ไลฟ์สไตล์
100 year

ไม่ได้คิดดวล ‘ประเทศกูมี’ เพลงแร็ปไทยแลนด์4.0

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
5 พ.ย. 2561 05:42 น.
SHARE

ทำรมต.สุวิทย์แค่ฮึกเหิม

รัฐบาลปลุกแร็ป “Thailand 4.0” ลงยูทูบ วันแรก ปัดหวังทำสงครามดวลเพลง “ประเทศกูมี” แจงแค่ใช้เพลงสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยกล้าคิด-กล้าทำนำประเทศสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ผลโพลเกินครึ่งชี้ชัด มองเพลง “ประเทศกูมี” แค่ต้องการสะท้อนความจริง เสียดสีสังคม-การเมือง เพื่อไทยปูดอีกแจกของยังสะพัดต้อนรับเลือกตั้ง 

ข่าวแนะนำ

แฉเพิ่ม จ.นครพนม แจกไข่-มาม่าชาวบ้าน “จาตุรนต์” เหน็บปลดล็อกการเมืองเต็มสูบ ต้องรอให้พรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมก่อน หนุนต่างประเทศเข้าสังเกตการณ์เลือกตั้งประเทศไทย “อนุทิน” ฝันหวานโกยเรียบเก้าอี้ ส.ส.โคราช 14 ที่นั่ง กกต.ประกาศพร้อมจัดสังเวียนเลือกตั้งแล้ว “โคทม” บี้ กกต.จับตาอำนาจรัฐไม่ให้เอาเปรียบคู่แข่ง กระทุ้งท็อปบูตยกเลิกรายการ คสช.ทั้งหมด

หลังจากที่รัฐบาลแต่งเพลงแร็ป “Thailand4.0” เพื่อบ่งบอกความเป็นไทยที่มีของดีๆ ทำให้ถูกมองจะนำมาใช้สู้กับเพลง “ประเทศกูมี” ที่มีเนื้อหาเสียดสีสังคมและการเมืองนั้น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกมาชี้แจงจุดประสงค์การแต่งเพลงแร็ป “Thailand4.0” ไม่ได้ต้องการต่อสู้กับเพลงใด แต่ต้องการใช้เนื้อหาเพลงสื่อให้คนไทยเข้าใจนโยบายรัฐบาลได้ง่ายขึ้น โดยมียอดคนเข้ามาดูวันแรกร่วม 8 แสนครั้ง

“สุวิทย์” ปลุกแร็ป “ไทยแลนด์ 4.0”

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 พ.ย. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเปิดตัวเพลงแร็ป “Thailand4.0” ว่า ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อมาชนเพลงแร็ป “ประเทศกูมี” แต่เป็นความตั้งใจจะทำมานานแล้ว หลังได้ดูรายการโทรทัศน์ “The Rapper เดอะแร็ปเปอร์” จึงมีแนวคิดนำมาใช้ให้คนไทยเข้าใจไทยแลนด์ 4.0 ง่ายขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ผลักดันมาตลอด เนื่องจากเห็นว่า นวัตกรรมสามารถทำให้ประเทศไทยสู้ได้ ทำให้ทุกคนกล้าคิด กล้าลอง กล้าทำ เพื่อไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 จึงทำเพลงแร็ปนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจว่า ทุกคนมีสิทธิไปสู่จุดนั้นได้ ก่อนหน้านี้เคยเปิดเพลงแร็ป “Thailand4.0” ให้ พล.อ.ประยุทธ์ฟังครั้งแรก ในงาน “สตาร์ตอัพร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทย” เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯชมว่า

ส่วนใหญ่ดีแล้ว ให้ปรับแก้ไขทำนองอีกเล็กน้อย ขณะนี้ปรับปรุงเสร็จแล้ว และส่งให้นายกฯฟังอีกครั้ง พร้อมโพสต์มิวสิกวิดีโอแร็ป “Thailand4.0” ฉบับสมบูรณ์เผยแพร่ในยูทูบแล้ว เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 4 พ.ย. จากนั้นในวันที่ 5 พ.ย. จะเปิดเพลงดังกล่าวอีกครั้งในงานที่นายกรัฐมนตรีพบนักวิจัยด้าน Bio-Circular-Green (BCG) Economy เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นักวิจัย 500 คนร่วมงาน

