ไลฟ์สไตล์
100 year

ป้อมโวยกระทุ้ง กกต. ฟันทักษิณครอบงําพรรค

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
23 ต.ค. 2561 05:05 น.
SHARE

ซัด ‘4ปี’ ไม่เคยหยุด ขู่มีคดีค้างอีกเยอะ 3 มิตรปัด พลังประชารัฐเท วันนอร์สอนปฏิวัติ แก้ไขที่ปลายเหตุ!

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กป้อม” ฮึ่มกระทุ้ง กกต.สแกนคำพูด “ทักษิณ” กระทบบรรยากาศเลือกตั้ง เกี่ยวโยงพรรคการเมือง ซัด 4 ปีไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว ยักไหล่เมินคำโวกวาด 300 เสียงพร้อมขู่ให้ระวังตัวยังมีคดีค้างอีกเยอะ ย้ำหนักแน่นวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 “สุวิทย์” ยัน 4 รมต.พลังประชารัฐออกหมดแน่ ขอเวลาสะสางงานอีกนิด “สามมิตร” แก้ข่าวรายวันเรื่องเหลวไหลถูก พปชร.ดีดทิ้ง “มาร์ค” ชี้ช่องปิดทางปฏิวัติ นักการเมืองต้องรู้แพ้ รู้ชนะ ไม่ติดใจถ้า “บิ๊กตู่” มาตามกติกาแบบสวยงาม “อนุทิน” ฉะนักการเมืองไม่เคารพกติกา เปิดทางระบอบอื่นแทรกแซง “วันนอร์” ติงคำตอบปฏิวัติปลายเหตุ จี้ขึงขังระงับจลาจล อย่าเกียร์ว่าง วางเงื่อนไขร่วมรัฐบาลที่รวบรวม ส.ส.ได้ 250 คน พท.ยันคำพูด “ทักษิณ” ไม่มีพิษภัย ปูดพปชร.ส่อแพ้จ้องเลื่อนเลือกตั้ง

ความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในต่างประเทศ ที่ระยะหลังมักแสดงความเห็นเชิงการเมืองบ่อยครั้ง ถูกจับตาจากฝ่ายความมั่นคงว่ามีส่วนสร้างผลกระทบ หรือเข้ามาเกี่ยวข้องบงการพรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่ ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้ฝากข้อความผ่านสื่อไปยัง กกต.ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้

“บิ๊กป้อม” กระทุ้ง กกต.สอบ “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ แต่การเมืองเวลานี้เรียบร้อยดี ที่พูดจาอะไรกันก็ว่ากันไป เพราะขนาดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ต่างประเทศยังพูดถึงพรรคของเขาเลย และถามว่าพูดแบบนั้นผิดหรือไม่ ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณา แต่เราคงไม่ไปสั่ง กกต.เพราะเราสั่งเขาไม่ได้ ให้เขาทำของเขาเอง เมื่อถามว่านายทักษิณพูดลักษณะนี้กระทบบรรยากาศเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า สื่อคิดว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ทีเรื่องแบบนี้ไม่ถามต้องรอให้ตนพูดก่อน เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของนายทักษิณเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เกี่ยวทุกพรรค ที่เขาพูดๆ กระทบกระเทือนทั้งนั้น เมื่อถามว่าพูดเช่นนี้ต้องการให้ กกต.ดำเนินการใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “สื่อกระทุ้งสิ เพราะพูดอย่างนี้เกี่ยวข้องทุกพรรค พรรคเขาด้วย และพรรคเราด้วย” เมื่อถามว่า “พรรคเรา” ที่ระบุคือพรรคไหน พล.อ.ประวิตรตอบว่า “พรรคเราก็คือพรรครัฐบาล” ส่วนเลือกตั้งเลือกแน่ 24 ก.พ.62 เลือกแน่นอน

