คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

บิ๊กตู่ฉุน-แบ่งเขต ด่ากราดจะตายห่ากันหรือไง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ธ.ค. 2561 04:55 น.

ฉะพวกโวยวาย ‘เรื่องซังกะบ๊วย’ ปัดสั่งการกกต.เอื้อบางพรรค พท.-ปชป.ชี้อัปยศ-อัปลักษณ์

“บิ๊กตู่” นอตหลุด อัดยับพวกโวยวายแบ่งเขตเลือกตั้ง “จะตายห่ากันหรือไงกับเรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้” ชี้แบ่งตามประชากรที่เพิ่มขึ้นกับการผันแปรพื้นที่ ผ่านมา 4-5 ปีแล้ว จะเอาแต่แบบเดิมตลอดได้ไง ยืนยันไม่ได้แทรกแซง-สั่งการ กกต. ประธาน กกต.ปัดแบ่งเขตเอื้อประโยชน์พรรคฝั่งรัฐบาล ใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่ ห้ามไม่ได้ “อภิสิทธิ์” รับทำอะไรไม่ได้นอกจากโวยวายฟ้องสังคม เพราะมีคำสั่ง คสช.คุ้มครอง จี้ กกต.ชี้แจงแถลงเหตุผล ปชป.ตามสับแบ่งเขตอัปลักษณ์ เอื้อพรรคใกล้ชิดอำนาจรัฐ ด้าน พท.ร่วมขย่ม กกต.ให้หาเหตุผลมาอธิบาย ทำน่าเกลียดแค่ไหนก็ต้องกัดฟันสู้ “จาตุรนต์” จวกแบ่งเขตอัปยศ สร้างแผลเป็นให้ กกต. ตอกนายกฯอย่าทำเป็นไขสือ หงุดหงิดกลบเกลื่อน “สมศักดิ์” หวัง “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯต่อ ไม่อยากเห็นเสื้อแดง-เสื้อเหลืองออกมาอีกแล้ว

เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นเวทีการเมือง ภายหลังประกาศ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.350 มีผลบังคับใช้ เผยโฉมให้เห็นการแบ่งเขตใหม่ โดยเฉพาะบางเขตที่นักการเมืองระบุว่าพิลึกพิลั่น พิสดารอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากมีคำสั่งมาตรา 44 คุ้มครองอยู่

นายกฯไลฟ์สดถกยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 30 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติครั้งที่ 5/2561 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการด้านต่างๆ ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และผู้แทนจากหน่วยงานราชการเข้าร่วมประชุม โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้มีการถ่ายทอดแบบไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อสภาพัฒน์อย่างต่อเนื่อง

เตรียมจัดงานใหญ่ตีปี๊บขยายผล

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สศช. กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า หลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ จะมีการจัดงานบิ๊กแบงเพื่อขยายผลการรับรู้ในวงกว้างต่อประชาชนทั่วไป ที่ลานห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.62 นอกจากนี้จะจัดทำเว็บไซต์ วีดิทัศน์ และสติกเกอร์ไลน์ รวมทั้งสร้างยุวนวัตกรขึ้นมาช่วยสร้างการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ขอให้เน้นเรื่องการทำวีดิทัศน์สั้นๆ เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ด้วย เพื่อช่วยสร้างการรับรู้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การทำอินโฟกราฟิกที่มีข้อความสั้นๆ ที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนด้วย ส่วนการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการต้องนำไปให้เข้าถึงเด็กๆ โดยขอให้ใส่ภาพการ์ตูนแอนิเมชันเข้าไปประกอบเนื้อหาด้วย

ฉุนด่าจะตายห่ากันเรื่องแบ่งเขต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างประชุม นายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งแบบใส่อารมณ์ว่า “หลายอย่างวันนี้ยังมีปัญหา กลับจากต่างประเทศมาก็ไม่ได้พัก ตามจี้ตูดถามกันทุกเรื่อง ผมจึงต้องพูดในทุกเรื่องถ้าบ่นก็อย่าเพิ่งเบื่อกัน เพราะจะบ่นเป็นครั้งสุดท้ายจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นไม่ทำอะไรเพราะกลัวเสียคะแนนเสียง อย่างเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. สื่อข้างนอกก็ถามกันอย่างเดียวเรื่องการแบ่งเขต แม่ง จะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้ กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้ ก็ว่ากันไปตามกติกาจะผิดหรือถูกผมไม่รู้ ผมจะไปรู้อะไร นายกฯจะรู้เรื่องการแบ่งเขตหรือไม่เกี่ยวหรอก ใครได้ใครเสียก็ว่าไป วันนี้เขาแบ่งด้วยอะไร เขาแบ่งด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นกับเรื่องของพื้นที่ วันนี้เปลี่ยนไปเท่าไหร่แล้ว 4-5 ปี กูจะเอาแต่แบบเดิมตลอด ติดพื้นที่แบบเดิมตลอด ไม่ว่าจะปรับอย่างไรตั้งอย่างไร แก้อย่างไร ถ้าคนไม่เลือกเลยพรรคไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่โชคชะตาก็แล้วกัน ประเทศไทยไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”

ไม่ได้แทรกแซง-สั่งการ กกต.

