชนต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง ควบคู่มาตรการต่างๆที่รัฐบาลออกมา

มีพิธีบรมราชาภิเษกเวลาอันใกล้นี้

“3 สิ่งที่เป็นสถาบันหลักของชาติคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้ง 3 สิ่งนี้เราทิ้งไม่ได้ เพราะเป็นสถาบันหลักของประเทศมาโดยตลอดในทุกรัชกาลที่ผ่านมา อีกระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะมีพิธีสำคัญ นั่นคือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงต้องมีประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันนี้พระองค์ท่านทรงเป็นสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ต้องมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทรงเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่คือหนึ่งหลักสำคัญของประเทศ ผมรู้ว่าทุกคนจงรักภักดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้ช่วยกัน สิ่งที่รัชกาลที่ 9 ทรงทำไว้ทั้งหมด รัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานรักษาต่อเนื่อง โดยทรงรับสั่งกับผมและรัฐบาลเสมอ ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ทำสิ่งที่ประชาชนต้องการให้ได้โดยเร็ว แก้ไขเหตุติดขัดต่างๆ และต้องชี้แจงทำได้หรือไม่ได้ เพราะอะไร ไม่อย่างนั้นประชาชนจะไม่เข้าใจ และต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดทั้งสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9” นายกฯกล่าว

อย่าลืมอดีต–อย่าทำแย่กว่าเดิม

จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านและยังได้ทดลองนั่งเรือคยัคที่นำมาจัดแสดงที่บูธการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันนักเรียนในพื้นที่ได้เล่นอังกะลุงและขับร้องบทกลอนที่แต่งขอบคุณ ก่อนที่นายกฯจะขับรถแทรกเตอร์ดันหน้าดินเพื่อเป็นสัญลักษณ์เปิดโครงการฯ ขณะที่ช่วงบ่ายนายกฯเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติตาดโตน ต.ท่าหินโงม อ.เมืองชัยภูมิ และเป็นประธานในพิธีเปิดฝายลำดับที่ 111 และเปิดระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมปลูกต้นรวงผึ้งภายใต้โครงการ “ป่ารักษ์น้ำโล่ใหญ่ชัยภูมิ” ก่อนกล่าวกับประชาชนกว่า 10,000 คนว่า คนอีสานแท้จริง รักใครรักจริง แต่ขอให้รักให้ถูกคน รักคนที่จริงใจและทำงานให้ กับเรา ไม่ใช่ที่พูดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย รัฐบาลหน้าต้องเลือกให้ดี ต้องพูดว่าทำอะไรให้ ไม่ใช่พูดแค่ปากเปล่า สิ่งที่รัฐบาลทำบางอย่างอาจจะช้า เพราะเราเคยชินกับสิ่งที่เคยทำมาตลอดชีวิต หากไม่เปลี่ยนแปลงวันนี้วันหน้าลูกหลานจะลำบาก จึงเขียนยุทธศาสตร์ 20 ปี ดังนั้น อย่าให้ใครมาล้มยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทที่ได้วางไว้ให้ การเมืองกำลังเดินหน้าอย่าให้การเมืองทำบ้านเมืองแย่กว่าเดิม ทุกคนรู้อะไรดีไม่ดี อย่าลืมเกิดอะไรขึ้น 4 ปีที่ผ่านมา

กระตุกสำนึกรักษาสถาบันกษัตริย์

นายกฯกล่าวว่า วันนี้เราเกิด 2 รัชกาล คือรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ดังนั้น จึงต้องรักษาสถาบันหลักของเราไว้ ใครจะมาล่วงล้ำ ดูถูก ล่วงเกิน ไม่ได้โดยเด็ดขาด อย่างน้อยเรามีแผ่นดินให้อยู่และแผ่นดินให้เราตาย เป็นแผ่นดินไทยที่มีอิสรเสรีมาโดยตลอด วันนี้ต้องคืนสู่ปกติสุขให้ได้ เวลาอันใกล้กำลังจะมีพิธีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 10 ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม ก่อนนายกฯจะเดินทางกลับ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีที่บอกกับประชาชนกำลังใกล้จะมีงานพระราชพิธีสำคัญว่า อย่างที่เคยบอกมาตั้งนานแล้วว่าจะมี แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นวันไหน แล้วแต่พระองค์ท่านจะกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นเรื่องที่พระองค์จะพระราชทานและกำหนดเอง เมื่อมีการโปรดเกล้าฯลงมา เราก็ต้องทำบ้านเมืองให้เรียบร้อย

