เด็กขอกอดลุงตู่ ถาวรยังดันวรงค์

“บิ๊กตู่” เมินเสียงกระจองอแงฝ่ายการเมือง ขอปลดล็อก นำทีม ครม.สัญจรเลย-เพชรบูรณ์ ตะโกน “รักลุงตู่” เซ็งแซ่ กวักมือชวน “เร่งสมบูรณ์สุข” มาร่วมกันทำงาน เด็กๆขอกอดส่งมอบกำลังใจ “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” ยังกั๊กร่วมวงสามมิตร “สุวพันธุ์” ปัดงัดข้อ “อาจารย์ยักษ์” “อดุลย์” ยันโยกย้ายแรงงานทุกคนแฮปปี้ แต่เป็นไปตามโผปลอมที่หลุดมาเป๊ะ “อภิสิทธิ์” เรียกประชุม กก.บห. ยกร่างระเบียบข้อบังคับพรรคใหม่ “จุติ” มั่นใจสู้กันแบบพี่น้องพรรคไม่แตก “ถาวร” ใส่เกียร์ห้าดัน “หมอวรงค์” พท.กระทุ้ง คสช.อย่าทำตัวเป็นผู้คุมกฎซะเอง อัด “ผู้นำ” พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย “ธนาธร” พบ ปอท.ตามหมาย แต่ไม่หยุดไลฟ์ลงโซเชียล ร้อง กสม.สอบงาบเงินคนพิการ แฉแหลกโกงยิ่งกว่างาบเงินคนจน

หลังรัฐบาล คสช.ขยับคลายล็อกให้พรรคการ เมือง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เดินหน้านำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จัดประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.เลย-เพชรบูรณ์ ท่ามกลางเสียงครหาจากฝ่ายการเมืองว่าเป็นการเดินสายหาเสียงล่วงหน้าเอาเปรียบคู่แข่ง

“บิ๊กตู่” นำสัญจรเลย–เพชรบูรณ์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เลย และ จ.เพชรบูรณ์ และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 7/2561 โดยจุดแรกนายกฯและคณะมายังมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นประธานพิธีเปิดถนน 4 เลน หมายเลข 201 ตอนเลย-เชียงคาน พร้อมเป็นประธานสักขีพยานมอบหนังสือแสดงป่าชุมชนให้แก่ประธานชุมชน 5 จังหวัด (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี) มีประชาชนมารอต้อนรับกว่า 1,500คน ถือเป็นการลงพื้นที่หลังมีคำสั่งคลายล็อก จาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

...

ดึง “เร่งสมบูรณ์สุข” ร่วมทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดนี้มีนางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ที่เคยเปิดตัวร่วมงานกับกลุ่มสามมิตรมารอต้อนรับ ขณะที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสามีไม่ได้มา โดยทางจังหวัดจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ มีการขับร้องเพลง “สร้างไทยไปด้วยกัน” และเพลง “มากกว่ารัก” ของโรส ศิรินทิพย์ พร้อมขึ้นข้อความบนเวทีว่า “รักลุงตู่นะคะ” ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนบอกว่ารักลุงตู่ต้องช่วยกันทำให้ลุงตู่มีกำลังใจ บางครั้งต้องการกำลังใจ ท้อแท้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่ว่านักการเมือง อดีตนักการเมือง คงมีไม่กี่คนที่เดือดร้อนกับตน เบื่อรัฐบาล และ คสช. วันนี้เรากำลังทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องไปสั่งไล่ล่าฆ่าฟันใคร พร้อมกับชี้ไปที่นางเปล่งมณีและกล่าวว่า “ใช่หรือไม่คุณเร่งสมบูรณ์สุข ดีหรือเปล่านะแบบนี้ ขอให้มาช่วยกันทำงานให้ดี”

