"พรเพชร" หนุนออกมาตรการควบคุมหาเสียงผ่านโซเชียลฯ ก่อนเลือกตั้ง แจงกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่ถึง สนช.แย้มเตรียมงดรับกฎหมายใหม่หลังมีพ.ร.ฎ.ประกาศเลือกตั้ง ชี้ยังไม่ชัวร์ สนช.เข้าชื่อสรรหา ส.ว.ตามช่องทางเลือกผู้สมัครได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.61 ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความมั่นคงไซเบอร์ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอมายัง สนช.อาจจะอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความเป็นห่วงการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียนั้น โดยหลักการหากแสดงความเห็นบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือขัดกฎหมายเลือกตั้งนั้นไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้การกระทำความผิดผ่านโซเชียลมีเดีย ในปัจจุบันหาตัวผู้กระทำความผิดยาก จึงควรมีวิธีการรับมือกับปัญหานี้ ด้วยการออกกฎหมายที่สามารถสั่งระงับข้อมูล ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดผ่านโซเชียลมีเดียได้ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิด โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่มีในปัจจุบันสามารถควบคุมได้ แต่อาจจะยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด หากต้องการให้มีความชัดเจนครอบคลุมถึงการเลือกตั้งที่เป็นความผิดเฉพาะ ก็ควรกำหนดไว้ในกฎหมายที่จะเสนอมายัง สนช.เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่สำคัญควรเสนอมายัง สนช. ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เพราะหากเสนอมาล่าช้าในช่วงการเลือกตั้ง ก็จะมีเพียงกฎหมายความมั่นคงปกติที่มีอยู่เท่านั้น แต่จะต้องไม่ปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน และสื่อมวลชนที่จะแสดงความคิดเห็นด้วย

นายพรเพชร กล่าวต่อว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่ได้ส่งร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นจำนวน 6 ฉบับ มายัง สนช.เข้าใจว่าขั้นตอนอยู่ในกระบวนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังไม่แน่ใจว่า ระหว่างการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือการเลือกตั้ง ส.ส.การเลือกตั้งประเภทใดจะเกิดขึ้นก่อนกัน แต่หากยึดโรดแม็ปว่าการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นวันที่ 24 ก.พ.2562 คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งท้องถิ่นน่าจะไม่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.นอกจากจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในบางระดับไปก่อนเท่านั้น

...

นายพรเพชร ยังกล่าวถึงการเลือกตั้ง ส.ว.ด้วยว่า ตามหลักการแล้วการสรรหา ส.ว.ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ สนช. ทั้งนี้บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ว.มาจาก 2 ทาง ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้ผู้สมัครเลือกกันเองและส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลือกให้เหลือ 50 คน และ 2. คสช.สรรหาจำนวน 194 คน เพื่อไปรวมกับ ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดอีก 6 คน รวมทั้งหมด 250 คน อย่างไรก็ตามส่วนตัวยังไม่มั่นใจในข้อกฎหมายว่า สมาชิก สนช.ชุดปัจจุบันจะสามารถเข้าไปรับการเลือกเป็น ส.ว.ตามช่องทางเลือกกันของผู้สมัครได้หรือไม่ แต่ที่สุดแล้วเชื่อว่าวุฒิสภาในอนาคต จะมาจากบุคคลที่มีความหลากหลายอย่างแน่นอน

นายพรเพชร กล่าวด้วยว่า สำหรับการทำงานของ สนช.ในช่วงท้ายนั้นได้วางหลักการเอาไว้ว่า ทันทีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งสนช.จะงดรับร่างกฎหมายฉบับใหม่เข้ามาพิจารณาในสภาฯ เว้นแต่จะเป็นร่างกฎหมายที่มีความจำเป็นจริงๆ และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลขอให้พิจารณาเท่านั้น ส่วนร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณาอยู่ในสภาขณะนี้ จะพยายามเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันก่อนสนช.หมดวาระจริง ตามกฎหมายจะเป็นหน้าที่ของสภาฯ ชุดต่อไป ในการพิจารณาว่าจะหยิบยกร่างกฎหมายของ สนช.ขึ้นมาหรือไม่