ซัดไม่เคารพกติกาบอยคอตเวที 7 ธ.ค.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งจะเลือกกันอย่างไรก็ว่ากันไป แต่อย่าทำให้ทุกอย่างต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งไปเสียหมด ทุกอย่างต้องไปด้วยกันให้ได้ เมื่อถามถึงการพูดคุยกับพรรค การเมืองในวันที่ 7 ธ.ค. เรื่องการปลดล็อกจะได้คำตอบที่ชัดเจนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น แค่เข้าไปรับฟังเฉยๆ ส่วนที่ บางพรรคการเมืองประกาศไม่เข้าร่วมนั้น ถ้าเขาไม่มาก็ช่างเขาสิ ไม่มาแปลว่าไม่อยากเลือกตั้งหรืออย่างไร แสดงว่าไม่อยากเลือกตั้งนี่นา ถ้าอย่างนี้ก็ไม่เคารพกติกา แล้วจะอยู่กันได้มั้ยเล่า จะมาเป็นรัฐบาลได้ยังไง

“สมศักดิ์” ห่วง “บิ๊กตู่” เจอตีสืบอำนาจ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เพื่อหารือถึงแนวทางวิธีการในการหาเสียง นายสมศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นที่เป็นห่วงเกรงว่าจะถูกนำไปพูดให้เป็นประเด็นทางการเมืองคือการสืบทอดอำนาจ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการวิจารณ์ว่าสืบทอดอำนาจ มีพรรคการเมืองบางพรรคพูดเรื่องนี้อยู่เสมอ และเชื่อว่ายิ่งใกล้วันรับสมัคร ส.ส. และลงคะแนนจะยิ่งเอาประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาพูด โดยไม่เอาเรื่องของนโยบายที่เป็นประโยชน์มานำเสนอ แต่ตนมองว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจแน่นอน เพราะจากการประชุมพรรคพลังประชารัฐครั้งแรก ผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ไม่เห็นมีชื่อระดับนายพลสักคน ไม่มีฝ่ายของทหารเข้ามาเลย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่ไม่มีทหารหรือใครมาเป็น ส.ส. จะไปสืบทอดอำนาจได้อย่างไร

ชี้ พปชร.เสียเปรียบตั้งพรรคช้า

เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองระบุว่า คะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐในภาคอีสานไม่ได้สูงอย่างที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคอ้าง นายสมศักดิ์ตอบว่า เท่าที่ดูนโยบายของพรรคและผลงานที่ผู้สมัคร ส.ส.นำไปอ้างอิงยังเห็นว่าเป็นบวก แต่ในขณะที่พรรคอื่นที่ลงไปในพื้นที่ยังไม่เห็นพูดถึงนโยบายอะไรนอกจากการสืบทอดอำนาจ ความขัดแย้ง เรื่องเผด็จการ มีอยู่เท่านี้ เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคพลังประชารัฐได้เปรียบพรรคอื่นในหลายเรื่อง นายสมศักดิ์ตอบว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐเสียเปรียบหลายเรื่อง เช่น ตั้งพรรคช้า มีผู้สมัครหน้าใหม่จำนวนมาก ในสังคมไม่มีอะไรที่เสียเปรียบหรือได้เปรียบทั้งหมด ต้องคละกันไป แต่เวลานี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองอื่นพูดเรื่องนโยบายเลย

ตั้ง “สุริยะ” คุมอีสาน–“อนุชา” กลาง

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมรองรับหลังจากที่ คสช.จะปลดล็อกทางการเมืองแล้ว โดยดูในแต่ละพื้นที่ว่าจะใช้วิธีการหาเสียงอย่างไร โดยในภาคอีสานมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ดูแล ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย ดูแลภาคกลาง และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ดูแล กทม. ภาพรวมจากการลงพื้นที่ของสมาชิกพรรคพบว่ากระแสของพรรคดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ รวมถึงใน กทม.ด้วย ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ แม้ตัวผู้สมัครเราจะไม่มีชื่อเสียงมากนัก แต่ด้วยนโยบายและการหาเสียงเชื่อว่าชาวบ้านจะให้โอกาสเรา

โต้ “เฉลิม” ไม่เคยกดหัวรังแก ขรก.

นายธนกรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย โจมตี 4 รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐที่ยังไม่ลาออกว่าขาดธรรมาภิบาลนั้น ดีใจที่เห็นท่านเข้าใจเรื่องธรรมาภิบาล แต่เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกัน ยืนยันว่า 4 รัฐมนตรีไม่ได้เอาเปรียบทางการเมือง เสียเปรียบด้วยซ้ำ เพราะลงพื้นที่ได้แค่วันเสาร์และอาทิตย์ หรือบางครั้งวันธรรมดาต้องรอให้หมดเวลาราชการ ที่ผ่านมา 4 รัฐมนตรีทำงานหนัก ไม่เคยมีพฤติกรรมกดหัวข้าราชการ หรือรังแกกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น สาเหตุที่ยังไม่ลาออกก็เพราะยังมีภารกิจที่ต้องสะสางให้เสร็จเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นอย่าเสียเวลากับเรื่องนี้เลย ร.ต.อ.เฉลิมควรเอาเวลาไปคิดนโยบายดีๆ เพื่อบอกกับประชาชนดีกว่า

ถกแกนนำตั้ง กก.ยุทธศาสตร์ ลต.

ช่วงเย็นเวลา 16.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการด้านยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ได้เรียกประชุมแกนนำพรรคในแต่ละภาค อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายสุพล ฟองงาม นายสุชาติ ตันเจริญ นายอนุชา นาคาศัย นายเอกราช ช่างเหลา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เข้าร่วมประชุมด้วย ต่อมานายสนธิรัตน์เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ประกอบด้วยนายสุริยะ นายสมศักดิ์ นายสุชาติ นายสันติ นายวิรัช นายสุพล นายเอกราช นายอนุชา นายสนธยา คุณปลื้ม นายณัฏฐพล และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นต้น ทั้งหมดนี้จะร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง โดยหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะมีคำสั่งแต่งตั้งเร็วๆนี้

จ่อทำไพรมารีโหวตเลือกชื่อนายกฯ

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ส่วนการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.อยู่ในบัญชีพรรคเป็นนายกฯอันดับ 1 นั้น เวลานี้ยังเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคเท่านั้น และตนก็มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ยังต้องรอกระบวนการของพรรคตัดสินใจ และยังมองหาบุคคลที่เหมาะสม การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งแบบกาบัตรใบเดียว ที่ต้องเลือกถึง 3 อย่าง 1.ตัวผู้สมัคร 2.พรรค 3.เลือกนายกฯ พรรคจึงต้องเลือกคนที่ประชาชนต้องการมากที่สุด และเป็นไปได้อาจทำไพรมารีโหวตคัดบุคคล 3 รายชื่อในบัญชีนายกฯของพรรค เพื่อวัดความนิยมจากประชาชน

เผยแผนดีลต่อรองถวายพาน ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก คสช.ว่า ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชนะ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคที่ผ่านมา ทำให้แผนการยึดพรรคไม่สำเร็จ ส่งผลต่อเส้นทางการกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. อาจไม่ราบรื่น เพราะหลังเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์อาจมีจำนวน ส.ส.มากกว่าพรรคพลังประชารัฐ นายอภิสิทธิ์จะขึ้นเป็นคู่เทียบในตำแหน่งนายกฯ อาจเกิดการเล่นแง่ต่อรอง นับเป็นอุปสรรคอย่างมาก ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรองหัวหน้า คสช. พยายามต่อสายกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์หลายคน โดยเฉพาะนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอเจรจาประนีประนอมด้วยการยกกระทรวงเกรดเอ และตำแหน่งสำคัญต่างๆในรัฐบาลหน้าให้ เพื่อแลกกับการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่ยังไม่สามารถติดต่อนายเฉลิมชัยได้

พท.โวพร้อมเลือกตั้ง 100%

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และวิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นาย พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ โดย น.อ.อนุดิษฐ์ในฐานะผู้ดำเนินการประชุมกล่าวว่า เกือบ 5 ปี พรรคเพื่อไทยไม่เคยหยุดนิ่ง เรียนรู้ รับทราบจากทุกปัญหาของประชาชนโดยตลอด จากนี้ไปพร้อมเสนอนโยบายต่างๆ ให้ประชาชนตัดสินใจ เราพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับวันเลือกตั้งที่จะมาถึง

ย้ำจุดยืนเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อสมาชิกพรรคตอนหนึ่งว่า 17 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ครั้งพรรคไทยรักไทย เราเจอวิกฤติการเมืองอย่างหนัก แต่คนทำงานพรรคเพื่อไทยยังยืนอยู่อย่างแข็งแกร่ง พรรคเพื่อไทยทำงานอย่างหนักเพื่อให้ทุกข์ประชาชนถูกแก้ไข 17 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีพรรคการเมืองใดที่ทำการบ้านหนักเท่ากับพวกเรา แก้ปัญหาให้ประชาชน ได้ตรงจุดเท่าพวกเรา และจากการลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกพรรค พบว่าปัญหาของประชาชนร้อยละ 59 คือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รวยกระจุก จนกระจาย ร้อยละ 14 คือปัญหายาเสพติดระบาดหนัก ร้อยละ 13 คือปัญหาคอร์รัปชันหนักกว่าในยุคที่ไม่มีนักการเมือง พรรคเพื่อไทยจะทุ่มเทสุดกำลัง สุดสติปัญญา เพื่อหยุดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศทุกระดับชั้น หยุดปัญหายาเสพติด หยุดปัญหาคอร์รัปชัน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนเลือกข้างแล้วว่าจะไม่ทนอยู่กับความสิ้นหวังอีกต่อไป เลือกที่จะก้าวหน้าทันโลก ไม่ใช่ล้าหลัง วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเดินหน้าจับมือกับประชาชน เพื่อนำความหวัง สร้างอนาคตของประเทศไทยร่วมกัน เราจะคว้าโอกาสของโลกยุคใหม่มาใส่มือคนไทยให้ได้มากที่สุด เพราะหัวใจของพรรคเพื่อไทยคือประชาชน

