เสนอเซ็ตซีโร่เลิกรธน.60 จตุพรซัดกรรมการลงเป็นผู้เล่น พลังชลเปิดทางให้พปชร.

“บิ๊กจิ๋ว” ออกโรงวิเคราะห์ปัญหาบ้านเมือง ผิดทิศผิดทางเพราะไม่เดินตามแนวพระมหากษัตริย์ เตรียมเสนอแผนโครงการเฉลิมพระเกียรติ ฟันธงเลือกตั้งก็ยังทะเลาะกันไม่สิ้นสุด อย่าเลือกดีกว่า ให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลสัก 1-2 ปี ต้องเซ็ตซีโร่เลิก รธน.60 เลิก คสช. นายกฯต้องเสียสละลาออกเพื่อชาติ อย่าให้ต้องถึงขั้นระเบิดตูมตามอีกเลย “จตุพร” สำทับ “บิ๊กตู่” ควรลาออก มาเป็นผู้เล่นแบบแฟร์ๆ เปิดตัว พปชร. “สามมิตร” ส่งแกนนำร่วมเป็น กก.บห. พลังชลมาเต็ม ไม่ส่งผู้สมัครลงตะวันออกเปิดทาง พปชร.เต็มที่ พท.หนุนจับมือ ปชป. ชู “ชวน” ขึ้นแป้นนายกฯ “ป๋าเหนาะ” ปวดใจหลาน “ฐานิสร์-ตรีนุช” ชิ่งซบ พปชร. เวที กกต.พบพรรคการเมืองคึก แจงแนวทางบริหารจัดการ-ข้อห้ามจิปาถะ พท.ยังคาใจระเบียบ จี้ กกต.หารือ คสช.ให้ชัด “มาร์ค” ขอชิงหัวหน้าพรรคสร้างสรรค์ไม่ขัดแย้ง “วรงค์” ห้าวประกาศพร้อมเป็นนายกฯ

การเมืองคึกคัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศตัวสนใจการเมือง จ่อลงสนามเลือกตั้งครั้งหน้า ขณะที่บรรดาพรรคการเมืองเตรียมตัวเตรียมพร้อมกันเอิกเกริก ล่าสุดอดีต “ขงเบ้งกองทัพ” ผู้คร่ำหวอดการเมืองโชกโชน ออกมาเหวี่ยงข้อเสนอรัฐบาลเฉพาะกาล เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งยังไม่ใช่ทางออก

“บิ๊กจิ๋ว” ชี้ต้นตอปัญหาบ้านเมือง

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. เวลา 09.00 น. ที่บ้านพัก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ย่านถนนนวมินทร์ พล.อ.ชวลิต พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมแถลง “ทางออกประเทศ” โดย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นในเวลานี้เป็นเพราะไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่พระมหากษัตริย์สั่งการไว้ เป็นปัจจัยทำให้ประเทศไทยถดถอย ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้ต้องการให้ทะเลาะกัน หรือขับไล่ ประณามใคร แต่อยากให้คนไทยร่วมกันอย่าหวั่นไหวในการแก้ปัญหาบ้านเมือง แนวทางแก้ไขคือมอบสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน คืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน และทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยประชาชน เพื่อประชาชน อย่างแท้จริง ขณะนี้แนวทางประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ประเทศไทยขาดมาก แต่คิดว่ากระบวนการประชาธิปไตยจะเกิดในเร็ววันนี้ และต้องมีกระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนด้วย เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วตนจะเสนอแผนงานโครงการเฉลิมพระเกียรติ 780 ปี ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยมีแผนงานโครงการแบ่งเป็น 7 หมวด รวม 41 โครงการ วงเงิน 197 ล้านล้านบาท เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินในการยกระดับความเป็นอยู่

...