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า 4 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมีเสถียรภาพ ทำให้คนเข้ามาเที่ยว ประชาชนทำงานได้ ดังนั้นขออย่าทำให้เกิดความขัดแย้ง และไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น เชื่อว่าทุกคนรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ การเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยจะเป็นไปตามกำหนดเวลา หากจะมีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เช่นเดียวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นเรื่องของ กกต. ที่มีการบอกว่าเข้าข้างฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ตนไม่ได้อยู่ฝ่ายใด ไม่ได้สั่งการใดๆ กกต.ปรับเปลี่ยนการแบ่งเขตจากระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมาตามจำนวนประชากร เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ถ้าทุกคนยืนยันจะเอาแบบเดิมแล้วประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ไม่ว่าจะเข้าพรรคใครก็ตาม ถ้าประชาชนไม่เลือกก็จบ อย่าดูถูกประชาชน

ต่างชาติเข้าใจ-ยินดีมีเลือกตั้ง

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการเดินทางไปเยือนประเทศเยอรมนี เพื่อหารือกับนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีว่า ช่วงแรกเขาก็มีท่าทีกับตนแข็งๆ หลังๆมีท่าทีที่อ่อนลง ตนไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างอยู่แล้ว พูดเรื่องประเทศไทยไปเยอะตอนหลังก็เป็นเพื่อนกัน เขาก็รับได้ในแบบบ้าบอๆ ของตน ซึ่งเขาได้ถามว่า การเป็นทหารกับนายกฯ ต่างกันหรือไม่ ก็ตอบไปว่าเป็นนายกฯก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะปัญหาเยอะ สรุปว่าเขาเข้าใจและยินดีที่เรามีการเลือกตั้ง แต่พอตนกลับมาที่ประเทศก็ถูกสื่อถามว่าเยอรมนีถามรุกไล่เรื่องการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 หรือไม่ ไม่ถามว่ามีข้อตกลงอะไรที่ทำกับเยอรมนีบ้าง สื่อถามไม่สร้างสรรค์ ตนไม่ได้รังเกียจแต่รำคาญ

ปธ.กกต.ปัดแบ่งเขตเพื่อเอื้อใคร

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ยืนยันการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรา 27 ของ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนที่วิจารณ์ว่าแบ่งเอื้อประโยชน์พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ก็สุดแท้แต่ความเห็น คงห้ามความคิดกันไม่ได้ แต่ กกต.ไม่ได้แบ่งเขตเพื่อเอื้อใคร หรือมองว่าใครจะได้ไม่ได้อย่างไร และไม่หวั่นไหว เราคิดแต่ว่ามีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร ให้แบ่งเขตก็แบ่ง กกต.แต่ละท่านต่างก็มีข้อคิดเห็น แต่ใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายมาคุยกัน เมื่อถามว่าจะชี้แจงเหตุผลถึงการแบ่งเขตในจังหวัดที่มีข้อสงสัยหรือไม่ ประธาน กกต.ตอบว่า คงไม่ต้องชี้แจงอีก ทุกอย่างทำบนหลักพื้นฐานของกฎหมาย ขณะนี้ประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วถือว่าการแบ่งเขตเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่เรียกร้องให้สอบเรื่องเอกสารแบ่งเขตที่หลุดก่อนประกาศราชกิจจานุเบกษา คิดว่าเรื่องหลุดไม่ใช่ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ

“วิษณุ” ปัดเล่นแง่ให้ร้องศาลปกครอง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นศาลปกครอง หากไม่พอใจการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ของ กกต.ว่า ตนไม่ได้เล่นแง่ข้อกฎหมาย แต่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ถ้าใครไม่พอใจสามารถไปร้องศาลปกครองได้ เพราะเป็นวิธีเดียวที่ทำได้ ถ้าศาลไม่รับตนก็ไม่รู้ด้วยแล้ว การแบ่งเขตนี้จะถือว่าเป็นที่สุดแล้ว ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ให้อำนาจ กกต.ขยายเวลาแบ่งเขตเลือกตั้งที่ออกมานั้นเป็นเพียงการคุ้มครอง กกต.ชุดใหญ่กันถูกฟ้องร้อง แต่ไม่คุ้มครองผู้ปฏิบัติระดับล่างหรือ กกต.จังหวัด ถ้ามีสิ่งยืนยันว่ามีทุจริตหรือมีตุกติกที่ไม่ใช่เป็นมติเอกฉันท์ กกต.ชุดใหญ่ และตนพูดเรื่องนี้มาเป็นสิบครั้งแล้ว ไม่เชื่อว่าหากหลายพรรคไม่พอใจจะนำไปสู่ความวุ่นวาย ส่วนการหารือพรรคการเมืองเรื่องการปลดล็อกในวันที่ 7 ธ.ค.ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี ตนและนายกฯจะร่วมชี้แจงรายละเอียดแต่ละลำดับ หลังจากวันที่ 11 ธ.ค.ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ทุกอย่างก็จะทยอยออกมาตามที่ชี้แจงไว้