“เฉลิม” เขินยืนโชว์พลังข้าง “สุดารัตน์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้าย พิธีกรบนเวทีได้ชวนให้คณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้อาวุโสในพรรค ร่วมถ่ายภาพพร้อมกับตะโกนว่า เพื่อไทยสู้ๆ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ สมาชิกพรรค ได้ผายมือเชิญ ร.ต.อ.เฉลิมที่ยืนอยู่ด้านข้างให้เขยิบมายืนตรงกลางอยู่หลายครั้ง เพื่อให้ใกล้กับคุณหญิงสุดารัตน์มากที่สุด แต่ ร.ต.อ.เฉลิมย้ำอย่างอารมณ์ดี ไม่เป็นไรๆ ยืนตรงนี้ได้ไม่เป็นไรๆ

“ภูมิธรรม” แฉงัดวิชามารบีบ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ ลำดับที่ 1 ว่า ถือเป็นสิทธิเมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนมาเพื่อพวกเราก็ต้องทำตามกระบวนการไป วันนี้หัวใจสำคัญของเพื่อไทยอยู่ที่การฟ้องประชาชน ล่าสุดมีคนมาเล่าว่ามีการเตรียมกลยุทธ์กดดันให้อดีต ส.ส.บางคนไม่ลงเลือกตั้งทำให้พรรคต้นสังกัดหาคนไม่ทัน แต่วันนี้ยังกล่าวหาใครไม่ได้เต็มปากเพียงแต่ฟังแล้วก็เตือนลอยๆ กลางอากาศว่า อย่าทำอย่างนั้น วันนี้การเมืองต้องพัฒนาไม่ใช่ถอยหลังลงคลองน้ำเน่าอย่างเมื่อ 60 กว่าปีที่แล้วมันน่าละอาย แต่เราเชื่อในอำนาจของประชาชนมีผลในการเปลี่ยนความไม่ชอบมาพากลให้ออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ สร้างความยุติธรรมให้กับฝ่ายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

“เฉลิม” ชี้สกัดโกงได้ พท.ชนะใส

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้สับสน 4 รัฐ มนตรีไปตั้งพรรคพลังประชารัฐ ยังมีอีกคนที่เป็นอีแอบใช้ 4 รัฐมนตรีออกหน้า ไม่ลาออกไม่รู้สึกละอาย คนที่สมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐเข้าใจผิดว่าจะได้เป็นรัฐบาลทั้งที่อาศัยใบบุญปฏิวัติรัฐประหารเอาเปรียบทุกพรรคปราศรัยหาเสียงไม่ได้แต่พลังประชารัฐทำได้ ต้องขอบคุณที่ตั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานคณะกรรมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พอเอ่ยชื่อ 2 คนนี้ รู้เลยพรรคพลังประชารัฐแพ้แล้ว อยู่ในสภาเคยอภิปรายอะไรบ้าง ถ้าพรรคเพื่อไทยป้องกันการโกงกับคนที่ตั้งท่าจะโกงได้พรรคเพื่อไทยชนะขาด ส่วนกรณีที่ชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต้องดูว่าคนที่จะชูขึ้นมาได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปหรือไม่ วันนี้คนเห็นฝีมือแล้วเหมือนลิเกดูไปสามรอบจะให้เล่นรอบที่สี่ไม่มีอะไรตื่นเต้น อดีต ส.ส.เพื่อไทยที่ย้ายไปคงไปแต่ตัวแต่คะแนนไม่ได้ตามไป