ปล่อยของวันแรกยอดดู 8 แสน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ปล่อยเพลงแร็ป “Thailand 4.0” นำเสนอผ่านช่องทางยูทูบ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน วันที่ 4 พ.ย. ปรากฏว่ามีจำนวนคนเข้าดูจำนวนมาก จนกระทั่งถึงช่วงเวลา 18.00 น.ของวันที่ 4 พ.ย.มียอดจำนวนคนเข้าดูแล้ว 798,646 ครั้ง แต่มีคนกดไลค์น้อยกว่าคนกดไม่ไลค์ ส่วนเพลง แร็ป “ประเทศกูมี” ที่เผยแพร่ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้เข้าชมเกือบ 28 ล้านครั้ง ขณะที่ ในโลกออนไลน์ได้มีการนำเพลงแร็ป Thailand 4.0 กับเพลงแร็ปประเทศกูมี ขึ้นมาประกบคู่กัน โดยมีหลายความเห็นอยากจะให้มี

การประชันเพลงกันเกิดขึ้นด้วย

ต่อมาช่วงเย็น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมคลิปวิดีโอ เพลง แร็ป “Thailand 4.0” ระบุว่า “ได้ดูเพลงแร็ป Thailand 4.0 แล้วก็รู้สึกฮึกเหิม มีความหวังเห็นประเทศเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อยากให้พวกเราทุกคนมาร่วมแรงร่วมใจ เหมือนในเพลง ร่วมกันทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศ #Thailand 4.0 #นวัตกรรมทำให้ไทยสู้ได้ #คนไทยสู้ได้”

โพลมอง “ประเทศกูมี” สะท้อนสังคม

วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น “คนไทยรู้สึกอย่างไรกับเพลงประเทศกูมี” ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-2 พ.ย.จำนวน 1,259 หน่วยตัวอย่างพบว่า ร้อยละ 58.14 ไม่เคยฟัง ดูคลิปเพลงประเทศกูมี ร้อยละ 41.86 ระบุเคยฟัง ดูคลิปประเทศกูมี โดยผู้ระบุไม่เคยฟังนั้น ร้อยละ 8.34 บอกอยากฟังมาก ร้อยละ 28.55 ไม่ค่อยอยากฟัง และร้อยละ 50.68 ไม่อยากฟังเลย ส่วนผู้ที่เคยฟังเพลงประเทศกูมีนั้น ร้อยละ 51.61 ระบุเป็นเพลงที่แค่สะท้อนความเป็นจริงในสังคม การเมืองไทย ร้อยละ 39.66 เป็นเพลงที่เสียดสีสังคม การเมือง ร้อยละ 18.41 ระบุเพลงแร็ปใช้ภาษาที่แรงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ร้อยละ 10.82 เป็นบทเพลงใช้ภาษาไม่สุภาพ ร้อยละ 7.78 เนื้อหาเพลงกล่าวร้ายประเทศไทยมากเกินไป ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ร้อยละ 6.64 เป็นเพลงสร้างความแตกแยกในสังคม ร้อยละ 6.45 ระบุว่า เนื้อหาเพลงมีนัยการเมืองแอบแฝง เมื่อถามถึงความรู้สึกของผู้ที่เคยฟัง ดูคลิปเพลง “ประเทศกูมี” พบว่า ร้อยละ 53.70 รู้สึกเฉยๆ ร้อยละ 30.93 ชอบเพลงนี้ และร้อยละ 15.37 ไม่ชอบเพลงนี้

ห่วงถูกโยงใช้สาดโคลนการเมือง

ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,117 คน ระหว่างวันที่ 30 ต.ค.-3 พ.ย.61 เรื่องประชาชนคิดอย่างไรต่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง ณ วันนี้ โดยกรณีเพลงแร็ป “ประเทศกูมี” พบว่า ร้อยละ 60.45 เห็นว่าทำให้คนบางกลุ่มหาประโยชน์จากกรณีนี้เป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง ร้อยละ 35.66 ขอให้ทุกคนคำนึงถึงส่วนรวม รับฟัง ความเห็นทุกฝ่าย ไม่ทะเลาะกัน ร้อยละ 20.75 เป็นเพลงสะท้อนสังคมให้เห็นถึงความแตกต่างทางความคิดและมุมมอง ส่วนกรณีเดินคารวะแผ่นดินของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย พบว่า ร้อยละ 42.83 เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำได้ หลายฝ่ายจับตามอง ร้อยละ 38.30 ต้องการลงพื้นที่เพื่อเช็กกระแส ดูการตอบรับของประชาชน ร้อยละ 30.38 เดินสายหาเสียง ขอคะแนนจากประชาชน เมื่อถามว่าสิ่งที่ประชาชนอยากบอกพรรคการเมืองไทย ร้อยละ 50.17 นึกถึงส่วนรวม ช่วยเหลือประชาชน ร้อยละ 39.84 แข่งขันด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่เล่นเกมการเมือง ร้อยละ 35.41 อยากเห็นการเมืองไทยเข้มแข็ง สามัคคีกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง

พท.ปูดอีกนครพนมแจกไข่–มาม่า

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.นครพนม บางเขตเริ่มมีการแจกของให้ชาวบ้านรายครัวเรือน เป็นไข่ มาม่า เกลือ และน้ำดื่ม คาดว่าเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เงินคงสะพัดในพื้นที่อย่างมาก ขณะนี้ชาวบ้านทุกคนรอวันเลือกตั้งอย่างใจจดใจจ่อ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา เงินในกระเป๋าน้อยลง หนี้สินเพิ่มขึ้น ลำบากเรื่องปากท้องที่รายรับไม่พอกับรายจ่าย แต่ชาวบ้านบอกว่า อย่าตกใจกับการแจกของจิปาถะจากพรรค การเมืองบางพรรค รวมทั้งเงินที่อาจแจกเมื่อวันเลือกตั้งชัดเจน ใครให้จะรับไว้หมด แต่ตอนหย่อนบัตรลงคะแนนมีพรรคอยู่ในใจอยู่แล้ว ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะไม่มีของ ไม่มีเงินมาแจก แต่จะมีนโยบายดีๆ จับต้องได้ ปฏิบัติได้จริงมานำเสนอให้ประชาชนพิจารณา พรรคมีนโยบายและผลงานที่ประชาชนจำได้ขึ้นใจและปฏิบัติมาจนทุกวันนี้ อาทิ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน โอทอป เป็นต้น และจะมีนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ขอให้ประชาชนแสดงพลัง เลือกรัฐบาลด้วยมือของประชาชนเอง

เตือนซื้อเสียงล่อใจถูกยุบพรรค

วันเดียวกัน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หัวใจสำคัญในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคต้องมีสาขาพรรคหรือผู้แทนประจำจังหวัดนั้นๆ พรรคการเมืองที่จะส่งสมาชิกลงเลือกตั้งต้องหาสมาชิกพรรคและจัดองค์กรให้ได้ตามกฎหมาย จึงเห็นการดิ้นรนหาสมาชิกพรรคของพรรคการเมืองอย่างคึกคัก บางพรรคดำเนินการทุกวิถีทาง ไม่คำนึงว่าสิ่งที่กระทำนั้นผิดกฎหมาย สุ่มเสี่ยงอาจเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรคได้ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 30 ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดให้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิก กฎหมายใช้คำว่า “ผู้ใด” กระทำการเช่นว่านั้นในการหาสมาชิก พรรค จึงพึงตระหนักว่าฝ่ายตรงข้ามได้ติดตามรวบรวมหลักฐานต่างๆไว้แล้ว ถือว่าความผิดสำเร็จ รอเพียงกระบวนการยื่นเรื่องต่อ กกต. เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคต่อไป เรื่องเหล่านี้ไม่ต้องรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับ หรือรอให้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งแต่อย่างใด

ห่วงกาบัตรวิธีใหม่มีบัตรเสียอื้อ

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหลือเวลาอีก 111 วัน จะถึงวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ด้วยระบบใหม่ วิธีกาบัตรแตกต่างจากที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ กกต.ยังไม่ชี้แจงรายละเอียดต่างๆให้ประชาชนเข้าใจ จากการติดตามคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ไปรับสมัครสมาชิกพรรคที่ จ.นครราชสีมา และ กทม. มีประชาชนมาสอบถามเรื่องวิธีกาบัตรเลือกตั้งถึงรูปแบบวิธีการจะทำอย่างไร ส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า บัตรลงคะแนนจะให้กาเลือกทั้งพรรคและ ส.ส.เขต เบอร์เดียวกันแบบเดิมที่พรรคและผู้สมัครได้หมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนจำง่าย แต่วันนี้ประชาชนยังไม่รู้ว่าการกาบัตรลงคะแนนจะไม่เหมือนเดิม เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงมาก กกต.ต้องรีบประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบแต่เนิ่นๆว่า การกาบัตรลงคะแนนครั้งนี้ไม่เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะใช้บัตรใบเดียวลงคะแนนเลือกพรรคและเลือก ส.ส.เขต โดยหมายเลขพรรคและผู้สมัครแต่ละเขตจะไม่เหมือนกัน อาจเกิดความสับสน ส่งผลให้มีบัตรเสียมาก กกต.มีงบประมาณจัดเลือกตั้งหลายพันล้านบาท น่าจะเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อให้มีบัตรเสียน้อยที่สุด รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก

เหน็บปลดล็อกให้รอ พปชร.พร้อม

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว คสช.จะปลดล็อกทางการเมือง ในวันที่ 26 พ.ย. ว่า ขณะนี้การปลดล็อกล่าช้าไปมาก ควรให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตามกฎหมายพรรคการเมืองได้แล้ว วันนี้กระบวนการต่างๆถูกถ่วงให้ล่าช้า ส่วนที่หลายฝ่ายวิจารณ์การปลดล็อกขึ้นอยู่กับความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น ถือว่ามีส่วน หลายเรื่องที่รัฐบาลไม่ให้ทำ เพราะเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐและพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังไม่พร้อม จึงไม่ต้องการให้พรรคการเมืองที่พร้อมแล้วได้สื่อสารกับประชาชน อาจทำให้พรรคที่สนับสนุนตัวเองตามไม่ทัน จึงหาทางขัดขวางไว้ ถ้าจะผ่อนคลายอะไรเชื่อว่า ไม่ใช่เพราะเสียงเรียกร้องของพรรคการเมืองที่พร้อมอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มีความพร้อมแล้ว สิ่งที่ทำกันอยู่ขณะนี้ไม่เปิดโอกาสให้ กกต.ตัดสินใจอย่างอิสระ กลายเป็น คสช.ตัดสินใจโดยที่คำนึงถึงผลประโยชน์ คสช.เอง

หนุน ตปท.สังเกตการณ์เลือกตั้ง

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ส่วนการให้องค์กรระหว่างประเทศมาสังเกตการณ์เลือกตั้ง เป็นเรื่องจำเป็นถ้าอยากให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ควรเปิดโอกาสให้นานาชาติมาสังเกตการณ์ การที่ รมว.ต่างประเทศไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ยิ่งทำให้ประเทศเสียหาย สะท้อนว่า รมว.ต่างประเทศไม่มีจิตวิญญาณนักการทูต แต่มีจิตวิญญาณลูกน้องหรือคนทำงานให้ คสช.เท่านั้น ส่วนตัวยังเชื่อมั่นจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 แต่ยังมีเงื่อนไขอยู่ที่หากพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความพร้อมจะเป็นสาเหตุทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป แต่จะไม่เกินเดือน พ.ค. เมื่อถามว่า หาก คสช.และ กกต.จะเชิญพรรคการเมืองร่วมพูดคุย พรรคเพื่อไทยจะเข้าร่วมหรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบว่า หาก กกต.เชิญ พรรคเพื่อไทยยินดีจะเข้าร่วม แต่หากเป็นการเชิญโดย คสช. พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่ขอไปร่วม เพราะ คสช.ไม่มีหน้าที่จัดการกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ต้องให้อำนาจอิสระ กกต.เท่านั้น

“หมวดเจี๊ยบ” จี้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แล้วใช้ระบบสมัครใจ จะเกิดได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง ผบ.เหล่าทัพจะเตะถ่วงปฏิรูปกองทัพหรือไม่ ลำพัง ผบ.ทบ. คนเดียวคงไม่สามารถเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้ แต่โดยหลักการลดขนาดกองทัพและยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารเป็นสิ่งที่ทำได้ กองทัพเคยทำมาแล้วในอดีต ข้อเสนอยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารในแคมเปญพลิกลายพรางเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิรูปโครงสร้างและปรับภารกิจกองทัพในภาพรวม ให้มีขนาดเล็ก แต่มีขีดความสามารถสูงเหมาะสมกับภารกิจสมัยใหม่ รวมทั้งต้องเลิกแทรกแซงการเมือง เลิกคิดเรื่องปฏิวัติ กองทัพต้องเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้ใต้บังคับบัญชา ส่งเสริมความก้าวหน้าของทหารทุกคนอย่างเสมอภาคควรเริ่มยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารตั้งแต่ปี 2562 เลย เพราะยังทำทัน และขออย่าดิสเครดิตว่าข้อเสนอปฏิรูปกองทัพเป็นเรื่องการเมือง แต่เป็นการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกองทัพ

ปชป.ขยายวันหยั่งเสียงชิงผู้นำ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติขยายเวลาลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จากเดิมวันที่ 1- 3 พ.ย. ไปจนถึงวันที่ 5 พ.ย. เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการลงคะแนนผ่านจุดลงคะแนนในวันแรกที่มีผู้ไม่ได้ใช้สิทธิจำนวนมาก รวมถึงปรับให้ผู้ใช้ระบบแอนดรอยด์จากเวอร์ชัน 7 ลดมาเป็นเวอร์ชัน 5 เพื่อขยายจำนวนผู้ใช้สิทธิให้ครอบคลุมมากขึ้น ส่วนการลงคะแนนผ่านจุดเครื่องราสเบอร์รีไพน์ในพื้นที่ภาคใต้และภาคอีสานจะผิดพลาดซ้ำอีกไม่ได้