อย่าเลือกตั้ง-มีรัฐบาลเฉพาะกาล

พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อมีการเลือกตั้ง ก็ต้องจัดตั้งรัฐบาลจากหลายๆ พรรค เมื่อก่อนมีไม่กี่พรรคยังทะเลาะกัน แล้วเวลานี้มี 20 กว่าพรรคจะไม่ตีกันหรือ จึงต้องคิดให้ดีหากใช้รูปแบบนี้จะนำไปสู่การทะเลาะไม่สิ้นสุด คิดว่าแทนที่จะปล่อยให้มีการเลือกตั้งเช่นนี้อย่าให้มีเลย หรือถ้าพูดให้ง่ายเปลี่ยนรูปแบบจากปัจจุบันนิดหน่อยภายใต้กรอบอำนาจอธิปไตยสูงสุด ซึ่งผู้ถืออำนาจอธิปไตยสูงสุด คือองค์รัฏฐาธิปัตย์สูงสุด ต้องใช้อำนาจสูงสุดจะทำอย่างไรก็ได้ พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณที่จะใช้อำนาจสูงสุดแก้ไข ส่วนจะแก้ไขอย่างไรนั้น แทนที่จะให้มีการเลือกตั้งเช่นนี้ ก็ให้มีรัฐบาลเฉพาะกาล กาลเวลาแห่งความยุ่งยากสับสน ต้องใช้อำนาจพิเศษ ภายใต้กรอบของพระประมุข ซึ่งแน่นอนท่านต้องทรงใช้อำนาจเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน เป็นสิ่งที่หวังได้ และรัฐบาลเฉพาะกาลเช่นนี้หากใช้รัฐธรรมนูญปัจจุบันไปไม่รอด จึงควรยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 60 ใช้ปี 40 โดยแก้ไขบางมาตราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ยกเลิก คสช.เพื่อให้มาช่วยทำงานสร้างรัฐบาลใหม่ขึ้นมาเพื่อทำงานต่อไป

ใช้แนวทางผิดๆทิ้งระเบิดก็ทำได้

“ระบบปัจจุบันแก้ไขลำบาก แผนนี้ 1-2 ปี จะแก้ไขปัญหาได้ แล้วให้มีรัฐบาลจริงเข้ามาทำงาน วันนี้ต้องเซ็ตซีโร่เพื่อไปสู่สิ่งที่ถูกต้อง ส่วนที่มีการกล่าวว่าอย่าดึงฟ้าต่ำการพูดเช่นนี้จะถูกโจมตีหรือไม่นั้น พวกเรารู้สึกถึงน้ำพระทัยของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชน เราจะไม่ดึงฟ้าต่ำ มีแต่ยกให้ฟ้าสูงขึ้น แต่เราเกรงว่าจะทำให้พระองค์ท่านไม่สบายพระทัย แต่วิธีแก้ไขเอง นายกฯก็ทำให้ถูก อยู่ที่นายกฯจะทำหรือไม่ สำหรับทางออกอื่นมันมี แต่ว่ามันยุ่งเหยิงไง เป็นต้นว่าผมใช้คนแค่ 20 คน อาจจะออกได้เหมือนกัน พรุ่งนี้โน่น หน้าทำเนียบลูกนึง หน้าตลาดนัดสามเสนลูกนึง หน้า อ.ต.ก.2 ลูก หน้าเสาไฟโน่น 5 ลูก หน้าเชียงใหม่ 3 ลูก ภูเก็ต 2 ลูก ระเบิดทั้งเมืองทั้งประเทศ นี่ไงทางออก แต่ผิดกฎหมาย เป็นแนวทางที่ไม่ถูก เป็นแนวทางที่ผิด แต่ถามว่าทำได้ไหม ทำได้ ทำไมจะทำไม่ได้ แต่เราไม่ทำ” พล.อ.ชวลิตกล่าว

จี้ “บิ๊กตู่” เสียสละเพื่อประเทศชาติ

อดีตนายกฯกล่าวว่า ศูนย์รวมปัญหาวันนี้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการเสียสละ และเชื่อว่าจะได้ฟังที่ตนพูดและคิดจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องด้วยตัวเอง ท่านรู้ด้วยตัวเองว่าปัญหาอยู่ที่ตัวท่านและรู้ว่าเป็นปัญหาหลัก แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะพาประเทศไปสู่จุดที่ต้องการไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ลงมาเป็นเหมือนพวกเรา อย่าคิดแค่ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ถูกต้องแล้ว และหวังว่าจะทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นความปรารถนาดี ท่านเป็นคนดี แต่ห่วงมากไป คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความเป็นทหาร เป็นสุภาพบุรุษ มีความเป็นนักการเมืองที่ดี ที่ตั้งใจทำงานน่าจะรับฟังในคำร้องขอที่ปรารถนาดีกับประเทศชาติ เป็นความปรารถนาดีอย่างเดียวกับท่านด้วยท่านน่าจะทำ

ฟันธง พ.ท.-จับมือ ปชป.ไม่สำเร็จ

พล.อ.ชวลิตกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยจะจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาลและสนับสนุนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น ต่อให้ได้เป็นก็ไม่สำเร็จ จะรวมกัน 500 พรรคก็ตั้งไม่สำเร็จ และขอยกคำพูดที่ว่าทหารแก่ไม่มีวันตาย ตนยังรักชาติรักแผ่นดิน ขอทำหน้าที่ เดี๋ยวจะมีคนมาหาว่าทำไมไม่ไปเลี้ยงหลาน