“มาร์ค” รับทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่น

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า มีหลายจังหวัดที่ถูกวิจารณ์ เช่น จ.สุโขทัยเป็นรูปธรรมที่สุด เพราะจำนวน ส.ส.ไม่ได้ลด และเคยมีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่สอดคล้องกับกฎหมายอยู่แล้ว แต่เมื่อ คสช.มีคำสั่งที่ 16/2561 ออกมา ก็มีการแบ่งเขตตามที่มีการพูดวงในมาตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของ กกต. รวมทั้งกระบวนการเลือกตั้งหมด ทำให้ถูกวิจารณ์เรื่องการแทรกแซง รวมทั้งมีข้อสงสัยว่าการเลือกตั้งจะสุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ กกต.จะเป็นกลางและอิสระมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าคงดำเนินการอะไรได้ยาก เพราะได้รับความคุ้มครองจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 จึงต้องฟ้องสังคม เชื่อว่าประชาชนจะรังเกียจคนที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบแบบนี้ และหวังว่าจะทำให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทบทวนท่าทีของตัวเองว่าจะทำต่อไปหรือไม่

กกต.อย่าหลบมุมต้องแจงเหตุผล

“พรรคก็จะพิจารณาเรื่องการฟ้องศาลปกครอง และต้องถามนายวิษณุด้วยว่าจะไปเป็นพยานให้หรือไม่ ถ้าไปเป็นพยานให้แล้วศาลปกครองไม่รับ คำร้องเพราะติดมาตรา 44 นายวิษณุจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะตามช่องทางกฎหมายแล้วเป็นเรื่องยาก ซึ่งหากไม่มีมาตรา 44 มาเกี่ยวข้องการแบ่งเขตเลือกตั้งเช่นนี้ ส่อผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญชัดเจน เราคงดำเนินการไปแล้ว ที่ต้องพูดเพราะถ้าทำการเมืองแบบนี้ เราไม่ได้พัฒนา ไม่ได้เดินหน้า ใครที่ทำเรื่องแบบนี้ไม่มีสิทธิพูดเรื่องธรรมาภิบาล หรือประชาธิปไตยทั้งสิ้น และขอเตือนถึง กกต.ว่าใครที่ไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในที่สุดต้องรับผิดชอบ แต่ในยุคนี้มีมาตรา 44 คุ้มครองอยู่ก็อาจทำให้คิดว่าไม่เป็นไร อยากให้ กกต.ออกมาชี้แจงว่าคำร้องใหม่มาจากไหน มีเหตุผลอะไรที่แบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ ถ้าอธิบายไม่ได้ก็จะกระทบกับความน่าเชื่อถือองค์กร” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ปชป.จวกยับแบ่งเขตอัปลักษณ์

นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดีต ส.ส.ของพรรครวบรวมการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตาม 3 รูปแบบที่เคยทำประชาคมรับฟังความเห็นจากประชาชน เบื้องต้นพบว่ามีกว่า 10 จังหวัด ถือเป็นการแบ่งเขตที่อัปลักษณ์ เสมือนแบ่งเขตเลือกตั้งตามการต่อรองให้ย้ายพรรค วันนี้ตนได้นำผังการแบ่งเขตเลือกตั้งปี 57 มาเปรียบเทียบกับการแบ่งเขตครั้งล่าสุด ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จำนวนประชากรและพื้นที่ใกล้เคียงมาแสดงต่อสื่อมวลชนด้วย ขอถามกลับถึงนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ที่ระบุว่า แบบที่ประชาชนส่งมาให้ กกต.แบ่งเขตได้ดีกว่าที่ กกต.จังหวัดแบ่งเองนั้น ถามว่าประชาชนคนไหนที่มีความชำนาญแบ่งเขตเลือกตั้งดีกว่า กกต. หรือคนคนนั้นมีความใกล้ชิดอำนาจรัฐใช่หรือไม่

โวยเอื้อพรรคใกล้ชิดอำนาจรัฐ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนรู้ข่าวว่าจะมีการแบ่งเขต อ.กงไกรลาศ ออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่มีนักการเมืองใหญ่ใน จ.สุโขทัยบางคนต้องการตัดแบ่งเขตออกเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ และในที่สุด กกต.ก็แบ่งเขตออกมาเป็นแบบพิสดารอัปลักษณ์อย่างที่ชาวบ้านเรียกกัน มีการเอา อ.ทุ่งเสลี่ยม มาเชื่อมกับเขต 2 ทั้งที่มีอาณาเขตติดต่อกันเพียง 500 เมตรเท่านั้น ซ้ำสภาพภูมิศาสตร์ยังเป็นภูเขา เส้นทางคมนาคมไม่สะดวก ชาวบ้านต่างมองว่าแค่เริ่มต้นการแบ่งเขตก็ไม่ยุติธรรม แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่าการเลือกตั้งจะสุจริต เที่ยงธรรม เพราะเขาจะทำให้พรรคใกล้ชิดอำนาจรัฐชนะการเลือกตั้งโดย 1.ดูดอดีต ส.ส.มารวมพรรค 2.แบ่งเขตเลือกตั้งเอื้อพวกให้ได้เปรียบ 3.อาจมีการโกงการเลือกตั้ง เช่น กรณีพิมพ์บัตรเลือกตั้งปลอมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 48 ที่ตนเคยเจอ รวมถึงการนับคะแนน 2 วัน 2 คืน ก็ไม่เสร็จเสียที ยิ่งครั้งนี้แต่ละเขตใช้บัตรเลือกตั้งต่างกันทั้งที่ผู้สมัครพรรคเดียวกัน ต่างเขตได้หมายเลขต่างกัน และ 4.ปัญหาจากฝ่ายสอบสวน กกต.