กำชับผู้นำท้องถิ่นเป็นหูเป็นตา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้ในฐานะรัฐบาลต้องการสร้างความปรองดองสงบสันติในชาติ ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งต้องสงบแบบนี้ หรือใครไม่ต้องการ ต้องการให้ตีกัน ระวังที่สุดไม่ไปก้าวล่วงใคร เว้นแต่ว่าต้องชี้แจงที่มีคนก้าวล่วงรัฐบาล เพราะไม่ใช่นักการเมืองตอนนี้ ส่วนการเลือกตั้งจะมาถึงในเร็ววันนี้ ขอฝาก ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยระวังอย่าให้เกิดความวุ่นวายอีก เพราะจะกลายเป็นว่ารัฐบาลไม่อยากให้เลือกตั้งอีก ไม่อยากใช้กำลัง ไม่อยากใช้กฎหมาย ไม่อยากอะไรกับใคร ฉะนั้นอย่าไปเชื่อฟังสิ่งที่ไม่ถูกต้องบิดเบือน อย่างลอตเตอรี่ จ.เลย หาอาชีพอื่นไว้บ้าง รัฐบาลขาย 80 บาทอยู่แล้ว เจอขายเกินก็จับ ลอตเตอรี่ถูก 12 ล้านมาได้อย่างไร ซื้อกันเบาๆ วันหน้ามาจะบอกให้ปิดทะเบียนรถให้หมด

เด็กๆขอกอด “ลุงตู่” ส่งกำลังใจ

จากนั้นมีเด็กนักเรียนหญิง 2 คนจากโรงเรียนเลยพิทยาคม พร้อมแพทย์จิตเวช เป็นตัวแทนมอบภาพวาดแรเงารูป พล.อ.ประยุทธ์ สมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร และเด็กนักเรียนได้ขอกอดซึ่งนายกฯได้เข้าสวมกอดเด็กทั้ง 2 คน โดยเด็กได้กล่าวว่า ขอให้ลุงตู่มีสุขภาพแข็งแรง หนูจะเป็นกำลังใจให้ จากนั้นนายกฯได้เดินทักทายประชาชนพร้อมกล่าวว่า อำนาจอยู่ที่พวกเราทุกคน อย่าเอาอำนาจไปให้กับคนไม่ดี แต่จะให้ใครไม่รู้เหมือนกัน

ชมพิธี “ผาสาดลอยเคราะห์”

ต่อมานายกฯและคณะ เดินเยี่ยมชมการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทางประชารัฐ และถนนคนเดินวิถีเชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย โดยมีตัวแทนนักเรียนซึ่งเป็นคู่แฝดจำนวน 14 คนมาต้อนรับ และมอบขันหมากเบ็ง สิ่งมงคลที่ชาวเลยมอบให้กับผู้มาเยือน พร้อมการ์ดอวยพรให้กำลังใจ รวมทั้งมอบผ้าเบี่ยง ผ้าประจำท้องถิ่น จากนั้นนายกฯได้ยกมือทำท่าไอเลิฟยูให้ประชาชนที่มารอรับ พร้อมชมการแสดงอังกะลุง เพลงเต้ยโขง จากนักเรียนโรงเรียนบ้านเชียงคานวิจิตรวิทยา และขึ้นรถรางเยี่ยมชมวิถีชีวิตและการจัดการท่องเที่ยวของเชียงคาน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว และเข้ากราบนมัสการพระครูศิริปัญญาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดศรีคุนเมือง รองเจ้าคณะจังหวัดเลย โดยพระครูศิริปัญญาวิสุทธิ์ได้มอบพระกริ่งคู่เหมือนเจ้าคุณวิชิตธรรมาจารย์ อดีตบูรพาจารย์ผู้สร้างวัด ให้กับนายกฯและรัฐมนตรีร่วมคณะ และเยี่ยมชมพิธี “ผาสาดลอยเคราะห์” พิธีกรรมโบราณที่ทำสืบทอดต่อกันมานับร้อยปี ตามความเชื่อลอยสิ่งที่ไม่ดีทิ้งไป มีแต่สิ่งดีๆเข้ามา โดยนายกฯได้ทดลองจุ่มเทียนดอกไม้ เพื่อประดับพระสาดด้วย

