คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

ปัญหาผลประโยชน์โทรคมนาคม

หมัดเหล็ก29 ต.ค. 2561 05:01 น.
SHARE

กลุ่มอุตสาหกรรม โทรคมนาคม ของประเทศเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้เข้ารัฐและเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างมหาศาล สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีหน้าที่ในการควบคุม การปฏิบัติการบริหารจัดการของคลื่นความถี่ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งระบบโทรคมนาคมทั้งประเทศ มูลค่านับแสนล้านบาท

เพื่อให้การประกอบธุรกิจประเภทนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ กสทช. รับเป็นผู้ดำเนินการจากผู้ประกอบการทางด้านโทรคมนาคม 3 รายเดิมคือ AIS DTAC และ TRUE ประกอบธุรกิจภายใต้สัมปทานขึ้นกับ TOT และ CAT เปลี่ยนมาเป็นภายใต้การสัมปทานตามระบบใบอนุญาตจาก กสทช. และส่งผลให้ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และ กสท.โทรคมนาคม ต้องเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมเช่นเดียวกับ เอไอเอส ทรู และ ดีแทค

ทั้งนี้ รัฐมีรายได้จากภาคเอกชนทั้ง 3 ราย จากปี 2001 ที่ให้ กสทช. เข้ามาอนุญาตให้สัมปทานระบบ 3G และ 4G มีรายได้รวมกันจากการเปิดประมูลไปแล้วมีมูลค่านับแสนล้านบาท สูงกว่ารายได้ที่ได้รับจากค่าสัมปทานของ ทีโอที และ แคท เป็นหลักหมื่นล้าน

ตามวัตถุประสงค์ในการตั้ง กสทช. ขึ้นมาเพื่อต้องการให้เปิดเสรีโทรคมนาคม ไม่ใช่เป็นการหารายได้เข้ารัฐแต่กลับเป็นองค์กรที่มีบทบาทในการหารายได้เข้ารัฐเป็นกอบเป็นกำ รายได้จาก กองทุน กสทช. นำไปใช้ประโยชน์ต่างๆในโครงการของรัฐเพื่อให้สัมฤทธิผลตามนโยบายที่วางเอาไว้ และ กสทช. ได้ช่วยปลดภาระภาคเอกชนจากระบบสัมปทานได้เป็นอย่างดี เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกันในการแข่งขันธุรกิจประเภทนี้

ต้องยอมรับว่าหลังจากที่ กสทช. มาทำหน้าที่แทน ทีโอที และ แคท ทำให้รายได้หลักของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งลดลงตั้งแต่ปี 2557 ได้งดการนำส่งรายได้เข้าแผ่นดิน เนื่องจากเกิดการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นปัญหาของภาครัฐที่ต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหา

แต่เรื่องกลับรุนแรงมากขึ้น เมื่อทั้ง ทีโอที และ แคท ได้ทำการ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากภาคเอกชนทั้ง 3 ราย โดยอ้างว่า ป้องกันตัวเองที่จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เป็นมูลค่าหลักแสนล้าน เอไอเอส รวมแล้วกว่า 1 แสน 6 หมื่นล้าน ดีแทค เกือบ 3 แสนล้าน และ ทรู สองแสนกว่าล้านบาท คิดเป็นมูลค่าในการเรียกค่าเสียหายจากทั้ง 3 บริษัทเท่ากับร้อยละ 74 ของทรัพย์สินที่จดทะเบียนไว้ในตลาดหลักทรัพย์

ถือว่าไม่มีความเป็นธรรมทางธุรกิจ

ในช่วงที่บ้านเมืองเข้าสู่การพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัล ประเทศต้องมีการพัฒนาทางด้านโทรคมนาคมให้ทันสมัย กลับกลายเป็นว่าภาครัฐเป็นตัวฉุดการพัฒนาและศักยภาพทางเทคโนโลยีดิจิทัลเสียเอง

เป็นกรณีศึกษาที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย.

หมัดเหล็ก

mudlek@thairath.co.th

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คาบลูกคาบดอกหมัดเหล็กกสทช.โทรคมนาคมผลประโยชน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้