king10
Thairath Logo
กีฬา

กองทัพไทย พร้อมส่งชุดกู้ภัยช่วยอินโดฯ ขณะที่ แพทย์ ทร.ซ้อมทีมช่วย

Share :
line-share-logo

"กองทัพไทย" พร้อมส่งแพทย์สนามชุดกู้ภัยลงพื้นที่ช่วยประเทศอินโดนีเซีย ที่ประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหว หากได้รับการร้องขอ ขณะที่ "กองทัพเรือ" โดยกรมแพทย์ทหารเรือ ซักซ้อมทีมแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมเดินทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิให้กับชาวอินโดฯ...


เมื่อวันที่ 4 ต.ค.61 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความช่วยเหลือ เหตุการณ์แผ่นดินไหว ในเมืองปาลู เกาะสุลาเวสี ว่า กองทัพมีความพร้อมโดยล่าสุดมีการประชุมของทางกระทรวงการต่างประเทศแล้วได้รับทราบว่าทางประเทศอินโดนีเซียมีความต้องการในเรื่องของเต็นท์สนาม เครื่องกรองน้ำ และปัจจัยในการยังชีพ ซึ่งสถานการณ์ภายในประเทศอินโดนิเซียในขณะนี้สนามบินบาลูได้รับความเสียหายมาก และเกิดการจลาจลโดยเฉพาะมีนักโทษภายในเรือนจำหลบหนีออกมากว่า 1 พันคน ซึ่งความปลอดภัยในพื้นที่ ทางรัฐบาลอินโดนีเซียก็ขอให้คนที่เข้าไปช่วยเหลือให้ดูแลตัวเองด้วย 

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า เบื้องต้นตนทราบว่า ทางรัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือเป็นเงินห้าล้านบาทจากประเทศอินโดนีเซีย และขอให้ผู้ประกอบการของคนไทยในประเทศอินโดนีเซียได้ร่วมบริจาคสมทบอีก 10 ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นการทำงานประชาสัมพันธ์และทำเพื่อสังคม ไปในตัว สำหรับในส่วนของกระทรวงกลาโหมเองเตรียม มีความพร้อม โดยกองทัพอากาศได้จัดเตรียมเครื่องบิน C130 ไว้จำนวน 2 เครื่อง และได้เตรียมโรงพยาบาลสนามระดับสอง คือชุดแพทย์เผชิญเหตุ ไว้สำหรับให้การช่วยเหลือ โดยทางเรามีความพร้อมที่จะลงไปช่วยเหลือทันทีที่ได้รับการประสาน และคำสั่งจากทางรัฐบาล ส่วนทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เตรียมความพร้อมชุดแพทย์ไว้จำนวน 25 คนสำหรับการช่วยเหลือ ซึ่งเราจะต้องประสานองค์กรอนามัยโลก ในการให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะทางชีวอนามัย

 

พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในประเทศอินโดนีเซียในขณะนี้ได้นำคนไทยออกมาแล้วโดยผ่านทางผู้ช่วยทูตทหารได้ประสานขอเครื่องบิน C130 ของอินโดนีเซีย เดินทางไปพร้อมกับทางอัครราชทูตไทยประจำอินโดนีเซียและดำน้ำคนไทยออกมาสองชุดด้วยกัน ชุดแรกออกมา 15 คน ซึ่งเป็นคนงานที่เข้าไปทำงานในประเทศอินโดนีเซีย ชุดที่สองเป็นนักศึกษาออกมาอีก 17 คน เชื่อมั่นว่าคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ในวันนี้น่าจะออกมาทั้งหมดและปลอดภัยทุกคน ในเรื่องการประสานที่จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ว่าจะขอกลับหรือไม่ ถ้าต้องการเดินทางกลับทางสถานทูต ก็จะอำนวยความสะดวกในการจองตั๋วเครื่องบิน ในการเดินทางกลับประเทศไทยให้ 

“การช่วยเหลือในส่วนของชุดบรรเทาสาธารณภัย ที่จะเข้าไปในพื้นที่จะต้องมีการร้องขอจากประเทศต้นทางก่อน นั่นหมายความว่าประเทศต้นทางประเมินสถานการณ์แล้วว่าความเสียหายเกินที่จะรับมือไหว ก็จะร้องขอความช่วยเหลือผ่านทางช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเบื้องตนได้ร้องขอเครื่องยังชีพ และเต็นท์สนาม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีที่พักอาศัย เครื่องกรองน้ำ น้ำดื่ม ซึ่งตอนนี้ขาดแคลนมาก เพราะสถานการณ์ในประเทศอินโดนีเซีย ยังมีความสับสนอยู่ ต้องให้ทางรัฐบาลอินโดนีเซีย สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ก่อน และดูแลความปลอดภัยที่ดี เพื่อว่าการที่ผู้ที่ลงไปช่วยเหลือของมิตรประเทศจะได้รับความปลอดภัย” โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