เยี่ยมสวนป่าไม้มีค่าเพชรบูรณ์

กระทั่งเวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่สวนป่าเกษตรห้วยแสนคำ ต.บ้านหวาย อ.หล่มสัก เยี่ยมชมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงห้วยแสนคำของนายชัยศักดิ์ เกษามูล เกษตรกรดีเด่น จากนั้นจึงเดินทางไปยังโรงแรมอิมพีเรียล ภูแก้ว ฮิลล์ รีสอร์ท ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ เพื่อเยี่ยมชมสินค้าเกษตรปลอดภัย ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “กรีนมาร์เก็ตเพชรบูรณ์” และผลิตภัณฑ์ของดีเพชรบูรณ์ ก่อนจะพบผู้แทนเครือข่าย ชุมชนเขาค้อ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาค้ออย่างยั่งยืน และเข้าพักค้างคืนที่โรงแรมอิมพีเรียลฯ สำหรับรถยนต์ที่นายกฯใช้ลงพื้นที่คือ รถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด เลขทะเบียน กต 888 เพชรบูรณ์

รอ “ปรีชา” ชี้แจงร่วมวงสามมิตร

ด้านนางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข กล่าวว่า มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้นำกลุ่มพัฒนาสตรี จ.เลย แต่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ไม่เดินทางมาด้วยเพราะต้องระวังตัว เกรงถูกมองว่ามาอยู่พรรคนั้นพรรคนี้ ทั้งที่เรายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคใด แต่ยอมรับว่ากระแสกลุ่มสามมิตรตอนนี้แรง คนจับจ้องอยู่ ส่วนจะเลือกสังกัดพรรคไหนขอให้นายปรีชาเป็นผู้ชี้แจงเอง เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นหนึ่งตัวเลือกใช่หรือไม่ นางเปล่งมณีตอบว่า ต้องถามนายปรีชา เราเป็นแค่ลูกทีม วันนี้นายปรีชาคงไปลงพื้นที่ถามใจประชาชนอยู่

“บิ๊กป้อม” จี้สนองตอบประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจรัฐมนตรีคนอื่นได้กระจายกันลงพื้นที่ โดย พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ กำชับนโยบายให้ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ เร่งทำงานให้มากขึ้นให้เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน ประคองเสถียรภาพความมั่นคงและรักษาความสงบเรียบร้อยต่อเนื่องถึงหลังการเลือกตั้งทั่วไป ขณะนี้กฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายออกมาแล้ว ต้องช่วยกันดูแลให้ดี ฝากผู้ว่าฯดูแลด้วย ขณะเดียวกัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นหัวคะแนนควรระมัดระวัง นายอำเภอควรประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกเดือน ว่า รัฐบาลทำอะไรบ้าง ให้ประชาชนได้รับรู้ ส่วนเรื่องหนี้นอกระบบ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ต้องแก้ไขให้หมดสิ้นไป

สั่งลุยสางปัญหาหนี้นอกระบบ

พล.ท.คงชีพกล่าวต่อว่า พล.อ.ประวิตรยังกำชับส่วนราชการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ยังติดพันปัญหาหนี้นอกระบบ เร่งแก้ปัญหาทั้งไกล่เกลี่ยและบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนที่เอาเปรียบข่มขู่ประชาชน พยายามนำคืนทรัพย์สินและโฉนดที่ดินทำกินกลับมาให้ได้ โดยวันที่ 20 ก.ย. จะส่งมอบโฉนดที่ดินและทรัพย์สินอันถูกฉ้อโกงจากเจ้าหนี้คืนให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน ครั้งที่ 3 ที่ จ.กาฬสินธุ์ และเน้นทำงานเชิงรุกทั้งด้านข่าวและการป้องปราม ขอให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน เพื่อแก้ปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตรงกับความ ต้องการของประชาชน แก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลโดยใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

“สุวพันธุ์” ปัดงัดข้อ “อาจารย์ยักษ์”