กระทุ้ง คสช.เร่งปลดล็อกหาเสียง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าว คสช.จะปลดล็อกทางการเมืองในวันที่ 26 พ.ย.นี้ว่า นับเป็นเรื่องดี ที่ คสช.จะปลดล็อก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเมื่อไม่มีการปลดล็อก พรรคการเมืองต้องทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างสุ่มเสี่ยง อาจถูกตีความทำผิด กฎหมาย และผิดคำสั่ง คสช.ได้ตลอดเวลา การไม่ปลดล็อกแล้วมีคำสั่ง คสช.มาค้ำคอทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมืองกับผู้มีอำนาจที่เตรียมตัวมาเป็นผู้เล่นในสนามเลือกตั้ง สิ่งที่จะตามมาหลังปลดล็อกคือ การทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีส่วนสำคัญทำให้การเลือกตั้งสุจริต ขอฝากให้ กกต.ใช้อำนาจด้วยความอิสระ เป็นกลาง ไม่เข้าข้าง ฝ่ายใด เพื่อให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ถ้า กกต.มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ขาดความเป็นอิสระ เป็นกลาง จะเกิดปัญหาไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เกิดผลกระทบต่อประเทศไม่รู้จบต่อไป

จี้ปลด “สนธิรัตน์” เซ่นแก้ราคาปาล์ม

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนปาล์มได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากปัญหาปาล์มราคาตกต่ำ เนื่องจากมีผู้ลักลอบนำน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเข้ามาทางภาคใต้ เก็บกักตุนไว้ในแท็งก์ตามพื้นที่ริมชายฝั่งทะเล ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ตรวจสอบคลังเก็บน้ำมันปาล์มทั่วประเทศว่ามีที่ใดลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรชาวสวนปาล์มในทุกประเด็น และให้นายกฯ ปลดนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจากตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เพราะถือว่าไม่ใส่ใจปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกร

ภท.ฝันกวาด ส.ส.โคราช 14 ที่นั่ง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความพร้อมผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ จ.นครราชสีมาว่า ตนมีบ้านอยู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จึงต้องรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว ถือว่าเป็นพื้นที่ใหญ่มี ส.ส.14 เสียง ขณะนี้จัดเตรียมผู้สมัครเกรดเอไว้หมดแล้วทั้ง 14 พื้นที่ คุณสมบัติคือ ทุกคนเกิดที่นั่น มีความผูกพันกับประชาชนมายาวนานและต่อเนื่อง ผ่านการเป็นอดีต ส.ส. อดีตนายกฯ อบจ. อดีต ส.จ. อดีตนายกเทศบาล และนักธุรกิจ เชื่อว่าหากได้นำนโยบายพรรคไปทำความเข้าใจจะได้รับการยอมรับจากประชาชนแน่นอน โดยมั่นใจว่า พรรคจะได้ที่นั่ง ส.ส.ใน จ.นครราชสีมาทั้ง 14 ที่นั่ง ส่วนกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ จ.นคร– ราชสีมานั้น คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายของตนคนแรกทางการเมือง แต่เวลาแข่งขันคงไม่มีใครยอมกัน ไม่รู้สึกหนักใจ พรรคภูมิใจไทยเตรียมความพร้อมทุกด้าน รอเพียงการประกาศเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่ออกแบบให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ถือเป็นผลดี จะทำให้ทุกฝ่ายสู้อย่างเต็มที่

“สุเทพ” คารวะแผ่นดิน จ.สระแก้ว

เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนเป็นสมาชิกพรรค พร้อมนายสุริยะใส กตะศิลา นายอุทัย ยอดมณี นายสำราญ รอดเพชร และคณะ เข้ากราบไหว้สักการะองค์พระสยามเทวาธิราชจำลอง ที่มณฑปพระสยามเทวาธิราช หน้าเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีประชาชนมาร่วมต้อนรับและมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง โดยนายสุเทพเปิดเผยถึงการเดินทางมาบุกถิ่นนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า ไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องกลัวกัน เพราะที่นี่ประเทศไทย ทุกคนเป็นเจ้าของพรรคและเจ้าของประเทศด้วย ตนมาคารวะประชาชนไม่ได้มาทะเลาะกับใคร ไม่ได้มาท้าทายใคร ในพื้นที่ จ.สระแก้ว มีความเชื่อมั่นว่า ประชาชนมีความมุ่งมั่นศรัทธาที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยที่จะเห็นประเทศ ไทยดีขึ้น

