"บิ๊กตู่" แจงแนวคิดอบรม ขรก.ท้องถิ่น ก่อนเลือกตั้ง หวังสร้างการรับรู้-หลักคิดประชาธิปไตยใหม่ พร้อมกระตุ้นคนออกมากาบัตรเกินร้อยละ 90 ย้ำ รบ.ไม่นิ่งนอนใจปัญหายาเสพติด สั่งทุกหน่วยงานกวดขันเข้ม พร้อมย้ำคดีอุกฉกรรจ์ต้องมีโทษหนัก

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวคิดที่จะให้อบรมพิเศษ ข้าราชการ ท้องถิ่น และประชาชน 3 เดือน ก่อนการเลือกตั้งว่า ตนอาจจะใช้คำพูดหนักไป ที่ว่าจะให้มีการอบรมพิเศษ ความจริงต้องการจะบอกว่าอยากให้มีการสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนในท้องถิ่นเข้าใจว่า เราจะมีการบริหารราชการแบบธรรมาภิบาลได้อย่างไร ซึ่งมีหลักการทั้งหมด 6 ข้อ ประชาชนจะต้องรับทราบว่า ระบบการบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างไร ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น การใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีความแตกต่างจากที่ผ่านมา รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ทำไปทุกอย่างต้องสร้างการรับรู้ใหม่ แม้ที่ผ่านมาสื่อจะช่วยขยายความแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง

"แต่กระบวนการสร้างการรับรู้ที่ทำไม่ได้หมายความว่า เราจะไปสนับสนุนใคร อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองไปทั้งหมด วันนี้หลายคนบอกว่า ประชาชนยังไม่รู้เลยว่ารัฐบาลทำอะไร แล้วก็ต่อว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจ ผมจึงต้องทบทวนว่าจะต้องทำอย่างไร ทุกกระทรวงต้องสรุปแนวทางและสิ่งที่ทำมาตลอด 4 ปี ใครได้หรือไม่ได้ประโยชน์ ถ้าไม่อธิบายหรือสร้างความเข้าใจทุกอย่างก็จะกลับมาที่เดิม ในส่วนของท้องถิ่นไม่ได้หมายความว่า เราไม่ได้ไปสนับสนุนพรรคไหนหรือเลือกใคร เพียงแต่จะบอกว่าท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง และเมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นทุกคนต้องมีหลักคิดว่า จะเลือกตั้งคนอย่างไรเข้ามาบริหารงานในท้องถิ่น มีประสิทธิภาพ มีความรู้ในเรื่องการบริหารงานราชการแค่ไหนอย่างไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

...

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของประชาธิปไตยต้องสร้างหลักคิดว่า ประชาธิปไตยที่ถูกต้องเป็นอย่างไร การเลือกตั้งวันนี้หลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญใหม่ ตาม พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ที่ออกมาทุกคนจะได้มีความเข้าใจ เพราะตนก็อยากให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งทั้งหมด ที่ผ่านมามีแค่ร้อยละ 60-70 วันนี้ควรจะร้อยละ 90 ขึ้นไปดีกว่าหรือไม่ แต่ถ้าประชาชนไม่รู้ว่าสิ่งที่เขามาเลือกสำคัญอย่างไร ทุกอย่างก็จบ ทั้งนี้การเลือกตั้งครั้งต่อไปเป็นหน้าที่ของคนทุกคน ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ทุกคนต้องมีความเข้าใจหลายๆ อย่างที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การสมัครเป็นสมาชิกพรรคเป็นอย่างไร ค่าใช้จ่าย ค่าบำรุงพรรคเป็นอย่างไร เพราะถ้าถูกบิดเบือนก็จะวุ่นวายในภายหลัง หรือการใช้บัตรใบเดียวเป็นอย่างไร การไม่ออกมาเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น หรือการออกมาเลือกตั้งแล้วก็จะต้องรู้ว่าเราจะเลือกคนไหน หมายเลขอะไร อีกช่องหนึ่งก็คือไม่เลือกใครเลย แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนต้องรู้ถึงสิทธิหน้าที่ที่ต้องทำ ถ้าทุกคนเข้าใจหลักการและเหตุผล ก็จะได้การเลือกตั้งที่มีคุณภาพ ได้การเมือง ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพเข้ามาสู่ระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งรัฐบาล ตั้งนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าประชาชนไม่เข้าใจพื้นฐานตรงนี้ ก็จะไปไม่ได้ทั้งหมด สิ่งนี้คือเจตนาที่มุ่งมั่นของตน ประชาชนต้องรู้ว่าการเลือกตั้งมี 2 ระดับ คือ การเลือกตั้งระดับชาติ และการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น