ที่วัดศรีฐานปิยาราม จ.เพชรบูรณ์ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนัดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ในวันที่ 20 ก.ย. เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต คณะกรรมการชุดที่ตนเป็นประธาน มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาวิเคราะห์ แล้วจัดทำข้อสรุปรายงานต่อนายกฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ทำหนังสือถึงนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ขอให้ยุติการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อประชาชนทันที นายสุวพันธุ์ ตอบว่า ขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรฯจะตัดสินใจ การสั่งการให้ยุติการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ต้องไปดูข้อกฎหมายว่าใครเป็นผู้มีอำนาจ ยืนยันว่าไม่ได้สวนทางกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่มีนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ แต่งตั้งขึ้นแต่อย่างใด

โยกย้ายแรงงานทุกคนแฮปปี้

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน กล่าวขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกอาชีพผู้มีรายได้น้อยใน จ.เพชรบูรณ์ ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงแรงงาน ว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นธรรม ไม่มีแรงกระเพื่อม ได้หารือการจัดทำบัญชีโยกย้ายร่วมกับนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน หากแต่งตั้งแล้วใน 3 เดือน ผลงานยังไม่เป็นที่ยอมรับ งานไม่เข้าเป้าก็ต้องปรับเปลี่ยน อยากให้อธิบดีใหม่ทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ซื่อสัตย์ อยู่ในกรอบระเบียบวินัยข้าราชการ สิ่งสำคัญ ต้องให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ส่วนที่มีการปล่อยโผบัญชีโยกย้ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่าไปให้ความสนใจมาก ไม่เช่นนั้นจะเป็นไปตามเกมของคนปล่อย การทำงานต้องหนักแน่น ไม่ต้องมาวิ่งเต้น ยืนยันว่าไม่มีการวิ่งเต้น ไม่มีใบสั่งจากนอกกระทรวง เชื่อว่าเมื่อ ครม.ประกาศออกมาจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพราะดูครบทุกด้าน ทั้งเรื่องอาวุโส มีความสามารถ เหมาะสมกับงาน

เป็นไปตามโผที่หลุดมาก่อนหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.เพชรบูรณ์ วันที่ 18 ก.ย. เป็นไปตามโผรายชื่อที่หลุดมาก่อนหน้านี้ อาทิ นายวิวัฒน์ ตันหงส์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ไปเป็นอธิบดีกรมการจัดหางาน นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวง ไปเป็นอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการฯ โยกไปเป็นเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แทนนายสุรเดช วลีอิทธิกุล ที่ถูกเด้งไปเป็นรองปลัดกระทรวง นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช และ พ.ต.ต.หญิง รมยง สุรกิจบรรหาร ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดประทรวง เป็นที่น่าสังเกตว่านายสุรเดชที่ชื่อติดโผถูกเด้ง ไม่ได้ร่วมลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ไปกับ พล.ต.อ.อดุลย์ด้วย

“อภิสิทธิ์” เรียกประชุม กก.บห.

วันเดียวกันเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันเพื่อพิจารณาระเบียบข้อบังคับพรรคใหม่ โดยมีกรรมการบริหารพรรคเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง ขาดเพียง 7 คนที่แจ้งลาเพราะติดภารกิจ อาทิ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รองหัวหน้าพรรค น.ส.รัชดา ธนาดิเรก และนายสรรเสริญ สมะลาภา โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

ร่างระเบียบข้อบังคับพรรค

ต่อมานายอภิสิทธิ์แถลงหลังการประชุมว่า พรรคต้องทำตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่กำหนด ทั้งการเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ (กก.บห.) การจัดตั้งสาขาพรรค การเปิดรับสมาชิกใหม่ ทุกอย่างต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่พรรค ที่ประชุมมีมติให้ทำหนังสือแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคในวันที่ 26 ก.ย. ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยร่างข้อบังคับพรรคเรียบร้อยและอุดมการณ์ของพรรคที่ยืนหยัดตั้งแต่ปี 2489 ส่วนนโยบายพรรคจะทำเป็นฉบับย่อ เพราะต้องรอให้ กก.บห.ชุดใหม่มาปรับปรุงอีกครั้ง เบื้องต้นเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การศึกษา การกระจายอำนาจ การเมืองที่สุจริต แต่ยังไม่เลือกหัวหน้าพรรค และ กก.บห. เราต้องการเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยการหยั่งเสียงเพื่อให้เที่ยงธรรมมากที่สุด และอยู่ระหว่างการออกระเบียบพรรค ว่ารูปแบบหยั่งเสียงจะเป็นอย่างไร คาดว่าจะชัดเจนหลังที่ประชุมใหญ่มีมติเห็นชอบข้อบังคับพรรค