ชพน.ตะลุยหาสมาชิกภาคกลาง

ที่โรงแรมพาร์คอิน จ.สระบุรี พรรคชาติพัฒนาจัดประชุมจัดตั้งสาขาพรรคภาคกลาง นำโดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค และ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สมาชิกพรรคชาติพัฒนา โดย พล.อ.ฐิติวัจน์กล่าวถึงการเปิดสาขาพรรคภาคกลาง ที่ จ.สระบุรี ว่า พรรคชาติพัฒนาเป็นพรรคเก่าแก่ สิ่งที่ทำมาตลอดคือการเคารพกฎหมาย ไม่เคยถูกยุบเพราะเล่นตามกติกา ที่สำคัญคือสามารถคุยกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างพลังความสามัคคี สลายความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศบอบช้ำมามาก เมื่อประเทศ เกิดความสามัคคี เชื่อว่าประเทศไทยจะไม่เป็นสองรองใครในโลก ในสนามการเมืองมักวิเคราะห์กันเสมอว่า พรรคใดสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ในทำนองเลือกข้างกันยืน ใครจะว่าเราโลกสวยก็ช่าง แต่พรรคชาติพัฒนายืนข้างประชาชน ถ้าไม่ยืนข้างประชาชนไม่รู้ว่าจะทำการเมืองไปทำไม อยากเชิญประชาชนภาคกลางมาเป็นสมาชิกพรรค เป็นพลังมดงานสะท้อนปัญหาของจริงจากพื้นที่ เพื่อไปจัดทำนโยบายแก้ปัญหาให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมาย ขจัดความเหลื่อมล้ำ สร้างความยุติธรรมในสังคมได้อย่างตรงใจประชาชน

สามมิตรโต้ไม่ได้กบดานเงียบ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า หลายคนถามว่าช่วงนี้เหตุใดกลุ่มสามมิตรเงียบหายไป ยืนยันว่ากลุ่มสามมิตรไม่ได้หายไปไหน ยังทำงานและรับฟังความเห็นประชาชนที่เดือดร้อนตลอด ส่วนประเด็นการเมืองขอไม่ตอบโต้อะไร แต่เร็วๆนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย และทราบพร้อมกันในคราวเดียว ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ได้รับเชิญไปบรรยายข้อดีข้อเสียระบบแบ่งปันผลประโยชน์และการรักษาเสถียรภาพของราคาอ้อยจากสมาคมชาวไร่อ้อยศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ที่จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 พร้อมรับฟังปัญหาจากชาวไร่อ้อย ปัญหาหลักๆคือ ราคาอ้อยหลังจากที่ปล่อยลอยตัว ทำให้ราคาอ้อยนั้นเหมือนจะต่ำกว่าเดิมจากเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้สมาคมได้ฝากปัญหาให้ตนและกลุ่มสามมิตรช่วยประสานรัฐบาลหาทางช่วยเหลือ โดยรัฐบาลจัดเงินสนับสนุน 6,500 ล้านบาท เพื่อช่วยเพิ่มราคาอ้อยตันละ 50 บาทในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา อีกส่วนหนึ่งทางสมาคมชาวไร่อ้อยที่ช่วยเหลืออีก ทำให้แบ่งเบาภาระชาวไร่อ้อยให้อยู่ได้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกฝ่ายช่วยกัน

จวกไทยนิยมใช้ภาษี ปชช.หาเสียง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลว่า เป็นโครงการต่อยอดมาจากโครงการประชารัฐของ คสช.นำชื่อโครงการดังกล่าวไปตั้งเป็นชื่อพรรคการเมืองที่มีข่าวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ การทำงานของ คสช.แฝงเอาการเมืองเป็นหลักมากกว่ายึดผลประโยชน์ประชาชน ที่สำคัญจากเดิมที่โครงการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในเดือน ก.ย.แต่เมื่อยังไม่ถึงวันเลือกตั้งจึงขยายโครงการไปถึงเดือน มี.ค. 62 หรือหลังเลือกตั้ง อาจจงใจหรือเจตนานำงบประมาณรัฐเพื่อซื้อเสียงล่วงหน้าให้พรรครัฐบาลหรือไม่ ที่ผ่านมารัฐบาลเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นมาตลอด รัฐบาลไม่ควรนำงบประมาณภาษีประชาชนไปกระจายยังหมู่บ้านต่างๆ 8 หมื่นกว่าหมู่บ้าน การกระจายงบประมาณไปจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านนั้น รัฐบาลมีปัญญาควบคุมไม่ให้ทุจริตได้หรือไม่ อาจเกิดการทุจริตเหมือนที่ไปกล่าวหารัฐบาลก่อนๆได้ โครงการไทยนิยมยั่งยืน ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ เป็นการเอาภาษีประชาชนไปใช้หาเสียงให้ตัวเอง

