กีฬา
100 year

พลังประชารัฐ ดูดลูกชายกำนันเซี้ยะ ประชาธิปัตย์อ่วม 'เสียอีก2'

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ต.ค. 2561 05:01 น.
SHARE


เปรียบคสช.กับถนอม-ประภาส อนค.ลุยคิกออฟปั่นเพื่ออนาคต ‘ปู’ปลื้มไปก์ได้ไปแข่งคณิตโลก


“ยงยุทธ-จตุพร” ลุยเต็มสูบพรรคเพื่อชาติ ย้ำภาพเป็นเกาะกลาง พท.กระทุ้ง พปชร. เดินตีกินอยู่ข้างเดียว “ธนาธร” คิกออฟ “Bike for the Future” ปั่นทั่วไทยเพื่ออนาคตใหม่ เปิดรับสมาชิกที่เมืองคอนคึกคัก “นิพิฏฐ์” โต้ ปชป.พรรคหลักไม่ใช่อะไหล่ พท.-ทหารต่างหากที่ต้องวิ่งมาหา พลังประชารัฐฮึดตั้งสถาบันการเมือง “ปัญญาประชารัฐ” ดูด “ลูกเซี้ยะ” พ้นอก ปชป. สระบุรีส่อวุ่น “ปรพล” ขบเหลี่ยม “กัลยา” รัฐศาสตร์จุฬาฯรำลึก 6 ตุลาฯ “ธนาธร” วัดใจคนไทยชี้อนาคต เลือกเผด็จการหรือเสรีภาพ “อรรถวิชช์” เทียบ คสช.กับยุค “ถนอม-ประภาส” ต่อท่ออำนาจจะพาบรรลัยกันหมด เด็ก พท.ยอมขอโทษที่ลุย พ.ร.บ.สุดซอย “ปู” เป็นปลื้ม “ลูกไปก์” ไปแข่งคณิตศาสตร์โลก ฝ่ายกฎหมาย กกต. ห้าม รมต.พูดเรื่องพรรคในทำเนียบ

บรรดาพรรคการเมืองต่างทยอยเปิดตัวทีมงานกันคึกคัก ล่าสุดถึงคิวพรรคเพื่อชาติ ภายใต้การขับเคลื่อนของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช. จัดประชุมใหญ่เพื่อดำเนินการจัดตั้งพรรคเพื่อชาติ โดยมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ร่วมให้กำลังใจ

“ยงยุทธ-ตู่” เดินเครื่องเพื่อชาติ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 ต.ค. ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ห้างอิมพีเรียลสำโรง พรรคเพื่อชาติได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2/2561 เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับพรรค รวมถึงสัญลักษณ์พรรค โดยมีนายเถลิงยศ บุตุค หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พร้อมสมาชิกกว่า 500 คน ขณะที่บริเวณนอกห้องประชุมมีบรรดาอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. มาร่วมเป็นกำลังใจ อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช. นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และเจ้าของห้างอิมพีเรียลสำโรง รวมถึงนายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีบุตรชายของนายสงครามเข้าร่วมประชุมด้วย

ย้ำภาพเป็นพรรคเกาะกลาง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช กล่าวว่า วันนี้มาในฐานะกองเชียร์ให้กำลังใจ ยืนยันว่าพรรคนี้เป็นพรรคเกาะกลาง หากไปยืนซีกซ้ายหรือขวาคนอาจยังไม่เชื่อ สิ่งที่เป็นเป้าหมายคือเราจะยื่นมือไป ส่วนใครจะจับมือกับเราหรือไม่ ก็แล้วแต่เขา การเป็นนักการเมืองถ้าไม่กล้าหาญ ไม่กล้าตัดสินใจ ถ้าให้คนอื่นมาบีบบังคับให้ดีกันมันน่าอาย เราติดกับดักความขัดแย้งมานาน ส่วนข้อวิจารณ์ว่าพรรคนี้เป็นพรรคนอมินีของพรรคเพื่อไทยนั้น ให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เรายังไม่ต้องเร่งเอาคำตอบ ทุกระยะที่ก้าวเดินจะเป็นตัวพิสูจน์เอง ส่วนข้อวิจารณ์ว่าพรรคเพื่อชาติจะไปแย่งคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย นั่นเป็นแนวคิดแบบเก่า แต่การเมืองใหม่เราต้องมีพื้นที่ตรงกลางให้มายืนร่วมกัน วันนี้โลกไปถึงไหนแล้ว แทนที่จะคิดแข่งขันกับต่างประเทศ กลับยังติดอยู่กับเรื่องแบบนี้

มาในฐานะกองเชียร์ให้กำลังใจ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า มาในฐานะกองเชียร์ให้กำลังใจพรรคเพื่อชาติ จะร่วมทำในส่วนที่กฎหมายจะอำนวย พรรคเพื่อชาติพร้อมเปิดกว้างกับทุกฝ่าย ภายใต้กรอบกติกาประชาธิปไตย มาร่วมหาทางออกให้บ้านเมือง ถ้าเราไม่คุยกันไม่ว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือชนะ ก็จะเกิดปัญหาตามมา เราขอยื่นไมตรีให้กับทุกฝ่าย พร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย ความขัดแย้งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เป็นความเจ็บปวดขมขื่น เราต้องยอมรับความจริง ถ้าเราไม่เริ่มต้นที่ตัวเองประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ต้องทำให้ประเทศไทยกลับมานับหนึ่งกันใหม่ เรื่องราวต่างๆในอดีตถ้าเป็นเรื่องข้อกฎหมายก็ว่าไปตามกระบวนการ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ การมาพูดคุยไม่ใช่จะมาเปลี่ยนแปลงความคิดกัน ใครเชื่ออย่างไรก็เชื่อต่อไป เพียงแต่ให้ความแตกต่างทางความคิดสามารถพูดคุยกันได้ ยืนยันว่าพรรคนี้ไม่ใช่ของ นปช. เพราะตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 แล้ว และไม่ได้ตั้งขึ้นมาตัดคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย

พท. กระทุ้ง พปชร.ตีกินข้างเดียว

ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ เตรียมลงพื้นที่พบประชาชนและสมาชิกพรรค ในวันที่ 15 ต.ค. ที่ตลาดคลองลัดมะยม ว่ากิจกรรมดังกล่าว เป็นการชุมนุมเกิน 5 คน เป็นการทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างชัดเจน และนายสนธิรัตน์ยังมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ย่อมมีองคาพยพแอบแฝงช่วยเหลือสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ขอฝาก กกต. และองค์กรตรวจสอบภาคประชาชน ติดตามสอดส่องอย่างใกล้ชิด ถามว่าทำไมพรรคพลังประชารัฐทำได้ แต่พรรคอื่นทำไม่ได้ เป็นการเอาเปรียบกันอย่างหน้าไม่อาย การใช้ชื่อโครงการประชารัฐมาตั้งเป็นชื่อพรรค เท่ากับเตรียมการกันมานานในการใช้งบประมาณหลวงเอาเปรียบพรรคอื่น ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้ ผู้ปกครองต้องมีความเป็นธรรม

คิกออฟ “Bike for the Future”

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงานร่วมเปิดแคมเปญ “Bike for the Future” หาเพื่อนร่วมทางสร้างอนาคตใหม่ทั่วไทย โดยมีจุดเริ่มต้นปั่นจักรยานจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปภาคตะวันออก และจะไปทุกภาครวมระยะทางกว่า 7,300 กิโลเมตร เพื่อรับสมัครสมาชิก โดยเตรียมใบสมัครไปกับคาราวานจักรยาน 6,000 ใบ ทั้งนี้นายธนาธรและคณะได้ร่วมปั่นจักรยานในระยะแรก จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะมีภารกิจเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แต่คณะนักปั่นจักรยานจะปั่นต่อไปถึงบางแสน จ.ชลบุรี และขบวนคาราวานจักรยานจะปั่นไปตามภูมิภาคต่างๆ จนถึงวันที่ 5 ธ.ค.นี้ พรรคอนาคตใหม่พยายามทำการเมืองแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ เพื่อพิสูจน์ว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองทำได้หลากหลาย และเข้าถึงง่ายกว่าที่เคยมี เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติที่มีต่อพรรคการเมือง และนักการเมือง รวมถึงกลับมาเชื่อมั่นในประชาธิปไตยอีกครั้ง

อนาคตใหม่เมืองคอนคึกคัก

ที่บริเวณตลาดนัดเสาร์-อาทิตย์ ริมถนนพัฒนาการคูขวาง อ.เมืองนครศรีธรรมราช นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายเจนวิทย์ ไกรสินธ์ กรรมการบริหารพรรค นำคณะเดินแจกจ่ายเอกสารแนะนำพรรค และเชิญชวนให้ชาวนครศรีธรรมราชสมัครเป็นสมาชิกพรรค ได้รับการตอบรับจากชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างดี ต่อมาช่วงบ่ายมีการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่จาก 23 อำเภอที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ภาคใต้ ใน อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีการประชุมแกนนำกลุ่มย่อยระดับอำเภอเพื่อเตรียมวางแผนสู้ศึกเลือกตั้ง โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้หลายคนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ปชป.คุย พท.–ทหารต้องวิ่งหา

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจับขั้วตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งว่า วันนี้ยังเร็วไปแต่ถ้าจะพูดก็ต้องเอาเเบบที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คืออย่าไปบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไปจับมือกับใครเลย ต้องไปดูว่าใครจะจับขั้วกับเราบ้าง ตั้งหลักอย่างนี้เราจะเป็นพรรคการเมืองหลักไม่ใช่พรรคอะไหล่ เเม้มีคนพยายามทำให้เราเป็นพรรคสำรองหรือพรรคอะไหล่ แต่เชื่อว่าสมาชิกพรรคจะไม่เดินไปสู่จุดที่ไปเป็นพรรคอะไหล่ให้ใครเเน่นอน เมื่อถามว่าระหว่างจับมือกับพรรคเพื่อไทย กับจับมือร่วมพรรคทหารที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดตั้งรัฐบาล ทางไหนเป็นไปได้มากกว่ากัน นายนิพิฏฐ์ ตอบว่า เราจะไม่พูดอย่างนั้น เพราะพรรคการเมืองไทยทุกวันนี้ส่วนใหญ่กลายเป็นลัทธิ เป็นความเชื่อจึงพูดยาก เราเป็นสถาบันการเมืองหลักอยู่มา 72 ปี จึงไปฟันธงอะไรไม่ได้ สื่อตั้งคำถามไม่ถูกเพราะเราเป็นพรรคหลักไม่ใช่พรรคอะไหล่ ต้องเปลี่ยนไปถามพรรคเพื่อไทยกับพรรคทหาร ว่าใครจะมาร่วมกับเราจัดตั้งรัฐบาลมากกว่า

“จ้อน” ไม่เอานายกฯคนนอก

นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคใหญ่ที่ต้องการความชัดเจนในจุดยืนผู้นำพรรค เกี่ยวกับท่าทีต่อการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาล และนายกฯคนนอก สำหรับตนมีจุดยืนใน 3 เรื่อง คือ จุดยืนต่อการเลือกตั้ง จะร่วมแข่งขันเลือกตั้งตามกฎหมาย และกติกาอย่างสุภาพบุรุษ ไม่มีการขัดขวางหรือบอยคอตเลือกตั้ง จุดยืนต่อการจัดตั้งรัฐบาล จะเคารพสิทธิพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่ง ให้มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อนตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อแสดงว่าเราเคารพเสียงของประชาชน ต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลบนความชอบธรรมเท่านั้น และจุดยืนเรื่องนายกฯคนนอก ตนไม่รับนายกฯคนนอก เพราะจะเป็นชนวนก่อวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ จะไม่ยอมให้ประเทศต้องจมปลักอยู่กับความแตกแยกขัดแย้งอีกต่อไป จะไม่ยอมให้ประชาชนที่แม้จะคิดต่างกันอย่างไรต้องเสียชีวิตเลือดเนื้ออีก วันนี้ครบรอบ 45 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯวิปโยค เป็นบทเรียนต้องไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

“มาร์ค” ย้ำเงื่อนไขร่วม “บิ๊กตู่”

ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาคะแนนสนับสนุนในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้การต้อนรับ มีประชาชนร่วมกว่า 2,000 คน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้จะไม่ทำให้พรรคแตกแยก เพราะพูดคุย กันเรียบร้อยแล้วว่าเลือกตั้งเสร็จทุกคนจะมาช่วยทำงานให้พรรค ส่วนประเด็นเรื่องการร่วมงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น มีสื่อมาถามจึงชี้แจงไปว่าพรรคประชาธิปัตย์คือทางเลือกหลัก และเงื่อนไขตนคือต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ แต่ 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลบริหารแบบรวมศูนย์ ไม่ตอบสนองคนส่วนใหญ่ จำกัดเสรีภาพประชาชน เราไม่เห็นด้วย

พปชร.ฮึดตั้งสถาบันการเมือง

ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยจะมีการจัดตั้งสถาบันขึ้นมา ที่ไม่ใช่สถาบันเฉพาะกิจแค่ช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะมีตลอดไป กำหนดหลักสูตรเตรียมสร้างคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากคนกลุ่มต่างๆ พร้อมเชิญผู้นำด้านต่างๆเข้ามาร่วมงาน และไม่ได้มีแค่เรื่องการเมือง จะมีในมิติอื่นด้วย ในอนาคตอาจเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของพรรคต่อไป โดยวันที่ 17 ต.ค. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะแถลงข่าวเปิดตัวสถาบันด้วยตัวเอง

เล็งใช้ชื่อ “ปัญญาประชารัฐ”

ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า สถาบันดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า “ปัญญา ประชารัฐ” วัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำด้านต่างๆ ให้ผู้มีความคิดความอ่านทางการเมืองได้เข้าใจบริบทของโลก เข้าใจพลวัตทางการเมือง พลวัตเศรษฐกิจ และพลวัตสังคม เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะตนอยากทำงานการเมืองที่เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่การเมืองแบบมวยวัดอีก ไม่ได้เป็นสถาบันแค่เพื่อสมาชิกพรรคเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาร่วมด้วย เพราะบางคนสนใจงานการเมือง แต่ไม่อยากเอานักการเมือง เปิดให้คนมานั่งช่วยกันขบคิด ทั้งผู้นำชุมชนคนรุ่นใหม่ ผู้นำด้านต่างๆ ระดมสมองกำหนดนโยบายที่ทุกคนมีส่วนร่วม ที่เกิดจากปัญญามาจากมหาชน ไม่ใช่มาจากคนเพียงไม่กี่คน

ดูด “ลูกเซี้ยะ” พ้นอกประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า มีการประสานไปยังนายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายปารเมศ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี้ยะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ คนดังเมืองกาญจน์ มาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ โดยนายธรรมวิชญ์ และนายปารเมศได้ประสานไปยังผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์เพื่อชี้แจงเหตุผลที่ต้องไปร่วมพรรคพลังประชารัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าใจสาเหตุที่ทั้งสองต้องไป

สระบุรีวุ่น “ปรพล” ชน “กัลยา”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การจัดตัวคนลงสมัครรับเลือกตั้งที่ จ.สระบุรี เริ่มมีปัญหาความไม่ลงรอย เมื่อ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชาชนและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าทีมในพื้นที่ จ.สระบุรี มาตั้งแต่ต้น ได้วางตัวผู้สมัครแต่ละเขตไว้บ้างแล้ว ทั้งที่ อ.เเก่งคอย อ.มวกเหล็ก เเละ อ.วังม่วง รวมถึงเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมือง ที่วางตัวนายปริญญา วันทา ที่ปรึกษา อบจ.สระบุรี ลงสมัคร ส.ส.แทนคนตระกูลอดิเรกสารที่จะเว้นวรรคไปก่อน แต่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าแกนนำบางคนไปทาบทาม น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย อดีต ส.ส.สระบุรี เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมงาน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องรวมฐานเสียงเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ เเละ อ.เมืองสระบุรีเข้าด้วยกัน ซึ่งจะตรงกับรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ กกต.วางไว้ในรูปแบบที่ 3 คือเขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เมืองสระบุรี และ อ.พระพุทธบาท เนื่องจาก น.ส.กัลยามีฐานเสียงอยู่ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ขณะที่ ร.ต.ปรพลวางผู้สมัครเบื้องต้นไว้ตรงกับรูปแบบที่ 1 คือ อ.เมือง และ อ.หนองแค

“แม่หลวงกุ้ง” เปิดตัวซบ ชพน.

อีกด้าน น.ส.เยาวภา บุรพลชัย รองโฆษกพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ หรือแม่หลวงกุ้ง อดีตผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศไทย ได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาแล้ว ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความคิดและแนวทางการทำงานสอดคล้องอุดมการณ์ของพรรค ด้าน น.ส.สุพัตรวีกล่าวว่า ที่ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนา เพื่อสานฝันตัวเองที่ต้องการทำงานเพื่อประชาชน ชอบทำงานด้านจิตอาสาเพื่อสังคม ในอดีตเคยเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่ยังไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ชอบพรรคชาติพัฒนาที่มีความเป็นกลาง ไม่มีความขัดแย้ง เน้นทำงานสร้างสรรค์ประเทศชาติ ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” เดินสายท้องถิ่นไท

ที่ห้องบอลรูมซี โรงแรมลายทอง อ.เมืองอุบลราชธานี นายธีรศักดิ์ พาณิชวิทย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ กรรมการพรรคพลังท้องถิ่นไท พร้อมนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” ดารานักร้องนักแสดงชื่อดัง ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2561 เปิดรับสมัครสมาชิกพรรค ประชุมมอบนโยบาย และเปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัคร ส.ส.อุบลราชธานี ทั้ง 10 เขต บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกจำนวนมากขอถ่ายรูปกับฟิล์ม รัฐภูมิ จนแน่นขนัด ด้านนายรัฐภูมิกล่าวว่า พรรคนี้มีนโยบายตรงกับตน โดยเฉพาะการส่งเสริมความเท่าเทียมกันของประชาชน วันนี้มีโอกาสจึงอยากแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมพัฒนาประเทศไทย แม้จะสอบตกก็ไม่เป็นไร ถือว่าสอบผ่านในอุดมการณ์ของตนเองที่ได้ลงมือทำ

รัฐศาสตร์จุฬาฯจัดรำลึก 6 ตุลาฯ

วันเดียวกันคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “42 ปี 6 ตุลาฯ จุฬาฯมองอนาคต” โดยมีตัวแทนจากหลายพรรคร่วมเสวนา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีกลุ่มคนที่มีอำนาจไม่กี่คน ฉุดรั้งประเทศไม่ให้เดินไปข้างหน้า ขณะเดียวกันวาทกรรมของผู้มีอำนาจที่ต้องการทำให้คนกลัว คือประชาธิปไตยเป็นตัวสร้างปัญหา เป็นข้ออ้างให้ชนชั้นนำหรือทหารเข้ามายึดอำนาจ เชื่อว่าหากประชาชนและพรรคการเมืองปฏิเสธอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยและประชาชน การรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ที่ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะมีบางพรรคสนับสนุนอำนาจเหล่านี้อยู่ เราจะปรองดองด้วยอำนาจที่กดทับคนอื่น หรือเอารองเท้าบูตเหยียบคนอื่นให้ปรองดองไม่ได้ จึงต้องใช้ความเป็นธรรมเท่านั้น ต้องเอาความทรงจำและความจริงกลับคืนมา พร้อมเชิดชูคนที่เคยต่อสู้มา เพื่อกลับสู่ประชาธิปไตย หยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช.ให้ได้

“ธนาธร” วัดใจคนไทยชี้อนาคต

นายธนาธรกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวชี้อนาคตประเทศ ว่าคนไทยจะอยู่กับเผด็จการต่อไป หรืออยู่กับเสรีภาพ ถ้าอยากอยู่ใต้รองเท้าบูตก็เลือกกลุ่มหนึ่ง แต่ถ้าไม่อยากก็เลือกอีกกลุ่ม เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ว่าประเทศจะไปทางไหน นอกจากนี้ เราต้องจัดการกับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีที่มาจากคนที่ยึดอำนาจประชาชน รวมถึงต้องล้มล้างผลพวงจากการรัฐประหารทั้งหมดนี้ให้ได้ เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนและพรรคการเมือง จะพร้อมใจกันต่อสู้เพียงใด

“อรรถวิชช์” เตือนต่อท่อพาบรรลัย

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยุคก่อนมีจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร ขอเปรียบประมาณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในขณะนี้ สมัยนั้นมีการตั้งพรรคสหประชาไทยต่อท่ออำนาจ แต่สุดท้ายเป็นเผด็จการ รวมถึงยุคพรรคสามัคคีธรรม ที่ดูดทุกพรรคการเมืองเข้ามา จนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬขึ้น มาจนถึงยุค คมช. ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ตั้งพรรคมาตุภูมิ แต่สุดท้ายเหลือสมาชิกเพียงคนเดียว “มาถึงวันนี้มีพรรคพลังประชารัฐ มองว่าเป็นการต่อท่ออำนาจเช่นกัน แต่ประวัติศาสตร์สอนให้เห็นรัฐบาลที่ต่อท่ออำนาจโดยการตั้งพรรค สุดท้ายหากไม่รัฐประหารตัวเอง หรือกลุ่มอำนาจอื่นทำ ก็จะเจอกับระบบส้นเท้าแห่งชาติ คือเจอกับประชาชน สิ่งที่อันตรายที่สุดของการต่อท่ออำนาจ คือหากหัวหน้า คสช.ไม่เคารพเสียงข้างมากในสภาที่มาจากประชาชน จะบรรลัยกันหมด ขอย้ำว่าไม่ได้รังเกียจทหาร แต่อย่าเอาสถาบันทหารมาปนกับสถาบันการเมือง”

เด็ก พท.ขอโทษ พ.ร.บ.สุดซอย

นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคการเมืองใดที่จับมือกับทหาร ถือเป็นพรรคที่เสียจุดยืนทางประชาธิปไตย ทั้งนี้ อยากให้เปลี่ยนแปลงความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้น มาเป็นปลายปากกา กาบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินต่อไปได้ ไม่ยอมรับอำนาจทหารและอำนาจอื่นที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย วันนี้รัฐประหารยังเกิดขึ้นซ้ำ ซึ่งตัวแปรที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ คือวาทกรรม และรัฐบาลนี้ยังใช้วาทกรรมสร้างความเกลียดชัง รวมถึงอยากถามว่ารายการคืนความสุขให้คนในชาติ แตกต่างอะไรกับวิทยุยานเกราะสมัยก่อน เอาศิลปินดารามาเป็นตัวแทน ต้องบอกว่าประชาชนไม่ได้โง่ นอกจากนี้ ตนขอโทษแทนพรรคเพื่อไทยที่เคยเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จนทำให้หลายคนผิดหวัง

หวังคนหนุ่มสาวคืออนาคต

ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ว่า ความมุ่งมั่นและความใฝ่ฝันของคนหนุ่มสาวเมื่อ 45 ปีก่อน ที่อยากเห็นสังคมไทยเป็นประชาธิปไตย เคารพ สิทธิ เสรีภาพ และโอกาสทางเลือกที่เป็นของประชาชน ไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการ อำนาจนอกระบบใดๆ พร้อมต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว ไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิต 14 ตุลาฯ 16 เป็นแค่จุดเริ่มต้นของโอกาสที่ประชาชนได้รับ “คนตุลา” ได้ยุติบทบาทของตนไปมากแล้ว สิ่งที่ยังคงดำรงอยู่และเป็นที่จดจำของผู้คนคือ “จิตใจและวีรกรรม” ที่เป็นความทรงจำดีๆ ให้คนรุ่นหลัง สิ่งที่คนรุ่นใหม่จะเก็บรับประสบการณ์ในอดีตมาเรียนรู้ได้ คือ “คนหนุ่มสาวยุคนั้น มีความใฝ่ฝันและกล้าที่จะฝัน พยายามไขว่คว้าทำฝันของตนให้เป็นจริง” สังคมไทยที่มีความเป็นประชาธิปไตย และมีความยุติธรรม แม้จะเกิดขึ้นได้ยากและต้องการเวลา แต่ยังมีความหวัง สังคมไทยยังมีอนาคต คนหนุ่มสาวคืออนาคต

จี้ใช้โทษประหารพวกล้มล้าง

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เนื่องในวาระครบรอบ 45 ปี 14 ตุลาฯ 16 ขอให้เพื่อนร่วมชาติมาช่วยกันหยุดวงจรอุบาทว์ มีเพียงการตื่นรู้อย่างเข้าใจ และความสามัคคีของคนในชาติ ที่จะช่วยกันลุกขึ้นมาพร้อมกัน นำพาประเทศให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ได้ รัฎฐาธิปัตย์ที่แท้จริงคือประชาชน อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ผู้ที่ได้อำนาจมาจากการทำรัฐประหาร จึงไม่ใช่รัฎฐาธิปัตย์อย่างแน่นอน เป็นได้เพียงกบฏของแผ่นดิน หยุดวงจรอุบาทว์ หยุดรัฐประหาร ใครทำต้องมีความผิด ศาลต้องไม่รับบังคับคดีตามอำนาจของพวกกบฏ ต้องไม่รับรองการนิรโทษกรรมให้แก่พวกที่ทำรัฐประหาร ต้องประหารชีวิตสถานเดียว มิฉะนั้นจะมีรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเอาไว้ทำไม

“ปู” ปลื้ม “ไปก์” แข่งคณิตศาสตร์โลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เมื่อวันก่อนลูกโทร.มาหาตอนดึกด้วยน้ำเสียงดีใจปนเหนื่อย และบอกว่า แม่! ไปก์ต้องไปแข่งที่ออสเตรเลียพร้อมกับส่งการ์ดเชิญมาให้ดู จึงได้รู้ว่าลูกและเพื่อนในทีมชาวเกาหลีอีก 2 คน ผ่านเข้ารอบ 30 คน เป็นตัวแทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMC) ไปแข่งขันคณิตศาสตร์โลก ไปก์เป็น 1 ในเด็กไทยจำนวน 3 คนที่เข้ารอบ เป็นการแข่งทดสอบความเป็นทีมใน 3 ด้าน คือ ความรู้ทางคณิตศาสตร์ การวางกลยุทธ์และแผนในการคิดคำนวณ และความคิดสร้างสรรค์ ฟังแล้วรู้สึกดีใจและปลื้มใจแทนลูก ความภูมิใจของพ่อแม่คงไม่มีอะไรนอกจากการได้เห็นลูกเป็นคนดีและประสบความสำเร็จในชีวิต ดิฉันเชื่อว่าพ่อแม่ของน้องๆ อีก 30 คน คงภูมิใจไม่ต่างกัน ขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจกับน้องๆ ทุกคนในการแข่งขันครั้งนี้ โดยเฉพาะกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนไทย อีก 2 ครอบครัวที่ผ่านเข้ารอบ 30 คนนี้ อยากเห็นทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน มีส่วนสนับสนุนเด็กไทยให้มีพื้นที่และเวทีในการแสดงออก แม้แม่จะเจอมรสุมมากมายตอนนี้ แต่ยังดีที่มีข่าวดีๆ ของลูก ให้เป็นกำลังใจกับแม่ยามนี้”

“ไก่อู” ปัดยุทธศาสตร์สืบอำนาจ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์–โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีถือเป็นฉบับแรกของประเทศ อยากให้สื่อและประชาชนทุกคน ไปศึกษาทำความเข้าใจยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปที่เชื่อมโยงกัน โดย 5 ปีแรกนับจากนี้สำคัญที่สุด เป็นแผนแม่บทของกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มีทิศทางที่ชัดเจน ใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม ประเมินผลรายงานผ่านรัฐบาลไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ คนไทยทุกคนจะได้รับการพัฒนาให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ เสมอภาคเท่าเทียมกัน ยืนยันไม่ได้มุ่งหวังสืบทอดอำนาจ

กกต.ห่วงจ้างสมัครสมาชิกพรรค

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ไทย มีการจัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนา “เตรียมความพร้อมทำข่าวเลือกตั้ง 62” โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า การที่พรรคการเมืองใหญ่แตกเครือข่ายเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย มองว่าเป็นธรรมชาติพรรคการเมือง ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติ อาจเป็นพรรคนอมินีกัน จะเข้าข่ายผิดกฎหมายฮั้วการเมืองหรือไม่นั้น ต้องดูข้อเท็จจริงว่ามีการครอบงำกันหรือไม่ หากพิสูจน์ตามกระบวนการ กฎหมายว่าให้ครอบงำ หรือเป็นนอมินีกัน ก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค เชื่อว่าเมื่อลงสนามเลือกตั้งแต่ละพรรคต้องการอยากได้ ส.ส.มากที่สุด ส่วนประเด็นเงินบริจาคพรรคและการระดมทุนเข้าพรรคนั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมาย เจตนา กกต.ไม่อยากให้พรรคการเมืองเป็นของกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง ไม่ได้ห้ามการระดมทุนรับเงินบริจาค แต่ต้องขออนุญาต คสช.ก่อน เป็นห่วงว่าเมื่อใกล้การเลือกตั้งพรรคการเมืองต้องไปหาสมาชิกให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด อาจมีการให้สินบนหรือสัญญาว่าจะให้ เช่น ออกค่าใช้จ่ายให้ รวมทั้งการแจกสิ่งของ เสนอสินบน ผู้ดำเนินการมีความผิดทางอาญา และมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค

ห้ามพูดเรื่องพรรคในทำเนียบ

ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก ผอ.สำนักกฎหมายและคดี กกต. กล่าวว่า ข้อสงสัยเรื่องข้อห้ามหาเสียงโดยใช้ความรื่นเริง ว่า ผู้สมัครที่มีอาชีพเดิมเป็นนักร้อง ห้ามนำเวทีหาเสียงมาร้องเพลง และห้ามนำเวทีร้องเพลงมาหาเสียง ต้องแยกกันให้ออก ไม่เช่นนั้นถือว่าทำผิดกฎหมาย ส่วนกรณีที่บางพรรคการเมืองมีรัฐมนตรีไปร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค มีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่นั้น ตามกฎหมายมีข้อห้ามเรื่องการใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียง หากกำลังปฏิบัติหน้าที่บริหารบ้านเมืองก็ดำเนินการไป แต่ถ้าจะทำกิจกรรมของพรรคต้องใช้ทรัพยากรของพรรคหรือทรัพยากรส่วนตัว โดยหลักไม่ควรใช้สถานที่ราชการมาพูดเรื่องพรรคของตนเอง ต้องแยกกันให้ออก และไม่ควรพูดเรื่องพรรคในทำเนียบรัฐบาล

สมาคมสื่อยันไม่ส่งคนลง ส.ว.

ด้านนายมงคล บางประภา เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เเถลงว่า จุดยืนสมาคมนักข่าวฯยืนยันจะไม่ส่งสมาชิกในสังกัดเข้ารับคัดเลือกเป็น ส.ว. ไม่ได้บอยคอตแต่สมาคม ต้องการเป็นองค์กรที่สนับสนุนการตรวจสอบอำนาจรัฐของทุกฝ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำหน้าที่สื่อมวลชน ในอนาคต ทั้งนี้เป็นแนวคิดของสมาคมนักข่าวฯเท่านั้น ไม่ก้าวก่ายองค์กรสื่ออื่นที่จะส่งตัวแทนลงสมัคร และไม่ก้าวก่ายสิทธิ์สมาชิกของสมาคมนักข่าวฯ ที่จะลงสมัครอิสระด้วยตนเอง

“หมวดเจี๊ยบ” ซัดไทยนิยมไม่ยั่งยืน

อีกเรื่อง ร.ต.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในโครงการไทยนิยมยั่งยืน ว่า เป็นการใช้ งบประมาณรัฐที่สิ้นเปลือง การหว่านเงินเช่นนี้ไม่ได้สอนวิธีจับปลา ไม่ได้แก้ปัญหาความยากจนที่ต้นตอ ประชาชนไม่สามารถนำไปต่อยอดสร้างงานสร้างอาชีพ ก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน หนำซ้ำเงินไปเข้ากระเป๋าพ่อค้าและนายทุน มองว่าคนกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์มากกว่า ที่สำคัญการกำหนดนโยบายและโครงการต่างๆของรัฐบาล เห็นได้ชัดว่ามีนายทุนใหญ่เข้าไปมีส่วนร่วมและผลักดันโครงการ มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง หวังผลทางการเมืองหรือไม่ เมื่อรัฐบาลสามารถสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองได้ ก็ไม่ควรมาล่ามโซ่ฝ่ายการเมืองไว้ เมื่อจะเล่นเกมการเมืองแล้วขอให้แฟร์ๆ ที่สำคัญตอนนี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการไทยนิยมยั่งยืน ไม่ค่อยสนใจโครงการที่ตัวเองรับ ผิดชอบ เพราะกำลังยุ่งเตรียมการเลือกตั้งใช่หรือไม่

โพลชี้นโยบายต้องทำได้จริง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน “คนไทยเลือกผู้สมัครและเลือกพรรคอย่างไร” จาก 1,073 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ต้องการ เลือกคนดี ประวัติดี การศึกษาดี ซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม รองลงมาคือ ขยันทำงานเก่ง มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ทางการเมือง มีความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ เป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย มีแนวคิด ใหม่ๆ สำหรับพรรคการเมืองที่จะเลือก พบว่าส่วนใหญ่ระบุว่าต้องมีนโยบายดี ถูกใจประชาชน ทำได้จริง เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รองลงมาคือ เป็นพรรคที่เข้มแข็ง มั่นคง มีอุดมการณ์ หัวหน้าพรรค มีภาพลักษณ์ดี เป็นผู้นำ เป็นที่ยอมรับ ขณะที่นโยบายหาเสียงที่ทำให้ถูกใจและเลือกไปเป็น ส.ส. ส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.93 ระบุว่า ต้องดูแลช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชน แก้ปัญหาหนี้สินความยากจน รองลงมาคือ เน้นพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าประเทศ ต้องพูดจริงทำจริง ทำตามสัญญา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเป็นห่วงว่าแม้เลือกตั้งแล้ว ยังมีการทะเลาะเบาะแว้ง มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งพลังประชารัฐลูกชายกำนันเซี้ยะประชาธิปัตย์ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้