อัดเคลื่อนไหวไม่หยุดตลอด 4 ปี

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาการเมืองทำให้ฝ่ายความมั่นคงเดือดร้อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า มันหยุดมา 4 ปีแล้ว เมื่อถามว่า 4 ปีสงบ ตกลงหยุดจริงหรือแค่สลบ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ถ้าสลบก็ดี สลบไปเลยก็ได้” เมื่อถามว่าหากสุดท้ายเพื่อไทยกลับมาชนะเลือกตั้ง สิ่งที่ คสช.ทำมาเสียของหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดเอาเองสิ มาถามอะไรตน เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. 300 ที่นั่ง อย่างที่นายทักษิณพูดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “คุณก็คิดเอาถ้าคุณคิดว่าได้ 300 ก็บอกไปว่าได้ 300” เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะพูดถึงนายทักษิณหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มี แต่อยากให้สื่อพูดว่าสิ่งที่เขาทำสิ่งที่เขาพูดมันกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงอย่างไร ช่วยเขียนทีนะ” เมื่อถามว่า วันที่ 6 พ.ย.นายทักษิณจะเคลื่อนไหวอีก หลังได้รับเชิญไปพูดที่มหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “มันเคลื่อนตลอด 4 ปีที่ไม่มีวันไหนหยุด หยุดไปสัปดาห์หนึ่ง เดี๋ยวก็ออกอีก”

ขู่ “ทักษิณ” ยังมีคดีค้างอีกเยอะ

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงคดีที่ดินรัชดาของนายทักษิณ ที่อยู่ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่หมดอายุความไปเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ว่า กฎหมายใหม่ไม่มีอายุความถ้าจะหนีก็ต้องหนีตลอดชีวิต ผู้สื่อข่าวถามว่า กลายเป็นว่าต้องยกประโยชน์ให้จำเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะไปยกได้อย่างไร ก็มีกฎหมายใหม่และมีคดีอีกเยอะแยะที่ยังไม่ดำเนินการ เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งหนีคดีรับจำนำข้าว ไม่มีหมดอายุความใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า กฎหมายใหม่เป็นแบบนั้น

“สุวิทย์” ลั่น 4 รมต.พร้อมออกเกลี้ยง

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีซุปเปอร์โพลเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนร้อยละ 92.2 ระบุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่แสดงตัวตนอยู่กับพรรคการเมืองควรลาออกว่า อย่างที่เคยบอกไปเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมรัฐมนตรีทั้ง 4 คนที่เข้าไปร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐลาออกแน่ เมื่อมาด้วยกันก็ไปด้วยกัน แค่ขอสะสางงานสำคัญก่อน อย่างตนเรื่องสำคัญคือร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ที่ปลุกปั้นมา กำลังจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในวันที่ 24 ต.ค.นี้แล้ว ก็จะหมดอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ดังนั้นอย่ากังวลพวกตนเหลือเวลาอีกนิดเดียวเท่านั้น ส่วนตำแหน่งต่างๆ ถ้าคิดว่ามีส่วนได้ส่วนเสียก็พร้อมลาออก ถ้าออกก็จะออกให้เกลี้ยง

“สามมิตร” ปัดข่าวถูก พปชร.ดีดทิ้ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐไม่อยากได้กลุ่มสามมิตรไปร่วมพรรคแล้วว่า ไม่เคยได้ยินกระแสข่าวดังกล่าว ที่ผ่านมากลุ่มสามมิตรได้รับการชักชวนจากหลายกลุ่มการเมืองให้ไปร่วมงาน แต่ทางกลุ่มเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่ชัดเจน ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนได้ ทางกลุ่มจึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมและไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ และกลุ่มสามมิตรมีอดีต ส.ส.จำนวนมาก เป็นประเภทดาวฤกษ์ แกนนำกลุ่มทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ต่างเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ คร่ำหวอดในเวทีการเมือง เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เชื่อจะเข้าช่วยทำให้พลังประชารัฐแข็งแกร่ง หากได้นโยบายของกลุ่มไปร่วมด้วย เชื่อจะทำให้พลังประชารัฐครองหัวใจคนไทยทั้งประเทศได้แน่นอน