"แม้แต่กำนันผู้ใหญ่บ้านเราต้องมาร่วมมือกันเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ทุกคนต้องเข้าใจให้หมดว่าไม่มีเรื่องของฐานเสียง เพราะทุกอย่างถูกจับตาโดย กกต.วันนี้รัฐบาลเองก็ต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ เพียงแต่ต้องขับเคลื่อนสิ่งใหม่ๆ ลงไป เพราะทุกคนทราบดีแล้วว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่วันนี้เรากำลังทำทุกอย่างให้โปร่งใส ดีขึ้นชัดเจนขึ้น ก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ เว้นเสียแต่คนที่ไม่ตั้งใจที่จะเข้าใจ มีอะไรก็มีปัญหาไปทั้งหมด ผมไม่ต้องการให้ทุกอย่างกลับไปที่เดิม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงปัญหายาเสพติด ที่มีการจับกุมเป็นจำนวนมากในขณะนี้ว่า ยาเสพติดมีมากมาตลอด ไม่ใช่เพิ่งมีมากในช่วงนี้ อยู่ที่ว่ารัฐบาลมีมาตรการอย่างไร ตั้งแต่ชุมชนและท้องถิ่นช่วยกันอย่างไรบ้าง ซึ่งในหลายพื้นที่ก็ประสบผลสำเร็จในการทำให้พื้นที่ปลอดยาเสพติด ส่วนที่มีการเล็ดลอดเข้ามา เราก็มีมาตรการกวดขันในเรื่องการขนย้ายตามแนวชายแดน ซึ่งก็มีการปะทะ มีการจับกุมจำนวนมาก ดังนั้นก็มองได้ใน 2 ประเด็น คือ มีมากอยู่แล้ว แล้วเราจับไม่ได้ หรือเราจับได้มากขึ้นหรือเปล่า ซึ่งก็เป็นวิธีคิดอีกอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ได้ประมาทหรือนิ่งนอนใจว่าจับได้มากแล้ว แต่เราต้องไปดูตัวเลขที่จับไม่ได้มีอีกเท่าไร เพราะถ้ามองตัวเลขที่จับได้ก็มากอยู่แล้ว และถ้าเล็ดลอดไปก็น่าจะเป็นจำนวนมากหรือเปล่า ก็ต้องไปหามาตรการที่เหมาะสมที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนได้กวดขันไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตำรวจ ทหาร กอ.รมน.หรือท้องถิ่น และจากนั้นก็มาดูว่าปลายทางคืออะไร เพราะการจับกุมดำเนินคดี ก็จะมีนักโทษจำนวนมาก ก็จะมีปัญหาเรื่องคนล้นคุกตามมาอีก ดังนั้นต้องคิดทั้งวงจร ซึ่งรัฐบาลกำลังหาวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินการอยู่ หรือเรื่องของคดีก็เช่นกัน อย่าไปคิดว่าคนจนติดคุก แต่คนรวยไม่ติดคุก รัฐบาลพยายามทำกฎหมายทุกอย่างให้มีความชัดเจน อะไรที่เป็นคดีที่มีความรุนแรง อุกฉกรรจ์ที่สังคมยอมรับไม่ได้ ก็ต้องไปทบทวนดูว่าจะต้องลงโทษสถานหนัก ซึ่งอาจไปคาบเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่กำลังขับเคลื่อนกันอยู่ โดยเฉพาะโทษที่เกี่ยวกับการประหารชีวิต ดังนั้นรัฐบาลพยายามมองทุกประเด็น ทุกปัญหา และนำสู่การแก้ไขให้เป็นรูปธรรมให้ได้มากที่สุด