พท.บี้ กกต.โชว์โปร่งใสแจงแบ่งเขต

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า รับฟังจากผู้สมัครของพรรค พบว่าบางพื้นที่พอจะรับได้ แต่หลายเขตมีการแบ่งอำเภอออกจากกัน เบื้องต้นพบว่าพื้นที่เป้าหมายหรือพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง มีพรรคที่ใกล้ชิดกับขั้วอำนาจได้ประโยชน์ อยากให้ กกต.แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นอิสระ โปร่งใส เป็นกลางอย่างแท้จริง ด้วยการประกาศชี้แจงต่อสาธารณะว่าพื้นที่ใด จังหวัดใดบ้างที่การแบ่งเขตไม่เป็นไปตาม 3 รูปแบบเดิมก่อนที่จะมีคำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 หรือที่เรียกกันว่ารูปแบบที่ 4 เหตุผลในการกำหนดรูปแบบดังกล่าวเป็นเพราะอะไร เอาแผนที่ออกมากางกันดูเลย อย่างที่เขากางกันให้ดูที่ จ.สุโขทัย จ.นครราชสีมา ท่านจะอธิบายและชี้แจงอย่างไร ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่าหากไม่พอใจ สามารถจะฟ้องต่อศาลปกครองได้นั้น จริงๆแล้วพรรคก็อยากจะลองดู แต่เราทราบกันดีการออกคำสั่งที่ 16/2561 ให้กระทำของ กกต.ชอบด้วยกฎหมาย นักกฎหมายทั้งหลายก็คงเข้าใจดีว่าหมายถึงอะไร

เอาเปรียบน่าเกลียดแต่ก็ต้องสู้

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีเขตที่เห็นแล้วน่าสงสัยว่าทำได้อย่างไร แต่ก็ป่วยการที่จะไปโวยวาย ไม่เกิดประโยชน์อะไร พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าเพื่อการเลือกตั้งต่อไป พรรคจะจับมือกันสู้กับอำนาจทุกอย่างที่โถมกระหน่ำ สู้กับการเอาเปรียบทุกเรื่องของกลุ่มอำนาจที่มุ่งหวังการสืบทอดอำนาจต่อเรา ไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่ใครก็ตามที่ซื้อ ส.ส.ไปรวมกัน การแบ่งเขตแบบนี้ถือเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการเมืองที่น่าเกลียด แต่ทุกวันนี้ไม่ได้หวั่นกลัว เราจะบอกประชาชนเมื่อปลดล็อกทางการเมืองว่าควรจะเลือกเราเพราะเหตุผลใด ไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร เพื่อไทยพร้อมสู้ ในสนามเลือกตั้ง

จี้เร่งปลดล็อกไปชี้แจงประชาชน

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อ กกต.ประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นายกฯ ควรรีบปลดล็อกให้พรรคการเมืองลงพื้นที่ เพราะจากการแบ่งเขตที่ เปลี่ยนแปลงไป จะต้องให้โอกาสนักการเมืองที่ได้รับผลกระทบลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเร็ว จะรอให้ลงพื้นที่หาเสียงเพียงแค่ 40 วันน้อยเกินไป นายกฯ ต้องแสดงความใจกว้าง ให้ความเป็นธรรมแก่นักการเมืองทุกพรรค เพื่อพิสูจน์ว่าจริงใจที่จะจัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสยุติธรรม และอย่าใช้มาตรา 44 เอาเปรียบนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม

ทษช.ชวน ปชช.ก้าวพ้นกับดัก คสช.

วันเดียวกัน ที่พรรคไทยรักษาชาติ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ แถลงถึงแนวทางยุทธศาสตร์พรรค โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการที่ชัดเจนในการสืบทอดอำนาจ โดยคาดการณ์ว่าต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ ต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันก้าวให้พ้นกับดักและองคาพยพที่ผู้มีอำนาจวางไว้ การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล อย่างไร ก็ตามแม้กติกาจะไม่ยุติธรรมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรคไทยรักษาชาติพร้อมสู้ทุกสถานการณ์

ขอเป็นเรือขนาดกลางนำพา ปชต.

ด้านนายจาตุรนต์กล่าวว่า เราต้องยับยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ และจะผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย โดยนโยบายสำคัญที่พรรคจะผลักดันเป็นอันดับแรก คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกสมัยใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชัน และความเป็นประชาธิปไตย สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติมีความเป็นเชื้อสายมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ที่มีนโยบายบริหารประเทศให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า เรามั่นใจว่าจะจัดทำนโยบายที่ดีนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทำให้พรรคการเมืองใหญ่ติดปัญหา เราไม่ขอเป็นเรือลำใหญ่จะเป็นเพียงเรือขนาดกลางๆ แต่ขอเป็นลำหน้าในการนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยเท่านั้นจะทำให้ประเทศดีขึ้น

จวกแบ่งเขตอัปยศ–แผลเป็น กกต.

