นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปนครนายก ยัน หาเสียงหัวหน้าพรรค ไม่ป้ายสีใคร เน้น เรื่องปราบคอร์รัปชันและแก้เศรษฐกิจเป็นหลัก เผยสาเหตุตัดสินใจลงชิงชัยหัวหน้าพรรค 'พระแม่ธรณีบีบมวยผม' 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ต.ค.61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ ภูโอบ น้ำใส คันทรี่ รีสอร์ต ซึ่งเป็นของ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ โดยมากับรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ฆย 1239 กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรค ปชป. มีรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.นครนายก ขับนำหน้าเพื่อรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของสมาชิกพรรค ปชป.ทั้ง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองนครนายก, อ.ปากพลี, อ.บ้านนา และ อ.องครักษ์ ประมาณ 5,000 คน ที่มานั่งรอ นายอภิสิทธิ์ อยู่ภายในบริเวณ ภูโอบ น้ำใส คันทรี รีสอร์ท ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก โดย นายอภิสทธิ์ ได้เดินมาทักทายกับสมาชิกพรรคด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับการรับพวงมาลัยและดอกไม้ พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ ก็ได้มีการถ่ายรูปเซลฟี่กับสมาชิกจนครบทั้ง 4 อำเภอ

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ก็ได้ขึ้นเวทีพูดในภาพรวมหลักๆ อยู่ 2 ประเด็น คือ เรื่องการทุจริตในการโกงต่างๆ ด้วยการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนได้เข้ามาช่วยดูแล เพราะเท่าที่ผ่านมา แต่ละรัฐบาลมีการทุจริตกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริต เรื่อง การจำนำข้าว ทำให้เกษตรกรชาวนาต่างเดือดร้อน และได้มีการจับกุมผู้ทุจริตมาลงโทษติดคุกกันมาแล้ว ซึ่งตนเห็นว่า จะต้องเข้ามาช่วย เพราะพรรค ปชป. ไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของพี่น้องสมาชิกพรรค ปชป.ทุกคน

เรื่องที่ 2 คือส่วนในเรื่องของการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ซึ่งตนบอกได้แต่เพียงว่า มีผู้สมัครชิงตำแหน่งถึง 3 คน แต่มีใครบ้างตนไม่ขอกล่าว เพราะนโยบายของพรรค ปชป.บอกว่า ห้ามทุกคนใส่ร้ายป้ายสีกัน ส่วนตนนั้นได้เบอร์ 1 และสาเหตุที่ตนต้องลงสมัครเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ครั้งนี้ โดยตนบอกได้เลยว่า อยากเป็นมาก เพราะตนอยากจะเข้ามาช่วยด้านเศรษฐกิจของประเทศ เพราะว่าปัจจุบันนั้นเศรษฐกิจดูแย่มาก และอีกอย่างก็คือ เรื่องการปราบทุจริตคอร์รัปชันให้หมดไป โดย นายอภิสิทธิ์ ใช้เวลาในการพูดบนเวที ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ และเดินทางกลับ กทม.