“จตุพร” ชี้ไม่งามกรรมการเล่นเอง

ขณะที่นายจตุพรกล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบัน หากกรรมการลงมาเป็นผู้เล่นเสียเองก็จะเป็นปัญหา เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศสนใจการเมือง ก็ควรเสียสละลาออกจากหัวหน้า คสช. และตำแหน่งนายกฯเพื่อมาเป็นผู้เล่นให้ถูกต้อง ขอให้ดู พล.อ.ชวลิตที่ลาออกจาก ผบ.ทบ.เพื่อมาเล่นการเมืองเป็นตัวอย่าง เพราะช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือว่าอยู่มานานแล้ว หากต้องการอยู่ 20 ปี ตามยุทธศาสตร์ประเทศก็จะไม่ว่าถ้ามาอย่างสง่างาม วันนี้การมีคนกลางเพื่อส่งไม้ต่อนำไปสู่ประชาธิปไตยยังมีความจำเป็น และเสียดายหาก พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นผู้เล่นบทคนกลาง แล้วมาแสดงตัวชัดเจนว่าสนใจการเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้วันข้างหน้าจะพาประเทศเข้าสู่วิกฤติ เพราะแทนที่กรรมการจะส่งไม้ต่ออย่างสง่างาม แต่กลายเป็นผู้เล่นและกรรมการที่เป็นคนเดียวกันลงมาเล่นในเวทีเอง

เปิดตัว พปชร.-สามมิตรมาแล้ว

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับการประชุมใหญ่เพื่อจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่ อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 29 ก.ย.ชื่อรัฐมนตรีที่ถูกจับตาจะมาดำรงตำแหน่งต่างๆ และในวันนั้นจะมีการเปิดตัว อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม จะมาเป็นหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองหัวหน้าพรรค ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นโฆษกพรรค ส่วนกลุ่มสามมิตรที่แน่นอนแล้วว่าจะมาร่วมพลังประชารัฐ แม้ยังไม่แถลงยืนยันอย่างเป็นทางการ ได้ส่งชื่อเข้าร่วมนั่งกรรมการบริหารพรรคด้วย อาทิ นายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะให้หลานชาย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานฝ่ายบริหารสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์ส นั่งเป็นกรรมการบริหารพรรค

โชว์ตัว 3 อดีต ส.ส.กทม.ปชป.

นอกจากนี้ จะทำการเปิดตัว 3 อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดที่มาร่วมงานพลังประชารัฐ คือนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ล่าสุดได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. ส่วน จ.เชียงราย ได้นางรัตนา จงสุทธานามณี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย มาดูแลพื้นที่เลือกตั้งเชียงราย โดยนางรัตนาจะส่งบุตรชาย คือ ร.ต.ต.ธนรัช จงสุทธานามณี ลงสมัคร ส.ส.

พลังชลเปิดพื้นที่ไม่ส่ง ส.ส.แข่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการเปิดตัวกลุ่มชลบุรีที่มาร่วมพลังประชารัฐคือ นางสุกุมล คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม ลงสมัคร ส.ส.ในนามพลังประชารัฐ และนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะมาเป็นผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่นายสนธยา คุณปลื้ม หัวพรรคพลังชล ที่ล่าสุดนั่งนายกเมืองพัทยาโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อผลักดันอีอีซีซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ภาคตะวันออก ทำให้มองว่ามีโอกาสสูงในการที่ผู้สมัครในนามพลังประชารัฐจะกวาด ส.ส.ในภาคตะวันออก โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ในส่วนของพลังชลจะเว้นวรรคส่ง ส.ส.ลงสมัคร ซึ่งนายสนธยาจะดูแลพื้นที่เขตเลือกตั้งภาคตะวันออกทั้งหมด

หนุน พท.–ปชป.จับมือชู “ชวน”

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.ว่า แนวคิดดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดี ฝ่ายการเมืองควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อเดินหน้าประเทศไปตามแนวทางประชาธิปไตย และสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ตนสนับสนุนให้ทุกพรรคหันหน้ามาจับมือกันเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ส่วนใครจะเป็นนายกฯต้องเป็นคนที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ เมื่อถามว่า ชื่อนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นชื่อที่ยอมรับได้หรือไม่ นายอำนวยตอบว่า เบื้องต้นคงต้องให้พรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งเสนอชื่อนายกฯก่อน แต่นายชวน ก็ถือเป็นคนที่คนในแวดวงการเมืองให้การยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง

พท.ให้ “หญิงหน่อย” ถือธงนำ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคที่เป็นอดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส. ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า คนที่จะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค เพราะจุดยืนของพรรคคือต่อต้านเผด็จการ แต่ต่อสู้ตามแนวทางสันติวิธี ไม่ต้องการสร้างวาทกรรมที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง คุณหญิงสุดารัตน์มีความเหมาะสม เพราะบุคลิกประนีประนอม คุยได้กับทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยวางแนวทางว่า จะไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก เพราะเกรงจะบานปลายเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มทหารอยู่ในอำนาจต่อ หรือขยายเป็นการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