ทีม สนช.โต้ลงพื้นที่ไม่มีวาระแฝง

วันเดียวกัน นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ สนช.พบประชาชน ตามวิถีไทยนิยมยั่งยืน ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านทุ่งพรหมทอง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร เพื่อนำคณะ สนช.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัดได้แก่ จ.พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี ร่วมกับนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยนายธนพัต ปิติวราธนกุล ที่ปรึกษานายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวสรุปการลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่นั้นได้แบ่งทีม สนช.กระจายไปรับฟังความเห็นชาวบ้าน 4 จังหวัด อาทิ จ.นครสวรรค์ รับฟังความเห็นโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้าน โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี รับฟังความคิดเห็นโครงการส่งเสริมอาชีพทําขนมจีน ทําถ่านอัดแท่ง โครงการชุมชนท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถี จ.กําแพงเพชรรับฟังปัญหาโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้าน โครงการปุ๋ยนํ้าหมักชีวภาพ โครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนพบปัญหาที่ชาวบ้านอยากให้ สนช.ประสานไปยังรัฐบาลเร่งด่วนคือ การคมนาคม ถนนผุพัง แหล่งน้ำการเกษตร ราคาพืชผลที่อยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันราคา หาตลาดมารองรับมากกว่านี้ ยืนยันว่าเป็นความตั้งใจบูรณาการขับเคลื่อนงานระดับหมู่บ้านชุมชน สะท้อนปัญหาไปสู่รัฐบาลเป็นหลัก ไม่มีเป้าหมายแฝงหาเสียงช่วยรัฐบาล

กกต.ประกาศพร้อมจัดเลือกตั้ง

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 15.00 น. ที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ มีการจัดเสวนา “สู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม สถานการณ์ในสังคมไทย” โดยนายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต.เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งไว้หมดแล้วทั้งกฎหมายและเครื่องมือต่างๆ ยังไม่พบอุปสรรคใดๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.มีเครื่องมือทำงานมากขึ้น ทั้งเรื่องการให้อำนาจ กกต.1 คน มีอำนาจควบคุม ระงับ ยับยั้ง การเลือกตั้งบางหน่วยได้ หากเห็นว่ามีพฤติกรรมการเลือกตั้งไม่สุจริต รวมถึงมีอำนาจเรียกสอบพยาน คุ้มครองพยาน การกันไว้เป็นพยานได้ เครื่องมือที่ กกต.มีอยู่ จะช่วยให้การเลือกตั้งสุจริตเป็นธรรมมากขึ้น อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.ยังไม่มีผลบังคับใช้ จะมีผลในวันที่ 9 ธ.ค. เมื่อทุกอย่างพร้อมสามารถเดินหน้าได้ทันที

“อ๋อย” ห่วง กกต.ดึงเวลาให้ใบเหลือง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อกังวลมากมายที่เห็นชัดเจนว่า การเลือกตั้งมีแนวโน้มไม่เสรีและเป็นธรรม เพราะยังไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมสำคัญๆ ได้ โดยเฉพาะการประกาศนโยบายและสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับนโยบาย เพื่อสอบถามความต้องการของประชาชน สิ่งที่พรรคการเมืองทำได้มากที่สุดขณะนี้คือ บางพรรคเดินทักทายประชาชน ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆไม่กล้าทำตาม การหาเสียงไม่ใช่ เรื่องเลวร้าย ควรเปิดโอกาสให้หาเสียงได้ตลอด กกต. ไม่ใช่องค์กรอิสระ เพราะมี คสช.เป็นผู้กำกับ เป็นระบบที่ทำลายความเป็นอิสระต่อ กกต. และ กกต.ควรแจกใบเหลืองพรรคการเมืองเยอะๆ ที่ผ่านมาแม้มีกระแส ข่าว มีการซื้อเสียงในพื้นที่ แต่กลับไม่เคยให้ใบเหลืองเลย กลัวว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดเมื่อมีการเลือกตั้งไปแล้ว อาจส่งผลต่อการนับคะแนนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หรือมีผลเอื้อต่อขั้วการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเกียน กล่าวว่า กกต. ควรทำหน้าที่เป็นองค์กรอิสระ อย่าทำหน้าที่เป็นองค์กรภายใต้คำสั่ง คสช. ไม่เข้าใจกรณีที่ กกต.เรียกพรรคการเมืองไปหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกรอบคำสั่ง คสช. เพราะมองว่าไม่ใช่หน้าที่ ถ้าใครทำผิดคำสั่ง คสช. ควรให้ คสช.ดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ กกต.ไปแนะนำพรรคการเมือง