“พีระศักดิ์” เปล่าหา ส.ส.ให้ พปชร.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงเเรมเเซนด์ดูนส์ เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท จ.จันทบุรี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวถึงข่าวที่ระบุว่าตนร่วมจัดหาผู้สมัคร ส.ส.ใน จ.อุตรดิตถ์และภาคเหนือตอนล่างให้กับพรรคพลังประชารัฐว่า อาจเป็นเพราะตนเคยรับมอบหมายให้ทำโครงการ สนช.พบประชาชน เป็นคนในท้องถิ่น รู้จักข้าราชการและผู้นำชุมชนก็เเค่ช่วยแนะนำให้กับพรรคการเมือง เพื่อนพี่น้องที่รู้จักกันทุกพรรค แนะนำนักการเมืองที่ต้องการจะเล่นการเมืองต่อว่าอยู่พรรคไหนจะเป็นอย่างไร แต่ไม่มีอำนาจไปตัดสินใจว่าให้ใครลงสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อถามว่า มี สนช.บางคนรับจัดผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับพรรคพลังประชารัฐ นายพีระศักดิ์ตอบว่า เชื่อว่า สนช.ทุกคนมีวิจารณญาณที่จะไม่ทำอะไรขัดต่อบทบาทหน้าที่ สนช. ทุกคนที่เป็นข่าวคงคล้ายๆ กับตนคือแค่แนะนำให้คนมาเจอกัน แต่จะตกลงหรือไม่นั้นไม่รู้ ดังนั้นอย่ารีบฟันธงว่าใครจะอยู่พรรคไหน

ยอมรับมี สนช.โยกไปนั่งต่อ ส.ว.

เมื่อถามถึงกระแสข่าวสมาชิก สนช.วิ่งเต้นเพื่อตำแหน่ง ส.ว. นายพีระศักดิ์ตอบว่า กลไกการตั้งคณะกรรมการสรรหา 9-12 คน ยังไม่เริ่ม ฝ่าย คสช.บอกว่าน่าจะเริ่มหลังการแบ่งเขตการเลือกตั้งและรับสมัครแล้ว รูปแบบการสรรหายังไม่กำหนด แต่ตำแหน่ง ส.ว.ค่อนข้างมีบทบาทสำคัญ คงห้ามใครไม่ได้ ส่วนตัวมองว่า สนช.มีประสบการณ์ในการทำหน้าที่นิติบัญญัติ แต่คงจะไม่ได้มีแค่ สนช.ที่เข้ามาเป็น ส.ว. จะมีบุคคลที่มีความสามารถจากส่วนอื่นมาด้วยตามกฎหมาย ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้ส่งสัญญาณ หรือคุยกับตนถึง สนช.ที่พร้อมเป็น ส.ว.ต่อ และ คสช.เองก็คงจะยังไม่พูดคุยเรื่องนี้ตอนนี้ เพราะยังไม่ถึงเวลา จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเปล่าๆ

“มาร์ค” แนะรู้แพ้-ชนะ ปิดทางปฏิวัติ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวในรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ช่องฟ้าวันใหม่ ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ระบุไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองสร้างเงื่อนไขจลาจลจนนำไปสู่การรัฐประหารว่า ท่านคงมองเหตุการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมาที่มีการรัฐประหารคือ ภาวะบ้านเมืองไม่สงบ ตนเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับคำพูด คนพูดต้องรักษาคำพูด อยากได้แบบสบายใจจะให้ท่านรับประกันว่าไม่มี บางคนก็ไม่สามารถรักษาคำพูดได้ ท่านพูดก็เพราะดูจากประวัติศาสตร์ก็เท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่คงไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะจะมีปัญหาอื่นตามมาอีกเยอะ การรัฐประหารยังเป็นเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับตัวคนมาทำรัฐประหาร แต่ตอนนี้เริ่มขมวดว่าคนทำรัฐประหารจะมาเล่นต่อ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในอำนาจมายาวนานแล้วเกือบ 5 ปี แทนที่จะไปคาดคั้น ผบ.ทบ. เรามาช่วยกันดีกว่า ทุกคนต้องไปย้อนดูในส่วนของตัวเองก่อน ถ้าการเมืองช่วยกันว่าต่อไปใครจะแพ้ ชนะ ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงไม่มีการสร้างเงื่อนไข มันก็จะไปไม่ถึงขั้นที่ ผบ.ทบ.พูด

ไม่ติดใจ “บิ๊กตู่” ถ้ามาตามระบบ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องข่าวดูด ความเหมาะสมเรื่องการอยู่ในอำนาจ ใครจะแพ้ชนะมีความสุ่มเสี่ยง วันนี้ต้องสร้างทางใหม่ยึดหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริงและยั่งยืน ตนไม่สนับสนุนนายกฯคนนอก แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มาอยู่ในบัญชีพรรคใดพรรคหนึ่ง เสียงที่มาจากการเลือกตั้ง 250 เสียงเอา ก็ถือมีความชอบธรรมตามระบบ

