“บิ๊กป๊อก” มั่นใจยึดแนวทาง โครงการไทยนิยมยั่งยืน ชาวบ้านมีวิถีชีวิตดีแน่นอน หลังรัฐกระจายเม็ดเงิน 9 หมื่นล้าน ลง 8 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาใหม่ ชาวนา ปชช.ถูกหลอกลวง และยาเสพติด


วันที่ 7 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยตามโครงการไทยยั่งยืน สรุปผลการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนว่า ภายหลังที่ ครม.รับทราบแผนดำเนินการโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 61 รัฐบาลได้ส่งทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ระดับตำบล ได้ลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความต้องการ 4 ครั้ง ครบทุกหมู่บ้าน/ชุมชน รวม 82,271 แห่ง มีประชาชนเข้าร่วม 8.08 ล้านคน ซึ่งได้สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนตามกรอบหลัก 10 เรื่อง และมีประเด็นสำคัญเพิ่มเติม เช่น การจัดเก็บข้อมูลปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน ปัญหาภัยแล้ง มาตรการส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพดีและมาตรการช่วยเหลือชาวนา ประชาชนไม่ถูกหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาดังกล่าวทันที

สำหรับความก้าวหน้าการดำเนินงานแผนงาน ภายใต้งบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2561จำนวน 95,758.1 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงิน 21,078 ล้านบาท โดยมีโครงการมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพหลัก กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคน กำหนดมาตรการช่วยเหลือใน 4 มิติ คือ 1. มีงานทำ 2. ฝึกอบรมอาชีพและการศึกษา 3. เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ 4. เข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน

2. แผนงานยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร วงเงิน 24,301 ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีแผนพัฒนา 4ด้าน คือ ด้านบริหารจัดการน้ำ, ด้านการแก้ไขปัญหาที่ดิน, โครงการด้านการปศุสัตว์ และโครงการด้านผลผลิตทางการเกษตร

...

และ 3. แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาศักยภาพชุมชน วงเงิน 50,379 ล้านบาท ภายใต้ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน (หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท) วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยกระทรวงมหาดไทย ได้ขยายเวลาอนุมัติโครงการไปถึงปลายปี 61, โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วงเงิน 9.3 พันล้านบาท และชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และโครงการอื่นๆ อาทิ การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด เป็นต้น

“ชาวบ้านตอบรับโครงการไทยนิยมยั่งยืนเป็นอย่างดี แต่ต้องใช้เวลาต้องค่อยๆ ทำไป เพราะเป็นเรื่องยากในการเปลี่ยนความเคยชินเดิมๆ และบางส่วนก็เริ่มคล้อยตามไป คงต้องให้ค่อยๆ เรียนรู้ไป และเชื่อว่าหากทุกฝ่ายเดินตามแนวทางนี้นอกจากจะแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศได้อย่างยั่งยืนแล้ว ผมยังมั่นใจว่าจะทำให้ประชาชนมีวิถีชีวิตดีขึ้นแน่นอน”

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว และว่า โครงการไทยนิยมยั่งยืนถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และถือเป็นการพลิกวิธีการทำงานจากเดิม โดยเปิดโอกาศให้ประชาชนมีส่วนรวมอย่างแท้จริง ด้วยการเสนอความต้องการ และเสนอปัญหาต่างในพื้นที่ให้ภาครัฐสนับสนุน โดยมีทีมขับเคลื่อนฯ ลงไปรับฟังปัญหาถึงพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน แตกต่างจากเดิมที่ภาครัฐ จะกำหนดนโนบายลงไป ซึ่งบ้างครั้งไม่ตรงต่อความต้องการของประชาชน