ต้องยอมรับว่า (บิ๊กตู่) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.เป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง ตลอดกว่า 4 ปี ที่ผ่านมา ที่มานั่งคุมบังเหียนขับเคลื่อนประเทศไทย เป็นนายกฯ ที่มาจากการรัฐประหารที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยาวนาน มีทั้งกลุ่มคนรัก และคนเกลียด เป็นธรรมดา
แต่ถ้าจะให้ออกความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่งแบบไม่เข้าใครออกใคร ก็ต้องถือว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติได้ดีมากที่สุดคนหนึ่ง ยิ่งในยุคที่ประเทศเพิ่งผ่านการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นสีต่างๆ ทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน เขียว ซึ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2557 คสช.ก็ถือว่าควบคุมเกมการเมืองได้ดีระดับหนึ่ง หยุดการเมืองรุนแรงลงได้ แม้อาจยังมีเป็นคลื่นใต้น้ำอยู่บ้าง
ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ได้เก็บรวบรวมปรากฏการณ์เพียงส่วนหนึ่ง ของนายกฯ บิ๊กตู่ ที่มีการต่อว่าและทะเลาะกับสื่อมวลชน
นายกฯ ปรี๊ดแตก! ไล่นักข่าวออกนอกทำเนียบฯ ฉุน หลังได้ยินสื่อบ่น
นายกฯ กล่าวสดๆ ร้อนๆ เมื่อ 24 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ เพื่อกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า แต่ระหว่างนั้นก็ได้เดินไปที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ ที่ยืนอยู่ข้างหลัง ก่อนหันมาบอกสื่อว่า ทำไมไม่ถามประเด็นเศรษฐกิจบ้าง สนใจบ้างหรือไม่ การค้าการพาณิชย์ให้ถามกันบ้าง เพราะการเมืองไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นทั้งหมด จากนั้นผู้สื่อข่าวกล่าวตอบว่า ตัวเลขเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว มีนักข่าวเศรษฐกิจเป็นคนตามอยู่แล้ว
...
นายกฯ จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “เธออย่ามาต่อปากต่อคำกับฉัน” ปรากฏว่าทันทีที่พูดจบ ได้มีผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง หันมาพูดกับผู้สื่อข่าวด้วยกันเองว่า “ต่อปากต่อคำก็ไม่ได้" โดยนายกฯ ได้ยินและถึงกับโมโห พร้อมหันมาตะคอกอย่างเสียงดังและชี้นิ้วมาที่ผู้สื่อข่าวที่พูดว่า "ก็ไม่ได้ไง นินทาอะไรวะ ไม่ต้องมาต่อปากต่อคำกับฉันหรอก ถ้าต่อปากต่อคำไม่ได้ ก็ออกไปข้างนอกโน่นใครที่พูดเมื่อกี้"
บิ๊กตู่ เม้ง สื่อไม่ได้ช่วยรายงานเรื่องสถานการณ์น้ำที่เพชรบุรี
กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล 6 ส.ค.61 “ฉะนั้น สิ่งที่วันนี้อยากจะขอร้องคือ ขอให้สื่ออย่าทำให้ประชาชนตื่นตระหนก บางทีก็วิพากษ์วิจารณ์ นำไปพูดจนภาคประชาชนตื่นไปหมด สิ่งที่เราควรจะช่วยกันในวันนี้ ควรจะศึกษามาตรการของทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เตรียมการอะไรไว้บ้าง ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ทุกคนร่วมมือ ตรงไหนที่เป็นพื้นที่ความเสี่ยง ต้องมีการเก็บข้าวของ ย้ายสัตว์เลี้ยงหรือไม่ หรือต้องอพยพไปอยู่กับเพื่อนกับญาติ สื่อต้องแนะนำแบบนี้ ไม่ใช่บอกแต่เพียงว่า สถานการณ์น้ำขยายไปอำเภอนั้น อำเภอนี้น้ำจะท่วม สื่อได้แนะนำอะไรไปบ้าง ข้าราชการ รัฐบาล พูดปากเปล่าไปกับสื่อทุกวัน แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้รับการขยาย แล้วจะเกิดอะไร ก็ตายเจ็บเหมือนเดิม สรุปว่า ไม่ช่วยอะไรกันเลย เหมือนเดิมว่ากันข้างเดียว เดี๋ยวเขื่อนจะพัง ประชาชนจะเดือดร้อน ผมถามว่า วันนี้รัฐบาลทำอะไรหรือเปล่า หรืออยู่เฉยๆ” นายกฯ กล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิด
อัดสื่อหนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต หมิ่นเกียรตินายกฯ ขู่ชกปากกลับ
24 ก.ค.2561 “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี” ขู่ชกปากกลับ พวกด่าไม่หยุดและหมิ่นเกียรติ ชี้ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีสิทธิปกป้องตัวเอง ไม่ให้ใครมาเหยียบย่ำ บ่น 4 ปีสุดแสนจะทรมาน เพราะอ่านหนังสือพิมพ์และดูอินเทอร์เน็ตเยอะ แนะ ถ้าเกลียดให้เลิกดูสื่อหนังสือพิมพ์ และออนไลน์สัก 5 วัน แล้วจะรักขึ้นมาเลย
กล่าวหานายกฯ ลงพื้นที่ไปหาเสียงกับปชช.ทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานเสวนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ "ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์นายกฯ ไปหาเสียงการเมือง ขออะไรก็ให้ ถ้าหนุนรัฐบาลหนุนพล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้หมด ผมให้ได้ยังไง มันเงินของผมที่ไหน มันเงินของรัฐบาล ต้องอนุมัติโดยครม. สื่อเขียนไปเรื่อย เขียนจนไม่รับผิดชอบอย่างนี้ผมไม่ยอม บ้านเมืองสงบไม่สงบ เลือกตั้งไม่เลือกตั้ง ก็เขียนกันเข้าไป และผมยืนยันเลือกตั้งก็เลือก แล้วมาเขียนให้มันเลอะเทอะไปอีก" นายกฯ กล่าว และว่า วันนี้เริ่มวันด้วยความเข้มแข็งแข็งแรง รับรองตนโดนอยู่แล้วละวันนี้ สื่อเชิญท่านตามสบาย ประเทศของท่านเหมือนกัน ตนไปแบกคนเดียวไม่ไหว ท่านก็รับผิดชอบกันบ้าง เสียหายก็รับกันไป ตนรับอยู่แล้วของตน
นายกฯ ฉุน ด่าสื่อห่วย สร้างความแตกแยกบ่อนทำลายชาติ ขู่วันหน้าประเทศล่มสลายจะขุดชื่อมาประจาน
5 พ.ย.2558 เมื่อถามว่า นายกฯ กำลังคิดจะทำอะไรอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพูดให้ฟัง แล้วสื่อก็จะเอาไปเขียนกันว่า "นายกฯ จะเริ่มควบคุมสื่อ ละเมิดจรรยาบรรณสื่อ โธ่ ไอ้ห่วยแบบนี้เขาไม่เรียกสื่อหรอก" พวกท่านก็ค้านเขาไม่ได้ เพราะทุกสำนักพิมพ์ต้องการรายได้ ไม่สนใจว่าประเทศมันจะเสียหายตรงไหน ก็ใช่มันเป็นความจำเป็น แต่มันทำลายประเทศไปด้วย บางคอลัมน์เขียนใช้ไม่ได้ทั้งนั้น พอเรียกมาคุยก็บอกว่า จะแก้ไขปรับปรุง พอทำซ้ำซากอีกก็ตอบขอโทษ ตนยังคุมคนเหล่านี้ไม่ได้เลย วันหน้าตนจะแก้ไข เพราะคนแบบนี้ถ้าประเทศล่มสลายจะขึ้นชื่อให้ดูให้หมดว่าเป็นใครบ้าง ไม่รู้จักอายคนอื่นบ้างเหรอที่หากินบนความเดือดร้อน ความสูญเสียของคนอื่น และบ่อนทำลายประเทศชาติ
เมื่อ"นายกฯ ลุงตู่" เกิดมีอารมณ์หงุดหงิด ไม่ว่าต้นสายปลายเหตุจะมาจากสาเหตุใด แต่ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ระดับประเทศ ก็ไม่ควรที่จะแสดงอารมณ์ออกมากจนเกินไป ทั้งนี้ สื่อฯ เอง ก็ทราบดี นายกรัฐมนตรี มีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะต้องทำงานให้กับประชาชนทั้งประเทศ บางครั้งก็ต้องเครียดเป็นธรรมดา ยอมรับว่า สื่อเอง ก็ยิงคำถามที่อาจไม่สบอารมณ์ นายกฯ ก็ต้องขออภัย ณ ที่นี้