ซัด คสช.เปิดช่องคนไม่บริสุทธิ์

เมื่อถามว่า จะมีการหยั่งเสียงหาตัวผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ต้องดูกรอบระยะเวลา ขณะนี้ทำได้แค่งานด้านธุรการเท่านั้น ส่วนคำสั่งคลายล็อกของ คสช. ยังไม่มีความชัดเจน เพราะธรรมชาติงานการเมือง หากไม่ทำกิจกรรมหรือพูดโน้มน้าว คงหาสมาชิกพรรคเข้าร่วมได้ยาก สะท้อนว่า คสช.ไม่เข้าใจงานการเมือง เพราะงานธุรการกับงานการเมืองแยกจากกันไม่ได้ พรรคการเมืองที่ดีต้องทำงานตลอด ไม่ใช่ที่รวมตัวของกลุ่มคนเพื่อมีอำนาจรัฐผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามที่เขาเข้าใจ น่าเสียดายที่คิดจะปฏิรูปการเมือง แต่กลับมองว่าพรรคการเมืองมีหน้าที่เพียงเท่านี้ คนที่จะได้คะแนนบริสุทธิ์จากประชาชนต้องทำงานการเมือง ยิ่งจำกัดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่าไหร่ เท่ากับยิ่งช่วยพรรคที่ไม่คิดจะได้คะแนนเสียงที่บริสุทธิ์ ให้ได้คะแนนมาโดยง่าย ฝากถาม คสช.ว่า อยากได้การเมืองแบบไหน

“จุติ” มั่นใจต่อสู้กันแบบพี่น้อง

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาข้อบังคับพรรค เรื่องงบการเงิน รวมถึงกรณีการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ส่วนที่มีสมาชิกพรรคประกาศลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหลายคนนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีใครสั่งใครได้ แต่ละคนน่าจะมีความคิดอยากปฏิรูปพรรค กรณีนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่สนใจลงแข่งขัน ทางพรรคไม่ขัดข้อง และไม่เกี่ยวกับการเคยเป็น สปท. พรรคไม่มีอะไรติดใจ ไม่กีดกันใคร เพราะเชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีวิจารณญาณที่ดี ไม่คิดว่าการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเป็นการต่อสู้ภายในพรรค แม้แต่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค ยังมาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ จึงเป็นแข่งขันกันอย่างตรงไปตรงมา แบบพี่แบบน้อง หากใครแพ้ก็จะช่วยงานในพรรคต่อ เมื่อถามย้ำว่าหากเปลี่ยนหัวหน้าพรรค จะกระทบกับการเลือกตั้ง และจำนวน ส.ส.หรือไม่ นายจุติตอบว่า เชื่อว่าสมาชิกที่ยังอยู่ในขณะนี้คือของจริง เราคัดกรองคนมาระดับหนึ่ง เชื่อว่าคงไม่มีใครทิ้งพรรค หากทิ้งคงทิ้งไปนานแล้ว

“บุญยอด” หนุนหัวหน้า “มาร์ค”

ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังคงยืนยันสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคต่อไป เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำพรรคสู้กับระบอบทักษิณมานาน จึงสมควรให้ทำหน้าที่ต่อไป เพราะเป็นบุคคลที่ระบอบทักษิณกลัวมากที่สุด และนายอภิสิทธิ์ควรมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศ เนื่องจากการเป็นนายกฯสมัยที่ผ่านมาไม่มีโอกาสทำงานได้เต็มที่ เพราะบ้านเมืองมีความขัดแย้ง อีกเหตุผลสำคัญคือนายอภิสิทธิ์เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และทำงานการเมืองเต็มเวลา ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่ทุกคนควรสนับสนุน โดยเฉพาะการเป็นผู้นำที่มีหัวก้าวหน้า สร้างสรรค์กระบวนการใหม่ภายในพรรค ด้วยการเสนอให้สมาชิกหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคได้โดยตรง

