ช่วงนี้พรรคการเมืองเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคกันคึกคัก ทำให้เห็นหน้าตาแต่ละพรรคชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะแกนนำพรรค พรรคที่ถูกจับตามากที่สุดก็คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศว่ามี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เป็น “นายกรัฐมนตรีในใจ” โดยมี ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีอุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค กับ พรรคเพื่อไทย ที่กำลัง “แตกแยก” ออกเป็น “สองพรรค” แบบไม่เกรงใจ “นายใหญ่” อีกต่อไป
อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เรื่อง “การปฏิรูปการเมือง” เพื่อนำประเทศไทยไปสู่ “ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. วาดฝันให้คนไทยเพ้อมาหลายปี กลายเป็น “นิทานกล่อมเด็ก” เพราะ ระบบการเมืองไทยที่เกิดขึ้นจริงในวันนี้ เป็น ระบบการเมืองที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการด้วยอำนาจลึกลับ ที่สามารถปัดเป่าคดีแลกกับการสังกัดพรรคได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นยุคปลาทูเข่ง หรือยุคการเมืองน้ำเน่าก็ตาม
มิหนำซ้ำ คะแนนเสียงประชาชน ที่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ก็ยัง “ถูกบริหารจัดการ” ด้วยการนำไป “จัดสรรปันส่วน” ให้ ส.ส.และพรรคการเมืองที่ไม่ได้เลือก หรือ ไม่ต้องการเลือก ให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้าไปในสภา ระบบแบบนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยแน่นอน ไม่ว่าจะอ้างอิงทฤษฎีจาก นักปราชญ์การเมือง คนไหนก็ตาม
แต่ผมก็ขอให้คนไทยทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพื่อรักษาสิทธิครึ่งหนึ่งของตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ใครขโมยไปอีก
...
ไปดูการเปิดตัวของ พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันอาทิตย์กันเสียหน่อยครับ เป็นวันที่ คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการ พรรคไทยรักไทย ยุค คุณทักษิณ ชินวัตร จูงมือ คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต ส.ส.กลุ่มมัชฌิมาแกนนำ กลุ่มสามมิตร นำอดีต ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่นประมาณ 60 คน ไปสมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐ
ดร.อุตตม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวต้อนรับว่า พรรค พปชร.เปิดกว้างให้คนกลุ่มเดิม คนรุ่นเก่าแต่เก๋าด้วยประสบการณ์ และ คนรุ่นใหม่ไฟแรง ถือเป็น ส่วนผสมที่ลงตัวมากที่สุด พวกเราไม่มีพรรคสำรอง มีพรรคเดียว คือ พรรคพลังประชารัฐ
คุณสนธิรัตน์ เลขาธิการพรรค ก็กล่าวต้อนรับว่า ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้คือพรรคพลังประชารัฐ มาเยอะกันขนาดนี้จะไม่กวาด 350 เสียงได้อย่างไร นั่งมองหน้าแต่ละคน มีของ ถ้าปลุกพระก็ขึ้น นี่คือ คุณสมบัติของสมาชิกพรรค พปชร. ที่ คุณสนธิรัตน์ เลขาธิการพรรคบรรยาย เก๋าและขลังแค่ไหน แต่ถ้าจะให้คนเหล่านี้กลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีบริหารประเทศอีกครั้ง ท่านเลขาอาจจะต้อง ระดมของขลังทุกชนิดในกลุ่มประเทศ CLMVT มาสู้ ถึงจะสู้ได้
นี่คือ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่จะสู้เพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แข่งกับ พรรคเพื่อไทย ของ คุณทักษิณ–ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองพี่น้อง ซึ่งช่วงนี้บินมาบัญชาการอยู่ที่คอนโดมิเนียม Hilltops ถนนออร์ชาร์ด สิงคโปร์ เพราะ พรรคเพื่อไทยกำลังแตกแยก ออกเป็น สองก๊ก สองพรรค ล่าสุด คุณจาตุรงค์ ฉายแสง หนึ่งใน 3 ชื่อที่ พรรคเพื่อไทย จะเสนอเป็น นายกฯ ก็ลาออกไปอยู่กับ พรรคไทยรักษาชาติ ที่เป็นพรรคสำรอง เพราะไม่พอใจการแบ่งสันอำนาจในพรรคเพื่อไทย ที่ได้ประกาศไปแล้ว
การแตกแยกใน พรรคเพื่อไทย ครั้งนี้ เป็นการแตกแยกจริงและ รุนแรง ทำให้แกนนำสำคัญของพรรคหลายคนลาออกไปอยู่ พรรคไทยรักษาชาติ ที่เป็นพรรคสำรอง แต่ทั้งสองพรรคจะต้องแข่งกันเองในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือ โดยเฉพาะ ส.ส. เขต ที่เป็นคะแนนหลัก ตรงนี้แหละจะเป็น “จุดอ่อน” ทำให้ พรรคพลังประชารัฐ และ พรรคแนวร่วมรัฐบาลในอนาคต ได้เปรียบ ก็ต้องรอดู “นายใหญ่เพื่อไทย” จะแก้เกมนี้ในพรรคได้อย่างไร ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งแน่นอน.
“ลม เปลี่ยนทิศ”