“ฐานิสร์–ตรีนุช”ย้ายซบ พปชร.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานายฐานิสร์ เทียนทอง และนางตรีนุช เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย หลานของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยได้ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว โดยเตรียมเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่จะประชุมใหญ่วันที่ 29 ก.ย.นี้ โดยแจ้งให้นายเสนาะรับทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นโดยระบุว่าจะไปทำงานการเมืองตามแนวคิดตนเอง อย่างไรก็ตาม กา ลาออกครั้งนี้ทำให้นายเสนาะรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อเป็นหนทางการเมืองจึงตัดสินใจส่งหลานเขยและอดีต ส.ว.ลงสู้ในนามพรรคเพื่อไทยแทน ขณะที่นายสรวงศ์ เทียนทอง ลูกชาย ที่เป็นอดีต ส.ส.สระแก้วอีกคนหนึ่งยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป กลายเป็นศึกของตระกูลเทียนทองที่ต้องสู้กันเอง

ดัน “สมพงษ์” นั่ง หน.เพื่อธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระแสข่าวการเตรียมพรรคเพื่อธรรมไว้เป็นพรรคสำรองหากพรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรคนั้น ขณะนี้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ได้ประสานงานผ่านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกฯ เพื่อรับมือกรณีที่มีความพยายามที่จะยุบพรรคเพื่อไทย เบื้องต้นมีการวางตัวให้นายสมชาย หรือนายสมพงษ์คนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อธรรม เพราะหากมีการยุบพรรคเพื่อไทยจริงอาจจำเป็นต้องให้สมาชิกพรรคย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อธรรมแทน และสมาชิกพรรคที่จะต้องย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อธรรมจะได้เกิดความมั่นใจ ไม่กระจายหรือหนีไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น

“วิษณุ” ชี้ พท.ตั้งเพื่อธรรมไม่ผิด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยตั้งพรรคเพื่อธรรม เป็นพรรคสำรอง จะเข้าข่ายเป็นนอมินีหรือไม่ว่า พรรคสำรองภาษากฎหมายก็คือพรรคการเมือง ไม่ถือว่าผิด เนื่องด้วยระบบการเลือกตั้งใหม่ การนับคะแนนจะต่างออกไปจากอดีต ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.เขตแบบท่วมท้นมหาศาลทุกเขต จะไม่นำคะแนนมานับรวมให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะกฎหมายมีเกณฑ์การเฉลี่ยคะแนนให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้อยู่แล้ว การกระจายไปตั้งพรรคเพิ่มจึงถือเป็นกระบวนการทางการเมืองปกติ มีมาทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่สมัยนี้อาจชัดเจนมาก และส่งผลดีพรรคการเมืองเกิดมากขึ้น ไม่ผูกขาดกินรวบ

“สนธยา” ไร้มลทินนั่งนายกพัทยา

นายวิษณุกล่าวถึงกรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ให้จับตาการทำงานของนายสนธยา คุณปลื้ม ในฐานะนายกเมืองพัทยา เนื่องจากก่อนหน้านี้นายสมชาย คุณปลื้ม บิดา เคยถูกศาลจังหวัดพัทยาสั่งให้ชดเชยความเสียหายกับเมืองพัทยาจากคดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้วว่า การยึดทรัพย์บังคับคดีชำระหนี้แทนนายสมชายนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม จึงแต่งตั้งได้ เนื่องจากศาลได้ตัดสินให้นายสมชายชำระหนี้ให้กับเมืองพัทยามูลค่าร้อยกว่าล้านบาทตั้งแต่ปี 55 ที่นายกเมืองพัทยาคือนายอิทธิพล คุณปลื้ม กรมบังคับคดีไปยึดทรัพย์เป็นที่ดิน 40 แปลง ขายไปแล้วบางส่วน และกำลังทยอย ขาย จึงไม่มีเรื่องที่ตกมาถึงนายสนธยาในขณะนี้ แต่ถ้าขายทั้งหมดแล้วได้มูลค่าไม่ถึงตามจำนวนหนี้ เป็นหน้าที่เมืองพัทยาต้องนำยึดทรัพย์บังคับคดีให้ครบถ้วน ซึ่งมีอายุความบังคับคดี 10 ปี จึงไม่มีปัญหา ถ้าบกพร่องไม่เกี่ยวกับหัวหน้า คสช.ที่เป็นคนแต่งตั้ง เป็นความรับผิดชอบของนายกเมืองพัทยา