“ถาวร” ใส่เกียร์ห้าดัน “หมอวรงค์”

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา และอดีตรองหัวหน้าพรรค ที่ประกาศผลักดัน นพ.วรงค์ เดช–กิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เริ่มมีการจัดทำใบปลิวแจกแนะนำตัว นพ.วรงค์ ชื่อ “หมอวรงค์คือใคร?” ไปยังตัวแทนสาขาพรรคบางส่วน มีเนื้อหาแนะนำประวัติทั้งด้านการศึกษา การรับราชการ รวมถึงผลงานขณะเป็น ส.ส.ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจโครงการรับจำนำข้าวในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยระบุข้อความทิ้งท้ายถึงเหตุผลการลงแข่งชิงหัวหน้าพรรคครั้งนี้ว่า มีเป้าหมายต้องการเปลี่ยนแปลงพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นสถาบันการเมืองที่มีศักยภาพ สมาชิกพรรคจะมีส่วนร่วมบริหารพรรค แก้ปัญหาคนจนในชนบทและในเมืองได้ตามความต้องการของประชาชน

พท.ชง กกต.คลายล็อกมีปัญหา

ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมทำจดหมายถึง กกต. แจ้งให้ทราบว่าคำสั่ง คสช.ที่คลายล็อกออกมานั้น ยังมีความสับสนในการตีความ มีการซ้อนทับกันของกฎหมาย 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 และคำสั่ง คสช.ที่ 13/2561 ยืนยันว่ายังมีปัญหาในทางปฏิบัติ โดยจะส่งไปยัง กกต.ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ และวันที่ 28 ก.ย. ที่ กกต.เชิญพรรคการเมืองพูดคุยนั้น ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไปร่วมพูดคุย เพื่อหยิบยกปัญหาดังกล่าวเสนอกับ กกต.ด้วย หลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยจะกำหนดวันประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับพรรคใหม่คาดว่าจะเสร็จช่วงต้นเดือน ต.ค. จากนั้นจึงจะกำหนดวันประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

จวก คสช.อย่าทำตัวเป็นผู้คุมกฎ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากคำสั่งคลายล็อกนั้น ในเมื่อมีรัฐธรรมนูญ มีกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้ว ไม่ควรนำมาตรา 44 มาใช้กับกระบวนการเลือกตั้ง ขณะที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองเต็มที่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่ต้องการให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารและนโยบายของพรรค การเมืองต่างๆให้น้อยที่สุดหรือไม่ หรือจะทำการเลือกตั้งเป็นแค่พิธีกรรม เพื่อบอกนานาอารยประเทศว่ามีเลือกตั้งแล้ว สถานการณ์แบบนี้ใครได้ประโยชน์พอมองออกได้ แต่ฝ่ายที่เสียประโยชน์ที่สุดคือประชาชน จะเป็นการเลือกตั้งที่ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชน 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลโฆษณาว่าทำบ้านเมืองสงบเรียบร้อยเป็นผลงานเด่น แต่พอจะเลือกตั้งกลับกลัวไม่สงบ คสช.ไม่ควรทำตัวเป็น กกต.เสียเอง การใช้โซเชียลในการสื่อสารนโยบาย อะไรทำได้ทำไม่ได้ ควรให้ กกต.เป็นผู้ชี้แจง

อัด “ผู้นำ” ไม่อยู่กับร่องกับรอย

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเลย ว่า “ผมไม่ใช่นักการเมืองตอนนี้ ผมทำหน้าที่งานการเมืองให้ท่าน” นั้น เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดว่า “ผมเป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร” ห่างกันเพียง 8 เดือน พูดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เอาสาระกับสิ่งที่พูดกับสาธารณะไม่ได้ อาจเรียกได้ว่าพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย การให้ความเห็นในฐานะผู้นำประเทศ นอกจากผลเสียจะตกแก่ตัวท่านแล้ว คนไทยโดยทั่วไปจะถูกมองได้ว่ามีนิสัยโกหกคำโตเหมือนกันหรือไม่ การเป็นนักการเมืองที่ทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่เป็นเรื่องที่ดีงามเสียสละ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับความจริงว่าเป็นนักการเมือง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมนักการเมือง และคนไทยโดยทั่วไปต้องการการเลือกตั้งที่เสรี และเป็นธรรม

ภท.เตรียมนัดประชุมใหญ่

ที่พรรคภูมิใจไทย มีการประชุมทีมกฎหมายพรรค จากนั้นนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทีมกฎหมายพรรคได้พิจารณาเรื่องข้อบังคับ ประกาศอุดมการณ์พรรคและนโยบายพรรค เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 24 ก.ย. และจะเสนอให้มีการจัดประชุมใหญ่พรรคในวันที่ 2 ต.ค.2561 เวลา 09.30 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

รปช.เดินหน้าไพรมารีโหวต

นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ โฆษกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ผู้บริหารพรรค รปช. จะแถลงถึงการระดมหาสมาชิก และการเปิดให้ผู้สนใจสมัครลงรับเลือกตั้งในนามพรรค เข้าร่วมงานกับพรรค รปช. ในส่วนของการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง พรรคจะใช้วิธีทำไพรมารีโหวต แม้ คสช.จะยกเลิกเรื่องไพรมารีโหวตไปแล้วก็ตาม เบื้องต้นกำหนดวิธีการว่าจะใช้เทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกพรรค มีศูนย์บัญชาการกลางถ่ายทอดสดไปตามสาขาทั่วประเทศ และจากสาขาทั่วประเทศถ่ายทอดสดกลับมาที่ศูนย์บัญชาการกลาง จะเปิดถ่ายทอดสดทั่วประเทศเพื่อความโปร่งใส

“ธนาธร” พบ ปอท.ตามหมาย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ บก.ปอท. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อม น.ส.จารุวรรณ ศรันย์เกตุ และนายไกลก้อง ไวทยการ กรรมการบริหารพรรค เข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก. 3 บก.ปอท. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความดำเนินคดีฐานนำเข้าข้อมูลเท็จเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือสร้างความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.คอมพิว-เตอร์มาตรา 14 (2) หลังเฟซบุ๊กไลฟ์ผ่านแฟนเพจ “Thanathorn Juangroongruangkit-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และเพจ “future forward party” พาดพิง คสช.กรณีดูด ส.ส. โดยนายธนาธร กล่าวว่า พวกตนขอปฏิเสธข้อกล่าวหา และจะเขียนคำให้การส่งเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 45 วัน

ไม่กังวลว่ากระทบต่อพรรค จะยังคงไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดียต่อไป เพราะเป็นช่องทางที่ถูกที่สุดในการเผยแพร่อุดมการณ์พรรค มองว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (2) เป็นปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว ปิดปากสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากพรรคได้ร่วมบริหารประเทศ จะเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในต่างประเทศใช้ป้องกันการเจาะระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ตลาดหุ้น ธนาคาร สายการบิน แต่ ประเทศไทยกลับมีกฎหมายดังกล่าวไว้ใช้ป้องกันความมั่นคงของผู้มีอำนาจ และใช้จัดการกับผู้ที่เห็นต่าง

กกต.คลำทางปมใช้โซเชียลฯ

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีคำสั่ง คสช.ที่ 13/2561 ให้พรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียหาสมาชิกพรรคได้ ว่า เรากำลังเร่ง ศึกษาว่ากรณีนี้ควรมีขอบเขตแค่ไหน เพียงไร เพราะสอบถามมามาก เช่น จะหาสมาชิกสามารถประกาศนโยบายเพื่อเชิญชวนได้หรือไม่ และการประกาศนโยบายจะถือเป็นการหาเสียง หรือเป็นเพียงการชักชวนต้องดูเป็นกรณีไป คสช.ยังไม่ประสานว่าจะให้ กกต.ออกหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามของการประชาสัมพันธ์ หรือการสื่อสารที่จะมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ระหว่างนี้เราจะรวบรวมความคิดเห็นต่างๆของพรรคการเมืองต่อการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ที่ออกมา ถ้าเรื่องใดที่อยู่ในอำนาจของ กกต.จะได้เสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา ถ้าเรื่องใดเป็นอำนาจของ คสช.จะได้เสนอให้ คสช.พิจารณาต่อไป

