ข่าว
100 year

ปรับครม.กรณีเดียว!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

ฟอร์มเก่งของโคตรเซียนการตลาดตีปี๊บ ชิงตีกินกระแส

ในเหลี่ยมแบบที่ “เสี่ยอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปั่นเรตติ้ง ประกาศดังๆล่วงหน้า หลัง คสช.คลายล็อกกฎเหล็กการเมือง 7–10 วัน

จะรู้ตัวคนนั่งแท่นหัวหน้าและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

ในจังหวะเปิดโพยเร็วเลย “ผู้พันปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี อดีต ส.ส.กทม เพื่อนซี้คู่หู “เสี่ยโอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย “นายใหญ่” ได้ยึดหัวหาดผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยคนใหม่ถอดด้าม

ตามฟอร์ม เพื่อไทยเร่งจังหวะ เร้ากระแสกดดัน คสช.ให้รีบปล่อยผี

โชว์ความพร้อมแชมป์เก่าเรตติ้งอันดับหนึ่ง

แต่ดูเหมือนจังหวะจะสวนทางกันเลยกับโปรแกรมที่ปรับเปลี่ยนแบบรายวัน

ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย แพลมไต๋ คิวปลดล็อกการเมืองอาจเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ปลายปี 2561 ตามเงื่อนไขเวลาหลังโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.

ลากไปแบบยาวสุด ภายใน 90 วัน

แต่นั่นก็ยังมีเวลาเหลือเฟือ “เนติบริกร” ยืนยันไม่เป็นปัญหาสำหรับพรรคการเมืองที่จะทำนโยบายหาเสียง ก่อนลงสนามเลือกตั้งเร็วสุดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปีหน้า 2562

นักการเมืองลากมา คสช.ยื้อไป ยังหาคิวลงล็อกไม่ได้

และตามรูปเกมที่มาพร้อมๆกับกระแสปลดล็อกการเมือง

ตามท้องเรื่องเป็นรอบที่ 2 รอบที่ 3 แล้ว ที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องบอกปัดกระแสข่าวเลื่อนลอย

ยังไม่มีการปรับ ครม.เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกการเลือกตั้ง

พล.อ.ประวิตร ยังบอกปัด ไม่ทราบข่าวลือที่ว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกรัฐมนตรีบางคนไปเซ็นหนังสือลาออกเพื่อเตรียมลงเลือกตั้ง

เหน็บสื่อมวลชนเท่านั้นที่คิดเองและเสนอข่าวไปเอง

มีจุดเดียวที่ “พี่ใหญ่” แบะท่ายอมรับ สู้ไม่ไหวเพราะอายุ 74 ปีแล้ว

แต่ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และหนักมาโดยตลอด และหลายนโยบายเห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการปราบปรามหนี้นอกระบบ และงานด้านความมั่นคงอื่นๆ อีกทั้งปัญหาความขัดแย้ง ถือว่างานในส่วนที่ได้รับผิดชอบเสร็จสิ้นหมดแล้ว

แนวโน้ม “บิ๊กป้อม” ส่งสัญญาณ “ถอย” ชัดขึ้นตามลำดับ

แต่นั่นหมายถึงคิวโหนขบวนกับ “นายกฯลุงตู่” ในช็อตต่อไป ไม่ได้เกี่ยวกับการถอนสมอ เปิดพื้นที่ให้มีการปรับ ครม.ตามที่มีคนจ้องแห่กระแสกัน ณ ห้วงเวลานี้

ที่สำคัญจับคำพูด “นายกฯลุงตู่” ที่ออกลีลา “เด้งเชือก” ในการประกาศจุดยืนทางการเมือง

“เมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว และเมื่อมีคำสั่ง ม.44 คลายล็อกการเมือง จากนั้นคือการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ที่จะต้องได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล

โดยสถานการณ์ในช่วงนั้นจะเป็นผลในการตัดสินใจของผมเองว่า จำเป็นต้องอยู่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามรัฐธรรมนูญหรือด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญหรือไม่ และถ้าจำเป็นแล้วจะเป็นอย่างไร”

แต่แปลไทยเป็นไทย ปรับจากภาษาทหารเป็นภาษานักการเมือง

เรื่องของเรื่องก็ตีตั๋วต่อผ่านนายกฯบัญชีพรรค เพื่อคุมเกมอำนาจเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ตามกติกาที่ออกแบบไว้ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญนั่นแหละ

แต่ “ลุงตู่” เบี่ยงตัวหลบ ไม่เปิดตัวชัดๆให้โดนนักการเมืองกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง

และเมื่อเทียบมาตรฐานกับนักการเมืองที่ลากจนหยดสุดท้ายรัฐบาลรักษาการ

ฟันธงได้ ไม่มีแน่ เรื่องของการลาออก โชว์สปิริตเลือกตั้ง ให้ต้องปรับ ครม.วุ่นวาย

หมายเหตุ ถ้าจะมีการปรับ ครม.เกิดขึ้น ตามธรรมชาติของรัฐบาลอำนาจพิเศษ

กรณีเดียวนั่นคือ มีรัฐมนตรีโดนฟันปมทุจริต ปิดฟ้าไม่มิด

และหากมีคิวนั้นจริงๆ นั่นแหละถึงจะโยงกับการแต่งตัวเตรียมเลือกตั้ง

ตามจังหวะเป็นการยกระดับเครดิตของ “นายกฯลุงตู่” ที่มีภาพโปร่งใส แบบที่องค์การต่อต้านคอร์รัปชันให้คะแนนเต็มร้อยในความตั้งใจลุยปราบโกง.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองปรับครม.ประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้