กระทุ้งสำนึก 4 รมต.จี้ลาออก

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ 4 รัฐมนตรีที่ร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองยังไม่ลาออก แต่ลงพื้นที่พบประชาชนในทุกวันหยุดว่า ส่วนตัวเห็นว่าทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นสิทธิว่าจะลาออกเมื่อไหร่ แต่อยากให้ยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะเป้าหมายในการปฏิรูปการเมือง ไม่ต้องการให้คนที่มีอำนาจรัฐอาศัยความได้เปรียบในการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ยุคไหน ส่วนการลงพื้นที่จะเป็นการได้เปรียบหรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าได้ใช้อะไรที่อิงอยู่กับอำนาจรัฐหรือไม่ สำหรับกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยจะจัดการเลือกหัวหน้าพรรคเหมือนพรรคประชาธิปัตย์นั้น เห็นว่าเป็นเรื่องดี อยากให้ทุกพรรคทำ เพราะจะได้ไม่ต้องถูกมองว่าเป็นพรรคของใคร

“จ้อน” ชี้นายกฯมาถูกทางใช้โซเชียล

ที่ จ.จันทบุรี นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดียสื่อสารกับประชาชนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จนเกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า เป็นเรื่องดีที่ผู้นำรัฐบาลเปิดพื้นที่สื่อสารกับประชาชนโดยตรง ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้นว่านายกฯมีแนวโน้มสูงมากขึ้นที่จะเข้ามาสู่การเมืองโดยตรง ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรคการเมือง และเชื่อว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ถือว่าเดินมาถูกทางตามครรลองประชาธิปไตย เป็นผลดีประเทศชาติสืบทอดภารกิจเพื่อชาติดีกว่าสืบทอดอำนาจ และเป็นทางเดินที่ดีกว่าเส้นทางนายกฯคนนอก ซึ่งตนไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ต้องระมัดระวังกรณีใช้โซเชียลมีเดีย คือการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐและทรัพยากรของรัฐในการดำเนินการเพื่อประโยชน์ใดๆ ทางการเมืองใดๆ

“อนุทิน” ฉะไม่เคารพกติกากันเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าอนาคตจะเกิดการรัฐประหารว่า หากทุกฝ่ายในบ้านเมืองเล่นตามกติกา เคารพกฎหมาย ไม่เล่นนอกกติกา แก้ปัญหาตามระบบประชาธิปไตย และไม่นำพาเหตุการณ์ไปสู่เงื่อนไขให้อำนาจนอกระบบเข้ามาก็ไม่ต้องกังวล ที่ผ่านมาระบอบรัฐสภาดีอยู่แล้ว กลับไม่ใช้กติกา เท่ากับเปิดโอกาสทำให้ระบอบอื่นเข้ามาจัดการบ้านเมือง แล้วคนที่อยู่ในระบบก็แพ้หมด ถูกกันออกไปนอกเวที แต่จะโทษคนที่เข้าก็ไม่ได้ เพราะคนที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ไม่เคารพคำว่าประชาธิปไตยหากทุกฝ่ายเคารพรัฐธรรมนูญที่ตราไว้ชัดเจน จะไม่มีทางสิ่งแปลกปลอมนอกระบอบ พรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำตัวมีปัญหาอย่างแน่นอน

“วันนอร์” ติงทหารมุ่งแก้ปลายเหตุ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ไม่รับประกันการปฏิวัติ หากมีการจลาจลเกิดขึ้นว่า เรื่องการปฏิวัตินั้นเป็นปลายเหตุ ทหารย่อมสามารถทำให้ไม่เกิดการจลาจลได้ ไม่ใช่ว่าตอนมีเหตุเกิดขึ้นแล้วไม่ไประงับ กองทัพสามารถแก้ปัญหา เช่น สั่งการไม่ให้คนออกมาจากบ้านเวลากลางคืนเป็นต้น ถ้าตอบคำถามที่ปลายเหตุ แต่ตอนมีเหตุไม่แก้ไข ชาตินี้ก็ต้องปฏิวัติกันไม่จบไม่สิ้น

วางเงื่อนไขร่วมรัฐบาลที่มี 250 ส.ส.