เมื่อถามถึงการประกาศเขตเลือกตั้งของ กกต. นายจาตุรนต์ตอบว่า การแบ่งเขตครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายในการให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองก่อนการสรรหาผู้สมัครและการปลดล็อก ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด แม้จะไม่ได้เกิดกับเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ แต่เมื่อไปดูดนักการเมืองมาก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อตัวเอง แล้วประกาศว่าจะได้ ส.ส.150 คน ทั้งๆที่เป็นพรรคตั้งใหม่ ถือเป็นการแบ่งเขตที่น่าอัปยศ เพราะบางอำเภอถูกแบ่งเป็น 4 เขต ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เป็นการสนองความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค สร้างแผลเป็นให้กับ กกต. ที่ต้องทำไปทั้งที่รู้ว่าจะเกิดความเสียหายขึ้น เป็นเครื่องหมายว่า คสช.เข้ามาแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ได้ เป็นการปักธงเริ่มต้นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เสรี เป็นธรรม

ตอกนายกฯอย่าทำหงุดหงิดไขสือ

นายจาตุรนต์ยังโพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า “แบ่งเขตอัปยศถึง พล.อ.ประยุทธ์” หนึ่งอำเภอสี่เขตคือแบ่งเขตโดยไม่เห็นหัวประชาชนเลยสักนิด แบ่งเขตเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองบางคนบางพรรค กล้าทำกันขนาดนี้ได้ คงทำอะไรที่เลอะเทอะได้อีกมากมายก่ายกองแน่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องมาทำเป็นไขสือหงุดหงิดเมื่อถูกถามเรื่องแบ่งเขต เพราะปัญหามาจากหัวหน้า คสช.ที่ออกคำสั่งให้แบ่งเขตใหม่ตามคำร้องที่ผ่านนายกฯกับหัวหน้า คสช. แก้กันอย่างไรก็ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใดๆ ผลออกมาคนจึงรับไม่ได้ เห็นว่าโกงกันตั้งแต่ไก่โห่แล้ว อย่ามาพูดว่าแบ่งเขตยังไงถ้าคนจะเลือกก็เลือก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นต้องถามว่า แล้วนักการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มาขอให้แบ่งเขตใหม่ทำไม ส่วนรองนายกฯที่เป็นเนติบริกรออกมาแก้เกี้ยวว่าใครไม่พอใจการแบ่งเขตให้ไปร้องศาลปกครอง เป็นการดูถูกประชาชนอย่างยิ่ง การใช้คำสั่ง คสช.ให้ กกต.แบ่งเขตโดยไม่ต้องอาศัยกฎระเบียบใดๆและให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนั้น ใครก็รู้ว่ามันจบแล้ว ไปร้องที่ไหนไม่ได้ นอกจากฟ้องประชาชนเท่านั้น

เพื่อชาติโวยจะเอาเปรียบไปถึงไหน

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า เป็นไปได้อย่างไร จะเอาเปรียบกันไปถึงไหน อ.เมือง นครราชสีมา แบ่งเป็น 4 เขต และอีกหลายอำเภอของ จ.นครราชสีมา ก็มีปัญหาในการแบ่งเขต เช่น อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นเขต 12 ทั้งอำเภอมี 12 ตำบล แต่เอา ต.วังกะทะ ไปอยู่เขตที่ 11 ที่มี อ.ปักธงชัย อ.วังน้ำเขียว ยกเว้น ต.วังน้ำเขียว และ ต.ไทยสามัคคี ที่เอาไปอยู่เขต 10 อ.เสิงสาง และ เอา ต.หนองบัวศาลา และ ต.ไชยมงคล ของ อ.เมือง มาอยู่ในเขต 11 ด้วย จะเอา ต.วังกะทะ ของ อ.ปากช่อง ไปทำไม ถ้าไม่เอา ต.วังกะทะไป ไม่ต้องเอา ต.วังน้ำเขียว และ ต.ไทยสามัคคี เขต 11 ก็ครบตามจำนวน ทำให้วุ่นวาย หรือว่าที่ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ ในเขต 11 มีถึง 2 คน สามารถดูแลเสียงในพื้นที่ ที่มีการแบ่งเขตแบบนี้หรือ เอาเปรียบกันมากเกินไปหรือไม่ ฝากประชาชนเจ้าของคะแนนช่วยกันดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก

ชทพ.ไม่ยี่หระแบบไหนก็พร้อม

นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีปัญหาจะออกมาแบบไหนก็พร้อมและเตรียมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเต็มที่ พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคขนาดกลาง การแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่หลักๆไม่กระทบมากนัก ดังนั้น ตามเป้าหมายที่พรรคจะได้ ส.ส.เขต 20 ที่นั่งเชื่อว่าจะได้ตามเป้า เมื่อ คสช.ปลดล็อกให้เราพร้อมเดินหน้าเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ตั้งเป้าได้ ส.ส.ยกจังหวัด 4 เขต วางตัวว่าที่ผู้สมัครเบื้องต้นแล้ว แต่จะรอฟังความเห็นจากประชาชน และให้ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พิจารณาอีกครั้ง ส่วนพื้นที่อื่นๆพบว่าบางจังหวัดมีผู้สมัครที่มีเขตพื้นที่ทับซ้อนจะสำรวจความเห็นว่าใครได้รับความนิยมสูงสุด และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาต่อไป

