"นิพิฏฐ์ - อรรถวิชช์" กระตุกรัฐอย่าทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ ยันเพลงแร็ป "ประเทศกูมี" เนื้อหาเพลงไม่กระทบมั่นคง หรือไปปลุกระดมคน เชื่อว่าไม่ผิดกฎหมาย ไม่ควรจะปิดกั้น...
เมื่อวันที่ 27 ต.ค.61 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศิลปินวัยรุ่นร้องเพลงแร็ปชื่อ ประเทศกูมี ซึ่งมีเนื้อหาสะท้อนเสียดสีปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม โดยรัฐบาลสั่งหน่วยงานรัฐแบนเพลงดังกล่าวว่า ตนยังไม่ได้ฟังเพลงดังกล่าวและบอกตรงๆว่า ไม่สนใจที่จะฟังเพราะขณะนี้สังคมไทยสามารถนำเรื่องต่างๆ มาทะเลาะกัน หรือเป็นเหตุขัดแย้งกันได้ทุกเรื่อง แต่อยากบอกรัฐบาลว่าหากเรื่องใด ถ้าไม่รุนแรงและไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติจริง รัฐบาลก็ควรเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้แสดงออกถึงความเห็นต่าง เพราะความมั่นคงของรัฐเจตจำนงที่แท้จริงคือ เป็นความมั่นคงแห่งรัฐไม่ใช่ความมั่นคงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคณะบุคคลใด เมื่อเราจะก้าวเดินสู่ระบอบประชาธิปไตยก็ควรจะเปิดโอกาสให้คนที่คิดต่างสามารถแสดงออกความเห็นได้ อย่าทำให้เกิดบรรยากาศเหมือนเราเอากาไปต้มน้ำแล้วไม่มีทางออกให้ไอน้ำ หรือเปิดให้มีการระบายความร้อน เพราะไม่เช่นนั้นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เป็นเรื่องก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้
ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเพลงแร็ป ประเทศกูมี ว่า ตนฟังหลายรอบ การแร็ปถึงสถานการณ์บ้านเมือง ไม่เห็นว่าเนื้อเพลงจะกระทบความมั่นคง หรือไปปลุกระดมคนตรงไหน ไม่เห็นจะผิดกฎหมายด้วย ผู้มีอำนาจต้องเข้าใจในระบอบประชาธิปัตย์ ต้องแยกให้ออกระหว่างความมั่นคงของรัฐบาล อะไรคือความมั่นคงของประเทศ ในเนื้อหาไม่มีอะไรไปกระทบความมั่นคงประเทศ เขาไม่ได้ไปปลุกระดมคน เขาใช้สิทธิความเป็นเสรีประชาธิปไตย เขาร้องเพลงด้วยอารมณ์ศิลปิน ก็พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.เองยังแต่งเพลงได้ ท่านก็น่าจะเปลี่ยนแนวจากอัสนี-วสันต์ มาเป็นเพลงแร็ปดูบ้างไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่โต
...
"เพลงแร็ปไม่น่าจะกระทบความมั่นคง ใจท่านต้องเปิดกว้าง รับฟัง เวลาของรัฐบาลนี้ก็เหลือน้อยเต็มทน ยิ่งต้องเข้าใจ เห็นกำลังจะมีพรรคการเมืองมาเล่นในระบบเอง มาสนับสนุนท่าน ท่านเองยิ่งต้องเรียนรู้ ว่าเนื้อหาเพลง ไม่ได้ประสงค์ร้ายกับบ้านเมือง มันเป็นงานดนตรี ก็ประเทศกูมีจึงต้องได้ยินกันทั้งประเทศ คนแต่งเพลงยืนยันความเป็นเจ้าของประเทศของเขาด้วย ซึ่งไม่ควรจะผิด ใกล้วันเลือกตั้งแล้วบรรยากาศไม่ควรจะออกมาว่ามีการปิดกั้น ต้องทำใจหน่อย วันนี้แค่รับน้องใหม่เท่านั้น พอถ้าได้เข้ามาในสภาของจริง จะหนักกว่านี้อีกเยอะ คนที่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องซ้อมความอดทนอดกลั้นเอาไว้หน่อย" นายอรรถวิชช์ กล่าว.