ลูกชายกล่อม “เกรียง” กลับ พท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมพรรคเพื่อไทยปรากฏว่านายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ลาออกไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้เข้าร่วมประชุมด้วยโดยนายเกรียงกล่าวว่า ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ทษช.วันที่ 23 พ.ย.และสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยวันที่ 24 พ.ย. เนื่องจากนายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี บุตรชาย บอกว่าการที่พ่อลูกอยู่คนละพรรคทำให้หาเสียงลำบากรวมถึงอดีต ส.ส.อุบลราชธานี ก็มาบอกให้กลับมาอยู่พรรคเพื่อไทยด้วยกันไม่เช่นนั้นทีมเพื่อไทยที่อุบลราชธานีจะไม่เข้มแข็งเหมือนเดิมจึงตัดสินใจกลับมา จากนี้จะแจ้งความประสงค์สมัครเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

“ณัฐวุฒิ” ชี้ ลต.เกมสืบอำนาจ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า จากกติกาและการใช้อำนาจรัฐ เกม การเมืองสารพัดรูปแบบที่ฝ่ายผู้มีอำนาจใช้สร้างความได้เปรียบทางการเมืองเพื่อสืบทอดอำนาจส่งผลให้การเลือกตั้งสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตยถูกแปลงเพศกลายเป็นเครื่องมือของเผด็จการไปแล้วหรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจนถึงวันลงคะแนนจะมีความพิสดารอะไรออกมาอีก ล่าสุดพูดกันหนาหูในหมู่นักการเมืองว่าวิธีการหาเสียงเลือกตั้งที่จะประกาศโดย กกต.จะจำกัดการรณรงค์ไม่ให้มีเวทีปราศรัยใหญ่ ผู้สมัครแต่ละพรรคจะขึ้นหาเสียงได้เฉพาะเวทีที่ กกต.จัดให้ การใช้สื่อประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดียจะมีข้อจำกัดอีกมาก ถ้าเป็นจริงเท่ากับว่าเลือกตั้งคราวนี้เสรีภาพของประชาชนและพรรคการเมืองจะเป็นเหมือนนกถูกถอนขนมีปีกบินไม่ได้

“เหวง” ซัด “บิ๊กตู่” อาการหนักข้อ

นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการแสดงอารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กรณีถูกซักถามเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ที่ผ่านมานายกฯแสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวถึงขั้นขู่ทุ่มโพเดียม ขว้างปาสิ่งของตลอดระยะเวลาที่อยู่ในอำนาจ เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมสำหรับคนอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ที่เป็นผู้บริหารสูงสุดในประเทศ แม้นายกฯ จะแก้เกี้ยวโดยการขอโทษ แต่ยังมีพฤติกรรมเช่นเดิมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแสดงถึงความไม่จริงใจใน

การขอโทษ ไม่คิดเปลี่ยนพฤติกรรม ถือว่าหนักข้อกว่าเก่า แสดงถึงความไม่เคารพประชาชน ล่าสุดนายกฯใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง เมื่อมีคนตั้งคำถามก็ต้องรับผิดชอบจะใช้ถ้อยคำรุนแรงถึงขั้นว่า “แม่ง ซังกะบ๊วย” ไม่ได้ แล้ว ยังแสดงการกลบเกลื่อนเหมือนเดิมให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาขอโทษ เหมือนการตบหน้าประชาชน แล้วประชาชนยังอยากให้คนเช่นนี้กลับมาเป็นนายกฯอีกหรือ

ประเทศไม่ใช่ค่ายทหารสั่งไม่ได้

นายสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งคงไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่พรรคหารือกับ กกต.นั้น กกต.จะบอกเสมอว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและมีผลกระทบโดยรวม เจ้าหน้าที่ กกต.จะต้องแจ้ง คสช.ให้รับทราบ แล้วก็แจ้งที่ประชุม กกต.เพื่อให้อนุมัติ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกอาการเกรี้ยวกราดบ่อยๆ ทำให้ทุกคนมั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีก พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนน่าสงสาร วุฒิภาวะทางอารมณ์ชำรุด เพราะทำจนชินแล้วจะแก้ยาก เป็นนายกฯแล้วแสดงพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยๆไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์คงเข้าใจผิดว่าประเทศไทยคือกองทัพ ที่ท่านสั่งหันซ้ายหันขวาได้ เมื่อนายกฯมีบุคลิกเช่นนี้ประชาชนที่ไหนจะกล้าถามอะไร

ประชาชาติชูธงแก้ ก.ม.ประมง

ที่ จ.สงขลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย นายวรวีร์ มะกูดี น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรค และนายสุพจน์ พร้อมด้วยทีมงานด้านการศึกษา เศรษฐกิจ เยาวชน และสตรี ลงพื้นที่พบปะกลุ่มชาวประมง จ.สงขลา ที่ร้านคอฟฟี่สเต็ก อ.สิงหนคร เพื่อรับสมัครสมาชิกพรรค แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรับฟังปัญหาของชาวประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้แสดงเจตนารมณ์จะลงสมัครรับเลือกตั้งสังกัดพรรคประชาชาติภาคใต้ครบทั้ง 50 เขตแล้ว พรรคมีนโยบายหลักในเรื่องความอยู่ดีมีสุขของประชาชนกับความมั่นคงของประเทศ ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องเร่งด่วน และเห็นว่าปัจจุบันกฎหมายประมงทำร้ายการประกอบอาชีพประมงไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์และสิทธิมนุษยชนพรรคต้องเข้าไปแก้ไข

“มาร์ค” ตอก “บิ๊กตู่” ทำเสียเอง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความไม่พอใจกรณีสื่อมวลชนถามประเด็น กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง ว่า สื่อมวลชนมีสิทธิ์ถามเพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ส่วนตัวยังเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ใช้เหตุผลในการทำรัฐประหารว่าองค์กรอิสระถูกแทรกแซง แต่ปัจจุบันกลับทำเสียเอง และกรณีรัฐบาลออกหลายมาตรการช่วยเหลือประชาชน มั่นใจว่ามาตรการที่เตรียมออกมาเป็นการหาเสียงต่อเนื่องมากกว่า

ชทพ.ฝาก กกต.เอาน้ำเย็นเข้าลูบ

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และหัวหน้าทีมโฆษกพรรค กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า เห็นใจพรรคที่ได้รับผลกระทบ ฝากถึง กกต.ว่าหากอะไรที่แก้ไขได้ทันก็ควรทำให้เกิดความปรองดองเพื่อลดความกดดันของแต่ละพรรค เพราะอาจจะเกิดความวุ่นวายได้ พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคการเมืองเล็กๆ ต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์เชื่อว่าหลายพรรคคงรอพูดคุยกันวันที่ 7 ธ.ค.ในเรื่องปลดล็อก ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนายังไม่ได้พูดคุยในเรื่องเสนอชื่อนายกฯ แต่ส่วนตัวคิดว่าคนที่เหมาะสมคือหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แม้เป็นผู้หญิงแต่ก็มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าใครและยังเป็นลูกมังกร

“เสรีพิศุทธ์” ขอท้าชกเผด็จการ

ที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำคณะกรรมการบริหารและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เดินแจกใบสมัครสมาชิกพรรคให้พ่อค้าแม่ค้า พนักงานออฟฟิศย่านถนนสีลมและซอยละลายทรัพย์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญอยากได้รัฐบาลที่มาแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งพรรคเสรีรวมไทยไม่กระทบมากจะยุ่งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขตใหม่ออกมาต้องเปลี่ยนการดำเนินการใหม่ ตนขอคะแนนจากประชาชน 10 ล้านเสียง ขอจองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นของแถม การประชุมพรรคการเมืองกับ คสช.ในวันที่ 7 ธ.ค.ยืนยันไม่ไปร่วมจะไปคุยกับเผด็จการรู้เรื่องได้อย่างไร ขนาด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ยังท้าชกกับคนอื่นได้ ดังนั้น ตนขอท้าพวกเผด็จการมาชกกันดีกว่า

7 ธ.ค.นัดหารือปลดล็อกการเมือง

วันเดียวกัน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองเลขาธิการ คสช. เปิดเผยว่า วันที่ 7 ธ.ค. เวลา 13.00-17.00 น. คสช.จะจัดประชุมชี้แจงแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป ที่สโมสรทหารบก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นประธาน พร้อมเชิญสมาชิก คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการ เลือกตั้ง รวมถึงผู้แทนพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุม ซึ่งจะชี้แจงข้อหารือของแม่น้ำ 5 สายเพื่อเป็นไปตามบทบาทหน้าที่ของ คสช.ที่ได้กำหนดไว้ในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมืองในข้อ 8 ซึ่งให้ คสช.ประชุมส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมาย ประกาศ/คำสั่ง อันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมืองและจัดทำแผนขั้นตอนการดําเนินการทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป โดยเชิญผู้เข้าร่วมประชุม ประมาณ 280 คนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนพรรคการเมืองพรรคละ 2 คน

ภาคอีสานสมัคร ส.ว.มากสุด

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 26-30 พ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. 7,210 คน มีผู้ยื่นใบสมัครด้วยตนเอง 6,705 คน และสมัครพร้อมแสดงหนังสือแนะนำชื่อผู้สมัครจากองค์กรมีจำนวน 505 คน แบ่งเป็นชาย 5,315 คน และหญิง 1,895 คน จังหวัดที่มีผู้สมัครโดยยื่นใบสมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ อุบลราชธานี 431 คน ขอนแก่น 377 คน สกลนคร 296 คน ร้อยเอ็ด 267 คน และ เชียงใหม่ 265 คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้สมัครน้อยที่สุด 5 อันดับแรก คือ ชุมพร 16 คน พังงา 17 คน สิงห์บุรีกับระนอง 18 คน และบึงกาฬ 23 คน ทั้งนี้ จาก 10 กลุ่มพบว่ากลุ่มอาชีพกสิกรรม ปลูกพืชล้มลุก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง สมัครมากสุดรวม 1,452 คน

จวก กกต.เป่าสากไม่โปรโมต ส.ว.

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.จาก 10 กลุ่มวิชาชีพเพียง 7 พันคนต่ำกว่าเป้าที่ กกต.วางไว้ถึงร้อยละ 88 ว่า สาเหตุน่าจะเกิดมาจากกระแสข่าวการย้ายพรรคพลังดูด ส.ส.กลบข่าวการรับสมัคร ส.ว. อีกทั้ง กกต.ไม่ได้โปรโมตเรื่อง ส.ว.อย่างต่อเนื่องเพียงพอ และ ส.ว.กลุ่มอาชีพตามบทเฉพาะกาลที่ให้เลือกแต่ละระดับคัดให้เหลือ 200 คน แล้วให้ คสช.เลือกเหลือแค่ 50 คน อาจเป็นการไม่จูงใจผู้สมัครเกรงว่าสุดท้ายแล้ว คสช.จะไม่เลือก สิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตคือยอดผู้มาสมัครแบบอิสระด้วยตนเองเยอะกว่าผู้สมัครแบบองค์กรสะท้อนหลักคิดที่ กรธ.เขียนให้มีการสมัครแบบอิสระเพียงอย่างเดียวนั้นดีอยู่แล้วก่อนที่ สนช.จะแก้สามารถสมัครได้ 2 แบบคือ อิสระและองค์กร โดยขอให้จับตากลุ่มที่ 6 กลุ่มอาชีพกสิกรรม จะเห็นว่ามีผู้มาสมัครเยอะสะท้อนว่ากลุ่มอาชีพต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

ดักคอ คสช.อย่าล็อกสเปก

นายชาติชายกล่าวด้วยว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะ กกต.เพิ่งเข้ารับหน้าที่เพียงไม่นานจึงส่งผลให้มีผู้มาสมัคร ส.ว.น้อยคงไม่ได้เพราะสำนักงาน กกต.ฝ่ายประจำไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนต่อเนื่อง ทำให้มีผู้มาสมัครน้อย ส่วนจะส่งผลต่อการยอมรับผลการเลือก 50 ส.ว.หรือไม่นั้นไม่น่ามีปัญหาเมื่อเหลือ 200 คนสุดท้าย คสช.ควรคัดเลือกให้เหมาะสมตามสัดส่วนให้มีสัก 5 คนจาก 10 กลุ่ม คำนึงถึงที่มาในแต่ภาคทั่วประเทศไทย เพศควรคละกันชายหญิง ที่สำคัญคือควรคัดเลือกจากวิธีสมัครแบบอิสระให้มากกว่าวิธีการสมัครจากองค์กรรับรอง ตามยอดที่มีผู้มาสมัครแบบอิสระมากกว่า

สนช.เล็งแก้ ก.ม.พิจารณาคดีอาญา

นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวว่า ในการประชุม สนช.วาระพิเศษ วันที่ 4 ธ.ค. ที่ประชุม สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในวาระ 2-3 หลังจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญคือการแก้ไขหลักเกณฑ์ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีที่มีอัตราโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไปต้องมีหลักประกัน จากเดิมกำหนดไว้ที่คดีที่มีอัตราโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดี ที่มีอัตราโทษไม่เกิน 10 ปี ส่วนใหญ่เป็นคดีโทษไม่ร้ายแรง มีโอกาสได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวมากขึ้น โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้าไม่มีพฤติการณ์ข่มขู่พยาน หรือหลบหนีคดี นอกจากนี้ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง หากมีพยานหลักฐานว่าเป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้ง เพื่อให้ ผู้อื่นได้รับโทษหนักกว่าที่ควรเป็น ศาลจะมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีนั้นก็ได้ และห้ามโจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นอีก