ร้องค้านแบ่งเขตโคราชทำอกแตก

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำ จ.นครราชสีมา นายลัดทา ชนะภัย แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย จ.นครราชสีมา พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ของ จ.นครราชสีมา มีนายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. นครราชสีมาเป็นผู้รับเรื่อง โดยนายลัดทากล่าวว่า จากการแบ่งเขตของ กกต. จ.นครราชสีมา มีเขตเลือกตั้งจำนวน 14 เขต แต่สร้างปัญหาและความสับสนให้กับประชาชนอย่างมาก บางเขตเลือกตั้งพื้นที่เลือกตั้งก็วกวนไปมา บางพื้นที่เป็นอำเภอใหญ่แต่มิใช่เขตอิทธิพลของนักการเมืองบางคน ก็ถูกซอยแบ่งเป็นเมืองอกแตก เช่น เขตเลือกตั้งที่ 7 ประกอบด้วย อ.ชุมพวง และ อ.พิมาย (ยกเว้น ต.สัมฤทธิ์ ต.ท่าหลวง ต.กระเบื้องใหญ่ และ ต.ชีวาน) อ.พิมายเป็นอำเภอขนาดใหญ่ และเป็นพื้นที่หลักในการเลือกตั้งทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ถูกแบ่งออกเปรียบเสมือนเมืองอกแตก สงสัยว่า กกต.อาศัยหลักเกณฑ์อันใด และน่ากังขากระทั่งว่าความพยายามจะซอยแบ่งพื้นที่เช่นนี้ เพียงเพื่อจะให้เป็นไปตามความต้องการของนักการเมืองอิทธิพล บางคนใช่หรือไม่ เราจึงขอคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้ง ของ กกต.

นายกฯ ขอโทษไร้เจตนาสบถวาจา

ช่วงค่ำเวลา 19.15 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวนายกรัฐมนตรีแสดงความไม่พอใจคำถามเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่า นายกฯขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ ที่จริงไม่มีเจตนา เพียงแต่ต้องการสื่อว่าตัวนายกฯและรัฐบาลไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับการแบ่งเขตการเลือกตั้งของ กกต. ก็ชี้แจงหลักเกณฑ์การแบ่งเขตชัดเจนแล้วว่ามาจากอะไร เช่น การใช้เกณฑ์ประชากรที่เพิ่มขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ สิ่งที่เคยทำมาแต่เดิมก็ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ใช่ทำเพื่อเข้าข้างใครทั้งสิ้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันรักษาความสงบของบ้านเมือง และเตรียมตัวสู่การเลือกตั้งที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ

“สมศักดิ์” เชียร์ “บิ๊กตู่” นายกฯอีกสมัย

อีกด้านหนึ่งที่ จ.เชียงราย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ พร้อมทีมงานเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ จ.เชียงราย มีนายบัวสอน ประชามอญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และชาวบ้านรอต้อนรับ พร้อมกันนี้ได้รับฟังปัญหาของประชาชน อ.เวียงแก่น และ อ.เชียงของ มีประชาชนเดินทางมากว่า 4,000 คน นายสมศักดิ์กล่าวว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่อ เพราะทำงานช่วยเหลือชาวบ้านอย่างแท้จริง และไม่ได้เป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะไม่เห็นมีทหารมาสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐสักคน มีแต่พรรคอื่นที่มีอดีตรอง ผบ.สส.มาสมัคร นายกฯจึงไม่ได้เป็นเผด็จการ แต่เป็นคนกลางที่อาสาแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ประเทศ ตนไม่อยากเห็นเสื้อแดงเสื้อเหลืองออกมาอีกแล้ว

ชาวบ้านหวังช่วยสานต่อบัตรคนจน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่อยากเห็นความขัดแย้งอีก อยากให้ประเทศสงบเหมือนทุกวันนี้ และยังอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ช่วยดูแลผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14.5 ล้านคนด้วย จึงอยากให้เป็นนายกฯต่อ เพราะกลัวว่าหากคนอื่นเป็นจะยกเลิกบัตรคนจน เนื่องจากมีพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคออกมาโจมตีและไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว รวมทั้งกล่าวหาว่ารัฐบาลซื้อเสียงล่วงหน้า ทั้งๆที่รัฐบาลทำโครงการนี้มาก่อนแล้ว ตนก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าจะมาอิจฉาคนจนคนเฒ่าคนแก่ทำไม เพราะพวกเขาก็ลำบากกันมากอยู่แล้ว