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคประชาชาติไม่ใช่นอมินีของใคร ไม่ใช่นอมินีของพรรคเพื่อไทย หรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ การตั้งพรรคประชาชาติก็เพื่อต้องการความเป็นอิสระ แก้ปัญหาเฉพาะจุด เฉพาะทางอย่างมีประสิทธิภาพ มิฉะนั้นก็คงไม่ออกมาตั้งพรรคเอง เบื้องต้นชัดเจนว่าจะส่งผู้สมัครภาคใต้ทั้ง 50 เขต และทั่วประเทศจะส่งเกินกว่า 200 เขต อาจไม่ครบทั้งหมด 350 เขต ตั้งเป้าได้เก้าอี้ ส.ส.จากทั้ง 2 ระบบ 20 คน ส่วนเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นนั้น หลักๆ คือต้องมาถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย มีนโยบายตรงกัน เราชัดเจนว่าปฏิเสธนายกฯคนนอก และคนที่จะเป็นรัฐบาลต้องมีเสียง ส.ส. 250 คนขึ้นไป ไม่นับรวม ส.ว. เพื่อเสถียรภาพในการทำงาน มิฉะนั้นจะเสียเวลาประชาชน เพราะตั้งรัฐบาลได้ก็ทำงานไม่ได้ ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ถ้ามีโอกาสก็จะเสนอให้มีการแก้ไข

ชทพ.ปูเสื่อรอคนดังตบเท้าร่วมงาน

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่พรรคชาติไทยพัฒนา แกนนำพรรค อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา และนายประภัตร โพธสุธน เดินทางเข้ามาหารือเรื่องการเตรียมงานประชุมใหญ่ของพรรคที่จะมีขึ้นวันที่ 26 ต.ค. โดยนายประภัตรปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรค ด้านนายวราวุธแกนนำกลุ่มนิวบลัดให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวว่า น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายประภัตร โพธสุธน จะมาเป็นเลขาธิการพรรค และกระแสข่าวที่มีนักการเมืองหลายกลุ่มจะมาร่วมเปิดตัวในวันที่ 26 ต.ค.ว่า ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเข้าร่วม แต่ขณะนี้มีความชัดเจน พรรคจึงต้องปรับกระบวนทัพก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งเต็มตัว เพื่อให้สอดรับกับการที่จะมีผู้ใหญ่เข้ามา เพื่อให้หลายฝ่ายไว้วางใจพรรคมากขึ้น ทำให้พรรคเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนที่เคยชูคนหนุ่มรุ่นใหม่แล้วเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่ปัญหา ตนและน้องๆทุกคนยังทำงานให้พรรค ต้องทำงานผสมผสานกัน อย่างไรก็ตาม ขอให้ดูวันที่ 26 ต.ค.ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคจะมีหน้าตาอย่างไร

ถ่อมตัวไม่มีแรงดูด มีแต่แรงจีบ

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พรรคเคยอยู่เงียบๆ แต่ตอนนี้มีเสียงวิจารณ์ว่าดูดเรียบ นายวราวุธหัวเราะก่อนกล่าวว่า ไม่ใช่ดูดเรียบ แต่เรามีคนที่ให้เกียรติเรา แรงดูดเราไม่มี มีแค่แรงไปขอและไปจีบมาเท่านั้น เมื่อถามว่า วันที่ 26 ต.ค.จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์อีกหรือไม่ นายวราวุธตอบว่า ต้องรอวันสุดท้ายที่จะต้องมีพรรคสังกัด ตามกำหนดกรอบ 90 วันของกฎหมาย โดยคนที่บอกว่าอยู่ อาจจะมาลาออกวันที่ 25 พ.ย.ก็ได้ หรืออาจจะมาเขียนสมัครวันที่ 25 พ.ย.ก็ได้เช่นกัน เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ อาจจะมาร่วมกับพรรคด้วย นายวราวุธกล่าวติดตลกว่า ไม่ทราบ สงสัยจะเป็นข่าววงใน บางทีอาจเป็นไปได้ว่ามีอดีต ส.ส.ไปทางไหนแล้วโควตาเต็ม เกิดการยักย้ายถ่ายเทของผู้สมัคร แต่สำหรับกรณีนายสุชาติ ตนยังไม่ได้ข่าว