ดัดหลังพวกหนีคดีห้ามฟ้องคนอื่น

นายมหรรณพกล่าวว่า คำว่าการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตให้ครอบคลุมถึงกรณีโจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่ง คำพิพากษาของศาลในคดีอาญาอื่นซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรด้วย ดังนั้น กรณีโจทก์หลบหนีคดีไปต่างประเทศจะไม่มีสิทธิมายื่นฟ้องพร่ำเพรื่อในคดีอาญาใดๆได้อีก แม้จะยื่นฟ้องมา ศาลก็ไม่รับฟ้อง เพราะถือว่าบุคคลใดที่ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ย่อมไม่ได้สิทธิได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ากรณีนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศ ไม่มีสิทธิจะมายื่นฟ้องคดีอาญาใดๆในประเทศได้อีกใช่หรือไม่ นายมหรรณพตอบว่า ไม่ใช่เฉพาะนายทักษิณหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่หมายถึงทุกคนที่หลบหนีคดี หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีผลบังคับใช้จะไปฟ้องคนอื่นเป็นคดีอาญาไม่ได้ ยกเว้นคดีแพ่ง เพราะถือว่าเมื่อไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมก็ไม่ควรได้รับการคุ้มครอง เจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ต้องการแก้เกมหรือกลั่นแกล้งใคร แต่ต้องการให้ความยุติธรรมไม่ให้มีการฟ้องแก้เกี้ยวเพื่อกลั่นแกล้งกัน

ประกาศ ป.ป.ช.ทำ สธ.อลเวง

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ธ.ค. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ มีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช.เป็นประธานเพื่อพิจารณาสรรหากรรมการที่ลาออกไป 4 คน ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกประกาศให้กรรมการในองค์กรอิสระต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน นพ.ปิยะสกลกล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ แต่งตั้งบอร์ด สปสช.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิแทน 4 คนที่ลาออก ประกอบด้วย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข พล.อ.นพ.เอกจิต ช่างหล่อ นางดวงตา ตัณโช และ นางสมศรี วัฒนไพศาล ส่วนที่มีกระแสข่าวกรรมการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นั้น มีการลาออกแต่ยังไม่มีหนังสืออย่างเป็นทางการ

อ้างกระทบคนรอบข้างขอไขก๊อก

นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผอ.สรพ. กล่าวว่า มีกรรมการขอลาออกถึง 3 คน ประกอบด้วย นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อดีตอธิบดีกรม สุขภาพจิต และ นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นพ.จิรุตม์กล่าวว่า ไม่คัดค้านการยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะการเปิดเผยอาจเป็นการกระทบต่อบุคคลที่สามหรือไม่ ทั้งการเป็นบอร์ด สรพ.ไม่ใช่งานการเมือง ขณะที่ นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.สวรส. กล่าวว่า เท่าที่ทราบ บอร์ดของ สวรส.ประสงค์จะยื่นเรื่องลาออก 2 คน แต่ก็ยังไม่มีการยื่นหนังสือมาอย่างชัดเจน เชื่อว่ายังรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช.

“พิชัย” จี้แบงก์ชาติยื้อขึ้นดอกเบี้ย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงกรณีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังจะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนนี้ว่า อยากขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยชะลอไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง การขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะซ้ำเติมภาคธุรกิจให้มีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ตลอด 4 ปีนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ลำบากกันหมด ถ้าเศรษฐกิจดีจริงตามที่รัฐบาลบอกก็คงไม่ต้องออกมา ลด แลก แจก แถม เพื่อหาเสียงกันถึงขนาดนี้ และในปัจจุบันหนี้เสียในระบบธนาคารยังเพิ่มสูงขึ้นมาก หากเพิ่มอัตราดอกเบี้ยจะยิ่งซ้ำเติมให้หนี้เสียเพิ่มมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้การขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออก

นายกฯยึดความเสมอภาคคนพิการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวเนื่องในวันที่ 3 ธ.ค. วัน คนพิการสากลประจำปี 61 ว่า รัฐบาลขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังคนพิการทุกท่าน องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 3 ธ.ค. ของทุกปีเป็นวันคนพิการสากล โดยในปี 61 ยึดหลักเสริมพลังคนพิการ ประกันการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค ทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 70 ภายใต้แนวคิดไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รัฐบาลตระหนักพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การเข้าถึงบริการของรัฐอันเป็นสิทธิพื้นฐาน ให้ได้รับความคุ้มครอง สร้างโอกาส อาชีพ รายได้ด้วยการจ้างงาน ปรับปรุงสภาพแวดล้อม ส่งเสริมนวัตกรรม เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก ปี 62 รัฐบาลจะขับเคลื่อนจัดสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ทั้งในสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และหน่วยงานราชการ เพื่อคนพิการมากยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติม...
ประยุทธ์ จันทร์โอชาอ่างเก็บน้ำลำสะพุงบรมราชาภิเษกรัชกาลที่10ข่าวหน้า1