ภราดรภาพชี้คนเบื่อขัดแย้งเก่าๆ

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวว่า พรรคมีอดีต ส.ส. อดีต ส.ว. และนักการเมืองหน้าใหม่ คนสนใจเข้ามาทำงานมากเกินกว่าความต้องการในหลายพื้นที่เลือกตั้ง และจากการลงพื้นที่สำรวจความรู้สึกของประชาชนปรากฏว่าเขาให้ความสนใจต่อพรรคการเมืองหน้าใหม่ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะเบื่อการเมืองแบบเก่าที่มีแต่ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พรรคเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหม่ “นโยบาย...ออกแบบได้” (Policy Design) เพื่อให้ทุกคนได้มีสิทธิ์ในการร่วมออกแบบนโยบายของพรรค เพราะประชาชนทุกคนคือเจ้าของประเทศที่แท้จริง แต่มีความแตกต่างทางสังคมและความเป็นอยู่ไม่เหมือนกัน แคมเปญนี้เสมือนเสียงสะท้อนถึงปัญหาของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลเข้าใจและแก้ไขรวมทั้งนำไปปรับปรุงวางแผนในการบริหารประเทศ ซึ่งพรรคภราดรภาพต้องการสร้างการเมืองในยุคใหม่นี้ให้สร้างสรรค์

“สุเทพ” ลุยหาสมาชิกนครปฐม

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมทีมงานลงพื้นที่เชิญชวนประชาชนสมัครเป็นสมาชิกพรรคที่ จ.นครปฐม โดยเริ่มจากกราบไหว้พระร่วงโรจนฤทธิ์ ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ก่อนเดินรอบๆ ตลาดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อทักทายพ่อค้าแม่ค้า โดยนายสุเทพให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า ตนขาดการติดตามสถานการณ์เล็กน้อย เนื่องจากเดินทางไปคารวะแผ่นดิน จึงไม่ได้ดูรายละเอียดว่าแต่ละเขตเลือกตั้งแบ่งกันอย่างไร หลังจากนี้เมื่อเดินทางกลับพรรคจะมีการประชุมร่วมกันกับคณะทำงาน นำเรื่องต่างๆ ที่ได้รับฟังจากประชาชนไปกำหนดเป็นนโยบาย ปรับปรุงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้นจะออกเดินทางไปยังภาคกลางในส่วนที่เหลือและขึ้นไปยังภาคเหนือ และภาคอีสานต่อไป

“ธนาธร” โชว์ไอเดียพลิกโฉมขนส่ง

ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.แพร่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายแก่นักศึกษาเรื่อง “อนาคตการเมืองไทยและเศรษฐกิจไทย” โดยนายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า แผนบางส่วนที่จะนำมาเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งผ่านการปฏิรูประบบรางทั้งประเทศ ตนอยากจะสร้างรถไฟให้เป็นระบบการคมนาคมหลัก การใช้ถนนเป็นหลักมันหมดยุคแล้ว เพราะทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เปลืองพื้นที่มาก ถ้าเราพัฒนาระบบรางให้เข้าถึงทั้งประเทศได้ นั่นคือโอกาสทางรายได้สำหรับทุกคน ส่วนภาคการเกษตรต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ และกระจายไปให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่

ร้อง กกต.สอบสัมพันธ์พรรค-คสช.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี และเป็นธรรม และมีผลทางปฏิบัติ นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง กกต. เรียกร้องให้ กกต.ผลักดันให้ปลดล็อก การเมือง และยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง และสื่อมวลชนโดยทันที เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการเลือกตั้งที่มีการสื่อสารและรณรงค์ได้อย่างเสรี พร้อมขอให้ กกต.ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับรัฐบาล คสช. ที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบและไม่เป็นธรรม เช่นการตั้งชื่อพรรคพ้องกับโครงการของรัฐบาล อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน รวมทั้งขอให้รัฐบาลเปลี่ยนสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ และ คสช.ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่และหยุดแทรกแซงกิจกรรมของพรรค การเมือง รวมถึงหยุดการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44

พท.ซัด “สมศักดิ์” ใส่ร้ายนายเก่า

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ระบุนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่สามารถกลับประเทศได้ หากกลับมาคงเกิดสงครามกลางเมืองว่า พรรคพลังประชารัฐพยายาม ชูจุดขายก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่สิ่งที่ทำสวนทางกับสิ่งที่พูดหรือไม่ จะพูดอะไรก็พูดไปไม่จำเป็นต้องแขวะ หรือพูดจาในลักษณะเย้ยหยัน นายทักษิณเป็นนายเก่านายสมศักดิ์ ควรให้เกียรติกันจะดีกว่า ขอเรียกร้องให้ลดวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง อย่าสร้างความเบื่อหน่ายโดยการโจมตีใส่ร้าย