ร้อง กสม.สอบงาบเงินคนพิการ

ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ เข้ายื่นหนังสือต่อนายอัญญะรัฐ เอ่งฉ้วน ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกับคนพิการ นายปรีดากล่าวว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ออกมาเพื่อช่วยเหลือ แต่กลับพบว่ามีการทุจริตหักหัวคิว โดยใช้มาตรา 35 ที่ให้หน่วยงานรัฐ หรือเจ้าของสถานประกอบการ จ้างเหมาช่วงงาน ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือการช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งคนพิการจะได้รับเป็นเงินหรือเหมาจ่าย 109,500 บาทต่อคนต่อปี แต่มาตรา 35 กลับเป็นช่องทางเกิดการคอร์รัปชันนับ 1,000 ล้านบาทต่อปี โดยสมาคมและมูลนิธิต่างๆจะเป็นผู้รวบรวมรายชื่อคนพิการในจังหวัดต่างๆส่งกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อเสนอโครงการจัดอบรมฝึกอาชีพให้กับคนพิการ ซึ่งมีนายใหญ่เข้ามาทุจริตทั้งค่าจ้างวิทยากร เงินค่าจัดฝึกอบรม เช่น ตั้งเบิกค่าวิทยากร 300,000 บาท จ่ายจริง 30,000 บาท

แฉแหลกโกงยิ่งกว่าเงินคนจน

นายปรีดากล่าวอีกว่า หรือโครงการอบรม 6 เดือน ทำจริงแค่ 3 เดือน มีข้าราชการขอหัวคิวคนพิการหัวละ 9,500 บาทต่อปี แลกกับการอนุมัติโครงการอบรม มีการหักหัวคิวเสียหายมากกว่าการโกงเงินคนจนมหาศาล เพราะทั้งประเทศมีคนพิการมากกว่า 1.9 ล้านคน เงินกองทุนส่งเสริมคนพิการมีมากถึง 6,000 ล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมาเคยต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมจนถูกข่มขู่คุกคาม คนพิการที่เคยร่วมต่อสู้กันมา ถูกอุ้มขึ้นรถตู้ไปเจรจาให้รับเงิน 20,000 บาท แลกกับการเซ็นยินยอมไม่ดำเนินคดี เชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นใช้ช่องว่างนี้ ก่อนหน้านี้เคยไปยื่นหนังสือถึงนายกฯ เรียกร้องขอให้ตั้งคณะทำงานพิเศษ 2 ชุด เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้แต่ไม่คืบหน้า

สั่งคุมเข้มช้างเร่ร่อนหวั่นซ้ำรอย

อีกเรื่อง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ติดตามข่าวช้างพลายเดินตกท่อและถูกไฟดูดจนล้มที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้กำชับผู้เกี่ยวข้องชันสูตรหาสาเหตุที่จริง หลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาควาญช้างฐานเคลื่อนย้ายสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองช้างที่แท้จริงหรือไม่ เหตุใดจึงนำช้าง ออกมาเดินเร่ร่อนทั้งที่มีกฎหมายควบคุม เจ้าหน้าที่ ละเลยการกำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ โดยให้พิจารณาลงโทษจริงจัง นายกฯย้ำว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เกิดเหตุขึ้นเชื่อว่าคนไทยไม่สบายใจ รัฐบาลยอมไม่ได้เช่นกัน ได้สั่งการให้ ทุกจังหวัดเข้มงวดกับการดูแลเรื่องนี้ ไม่ให้เกิดขึ้น อีก และขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้สนับสนุนการทำผิดกฎหมาย และแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบเห็น