“บิ๊กตู่” เตือนระวังเข้าข่ายใส่ความ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้กล่าวถึงกรณีที่ข้าราชการเมืองพัทยาส่งข้อมูลให้เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เนื่องจากเกรงว่าสังคมอาจได้รับความเสียหายจากกรณีการแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม ให้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาว่า รัฐบาลต้องการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เป็นรูปธรรม การแต่งตั้งนายสนธยาได้พิจารณาคุณสมบัติอย่างรอบคอบ เหมาะสม ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ระเบียบ บริหารราชการเมืองพัทยา และเป็นคนในพื้นที่มีประสบการณ์มาก ยืนยันว่าไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ ระหว่าง คสช.กับตระกูลคุณปลื้ม ขอให้สังคมเปิดใจกว้างอย่ามีอคติเชื่อมโยงให้เกิดความเสียหาย การมุ่งโจมตีโดยปราศจากข้อเท็จจริงหรือเหตุผลอันสมควร อาจเข้าข่ายเป็นการกล่าวหาหรือใส่ความ

ภท.โต้ครหารับสีเทาเข้าพรรค

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยรับนักการเมืองภาพสีเทาเข้าสังกัดและยังฮั้วกับพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าว่า พรรคภูมิใจไทยมีผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งจำนวนมาก นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคกำหนดเรื่องผู้สมัครเขตเลือกตั้งไว้เป็นสำคัญคือเป็นผู้ปฏิบัติตามและเคารพกฎหมาย ทำงานใกล้ชิดเป็นที่รักของประชาชนในพื้นที่ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ คำว่า “สีเทา” หมายความว่าอย่างไรไม่อาจทราบได้แต่ถ้าหมายถึงคนไม่ดี ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทย มีผู้เสนอตัวที่เป็นคนดีทุกคน ขอยืนยันว่าการเลือกตั้งพรรคไม่มีการฮั้วกับพรรคการเมืองใด ส่วนความชัดเจนของตระกูลสะสมทรัพย์ ที่จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ให้รอดูวันประชุมใหญ่พรรค วันที่ 2 ต.ค.

เวที กกต.พบพรรคการเมืองคึกคัก

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง และผู้ขอแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อชี้แจงแนวทางตามคำสั่งหัวหน้า คสช.และเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยมีพรรคการเมือง ตอบรับเข้าร่วม 59 พรรค 84 กลุ่ม รวม 451 คน อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค พรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค พรรคชาติไทยพัฒนา นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค พรรคภูมิใจไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค พรรคชาติพัฒนา นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค พรรคพลังประชารัฐ นายวิเชียร ชวลิต พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล

ห้าม “พรรคเกียน” แต่งตัวไม่เหมาะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนงานจะเริ่มขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเจรจากับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเกียน พร้อมทีมงาน ไม่ให้เข้าร่วมการประชุม เนื่องจากแต่งกายไม่เหมาะสม โดยนายสมบัติและทีมงานชุดกู้ภัยสีส้ม สวมแว่นกันแดดและใส่หมวกโจรสลัดมาร่วม ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 10 นาที สุดท้ายนายสมบัติและทีมงานต้องปฏิบัติตามไม่ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงดังกล่าว

ห้ามใส่ร้าย–ซื้อเสียงผ่านโซเชียล

จากนั้นเวลา 09.30 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวชี้แจงแนวทางจัดการเลือกตั้งครั้งแรกหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำเรื่องสำคัญที่พรรคการเมืองต้องดำเนินการ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. อยู่ระหว่างยกร่างระเบียบการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มีเสรีภาพในการหาเสียงในโซเชียลมีเดียตามที่รู้กันดีว่าเฟซบุ๊กถูกปลอมเยอะซึ่งผู้ถูกแอบอ้างไม่รู้เรื่องเลย กกต.มีเจ้าหน้าที่เทคนิคคอยตรวจสอบ สืบค้นไปถึงต้นทางได้ หลักการคือห้ามใส่ร้าย สัญญาว่าจะให้ หรือซื้อเสียง ถ้าพบข้อความไม่เหมาะสม กกต.จะขอให้ลบ ถ้าไม่ลบ กกต.ก็จะลบให้

“ชูศักดิ์” หวดตีความคำสั่งผิด

จากนั้น กกต.เปิดโอกาสให้ผู้แทนพรรคการเมือง ซักถาม ซึ่งนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การชี้แจงของ กกต.ว่าต้องมีตัวแทนสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เห็นว่าไม่ตรงกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/61 ตนอ่านกฎหมายวนไปมาเป็น 10 รอบ เข้าใจว่า กกต.ตีความกฎหมายผิด พรรคเพื่อไทยทำหนังสือสอบถาม กกต.มา 3 สัปดาห์แล้วว่า กกต.ตีความอย่างไร แต่จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ แต่ตนตีความว่าไม่ต้องมีสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งรอบนี้

