"จาตุรนต์" เตือนผู้มีอำนาจอาจพังได้ ถ้าจับกลุ่มนักร้อง แร็ป "ประเทศกูมี" ชื่นชม เนื้อหาดี ลีลาเร้าใจ ติงอย่ากลัวเกินเหตุ แค่เอาเรื่องจริงมาติชมธรรมดา
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสเพลงแร็ป "ประเทศกูมี" ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขณะนี้ เนื่องจากมีเนื้อหาเสียดสีทางการเมืองว่า ความเห็นทางสังคมขณะนี้ที่แบ่งเป็นสองฝ่าย มีความคิดเห็นที่หลากหลายถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่าเนื้อหาเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ทางสังคม และการเมืองในหลายๆ เรื่อง และมีลักษณะประเด็นที่เข้มข้นแหลมคม ตนฟังเพลงนี้ตอนเร่ิมมีมิวสิกวิดีโอออกมา คนดูตอนนั้นน่าจะประมาณ 1-2 แสนคน มีเพื่อนส่งให้มาดูโดยบอกว่าต้องฟัง พอฟังแล้วชอบทั้งเนื้อหาและลีลา เลยทวิตเตอร์ไปว่าชอบเพลงประเทศกูมี คิดว่าเป็นการให้กำลังใจคนที่ทำ พอเช้าวันรุ่งขึ้นมีคนตามดูแล้วประมาณ 8 แสนคน ตนยังบอกเพื่อว่าให้ถึง 10 ล้านเร็วๆ เพราะถึงแน่เนื่องจากเนื้อหาตรงใจคน
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เนื่องจากเนื้อหาพูดถึงความไม่ยุติธรรม กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย การจำกัดสิทธิเสรีภาพ การใช้กฎหมายเพื่อที่จะไปปิดปากคนและสกัดความคิดเห็น และการสังหารประชาชนที่หาคนผิดไม่ได้ ไม่มีใครถูกลงโทษ การรัฐประหารและปัญหาที่ตามมาในการแบ่งแยกและปกครอง การที่ประชาชนถูกแบ่งแยกเป็นฝ่ายและตกเป็นเหยื่อเหมือนๆ กัน ซึ่งหลายส่วนน่าจะถูกใจคนกลางๆ และคนชนชั้นกลาง นอกนั้นอาจจะถูกใจฝ่ายต่างๆ ที่อาจจะขัดแย้งกัน ที่สำคัญมีเนื้อหาในทางคิดสร้างสรรค์ ลีลาแร็ปเร้าใจ
"ผมดูแล้วไม่เห็นจะผิดกฎหมายตรงไหนไม่ว่าจะกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือคำสั่ง คสช. เพราะว่าไม่มีอะไรที่เป็นเท็จ เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่ติชม และยังเป็นแนวความคิดในทางสร้างสรรค์ และความจริงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ติชอบ ฝ่ายความมั่นคงกลัวเกินไปว่าจะเกิดแรงต่อต้านต่อการปกครองในปัจจุบันมากขึ้น ทั้งที่เป็นการติชมธรรมดา และบังเอิญเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง บางเรื่องเป็นการสร้างความเสียหายที่เราต้องยอมรับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ โดยเฉพะการกระทำที่เกิดขึ้นจากกระบวนการยุติธรรม การเลือกใช้กฎหมาย การรัฐประหาร ถ้าจะโทษความเสียหายนี้เป็นความผิดของใครก็ต้องโทษผู้กระทำความผิด ไม่ใช่ความผิดของผู้ที่สะท้อนวิพากษ์วิจารณ์ ผมคิดว่าการใช้มาตรการไปจับเขา จะทำให้เป็นการโฆษกณาเพลงนี้ให้ดังมากขึ้น และยิ่งมีคนดูมากขึ้น จึงอยากจะบอกคสช.เพียงสั้นๆว่า อย่าไปจับประเทศกูมี ถ้าจับประเทศกูมีแล้วพวกคุณจะพังกันหมด"
...
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า จริงๆ เขาเสนอปัญหาหลายๆ อย่างในสังคมไทยที่เป็นจริงทั้งนั้น ส่ิงที่ผู้มีอำนาจควรทำคือเอาความเห็นเหล่านี้ไปวิเคราะห์และหาทางแก้ไข และที่ควรระวังการไปจับหรือเล่นงานเขา จะทำให้เป็นการทำลายความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ของศิลปิน และศิลปินเหล่านี้ก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ทำงานมาพอสมควร ศึกษาทางศิลปะ และการเมืองมาไม่น้อย เข้าใจลึกซึ้งเรื่องต่างๆพอสมควร ถือมีเจตนาดีถ้าดูส่ิงที่เขาทำมาในอดีตจะเห็นเขาพัฒนามาเป็นลำดับด้วยความเข้าใจอย่างดี เขาสามารถสื่อสารและทำได้ดีกว่าจากที่หลายๆ คนเคยทำมา
ทั้งนี้ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในยุค 4.0 ถ้าเราไปสก้ดการทำงานลักษณะนี้ ต่อไปคนจะไม่กล้าคิดอะไรในทางสร้างสรรค์ มีผลเสียต่อเศรษฐกิจด้วย ควรถือเป็นโอกาสอย่างมากในการส่งเสริมคนรุ่นใหม่กล้าคิดกล้าทำ ที่สำคัญกล้าที่จะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และมีส่วนร่วม จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า แต่การไปจับเขาย่ิงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเนื้อเพลงของเพลงนี้เป็นความจริง ใช้อำนาจปิดปาก
ด้านนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)ตรวจสอบคลิปวีดิโอ “ประเทศกูมี” อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่ ว่า คลิปวีดิโอดังกล่าวเป็นเรื่องของการสะท้อนปัญหาของประเทศ พยายามบอกความจริงต่อสังคมด้วยการเสียดสี ที่มีอยู่ตลอดในระบอบประชาธิปไตย กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในทุกรัฐบาล เพราะหลักการประชาธิปไตยได้ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแต่ต้องไม่กระทบคนอื่น การตั้งคำถามการแสดงความเห็นต่อเรื่องต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ล้วนมีรูปแบบวิธีการแสดงออกที่แตกต่างกันมาตามช่วงยุคสมัย กลุ่มคนรุ่นใหม่ก็มีรูปแบบของเขาที่จะนำเสนอให้ได้รับความสนใจ รัฐบาลควรจะเปิดใจกว้าง ลองฟังสิ่งที่เขาสะท้อนออกมาว่าเป็นจริงแค่ไหน จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่ แทนการใช้กฎหมายไปควบคุม เพราะมองว่าการจะใช้บทกฎหมายมาลงโทษ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.คอมฯ ดูจะเกินไป เพราะกฎหมายเหล่านี้ถูกตั้งคำถามมาตลอดว่า อาจกลายเป็นเครื่องมือของคนที่อยู่ในอำนาจ หรือไม่