“เจี๊ยบ” ฉะนายกฯปากไม่ตรงกับใจ

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พูดไม่ตรงกับความจริงเรื่องที่ไปอ้างกับ นางอังเกลา แมร์เคิล นายกฯเยอรมนี ว่ารัฐบาล คสช. ไม่เคยปิดกั้นเสรีภาพนักการเมืองไทย เพราะความเป็นจริงพรรคการเมืองไทยไม่มีเสรีภาพ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้สังกัดพรรคทหาร จะถูกประกบทุกฝีก้าว ถ้าเคลื่อนไหวหรือวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอาจมีกำลังทหารบุกไปคุกคามที่บ้านได้ ขณะนี้มีกิจกรรมหลายอย่างที่พรรคการเมืองไม่สามารถทำได้ แบบนี้ถือว่ามีเสรีภาพตรงไหน ทางที่ดีท่านต้องรีบปลดล็อกทางการเมืองเพราะใกล้จะเลือกตั้งแล้ว และที่นายกฯ ไปบอกเขาว่าจะทำให้การเลือกตั้งเป็นธรรมโปร่งใส ก็ควรทำให้ได้อย่างที่พูด ไม่อย่างนั้นท่านจะยิ่งล้มละลายทางความน่าเชื่อถือในสายตาคนทั้งโลก

อัดรัฐบาลอืดแก้ราคาเกษตรฯตก

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรของรัฐบาลตกต่ำว่า กว่ารัฐบาลจะลงมาแก้ปัญหาอย่างจริงจังก็ช้าไปมาก ลากยาวมาถึงปี 61 เนื่องจากรัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้องทำงานไม่จริงจัง พอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเองในช่วงนี้กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้แล้ว ชาวบ้านเกษตรกรเสียโอกาสมานาน เดือดร้อนจากความล่าช้าเสียแต้มและความเชื่อใจจากประชาชน และยิ่งมาออกมาตรการช่วยเหลือช่วงนี้ก็ถูกมองว่าหวังผลการเลือกตั้ง รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ทำงานไม่เข้าขากัน เหมือนไม่ใช่ทีมเดียวกัน งานจึงออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ตอนนี้เวลายังเหลือควรปรับ ครม.เอาคนที่เชี่ยวชาญและกระตือรือร้นมาทำงานแทน

นายกฯวาง 3 แนวทางแก้ยางตกต่ำ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เกี่ยวกับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาราคายางพาราว่า มี 3 แนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาคือ แนวทางส่งเสริมการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น อาทิ โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐปี 2561 แนวทางการปลูกพืชทดแทนหรือแซมในสวนยาง เพื่อลดการผลิตยางพาราให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและปัจจุบันตลาดภายในประเทศและตลาดโลกมีความต้องการผลผลิตโกโก้ มากขึ้น จึงต้องมีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาดซึ่งเป็นแนวทางการปฏิรูปภาคการเกษตรของรัฐบาล ที่ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว และโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.

อย่าตื่นไขก๊อกรอดูประกาศ ป.ป.ช.

อีกเรื่องหนึ่ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายก กล่าวถึงประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกำหนดตำแหน่งผู้ที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ ป.ป.ช.ขยายเวลาบังคับใช้จากวันที่ 2 ธ.ค.61 ไปเป็นวันที่ 1 ก.พ.62 ในบางตำแหน่งว่า มีคำถามเรื่องนี้เข้ามามากจึงขอเรียนให้ทราบว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ รวมถึงคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะหลายคนทำท่าตกใจขอลาออกจากตำแหน่ง หรือแม้แต่คนที่เป็นกรรมการในองค์การมหาชน กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ลาออกไป หรือกำลังจะลาออก กรุณาอย่าไปลาออก ทั้งหมดที่เป็นประกาศ ป.ป.ช. เขากำลังแก้ไขหรือยกเลิกทั้งหมด เมื่อทบทวนใหม่แล้วจะไม่ครอบคลุมสิ่งที่ท่านเป็นอยู่ ขออย่าไปลาออกเพราะจะทำให้ยุ่งยาก ทั้งหมดจะชัดเจน 1-2 วันนี้

บอร์ด สปสช.ออกเป็นปัญหาแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ยื่นใบลาออกจากการเป็นกรรมการ สปสช. หลังมีประเด็นการยื่นทรัพย์สินตามประกาศของ ป.ป.ช. ทำให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการ สปสช.ได้ประสานเพื่อขอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 คน พิจารณาทบทวนการลาออกนั้น ล่าสุด ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกลเปิดเผยว่า จากการพูดคุยกรรมการทั้ง 4 ท่าน ยังยืนยันเรื่องการลาออกจาก บอร์ด สปสช. จะส่งผลถึงการพิจารณาเรื่องสำคัญๆ ของบอร์ด สปสช.แน่นอน เพราะเดิมมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ 7 คน แต่ลาออกไป 4 คน ดังนั้นในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ บอร์ดจะมีการพิจารณาสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาแทน เพื่อให้การทำงานเดินหน้าต่อไปได้

ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว. ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ใจเย็นๆ จะให้ ป.ป.ช.เปลี่ยนมติคงไม่ได้ คงต้องหาวิธีแก้ไขอย่างอื่น ตนยังพูดอะไรมากไม่ได้ต้องรอรัฐบาลหาทางแก้ไขก่อน เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไปห้ามไม่ได้ แต่ตนยังยืนยันคำเดิมว่าขอให้ใจเย็นๆ อีกไม่นานรัฐบาลคงหาทางแก้ไขได้ เชื่อว่าน่าจะมีการแก้ปัญหาให้ชัดเจนก่อนวันที่ 31 ม.ค.62

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาแบ่งเขตเลือกตั้งเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีข่าวหน้า 1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED