"ภูมิธรรม" อดีตคนตุลาฯ ฝันอยากเห็นสังคมไทยเป็นประชาธิปไตย เคารพสิทธิเสรีภาพ ให้โอกาสประชาชนมีทางเลือก ไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการกดดันข่มเหง ปชช.

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.61 นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตคนตุลาฯ กล่าวว่า "ผมรำลึกถึง 14 ตุลาคม" ด้วยการรำลึกถึง "ความมุ่งมั่นและความใฝ่ฝัน" ของคนหนุ่มสาวเมื่อ​ 45​ ปีก่อน ความมุ่งมั่นและความใฝ่ฝันที่อยากเห็นสังคมไทยมีความเป็นประชาธิปไตย มีการเคารพสิทธิเสรีภาพ และโอกาสในการมีทางเลือกที่เป็นของประชาชน ไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการและอำนาจนอกระบบใดๆ ที่จะกดดันข่มเหงประชาชน และมีจิตใจที่ไม่ยอมจำนนกับข้อจำกัดต่างๆ และพร้อมต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว ไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้ความถูกต้องและความยุติธรรมดำรงอยู่ในสังคมไทย ประชาธิปไตย ที่ได้มาเมื่อ 14 ต.ค.​16 เป็นแค่จุดเริ่มต้นของโอกาสที่ประชาชนได้รับเป็นรางวัลของการทุ่มเท ต่อสู้เพื่อการสร้างประชาธิปไตยและความยุติธรรมกับสังคมเท่านั้น แต่โครงสร้างอำนาจที่แท้จริงของชนชั้นนั้นที่ได้รับประโยชน์ในสังคม ยังไม่ได้ถูกกระทบมากเท่าใด แต่การขยายตัวของพลังประชาธิปไตย กลับสร้างความหวั่นวิตกให้กลุ่มอำนาจเดิม และเครือข่ายอนุรักษ์นิยมเดิม ได้ขยายบทบาทจัดสร้างกำลังส่วนต่างๆ ขึ้นมา เพื่อทำลายพลังนักศึกษาและพลังประชาธิปไตยให้ล่มสลายลงไปใน 3 ปีถัดมา คือ ในช่วง 6 ต.ค.19 การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเพื่อสังคมที่เป็นธรรม​ ยังต้องการการสานต่อเพื่อให้สังคมไทยสงบ น่าอยู่ และสามารถอยู่ร่วมกันของทุกฝ่าย วันนี้​ "คนตุลา" ได้ยุติบทบาทของตนไปมากแล้ว สิ่งที่ยังคงดำรงอยู่และเป็นที่จดจำของผู้คนคือ "จิตใจ และวีรกรรม 14 ตุลา" ที่เป็นความทรงจำดีๆ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ต่อไป"

...

"สิ่งที่คนรุ่นใหม่ปัจจุบันจะเก็บรับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมาเรียนรู้ได้ คือ​ คนหนุ่มสาวยุคนั้นมีความใฝ่ฝันและกล้าที่จะฝัน และพยายามไขว่คว้าทำฝันของตนให้เป็นจริง สังคมไทยที่มีความเป็นประชาธิปไตยและมีความยุติธรรม แม้จะเกิดขึ้นได้ยากและต้องการเวลา​ แต่ก็ยังมีความหวัง สังคมไทยยังมีอนาคต และคนหนุ่มสาวคืออนาคต" นายภูมิธรรม กล่าว.