พท.ชี้คำพูด “ทักษิณ” ไม่ได้มีพิษภัย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเคลื่อนไหวแต่ละทีสะเทือนไปหมดว่า พล.อ.ประวิตรเป็นผู้ใหญ่ต้องหนักแน่น ก่อนหน้านี้คุยมาตลอดว่าผลงาน 4 ปีรัฐบาลที่โดดเด่นคือการทำให้ประเทศสงบ แต่รองนายกฯที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคงกลับมาบอกว่าการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณกระทบต่อความมั่นคง การวิเคราะห์ว่าพรรคฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยจะได้ที่นั่งในสภาเกิน 300 ที่นั่งนั้น ก็เป็นการคาดการณ์แบบวิญญูชนทั่วไป ผลอาจจะเป็นหรือไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้ ไม่น่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงแต่อย่างใด นอกจากนี้การวิเคราะห์ดังกล่าวไม่ได้เป็นการครอบงำทางการเมืองกับพรรคใด แต่อาจมีผลทางจิตใจของแกนนำรัฐบาลหรือไม่ อย่าทำให้ประชาชนสับสนว่าในเมื่อประเทศสงบมาตลอด พอใกล้จะเลือกตั้งทำไมถึงจะไม่สงบ หรือถ้าจะไม่สงบจริงๆ ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการอ้างเหตุแห่งความไม่สงบนั้นสืบทอดอำนาจต่อไปหรือไม่

“วรชัย” ปูดกลัวแพ้จ่อเลื่อนเลือกตั้ง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ยินกระแสข่าวที่ผ่านมาไม่นานมานี้ว่า ผู้มีอำนาจ 3 ป.ได้หารือกัน โดยหยิบยกโพลสำรวจของ กอ.รมน.มาอ้างอิง พบว่าหากมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.62 พรรคพลังประชารัฐยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ และจะทำให้แพ้การเลือกตั้งหลุดลุ่ย จึงต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป สอดคล้องกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วง ก.พ.-พ.ค.62 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ได้ระบุชัดว่าเป็นเดือน ก.พ. ดังนั้นตอนนี้คนไม่เชื่อแล้วว่าจะมีการเลือกตั้ง เพราะต้องรักษาอำนาจโดยการอยู่ต่อ หากคนเทคะแนนเสียงให้พรรคตรงกันข้าม พล.อ.ประยุทธ์จะหมดความชอบธรรมในการรักษาอำนาจต่อไป และหากเป็นเช่นนั้นเชื่อว่าประชาชนจะทนไม่ไหว จะเกิดวิกฤติความขัดแย้งในหมู่ประชาชนที่ต้องการเลือกตั้ง เพราะเดือดร้อนกับการบริหารของ คสช. กับผู้มีอำนาจ

“ทนายปู” ปูดเกมซัดทอดจำนำข้าว

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า มีกระแสข่าวว่า กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยระบุว่ามีอคติต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามที่จะนำคดีระบายข้าว (จีทูจี) โดยนำสัญญาระบายข้าวที่เหลือมาดำเนินคดีใหม่อีกเป็นครั้งที่ 2 กล่าวหาบุคคลเพิ่มเติมนอกเหนือจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยให้จำเลยหลายรายในเรือนจำให้การซัดทอดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและเครือญาติ จูงใจแลกกับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำ แต่ให้อยู่ในโรงพยาบาลแทน โดยมีข้ออ้างเรื่องเจ็บป่วยตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้แถลงว่า ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลตำรวจ และรวมทั้งสัญญาที่จะให้สิทธิประโยชน์แก่จำเลยรายอื่นๆด้วย ซึ่งมีข้อสังเกตว่าความพยายามเรื่องนี้สอดรับกับประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดีที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา

เตือน ป.ป.ช.อย่าตกเป็นเครื่องมือ

นายนรวิชญ์กล่าวว่า หากเป็นจริงตามกระแสข่าวดังกล่าว จะเป็นเรื่องเศร้าน่าอดสูใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีกรรมการ ป.ป.ช.บางคนนำองค์กรมาเป็นเครื่องมือในทางการเมืองเพียงเพื่อทำลายชื่อเสียงอดีตนายกฯทั้งสองท่าน รวมทั้งพรรคเพื่อไทย หากจะดำเนินคดีนี้อีกควรทำให้เป็นเรื่องปกติตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความถูกผิด ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาไว้แล้ว ไม่ควรมีข้อเท็จจริงใหม่เกินขอบเขตที่ศาลฎีกาได้พิพากษาไว้ โดยกล่าวหาบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด ขอเรียกร้องมายังประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.ท่านอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อย่าตกเป็นเครื่องมือของกรรมการ ป.ป.ช.บางคน หรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่จะนำองค์กรมาเป็นเครื่องมือเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง ขอให้มีความเป็นธรรมและใช้ดุลพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ เที่ยงธรรม เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ต้องดำรงไว้ด้วย

กกต.รับรองพรรค รปช.แล้ว

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุม กกต.เห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองลงนามรับรองการขอจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค พรรคเพื่อคนไทย ที่มีนายวิทยา อินาลา เป็นหัวหน้าพรรค พรรคสยามพัฒนา ที่มีนายบุญส่ง เกิดหลำ เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคพลังปวงชนไทย ที่มีนายนิคม บุญวิเศษ เป็นหัวหน้าพรรค ให้เป็นพรรคการเมืองแล้ว หลังตรวจสอบแล้วว่าเอกสารหลักฐานต่างๆในการยื่นขอจัดตั้งพรรคครบถ้วน ซึ่งทางสำนักงาน กกต.ก็จะได้นำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ก่อนหน้านี้ในการประชุม กกต.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เห็นชอบจัดตั้งพรรคเพื่อนไทย ที่มีนายสิระ พิมพ์กลาง เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่มีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เป็นหัวหน้าพรรค เป็นพรรคการเมือง และอยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับรองพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 รวมแล้ว 15 พรรคการเมือง

“เพื่อชาติ” นัดเลือก กก.บห. 19 พ.ย.

นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ ผู้ประสานงานพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พรรคเพื่อชาติจะจัดประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 19 พ.ย. เวลา 09.00น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พร้อมกับจะเปิดตัวคณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง สังคมให้การยอมรับ ในส่วนผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งภาคอีสาน ที่มีจำนวน 116 เขตนั้น ขณะนี้มีผู้แจ้งความจำนงลงสมัครในนามพรรคเพื่อชาติกว่า 350 คน ทั้งนี้เมื่อกฎหมายอนุญาตให้ประชุมทางการเมืองได้ เข้าใจว่าคงจะมีแกนนำพรรคประชุมกลั่นกรองกันอย่างดี ไม่มีระบบเส้นสาย ขอย้ำว่าพรรคเพื่อชาติไม่ได้เป็นนอมินีพรรคเพื่อไทย เมื่อถึงคราวเลือกตั้งจะต่อสู้แข่งขันกันอย่างเต็มที่ ไม่มีฮั้ว ไม่ซูเอี๋ย เพราะหากทำอย่างนั้นจะผิดกฎหมาย อาจทำให้ถูกยุบพรรคได้

เสรีรวมไทยประชุมใหญ่ 24 ต.ค.

นพ.เรวัติ วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ ในฐานะสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่า วันที่ 24 ต.ค. พรรคจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ที่เซ็นทรัลเวสท์เกต จ.นนทบุรี ทั้งนี้ พรรคเสรีรวมไทยถือเป็นทางเลือกทางการเมือง และเชื่อมั่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.ผู้ก่อตั้งพรรค ที่โดดเด่นหลายประการ กล้าทำกล้าตัดสินใจ เหมาะกับการแก้ไขของประเทศที่ประสบอยู่ในขณะนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันดังกล่าวจะมีการเปิดตัวกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค อาทิ นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ อดีต ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย และในอดีตเลขานุการ รมว.ยุติธรรม สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสุวัตร สิทธิหล่อ อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายวัชรา ณ วังขนาย อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา นายพิทักษ์ สันติวงศ์สกุล อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ และย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันเป็นประธาน สาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคเหนือ

นายกฯจูงมือ “บิ๊กป้อม” ปลูกต้นไม้

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำรองนายกรัฐมนตรี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลูกต้นพะยูงรวม 9 ต้น บริเวณสนามหญ้าหลังตึกไทยคู่ฟ้า เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ทั้งนี้วันที่ 21 ต.ค. ของทุกปี กำหนดให้เป็นวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายสักการะและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯติดภารกิจมอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่นเดียวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่มอบหมายให้นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นตัวแทน ทั้งนี้ นายกฯได้ขอให้ช่วยกันปลูกต้นไม้อย่างอารมณ์ดี พร้อมฮัมเพลง “ต้นไม้ของพ่อ” และพยุงจูงมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

รอง ปธน.ปานามาชมไทยงดงาม

ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางอิซาเบล เด เซนต์ มาโล เด อัล-บาราโด รองประธานาธิบดีและ รมว.การต่างประเทศสาธารณรัฐปานามา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ โดยนายกฯกล่าวว่า ไทยหวังว่าจะศึกษาความเป็นไปได้ของการเชื่อมโยงท่าเรืออีอีซีกับท่าเรือปานามาที่ถือเป็นท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่งของโลก อาทิ ด้านการบริหารจัดการ แนวทางดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ในปี 2562 ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนน่าจะเป็นโอกาสผลักดันความร่วมมือกับ ประเทศในละตินอเมริกาและปานามาได้เป็นอย่างดี ขณะที่รองประธานาธิบดีปานามากล่าวว่า พร้อมกระชับความร่วมมือกับไทยอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ไทยมีแหล่งท่องเที่ยวงดงามจำนวนมาก หวังจะเรียนรู้จากไทย รวมถึงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน และพร้อมเป็นประตูสู่ภูมิภาคละตินอเมริกาแก่ไทย

“บิ๊กแดง” ย้ำ “ดำรงธรรม” เดินหา ปชช.

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้แสดงความห่วงใยการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรมให้เป็นไปในลักษณะ “การเดินเข้าหาประชาชน” เพื่อรับฟังความเดือดร้อนและแก้ไขด้วยกลไกแบบบูรณาการโดยมอบให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสาร่วมกันทำงานในลักษณะศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ โดยให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)เป็นแกนกลางจัดทำแผนงานลงพื้นที่ร่วมกันของหน่วยงานให้มีความต่อเนื่องให้ประชาชนมั่นใจและมีช่องทางระบายความเดือดร้อน

คสช. ฟ้องกลับ 2 คู่หูแดง “แจ้งเท็จ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คสช. ให้ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความต่อตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมทางการเมืองสายคนเสื้อแดง ที่ สน.ลาดพร้าว ในข้อหาแจ้งความเท็จ ผิดประมวล (ป.อาญา) มาตรา 137 172 และมาตรา 173 ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและทำให้ผู้อื่นเสียหาย มีโทษทั้งจำและปรับ จากกรณีนายเอกชัยและนายโชคชัยเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และเลขาธิการคสช.ในข้อหาผิด ป.อาญา มาตรา 113 ที่ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ (1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ (3) แบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ฐานเป็นกบฏต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต โดย คสช.พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำนี้ ทำให้ภาพลักษณ์กองทัพได้รับความเสียหาย เพราะวันที่ พล.อ.อภิรัชต์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเป็นการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) เท่ากับเป็นการกล่าวหาว่า พล.อ.อภิรัชต์จะนำกองทัพทำการรัฐประหาร ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเชิญทั้งสองมาให้ปากคำในคดีต่อไป

สั่งสำนักงานเลขาฯสภาฯเฉ่งหนี้

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชำระเงินจำนวน 5,714,689.98 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นจำนวน 5,120,250 บาท ภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุด ในคดีที่ชุมนุมสหกรณ์ฯยื่นฟ้องสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทำผิดสัญญาไม่ชำระค่าจ้างพิมพ์หนังสือร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับสมบูรณ์เพื่อลงประชามติ จำนวน 1,500,000 เล่ม ในวงเงิน 21,375,000 บาท ให้ครบถ้วนตามสัญญาเลขที่ 70/2550 ลงวันที่ 7 ก.ค.2550

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทักษิณ ชินวัตรประวิตร วงษ์สุวรรณกลุ่มสามมิตรข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 20:44 น.