“ปิยบุตร” กระทุ้ง คสช.ปลดล็อก

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้องให้ กกต.พิจารณารับรองการจัดตั้งพรรคการเมืองให้กับกลุ่มการเมืองทั้ง 119 กลุ่มโดยเร็ว เพราะจากการศึกษาค่าเฉลี่ยที่ กกต.อนุมัติรับรองพรรคการเมืองอยู่ที่ 97 วันหรือ 2 เดือนเศษ หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.62 หรือยืดออกไปในเดือน พ.ค .62 กกต.ก็คงอนุมัติไม่ทัน และคำตอบของนายแสวงไม่สามารถให้คำยืนยันว่า ระยะเวลาของ กกต.จะทำให้พรรคหาสมาชิกได้ทันหรือไม่ ให้คำตอบในทำนองว่าไปลุ้นเอาเอง หรือไปตายเอาดาบหน้า เข้าใจว่าอุปสรรคต่างๆไม่ได้เกิดจาก กกต.แต่เกิดจาก คสช. ที่ออกคำสั่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองโดยไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ปฏิบัติและพรรคการเมือง จึงอยากให้พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และ กกต.ช่วยกันแสดงความเห็นให้ คสช.ปลดล็อก

“ภูมิธรรม” จวกสร้างภาพหลอน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังฟังคำชี้แจงของ กกต. ว่า สิ่ง ที่ชัดเจนที่ได้คือความไม่ชัดเจนหรือความไม่เข้าใจของ กกต.เอง การจัดตั้งสาขาพรรค การหาสมาชิก ยังมีปัญหาอยู่ พรรคใหญ่ยังเหนื่อย ส่วนพรรคเล็กลำบากแน่นอน ที่สำคัญคือติดขัดอยู่ที่ความหวาดระแวงและความกังวลใจในความไม่มั่นคงของผู้มีอำนาจเอง ทางออกที่ชัดเจนคือ กกต.ต้องไปหารือ คสช.และปลดล็อกให้ทุกฝ่ายทำงานได้ตามปกติ อย่ากังวลว่าจะเกิดความวุ่นวาย เลิกสร้างภาพหลอกหลอนคนอื่น เพราะท้ายที่สุดจะกลายเป็นการหลอกตัวเอง ทุกฝ่ายต้องการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประเทศกลับคืนมา

“อภิสิทธิ์” พอใจปมสมัครสมาชิก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประธาน กกต. สรุปประเด็นหลักๆ ได้ดีทั้งเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย การเงินการบัญชี และเกี่ยวกับการส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และชี้ให้เห็นขั้นตอนเงื่อนเวลาต่างๆ และจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร กกต.แล้วรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะทาง กกต.ได้ปรึกษาหารือกับฝ่ายกฎหมายแล้ว มีความชัดเจนว่าการใช้รูปแบบการสมัครที่มีหลักฐานชัดเจนว่า ผู้สมัครมีบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน สามารถสมัครและส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งจะทำให้การรับสมัครสะดวกมากกว่า แต่การหาเสียงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้

“อุเทน” ปิดฉากพรรคคนไทย

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับพรรค การเมืองต่างๆ ว่า พรรคคนไทยได้ติดตามสถานการณ์การเมืองมาอย่างใกล้ชิด เห็นว่ากฎหมาย กติกา เงื่อนไขต่างๆที่ออกมา ไม่เอื้ออำนวยต่อพรรคการเมืองขนาดเล็ก อีกทั้งยังไม่สนับสนุนการพัฒนาทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น มีหลายประเด็นที่อาจทำให้พรรคและกรรมการบริหารพรรค มีความสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายได้โดยง่าย ผู้บริหารและสมาชิกพรรคคนไทยจึงได้หารือและเห็นพ้องกันว่า พรรคคนไทยควรยุติบทบาททางการเมือง นับแต่นี้ไป แล้วเปิดโอกาสให้บุคลากรของพรรค ได้ไปทำงานในบทบาทที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป ส่วนตนจะพิจารณาอนาคตอีกครั้งว่าจะไปอยู่ในบทบาทใด

ปัดถ้าเลื่อนกาบัตรไม่เกี่ยว กกต.