“โคทม” บี้ยกเลิกรายการคืนความสุข

นายโคทม อารียา อดีต กกต. กล่าวว่า อะไรก็ตามที่ทำให้คนกลัวทั้งมาตรา 44 หรือคำสั่ง คสช. ต้องพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีบรรยากาศความหวาดกลัว ส่วนสำคัญอยู่ที่อำนาจรัฐและอำนาจเงินที่ผู้เล่นบางคนดูเหมือนมีเอี่ยวกับอำนาจรัฐ กกต.ต้องจับตาผู้มีอำนาจรัฐว่าไม่เอาเปรียบคู่แข่งรายอื่น รวมถึงผู้มีอำนาจเงินควรดำเนินการตามกรอบกฎหมาย สิ่งที่ กกต.ควรดำเนินการอันดับแรกคือ ให้ประชาชนตื่นตัวถึงกระแสเลือกตั้ง ขอให้ คสช.ยกเลิกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจที่เป็นรายการ คสช. ยกเวลาดังกล่าวให้ กกต. และประชาชน ใช้เวลาดังกล่าวอธิบายถึงการเลือกตั้ง กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัว การหาเสียงครั้งนี้ สามารถใช้วิธีอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด โดยหารือร่วมกับ พรรคการเมือง และสื่อมวลชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะประชาชนไม่รู้วิธีการใดบ้างที่ทำผ่านวิธีอิเล็กทรอนิกส์ แล้วเป็นการหาเสียง จึงต้องกำหนดแนวทางดำเนินการให้ชัดเจน

นายกฯยินดี “น้องแบม” ทำงาน ป.ป.ท.

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แสดงความยินดีที่ “น้องแบม” น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาที่เปิดโปงเรื่องการทุจริตเงินคนจน ได้บรรจุเข้ารับราชการที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 4 จ.ขอนแก่น รับผิดชอบพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน โดยชื่นชมความกล้าหาญของ “น้องแบม” ที่เปิดเผยกระบวนการทุจริตจนมีการตรวจสอบพบมูลความจริง ขอให้ยึดมั่นอุดมการณ์และศึกษาเรียนรู้ พัฒนาตัวเองทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อประโยชน์ประเทศ ทั้งนี้ นายกฯกำชับให้เร่งสืบสวน กรณีทุจริตโครงการเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และคดีอื่นๆให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อลงโทษผู้ทำผิดอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกัน นายกฯห่วงใยชาวนาที่ต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวช่วงนี้ โดยระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค.กระทรวงพาณิชย์จะจัดหารถเกี่ยวข้าวในราคาที่เหมาะสมให้เพียงพอแก่ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวได้ทันผลผลิต และขายได้ในราคาสูง เนื่องจากนายกฯพอใจสถานการณ์ราคาข้าวที่มีแนวโน้มสูงกว่าปีที่ผ่านมา เช่น ข้าวเปลือกหอมมะลิราคา 16,000-17,000 บาทต่อตัน บางพื้นที่ไปถึง 18,000 บาท สูงเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับข้าวเปลือกเจ้าทั้งสดและแห้งที่มีราคาสูง นอกจากนี้ จะอนุญาตให้ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวขนย้ายรถเกี่ยวนวดข้าวและเก็บค่าธรรมเนียมนอกสถานที่ในอัตราต่ำสุด

สวดศพ “แม่วิษณุ” คนแน่นวัด

เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ศาลา 9 วัดโสมนัสวิหารราชวรวิหาร มีพิธีสวดพระอภิธรรมศพนางถาวร เครืองาม มารดาของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นการสวดพระอภิธรรมวันที่ 5 มีผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพจำนวนมาก โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก อาทินายนพดล เฮงเจริญ รองประธานศาลปกครองสูงสุด นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทั้งนี้พิธีสวดพระอภิธรรมจะจัดขึ้นถึงวันที่ 6 พ.ย. จากนั้นจะมีพิธีบรรจุศพต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thailand4.0ประเทศกูมีสุวิทย์ เมษินทรีย์ประยุทธ์ จันทร์โอชาข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 00:30 น.