ส่วนที่โรงเรียนนาวิกเวชกิจ กรมแพทย์ทหารเรือ ได้มีการซักซ้อมการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาสาธารณภัย (HADR) แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิถล่ม ประเทศอินโดนีเซีย ของชุดปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับสูง ในภาวะภัยพิบัติ หรือ ชุดเมิร์ท (MERT) จำนวน 2 ชุด รวม 20 นาย ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่เวชกรรมป้องกัน ซึ่งการซักซ้อมในวันนี้ประกอบด้วยการแยกผู้ป่วยตามอาการบาดเจ็บ ซึ่งแบ่งเป็นสีเหลือง เขียว และแดง จากนั้นทีมฉุกเฉินจะส่งไปยังโรงพยาบาลสนามเพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินอาการ และทำการรักษาพยาบาลขั้นต้น โดยในรายที่มีอาการสาหัสจะถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมต่อไป

น.อ.เสฏฐศิริ แสงสุวรรณ หัวหน้ากอง กองแผน กรมแพทย์ทหารเรือ ในฐานะผู้ควบคุมการปฏิบัติงานทีมเมิร์ท กล่าวว่า พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งการให้ กรมแพทย์ทหารเรือ เตรียมความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเมื่อได้รับคำสั่งจากรัฐบาล หรือหน่วยเหนือ จะต้องมีความพร้อมภายใน 2 ชั่วโมง สามารถออกปฏิบัติงานได้ทันที สำหรับการซักซ้อมวันนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ การสาธิตขีดความสามารถในการให้ความช่วยเหลือ 2. การวางแผน และนำเสนอความพร้อมของกรมแพทย์ทหารเรือ และ 3. การระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังพล และวัสดุอุปกรณ์สายแพทย์ 

น.อ.เสฏฐศิริ กล่าวว่า ผบ.ทร. สั่งการให้กรมแพทย์ทหารเรือ จัดชุดเพื่อช่วยเหลือทางการแพทย์ในภาวะภัยพิบัติจำนวน 2 ทีม โดย 1 ทีม มาจากจากโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนอีก 1 ทีมจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โดยให้ทดสอบความพร้อม การเตรียมกำลังพล และเวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ภายใน 2 ชั่วโมงทันทีที่รับคำสั่งจากรัฐบาลและหน่วยเหนือ 

สำหรับกำลังพลที่เตรียมพร้อมไปอินโดนีเซียหากได้รับการประสาน ได้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรการช่วยเหลือทางการแพทย์ในภาวะภัยพิบัติ ซึ่งเป็นหลักสูตรของกรมแพทย์ทหารเรือ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่บางส่วนยังได้รับการฝึกการช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติกับต่างประเทศ รวมถึงการฝึกประจำปีของกองทัพเรือที่ได้มีการทบทวนความเชี่ยวชาญอยู่เป็นประจำ 

"ส่วนปฏิบัติการจริง ชุดนี้มีผู้มีประสบการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ปี 2547 น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และน้ำท่วมที่นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2560 และล่าสุดได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย จึงถือว่าเจ้าหน้าที่ชุดนี้มีประสบการณ์พอสมควรในการปฏิบัติงานที่อินโดนีเซีย" น.อ.เสฏฐศิริกล่าว และว่าจากการติดตามสถานการณ์ที่อินโดนีเซีย พบว่ามีคนเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก และล่าสุดยังมีปัญหาภูเขาไฟปะทุ ซึ่งยกระดับความรุนแรงขึ้นทำให้สถานการณ์ภัยพิบัติยังไม่สงบ อีกทั้งพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นป่า อาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาเช่น โรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคติดต่อทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกิดจากพาหะนำโรค เช่น ยุง อาทิ โรคไข้เลือด โรคมาลาเรีย สำหรับเจ้าหน้าที่ชุดนี้หากได้รับคำสั่งจะอยู่ในพื้นที่ 5-7 วัน ส่วนชุดที่จะสับเปลี่ยนต่อไป คือ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์.

อ่านเพิ่มเติม...
สึนามิอินโดฯแผ่นดินไหวชุดกู้ภัยกองทัพไทยกรมแทพย์ทหารเรือข่าวทั่วไป