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้ สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ในเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต.ได้ประกาศระเบียบ และจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี ซึ่งในวันที่ 3-14 ต.ค. จะปิดประกาศการแบ่งเขต 3 รูปแบบ ไว้ที่สำนักงาน กกต.จังหวัด และหน่วยราชการภายในจังหวัด เพื่อให้พรรคการเมืองและประชาชนให้ข้อคิดเห็น หลังจากนั้น 3 วัน จะรวบรวมผลรับฟังความเห็น เสนอมายัง กกต. ภายในวันที่ 16 ต.ค. จากนั้นไม่เกิน 20 วัน กกต.จะพิจารณาเลือกรูปแบบที่ดีที่สุด คำนึงถึงความเป็นธรรม ข้อคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนเป็นหลัก ก่อนที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนเรื่องการเลือกตั้ง อยากให้นับตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. ที่ พ.ร.บ. เลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลใช้บังคับ ซึ่งจะเริ่ม นับเวลาในการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน โดยระยะเวลาของวันเลือกตั้งที่เร็วที่สุดคือเดือน ก.พ.2562 ช้าสุดคือเดือน พ.ค. การจะเลื่อน จากวันที่ 24 ก.พ.2562 หรือไม่ ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ และปัจจัยที่จะเลื่อน หรือไม่เลื่อนไม่ได้อยู่ที่ กกต.

“มาร์ค” ขอชิงหัวหน้าสร้างสรรค์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขณะนี้มีการลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรคในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ว่า ไม่กังวลที่ นพ.วรงค์เปิดตัวทีมงานกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ ในส่วนของตน หลังกลับจากภารกิจการร่วมประชุมที่ต่างประเทศ จะส่งมอบหน้าที่ให้กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใช้ตำแหน่งหัวหน้าสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบกับผู้ท้าชิง ยืนยันจะแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ และไม่ขอตอบโต้กรณีที่มีการส่งแบนเนอร์พร้อมข้อความทางไลน์ว่า “เลือกหมอวรงค์ได้นายถาวร เลือกนายอภิสิทธิ์ได้ศิริโชค แถมเทพไท” แต่วันนี้อดีต ส.ส.ของพรรคได้คุยกันในกลุ่มไลน์ และบอกว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับการทำเช่นนี้ อยากให้แข่งขันอย่างสร้างสรรค์

“วรงค์” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ

ที่ จ.สุโขทัย เมื่อเวลา 10.00 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย และกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ นำโดยนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย อดีต ส.ส.ชัยภูมิ นายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน นายศุภชัย ศรีหล้า อดีตส.ส.อุบลราชธานี นายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง สวมเสื้อสกรีนคำว่า “กล้าเปลี่ยนเพื่อประชาชน” ทำพิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง มหาราช ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ท่ามกลางประชาชนและสมาชิกพรรคที่มาให้กำลังใจและคอยต้อนรับราว 500 คน ทั้งนี้ นพ.วรงค์ประกาศพร้อมลงชิงตำแหน่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาเดินหน้าประเทศ ก่อนที่ทุกคนจะร่วมกันชูกำปั้นมือขวาก่อนแตะที่หน้าอกซ้าย จากนั้น นพ.วรงค์กล่าวว่า นอกจากจะมาเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแล้ว ยังต้องการมาพบพี่น้องประชาชนชาว จ.สุโขทัย ทุกอย่างที่พูดมาจากหัวใจและตั้งใจจริง สาบานว่าถ้าสิ่งที่พูดไม่เป็นความจริงขอให้มีอันเป็นไป

“ปู่พิชัย” ยุ ปชป.-พท.ผนึกกำลัง

นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการจับมือกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์เพื่อจัดตั้งรัฐบาลว่า ได้เรียกร้องมานานเเล้ว เพราะฝ่ายนั้นเขามี ส.ว. 250 คน โหวตเลือกนายกฯได้โดยการจับมือกัน ต้องตัดเรื่องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯออกไป ถ้าตัดทักษิณออกไปได้แล้วเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์จับมือกันก็จะสามารถรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ได้ หากเพื่อไทยไม่จับมือกับประชาธิปัตย์ ถ้าไม่ผนึกกำลังกัน ยังไงก็สู้เขาไม่ได้ ถ้าไม่ใช้แนวทางนี้โอกาสจะสู้กับฝ่ายเขา ทำได้ยากมาก ไม่มีทางเลย แต่จะทำได้หรือไม่ หากดูตอนนี้ก็เห็นสองพรรคดังกล่าวยังมีแนวทางที่ไม่ตรงกันอยู่

“บิ๊กแดง” ลั่นยึดประโยชน์ส่วนรวม

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย มีการจัดพิธีมอบหน้าที่การบังคับบัญชาตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระหว่าง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ กับ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี และการสวนสนามเทิดเกียรติผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพไทย ต่อมาในช่วงบ่ายที่บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช มีพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสรับส่งหน้าที่ ผบ.ทอ. และมอบการบังคับบัญชา ด้านกองทัพเรือได้จัดพิธีรับส่งหน้าที่ ผบ.ทร. ระหว่าง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ กับ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ต่อมาที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ร่วมพิธีรับส่งหน้าที่ ผบ.ทบ. โดยพล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ขอให้คำมั่นว่าจะทำหน้าที่ ให้ดีที่สุดด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความรับผิดชอบสูงสุดที่มีต่อชาติ ราชบัลลังก์และประชาชน โดยยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

นายกฯชวนเกษตรกรปลูกข้าวโพด

ช่วงค่ำ เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนว่า รัฐบาลขอชวนพี่น้องเกษตรกรให้มองไปข้างหน้า โดยนำเอาปัญหาในอดีต มาเป็นโจทย์ให้ช่วยกันขบคิด ไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อน ทำให้ราคาข้าวตกต่ำวนเวียนทุกปี ดังนั้น ครม.จึงอนุมัติหลักการ โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ตลาดมีความ ต้องการสูง จึงตั้งเป้าหมายให้ดำเนินการในพื้นที่ 33 จังหวัด โดยรัฐบาลให้สินเชื่อคือให้กู้วงเงินไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะคิดอัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี แต่เก็บเกษตรกร ร้อยละ 0.01 ที่เหลือร้อยละ 3.99 รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.เป็นระยะเวลา 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้รับซื้อข้าวโพด ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8 บาท หากเกษตรกรทำได้ตามกติกา จะมีกำไรตันละ 2,000-3,000 บาท

ปลื้มไทยไต่อันดับพัฒนานวัตกรรม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จากรายงานของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ระบุว่า ปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดัชนีชี้วัดความสามารถทางนวัตกรรม จากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) ให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 44 ของโลก จากทั้งหมด 126 ประเทศ ขยับอันดับดีขึ้น แบบก้าวกระโดด 7 อันดับ และยังเป็นการเลื่อนอันดับดีขึ้น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อีกทั้งยังเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลกในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง ถือว่าน่ายินดี เป็นการพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมที่ดีที่สุดอีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม ของทุกภาคส่วน และความจริงใจของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0

ป.ป.ช.รอสรุปจีที 200 ปลายปี 61

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ใน 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ กรมสรรพาวุธทหารบก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท และกรมศุลกากร ว่า ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงไปแล้วมากกว่า 80% ล่าสุด ป.ป.ช. เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาและเอกสารประกอบจากศาลประเทศอังกฤษ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคำพิพากษาและเอกสารต่างๆ ว่าจะมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ไทยในการทุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าวสั่งการให้ขอคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์จากศาลแขวงดอนเมืองมาพิจารณาประกอบการไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. และเร่งรัดเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2561 หรืออย่างช้าต้นปี 2562

ชงใช้กัญชา-กระท่อมรักษาโรค

ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยสมาชิก สนช. 43 คน เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติด ให้โทษ ต่อที่ประชุม สนช. เพื่อแก้ไขให้ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 คือ กัญชาและพืชกระท่อม ให้สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และสามารถนำไปใช้ในการรักษาภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ได้ หลังจากมีผลพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วพบว่า สารที่สกัดได้จากกัญชาสามารถนำไปรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งแล้วมีอาการดีขึ้น โดยล่าสุดตนได้นำเสนอร่างแก้ไขให้กับทางเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อนำร่างกฎหมายรับฟังความเห็นผ่านทางเว็บไซต์ของ สนช. เบื้องต้นคาดว่า การรับฟังเนื้อหาผ่านทางเว็บไซต์จะใช้เวลา 15 วัน และจะเปิดเวทีเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาในวาระแรกได้ ทั้งนี้ เชื่อว่าจะได้รับความเห็นชอบ เพราะเป็นร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์

“สนธยา” ตั้ง 4 รองนายกเมืองพัทยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังหัวหน้า คสช.มีคำสั่งแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยา และให้มีรองนายกเมืองพัทยาได้ 4 คนนั้น เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายสนธยาได้ลงนามคำสั่งเมืองพัทยาที่ 3208/2561 เรื่องแต่งตั้งรองนายกเมืองพัทยา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 ประกอบมาตรา 48 (3) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 แต่งตั้งบุคคลดังนี้ 1.นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังชล เป็นรองนายกเมืองพัทยา ลำดับที่ 1 2.นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เป็นรองนายกเมืองพัทยาลำดับที่ 2 3.นายรณกิจ เอกะสิงห์ เป็นรองนายกเมืองพัทยาลำดับที่ 3 ถือว่านั่งตำแหน่งเดิม และ 4.นายบรรลือ กุลละวณิชย์ อดีตประธานสภาเมืองพัทยา เป็นรองนายกเมืองพัทยาลำดับที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.